BMB👆The Patriot
11.7K posts

BMB👆The Patriot
@BMB_Station
BMB = Brave, Militant, Bastion = อยู่ข้างความถูกต้องไม่ได้อยู่กลางหว่างขาของใคร 🇹🇭


สั่งปิดป่าชายแดนสุรินทร์! อำเภอกาบเชิงประกาศงดเข้าพื้นที่คุมเข้ม หลังชาวบ้านถูกทหารกัมพูชาจับตัวขณะหาของป่า 📌อ่านต่อที่นี่ : amarintv.com/news/social/54… #ทหารกัมพูชาจับคนไทย #ชายแดนสุรินทร์ #กาบเชิง #หาของป่า #ความมั่นคง #ข่าววันนี้ #คนไทยถูกจับ #กัมพูชา #เขตอันตราย #ข่าวอาชญากรรม #AmarinTV #amarintvonline #ข่าวอมรินทร์ออนไลน์




รู้หรือไม่ ข้าราชการมุสลิม 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้สิทธิมากกว่าคนไทยรวมทั้งข้าราชการไทยทั่วไปในพื้นที่เดียวกัน! ถ้าคุณเป็นข้าราชการทั่วไป ไม่ว่าคุณจะนับถือพุทธ คริสต์ หรือศาสนาอะไรก็ตาม สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่คุณจะได้จากกรมบัญชีกลางคือ 1) เบิกให้ตัวเอง 2) เบิกให้คู่สมรสตามกฎหมายได้แค่ 1 คนถ้วน 3) ลูกอีกไม่เกิน 3 คน นี่คือกติกามาตรฐานที่คนทั้งประเทศใช้และเข้าใจตรงกัน แต่กติกานี้กลับมีข้อยกเว้นที่ทำให้คนที่ได้ยินต้องเกาหัวสงสัย นั่นคือถ้าคุณเป็นข้าราชการชายที่นับถือศาสนาอิสลาม และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล สิทธิของคุณจะพุ่งพรวดขึ้นมาทันที เพราะถ้าคุณจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ภรรยาได้สูงสุดถึง 4 คน โดยมีเงื่อนไขแค่ว่าภรรยาคนที่ 2 ถึง 4 นั้นต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายอิสลามที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้าเรามองในมุมของความเท่าเทียมแบบบรรทัดทัดฐานเดียวที่คนรุ่นใหม่เรียกร้อง เรืองนี้มันผิดหลักการแน่นอน ข้าราชการที่สอบเข้ามาด้วยมาตรฐานเดียวกัน ทำงานรับใช้ชาวบ้านเหมือนกัน แต่กลับได้สิทธิประโยชน์ในการดึงงบประมาณรัฐไปดูแลครอบครัวไม่เท่ากัน คนศาสนาอื่นมีคู่สมรสตามกฎหมายได้แค่คนเดียว หรือแม้แต่มุสลิมที่ทำงานอยู่ในจังหวัดอื่นอย่างเชียงใหม่หรือกรุงเทพ ก็ถูกจำกัดสิทธิให้เบิกได้แค่คนเดียว จึงมีคำถามว่าทำไมเงินภาษีและงบประมาณแผ่นดินถึงถูกนำไปจ่ายให้กับสวัสดิการที่ดูเหลื่อมล้ำกันขนาดนี้ เพียงเพราะเงื่อนไขทางศาสนาและที่อยู่ เรื่องนี้เป็นผลพวง (ที่ไม่เมกเซนส์) มาจากการประนีประนอมทางกฎหมาย ที่รัฐไทยอนุโลมให้ใช้กฎหมายครอบครัวและมรดกตามหลักอิสลามในพื้นที่ 4 จังหวัด เมื่อกฎหมายที่ยกเว้นให้เฉพาะพื้นที่ ยอมรับรองสถานะภรรยาทั้ง 4 คนว่าถูกต้องตามกฎหมาย ระบบสวัสดิการของกรมบัญชีกลางที่ผูกติดอยู่กับคำว่าคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย มันจึงต้องตีความไปตามน้ำไปครอบคลุมภรรยาทั้ง 4 คนนั้นด้วย ความไม่เท่าเทียมนี้มันมีอยู่จริง และไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึง แม้แต่พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ที่บอกว่าต่อต้านความไม่เท่าเทียม ก็ไม่กล้าแตะเรื่องนี้ นักการเมืองอธิบายไม่ได้(และไม่กล้าอธิบาย) ว่าทำไมประเทศไทยจึงใช้ระบบกฎหมายที่สองมาตรฐาน สร้างความเหลืีอมล้ำแบบนี้ ผมขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองยกเลิกสิทธิที่เหนือคนไทยทั่วไปนี้เสียทันทีครับ @PPLEThai @teng_pple @PheuThaiParty




ทุกศาสนามันควรวิจารณ์ได้หมด แต่มันจะมีศาสนานึงวิจารณ์ปุ๊ป โดนแปะป้ายโฟปทันทีและถ้าหนักหน่อย โดนตามไปแจกสันติยันทะเบียนราษฎร์

เกาหลีใต้แบนคนไทย4จังหวัดที่โดดวีซ่าจนเป็นแรงงานผิดกฏหมาย 💥💥💥💥💥💥

โลกเทิร์นขวาเกินไปมากอิควาย จะพูดเหยียดกันขนาดไหนก็ไม่มีหรอกที่มาล้อมแล้วจับโกนหัวเนี่ย มึงเป็นอะไรกัน คนที่ทำศาสนาเสื่อมก็คนแบบเนี่ยอิสัส และตั้งคำถามไม่ได้


คลิปนี้ต่างหากละ ที่เขาโกรธกันถึงขั้นออกมาประท้วง ในคลิปประโยคแรกอ่านอัลกุรอ่านต่อด้วยคำว่าอีสัสหมา แล้วพูดว่ากูจะอ่านอันนี้แหละ(ไม่แน่ใจว่าอ่านเพื่อใล่คนมาคอมเม้นรึเปล่า)แล้วอ่านอัลกุรอ่านคำเดิมต่อด้วยอีสัสหมาแล้วหัวเราะ? อ่านประโยคที่2 ต่อด้วยอีสัสหมู

มุมจากอับดุลเลาะห์ บินเจ๊ะฮะ จากที่ฟัง ช.แท้ที่ขึ้นไลฟ์ด้วยไปจิกกัดเค้ามานานแล้วเรื่องเป็นLGBT - ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 วัน ได้มีบุคคลคนหนึ่งพยายามตามจิกกัดตัวเองผ่านการไลฟ์ TikTok - ลักษณะเหมือนเป็นการเหยียดเพศ - ถามว่าเป็นผู้ชายทำไมถึงใส่ฮิญาบ แต่งตัวเลียนแบบผู้หญิงทำไม - ตัวตนเองก็แสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นสาวสอง เพื่อนทุกคนของตัวเองก็เป็นสาวสอง - ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติและก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร - จึงไม่เข้าใจว่าบุคคลปริศนาคนดังกล่าวนั้นไม่พอใจอะไรถึงได้ตามจิกกัดกัน - ตนกับเพื่อนทนไม่หวเลยตัดสินใจขึ้นไลฟ์บน TikTok พร้อมกับชายคนดังกล่าวที่เข้ามาจิกกัด - ด้วยความโมโหจึงทำให้พูดจาไปด้วยอารมณ์ - ขณะเดียวกันก็ได้มีคอมเมนต์ยั่วยุบอกให้อ่านซูเราะห์ (บทในคัมภีร์อัลกุรอาน) - ตอนแรกตนเองก็ไม่ได้อยากอ่าน แต่พอทนความรบเร้าไม่ไหวตนเองจึงยอมอ่านซูเราะห์ - ด้วยอารมณ์ตอนนั้นมันเลยบานปลายกลายเป็นความไม่เหมาะสม - ก็ยอมรับว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันผิดและขอกลับตัวกลับใจ - หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่ามีหลายคนพยายามตามหาตัวเอง - ตนเองก็เป็นลูกผู้ชายพอจึงอยากออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ - เข้าใจว่าการนัดเคลียร์ใจกันเมื่อวานนี้จะเป็นเพียงการพบปะพูดคุยและการให้อภัยกัน - ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงบานปลายแบบนั้น - ประเด็นเรื่องการถูกโกนผม ตนเองยืนยันว่าไม่ได้ติดใจอะไรเพราะทุกปีก็มักจะโกนผมเป็นประจำอยู่แล้ว - การโกนผมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการทำเพื่อคนอื่น ไม่ได้ทำเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้ถูกรุมทำร้าย - เป็นการทำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่ออัลเลาะห์ - การที่ตนเองเป็นสาวสองก็มองว่ามันไม่ได้ผิดอะไร - ถ้าหากตนเองทำดีมันก็จะได้ดี แต่ถ้าตนเองทำไม่ดีมันก็จะไม่ได้ดี มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล - ทุกศาสนาก็สอนให้เป็นคนดี - ไม่ว่าตนเองจะเป็นชายแท้หรือสาวสองก็คงไม่เกี่ยวอะไร - ทางครอบครัวของตนเองก็รับรู้และรับได้ - ยืนยันว่าหลังจากนี้จะไม่มีการแจ้งความเอาผิดอะไรกับใคร - แต่ก็อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยให้ - เพราะรู้สึกว่าหลังเกิดเหตุนั้นมีคนพยายามจะตามตัวและเอาเรื่องตามขู่ ตนเองก็รู้สึกไม่ปลอดภัย



#รามคำแหง53 เดือด 💥💥 เมือคืน เือบเกิดเหตุจราจล มวลชนไทยมุสลิมบุกล้อมหนุ่มมุสลิม LGBTQ ไลฟ์ล้อเลียนคัมภีร์อัลกุรอาน ตร.เข้าเป็นคนกลางเจรจา 3 ชั่วโมง ยอมโกนหัวขอโทษ-รับเงื่อนไขชาวมุสลิม เกิดเหตุความตึงเครียดภายในซอยรามคำแหง 53 กทม. หลังชาย LGBTQ รายหนึ่ง (เป็นมุสลิม) ไลฟ์สดล้อเลียนและวิจารณ์คัมภีร์อัลกุรอาน จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวไทยมุสลิมจำนวนมาก ก่อนรวมตัวกันเรียกร้องให้เจ้าตัวออกมารับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น ระหว่างการพูดคุยในพื้นที่ สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์และพาตัวชายคนดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย ต่อมา กลุ่มชาวมุสลิมได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อร่วมเจรจา โดยเสนอ 3 เงื่อนไข ได้แก่ -ให้โกนผม -กล่าวกะลิมะฮ์ชาฮาดะห์ เพื่อแสดงการเข้ารับศาสนาอิสลาม (หมายเหตุ : หนุ่ม lgbtq เป็นมุสลิมอยู่แล้ว แต่กระทำผิด มวลชนจึงให้ประกาศประโยคปฏิญาณตนเพื่อแสดงความศรัทธาและยอมรับนับถือศาสนาอิสลาม) -โพสต์ข้อความขอโทษชาวมุสลิมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังใช้เวลาเจรจากว่า 3 ชั่วโมง โดยมี พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เป็นคนกลาง สุดท้ายชายคู่กรณียอมรับเงื่อนไขทั้งหมด ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง และไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นต่อมา #รามคำแหง53 #ไทยมุสลิม #lgbtq






พวก BRN เริ่มโหนกระแสแล้ววะ

“อับดุลเลาะห์” เปิดใจ สมัครใจโกนหัวเพื่ออัลเลาะห์ เปลี่ยนใจไม่แจ้งความใคร ขออภัยชาวมุสลิม ด้าน “มุสตะกีม” แจงปมไลฟ์ ยันไม่ได้ปลุกระดม-ไม่ได้บังคับโกนหัว ชี้เจ้าตัวสำนึกผิด อ่านข่าว : ch3plus.com/news/social/mo… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวสังคม







