😏
32.3K posts


ชื่นชมคุณไอซ์เรื่องต่อสู้ประกันสังคมนะครับ แต่เรื่องนี้ อาจเป็นการหยิบเพียงตัวอย่างเดียวแล้วมาตีความเกินจริง ซึ่งไม่แฟร์กับ THACCA ครับ ซีรี่ส์ดังอย่าง Shine ที่มีเนื้อหาตรงข้ามกับละครเรื่องนี้ก็ได้ทุนจาก THACCA หรือหนังไทย “ผีใช้ได้ค่ะ” ที่เล่าเรื่องการบังคับสูหายก็ได้เช่นกัน



ยังไม่มีใครใช้กฎหมาย-ปืนเล่นงานฝั่งขวานะ งง ทำไมนางแบกชอบพูดเหมือนสลิ่ม

มาแล้วพี่จ๋า กู้ 400,000 ล้าน ด้วยกระดาษ 5แผ่น 😖🫵🏻

นางแบกจะด่ากูมั้ย แต่อีเรื่องนี้ ได้ทุน thacca ไปเทศกาลด้วย

นางแบกจะด่ากูมั้ย แต่อีเรื่องนี้ ได้ทุน thacca ไปเทศกาลด้วย


ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณการผลิตละคร/ซีรีส์ ภายใต้นโยบายส่งเสริม Soft Power เป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ THACCA (Thailand Creative Content Agency) โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ทุนอุดหนุนสนับสนุนการผลิต เป็นละครที่ได้รัฐเงินสนับสนุนจากรัฐไทย ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นโครงการที่ดูก้าวหน้า โครงเรื่องก็ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ในที่สุดก็เผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็คงเป็นส่วนนึงของการทำโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อกระทำอย่างเป็นระบบ ให้ประวัติศาสตร์ ถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่รัฐไทยอยากให้เป็นเท่านั้น ในบริบทนี้คือ คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ตอกย้ำวาทะกรรม ชิงสุกก่อนห่าม สุดท้ายพวกหัวหน้าก้าวก็เหลิงอำนาจ และย้ำแนวคิดประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของประชาชน อำนาจเถสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน เห็นหรือยังเวลาไม่ได้อยู่ข้างเรา เวลาอยู่ข้างคนที่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ซึ่งอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่เค้าก็ไม่ได้อยู่เฉยๆเค้าสู้กลับ ด้วยทุกเครื่องมือที่เค้ามี ถามว่ากรณีนี้จะสู้กลับยังไง ถึงที่สุดคือก็ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ถึงจะมีอำนาจในการคุมงบประมาณ แล้วเลือกให้เงินสนับสนุนกับสิ่งที่ส่งเสริม สิ่งที่เล่าเรื่องเพื่อพาสังคมไปข้างหน้า อะไรที่จะพาสังคมย้อนอดีต ถอยหลัง ก็อย่าสนับสนุน แค่นั้นเอง ให้งบประมาณกับอะไร ก็แปลว่าให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น ซึ่งก็คือการแสดงเจตจำนงทางการเมืองแบบนึง อ้างอิง : thestandard.co/thacca-support…




กุว่าละ ตอนshineออนนี่เงียบปานป่าช้า มีทักก้าสนับสนุน แต่ถ้าอยากให้ทักก้าเสือกมีบทบาทในการแก้ไขบทด้วย มันจะต่างอะไรกับทำตัวเป็นกองเซนเซอร์เสียเองล่ะ ในเมื่ออยากปลดล็อกตรงนี้ ก็ต้องให้มีอิสระที่จะทำสิคะ? แล้วพูดมานี่ได้ดูบ้างหรือเปล่าว่าตัวละครมันเป็นสลอามเพราะอะไร

โดนจนได้ 😅 โมเดลของทักก้าเนี่ย มันคือการแบ่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ออกเป็นแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม และเลือกตัวแทนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม มาระดมความคิดกันว่าอยากทำอะไรให้กับอุตสาหกรรมตัวเองบ้าง เพื่อให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน ทักก้าฝั่งอุตสาหกรรมละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่แข็งขันมากพอสมควรในตอนนั้น เราระดมสมองกัน คิดโครงการมากมาย รวมถึงสามารถของบประมาณ เพื่อสนับสนุนการสร้างสื่อได้ (ตอนนั้นดีใจกันมาก) แม้งบประมาณจะไม่ได้มากขนาดนั้น แต่ก็พยายามจ่ายให้ครอบคลุมทุกประเภทสื่อ ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ หลังจากเปิดให้ภาคอุตสาหกรรมส่งเรื่องของบ จะมีส่วนกลาง ที่เป็นกรรมการคัดสรร (โดยส่วนใหญ่ไม่ใช่อนุกรรมการของแต่ละอุตสาหกรรม) คือเป็นคนนอกที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับงบ เป็นคนอนุมัติอีกทีว่าเรื่องไหนจะได้บ้าง ได้เท่าไหร่ โมเดลที่เรากังวลกันตอนนั้น คือเราไม่อยากให้หน่วยงาน ลงไปเฟรมมิ่งการสร้างงานมากไป เพราะจะเป็นการจำกัดความคิดการสร้างสรรค์ของผู้สร้าง และตอนของบ ส่วนใหญ่จะมาเป็นโครงร่างและรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ได้เห็นบททั้งหมด จะเห็นได้ว่างบประมาณถูกกระจัดกระจาย แจกจ่ายให้กับหลากหลายเรื่องราว ไม่ว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ไม่ได้มี agenda setting ใดในนั้น เพราะคนทำงานที่เป็นอนุกรรมการของแต่ละอุตสาหกรรมนั้น เป็นคนภายในของอุตสาหกรรมจริงๆ เป็นเอกชนนี่แหละ มาจากทุกฝ่ายการเมืองด้วยซ้ำ ผมเข้าใจว่าทักก้า เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในยุคของพรรคเพื่อไทย หลายท่านพอกล่าวถึงพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะมีอคติ รวมถึงมองในแนวทางลบได้ แต่นี่คือโครงการที่มีประโยชน์มาก เป็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ขอบคุณพี่ไอซ์ที่กล่าวถึงด้วยความกังวลในผลกระทบต่อภาคสังคม แม้จะอยากพี่ไอซ์ให้โอกาสทักก้าได้ทำงานต่อ แต่วันนี้ไม่มีทักก้าแล้ว เสียใจแต่ก็ต้องทำใจ สู้กันไปด้วยวิธีการอื่นๆ ทักก้าเองก็ทำงานได้ปีสองปี มันมีอะไรที่พัฒนาให้ดีได้อีก ผมเชื่อว่าแนวคิดเราอยากให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดเหมือนกันครับ แต่เราอาจเห็นคนละมุม ฝั่งนึงเป็นมุมคนทำงาน อีกฝั่งเป็นมุมจากคนข้างนอก











