Sabitlenmiş Tweet
หมีป่ายักษ์ | bye
9.1K posts

หมีป่ายักษ์ | bye
@Bear_Hot42
#RYcharonhost #KakuenShin #starboyxpw #HOSTFLIX || review in pin #𝗧𝗔𝗖𝗫𝗛𝟭𝟱 || 2x
#ANIMALHOST Katılım Ocak 2018
127 Takip Edilen129 Takipçiler
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

เรื่องเล่าเสือสมิงนี่ชอบของลุงไนท์สุดละ ที่พ่อเขาไปเที่ยวป่ากับเพื่อน แล้วผญบ.ฝากพรานป่าให้ดูแลเพราะห้ามไม่ฟัง พอฟ้าใกล้มืด อยู่ๆมีคนแปลกหน้ามาถามตอนพรานไม่อยู่ว่าจะนอนที่นี่จริงๆใช่ไหม? ความน่ากลัวคือเสือสมิงจะปีนขึ้นต้นไม้ตอนหลับ กะเก็บเงียบๆ แต่พรานไม่ได้หลับดักรอตั้งแต่ต้น
หมึกย่างรักยามิ@Caroll415
มึง เสียงน่ากลัวมากกกกก คือชั้นไม่คิดว่าเสียงจะน่ากลัวขนาดนี้อ่ะ โอ้ยย หลอนมาก น่ากลัววววขนลุกหมดแล้ว และคือพี่ผช คือคนไทยพูดไทย ก็คือป่าไทยป่ะ
ไทย
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

#RM: ...พอผมไปอยู่ในกรม ผมก็เลยลองเรียนกลอง ลองเรียนกีตาร์ แต่มันยากครับ ผมเลยรู้สึกเคารพและนับถือคนที่เล่นดนตรีเป็นมาก ๆ เลย ที่นั่นมีเพื่อนที่เล่นดนตรีเป็นเยอะมากครับ ผมคิดว่าพวกเขาเท่มาก ผมก็ได้เรียนแซกโซโฟนมาหนึ่งชิ้นครับ
0:20 แล้วผมก็พยายามสร้างสรรค์ผลงาน เนื้อเพลงเอย เมโลดี้เอย แต่ก็ทำไม่ได้เลยครับ ตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาผมไม่ได้แต่งอะไรเลย แต่งได้แค่ส่วนแรกส่วนเดียว ผมเจอวิกฤตทางจิตใจเยอะมาก ถึงจะพยายามแต่งอะไรสักอย่าง ก็จะมีแต่ความรู้สึกแง่ลบหรือไม่ก็มองโลกในแง่ร้ายไม่หยุดเลย ผมเลยไม่ได้สร้างสรรค์อะไร เป็นครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่ผมเริ่มเขียนเนื้อเพลงตอนอายุ 14 ปีเลยที่ผมไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานอะไรเลย ซึ่งเป็นระยะเวลานานที่สุดแล้วครับ ประสบการณ์นี้เนี่ย เดี๋ยวต่อไปพวกเราก็ต้องทำอัลบั้มของพวกเราแล้วใช่ไหมล่ะครับ ในเมื่อได้พักจากการสร้างสรรค์ผลงานไปนาน เผลอ ๆ อาจจะดีขึ้นสมกับที่ได้หยุดพักไปก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ผมก็ทำ RPWP… ครับ ผมคิดแบบนั้นละฮะ อืม ก็เหมือนเดิมแหละครับ เวลาจองกุกไปคาราโอเกะ ผมก็มักจะฝอยอยู่คนเดียวตลอด ทุกคนคงไม่สนุกใช่ไหม แต่ผมก็คิดซะว่ากำลังอัดวล็อกอยู่คนเดียวแล้วก็ฝอยไปเรื่อย ๆ น่ะนะ ขอโทษด้วยนะครับ คือผมก็แค่อยากเรียบเรียงและระบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็อยากจะก้าวไปสู่บทต่อไปน่ะครับ
1:34 เรื่องบ้านก็เหมือนกันครับ คือตอนที่อยู่ในกรมเนี่ย ถึงแม้จะออกมาพักช่วงวันหยุด แต่เพราะผมนอนไม่หลับ บ้านก็เลยกลายเป็นที่ที่รู้สึกอึดอัดไปเลยครับ ผมเคยแต่งบ้านไว้ซะสวยเลยใช่ไหมล่ะ แต่ตอนนี้ก็คิดจะโละพวกอินทีเรียทุกอย่างทิ้ง งานศิลปะที่ผมมีก็ส่งไปเก็บในโกดังทั้งหมดเลย พวกเฟอร์นิเจอร์ก็ว่าจะเปลี่ยนใหม่หมด ว่าจะทำให้เหมือนเป็นบ้านใหม่ไปเลยครับ เพราะบ้านเองก็มีร่องรอยความเจ็บปวดกับประวัติศาสตร์เยอะเหมือนกัน ผมว่าจะทำอะไรประมาณนั้น แล้วตอนนี้ตัวผมก็ใหญ่ขึ้น คือน้ำหนักก็กลับมาใกล้เคียงกับเมื่อก่อนแล้วแหละ แต่ตัวผมใหญ่ขึ้นนิดนึง เสื้อผ้าที่เคยใส่เมื่อก่อนก็เลยใส่ไม่ค่อยได้แล้วครับ อย่างตัวนี้ก็เป็นของที่ซื้อมาใหม่ ผมก็เลยเอาเสื้อผ้าส่วนใหญ่กว่า 90% ในตู้ให้เพื่อนไป หรือไม่ก็จัดเก็บไป ในตู้เลยเหลือไม่กี่ตัวแล้วครับ ยกเว้นของ Bottega ที่ผมใช้อยู่ไม่กี่ชิ้น กับแบรนด์ที่ผมชอบแล้วก็ของที่ผมหวง นอกนั้นผมจัดเก็บเสื้อผ้าเกือบ 90% หมดเลย พวกหนังสือก็จัดเก็บเกือบหมดแล้วเหมือนกันครับตอนนี้ ผมอยากจะโละทุกอย่างใหม่หมด แล้วเริ่มต้นใหม่หมด ก็เลยจะจัดการเก็บกวาดของที่รก ๆ วุ่นวายในบ้านให้เกลี้ยงแล้วเริ่มต้นใหม่ครับ
2:46 อัลบั้ม RPWP เนี่ย ตอนนั้นก็มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นเยอะแยะไปหมดแล้วก็ผ่านไป คือผมตั้งใจเตรียมตัวกับเพื่อน ๆ ทีม RM มาตลอด 1 ปีเต็มเลย แต่ก็มีส่วนที่รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ผมคิดว่าอัลบั้มนั้นคงจะมีมุมมองหลากหลาย ตอนนั้นคือไม่ได้แต่งหน้าจริง ๆ จัง ๆ ด้วยซ้ำ แถมยังโกนหัวจนเกรียนอีก แต่เอาจริง ๆ พอเข้ากรมไปแล้ว ผมเสียดายมากครับที่โกนหัวเร็วเกินไป เพราะยังไงซะพอเข้าศูนย์ฝึกก็โดนไถเหลือ 3 มิลหมดอยู่ดี ผมไม่เข้าใจว่าทำไมตัวผมถึงอาสาโกนเอง เพื่อน ๆ ไม่ได้ขอให้ผมโกนนะครับ ผมโกนเองเลย แล้วพอผมโกนไปพวกเขาดันบอก ‘โกนทำไม ไหนว่าเราจะปรึกษากันก่อนไง’ น่ะครับ ก็เลย... ก่อนนั้นก็เป็นแบบนั้นมาตลอดน่ะนะ ผมก็แค่คิดว่ายังไงก็ต้องโกน ก็โกน ๆ ไปเลยสิ ตอนนั้นก็เป็นหน้าร้อน ช่วงปลายกรกฎา ต้นสิงหา ร้อนมากครับ
3:46 RPWP ก็เป็นอัลบั้มที่เกี่ยวกับความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา โดยที่ไม่มีอะไรมาห่อหุ้ม ผมก็เลยคิดว่าต้องโกนหัว ไม่ควรจะเซ็ตผมให้มันยุ่งยาก ผมก็เลยโกนแล้วก็โผล่หน้ามานั่นละครับ ตอนนั้นผมน่าจะโกนประมาณ 9 มิล ตอนนั้นสภาพจิตใจก็หนักหน่วง ถามว่าตอนไหนไม่หนักบ้างล่ะนะ แต่เพราะนิสัยผมเป็นคนเซนซิทีฟ ซึ่งผมอ่ะยอมรับว่าผมเป็นคนเซนซิทีฟนะครับ สิ่งที่ผมคิดมากที่สุดตอนอยู่ในกรมคือ ‘ทำไมแกอ่อนแอขนาดนี้วะ ทำได้แค่นี้เองเหรอวะ ผ่านอะไรหนัก ๆ มาตั้งเยอะแยะ แต่ทำไมตอนนี้ถึงยอมแพ้กับความทุกข์พวกนี้ล่ะ อย่างเรื่องนอนไม่หลับ หรือเรื่องในกรมเนี่ย แกอ่ะ ต้องใช้ชีวิตให้ดีสิวะ แกเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนประเภท Why Not ไม่ใช่เหรอ’ พอไปอยู่นู่น ผมพยายามจะปลูกฝังความคิดพวกนี้ให้กับตัวเองเยอะมาก ๆ แต่ไม่ค่อยได้ผลเลย 555 แต่ก็ต้องกลับมาละครับ ก็เลย… ผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไรแล้วนะ RPWP ใช่แล้ว ผมก็…อาสาโกนผมเอง แต่พอเข้ากรมมาแล้วก็เสียดายมาก เสียดายที่ให้เห็นผมตอนหัวเกรียนนานเกินไป ผมเลยอยากไว้ผมยาวเร็ว ๆ พอออกไปแล้ว ผมก็อยากจะทำตัวเท่ ๆ กับเขาบ้าง เลี้ยงผมให้ยาว ไม่ได้จะตามรอยสิ่งที่เคยทำสมัยก่อนหรอกนะ แต่ผมก็อยากจะทำอะไรที่มันเข้ากับเกณฑ์นี้อีกครั้ง เหลือเชื่อครับที่ผมคิดอะไรทำนองนี้ด้วย ซึ่งอัลบั้มที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำก็คือ RPWP นั่นแหละ แต่มันก็คือ ‘วิภาษวิธี (Dialectic)’ พอไปถึงจุดนั้นแล้วก็กลับมาคิดถึงสิ่งพวกนั้นอีก อะไรแบบ Indigo เอยหรือแบบ IDOL เอย
5:22 เฮ้ออ.. อย่างตอน RPWP เนี่ย ปกติเวลาผมปล่อยอัลบั้มผมก็จะรีวิวให้ฟังใช่ไหมครับ แต่ก็อย่างที่อาจจะเคยได้ยินกันมา RPWP เป็นอัลบั้มที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งก็ถูกแล้วครับ แทนที่ผมจะมาไล่อธิบายทีละเพลง ๆ.. พอผมย้อนกลับไปมองว่าสิ่งที่ผมเผชิญในตอนนั้นเป็นยังไง… ผมว่า Indigo เนี่ยคือช่วงวัย 20 กว่าของผมที่ถูกบรรจุหีบห่อไว้อย่างสวยงาม ถ้าอ้างจากสิ่งที่คนรอบข้างพูด ผมว่าผมเองก็คิดแบบนั้น แต่สำหรับ RPWP เนี่ย ผมต้องการเปลื้องทุกอย่างออกให้โจ่งแจ้งชัดเจนไปเลย เพราะว่า... คือสำหรับบางคนแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้อยากรู้ถึงขนาดนี้ หรือไม่ก็รู้สึกว่า นี่มันรุนแรงเกินไป ตรงเกินไป เหมือนเวลาที่เห็นหน้าสดแล้วรู้สึกเขิน ๆ คนเราก็มีความรู้สึกแบบนี้ใช่ไหมล่ะครับ แต่ยังไงก็ตาม สิ่งที่ผมเคยอยากจะทำก็คือ ผมจะทุ่มสิ่งที่รุ่มร่ามน่ารำคาญใจออกไปได้ไกลแค่ไหนในขอบเขตที่พอรับได้ เพราะว่าการที่ผมเริ่มต้นทำเพลงก็เริ่มจากการฟังฮิปฮอปใช่ไหมครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเพลงฮิปฮอปก็เป็นเรื่องของความตรงไปตรงมา แบบว่าเขียนเนื้อเพลงของตัวเอง แล้วตัวเองก็พ่นออกมาเองอะไรทำนองนี้ ผมเลยอยากจะกลับไปสู่จิตวิญญาณนั้นอีกครั้ง และด้วยความตรงไปตรงมานั้น ผมคิดว่าผมจะทำ ‘Next BTS 2’ ได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นครับ เพราะถ้าไม่ระบายสิ่งเหล่านี้ออกมาสักครั้งเนี่ย ก็อย่างที่ทุกคนเองทราบดี ผมจะไม่พูดขอไปทีว่า ‘ปล่อยผ่านไปเถอะ สิ่งที่ดีก็คือสิ่งที่ดีนั่นแหละ’ ผมไม่ถนัดอะไรแบบนี้ แต่ผมต้องตีแผ่ออกมา งัดแงะมันออกถึงจะสบายใจ อัลบั้มนี้มันก็เริ่มมาจากอะไรพวกนี้ครับ ผมได้รับความช่วยเหลือจากหลาย ๆ คน แล้วก็ได้รับฟีดแบ็กหลายอย่าง บางทีก็ลองอ่านฟีดแบ็กดูด้วยครับ มันเกี่ยวกับเรื่องเฉพาะตัวของผมจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าทุกคนคิดยังไงกับเนื้อเพลงพวกนั้นนะ แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทรยศ เกี่ยวกับความรัก เกี่ยวกับเพื่อน เกี่ยวกับวงการที่ผมเผชิญหน้าอยู่ เกี่ยวกับทัศนคติบางอย่างของผมต่อการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ผมคิดว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มีความหมายกับผมมาก ๆ ครับ แล้วตอนนี้ผ่านมาเกิน 1 ปีแล้ว พอได้ฟังอัลบั้มนี้อีกครั้ง สองเพลงสุดท้ายไม่นับ ‘ㅠㅠ (Credit Roll)’ ซึ่งก็คือ ‘Come Back To Me’ กับ ‘Around the world in a day’ เนี่ยยังค้างคาในใจอยู่นาน และผมกล้าคิดว่าเพลงพวกนี้เป็นเพลงที่รวบรวมทุกอารมณ์ความรู้สึก (ยินดี โกรธ เศร้า สุข) ที่ผมเคยอยากจะทำเอาไว้แล้วครับ รอบหน้าผมไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไร ถ้าไม่ไปในแนวทาง ‘วิภาษวิธี’ ก็อาจจะออกไปผจญภัยในรูปแบบใหม่ แต่ผมก็ตั้งใจที่จะทำเพลงที่โลกและตัวผมเองต้องการ ผมไม่ได้จะทำอะไรผิวเผินแบบว่า ‘กูจะขี้นะ มาดูขี้กูสิ’ อะไรแบบนี้ ต่อให้สิ่ง ๆ นั้นอาจจะเป็นขี้ เป็นคำด่าทอ แต่ผมก็อยากจะทุ่มเททำให้สิ่งนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เข้าถึงได้ หรือต่อให้เป็นเรื่องส่วนตัวก็จะทำให้มันเป็นเรื่องสวยงามครับ อยากให้ทุกคนเชื่อใจผม และมองในแง่ดี ผมคิดอะไรทำนองนี้เยอะเลยครับ ถึงจะน่าอายน่ะนะ
9:14 ยังไงก็ตาม มันจบแล้วครับ จบแล้วจริง ๆ ครับ ผมคิดเยอะมากจริง ๆ ว่าจะเปิดไลฟ์นี้ดีไหม ผมคิดถึงทุกคนมากจริง ๆ ครับ แล้วก็อยากจะกลับมาจริง ๆ คอนเสิร์ตสุดท้ายของพวกเราคือ Yet To Come เมื่อเดือนตุลา ปี 2022 ก็เกือบจะ 3 ปีแล้วครับ เพราะแบบนี้การขึ้นไปยืนบนเวทีอีกครั้งจึงน่ากลัวจริง ๆ สิ่งที่ผมเคยคิดมากที่สุดตอนอยู่ที่นั่นคือ ลองเต้นดูบ้าง ออกมาใช้วันหยุดแล้วก็ซ้อมเต้นบ้าง แต่สิ่งที่ผมคิดมากที่สุดตอนนี้คือ ‘ฉันจะกลับไปยืนบนเวทีได้ไหม ผู้คนจะยังคาดหวังสิ่งเหล่านี้จริง ๆ ไหม จะยังต้องการอยู่ไหม’ ความคิดของผู้คนที่ก่อนหน้านั้นต้องการฉันหรือต้องการพวกเรา.. ฉันจะยังทำสิ่งเหล่านี้ได้อีกไหม’
9:56 ความกลัวนี้มันล้นเหลือเลยครับ ผมว่าพวกพี่ ๆ หรือรุ่นพี่ในวงการนี้ พูดเรื่องนี้ตอนจะเข้ากรมเยอะที่สุดเลยครับ ซึ่งเวลาเข้ากรมเนี่ยเราจะมี ‘อาการแบบทหาร’ ครับ ถามว่ามันคืออาการอะไร เขาบอกว่า ‘พอเข้าไปแล้วแกก็ต้องทำตามคำสั่ง ตามลำดับชั้นยศ ใช้ชีวิตภายใต้แรงโน้มถ่วง เวลา และชนชั้นในสังคมนั้น แล้วแกก็จะลืมไปลืมไปเลยว่าตัวแกเป็นคนแบบไหน’ เขามักจะบอกกันว่า ‘ดึงตัวตนของตัวเองออกไปซะ ลืมไปซะว่าแกเป็นใครในสังคม’ แต่มันไม่ง่ายเลยครับ คือยังไงผมก็เป็น BTS นะครับ อายุผมก็ 30 แล้ว การจะลบตัวตนของตัวเองทิ้งไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมได้ฟังพวกเขาพูดบ่อยมากว่า ‘แกจะต้องลืมไปว่าแกเป็นใครไปซะ’ ผมเลยพยายามที่จะลืม และก็มีบางครั้งที่เหมือนจะลืมไปแล้วด้วยครับ แต่หลังจากได้ยศสิบเอก ผมก็พยายามหาตัวตนของตัวเองกลับมา
10:56 ถึงยังไงก็เถอะ ขอโทษนะครับที่พูดวกไปวนมาและไหลไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวอีกแล้ว อืม โนแจมเลยอ่ะ ยังไงก็... เฮ้อ ให้ตายสิ ไม่เปลี่ยนไปเลย เห็นแบบนี้แล้วคนเรามันไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ อ่ะ ยังไงก็ตาม การที่ผมจะขึ้นเวทีอีกครั้ง สร้างสรรค์ผลงานอีกครั้งเนี่ย… งานสร้างสรรค์มันก็เป็นแบบนี้ใช่ไหมล่ะครับทุกคน คิด ๆ ดูแล้ว ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าตัวเองเคยทำอะไรที่มันไร้ขอบเขตในแง่จริยธรรมเกินไปจริง ๆ ครับ มันเหมือนกับการยื้อยุดสิ่งที่ผมได้เห็นมา ได้กลืนกิน และเปลี่ยนให้เป็นวิธีสื่อสารของผมมาตลอด ซึ่งอยู่ในหัวสมองผม หรือไม่ก็กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ แล้วเอามาทำให้มันคงตัว ฉันจะใส่ความคงตัวลงตรงเมโลดี้ท่อนนี้ ฉันจะบันทึกสิ่งที่อยากสื่อสารที่สุดในเนื้อเพลงท่อนนี้ แต่การที่มันถูกบันทึกไว้และกลายเป็นสิ่งที่คงที่ตายตัวไปแล้วกลับกลายเป็นว่ามันน่ากลัวขึ้นมาครับ เพราะผมห่างจากการทำเพลงไปเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นหลายคนที่อยู่รอบตัวผม ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันเลยพยายามมาก ๆ ที่จะย้ำเตือนว่าผมเป็นใคร แต่เอาจริง ๆ ตอนนี้ผมก็... แน่ละว่าผมอยากทำเพลงมาก อยากกลับมาทำเพลงอีก แต่ผมก็แอบรู้สึกหมดกำลังใจนิดหน่อยครับ เห็นโฮบี้ทัวร์คอนเสิร์ตคนเดียว แล้วตอนนี้จินฮยองก็ทำทัวร์เหมือนกัน ผมก็รู้สึกว่าพวกเขาเท่มากแล้วก็อิจฉาด้วย ผมเองก็มีเพลงเยอะเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าสักวันนึง ถ้าจะปล่อยอะไร หรือจะทำอะไร ผมก็อยากจะทำคอนเสิร์ตของผมเองบ้าง แต่ก็คงต้องคิดเยอะว่าควรจะทำในรูปแบบไหน
12:40 ก็นั่นละครับ ก็..ผมยังเป็นผมเสมอครับ ถึงจะหนักหนามากขนาดนั้น แต่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น ผมก็อดทนผ่านมาได้ด้วยดี แล้วก็มาอยู่ต่อหน้าทุกคนในสภาพที่แข็งแรงดีด้วยซ้ำใช่ไหมล่ะครับ กลับกัน คนรอบตัวผมบอก ผิวพรรณดีขึ้นนะ หน้าตาก็ดูดีขึ้นแล้ว แล้วผมก็จะคิดว่าเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย เมื่อวานเพิ่งจะนอนไปแค่ชั่วโมงเดียวเอง แล้วเขาก็จะบอก ไม่นะ ตอนนี้นายดูดีเลยนะ ใบหน้าเป็นหน้าต่างของหัวใจไม่ใช่เหรอ… ผมเลยรู้อยู่แล้วครับว่ายังไงผมก็จะหาทางของตัวเองเจอจนได้ แล้วก็จะได้แสดงภาพลักษณ์ที่ดีให้ทุกคนเห็นอีกครั้งแน่นอนครับ แล้ววันนี้ก็มีคนติดต่อมาเยอะมาก ผมรู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ ที่หลายคนมาแสดงความยินดีให้ผม การที่ผมเป่าแซกโซโฟนแล้วออกข่าวมันตลกไงครับ ก็เลยมีคนส่งข้อความมา 555 ส่งดอกไม้มา
13:36 ครับ แล้วก็... ผมสนิทกับคุณพ่อมากขึ้นเยอะเลยครับ สิ่งที่ดีที่สุดหลังจากเข้ากรมคือได้สนิทกับคุณพ่อมากขึ้นมากครับ ช่วงที่คุณพ่อรับราชการทหารคงจะลำบากกว่าผมเยอะมากครับ พอได้ฟังเรื่องราวตอนนั้น ผมก็ทบทวนตัวเองเยอะมาก แล้วก็คิดว่าฉันน่ะมีความสุขมากแล้วนะ
13:54 ยังไงก็ตาม พรุ่งนี้... อีก 2 ชั่วโมงข้างหน้าแล้วนี่นา เดี๋ยวจีมินกับจองกุกก็จะกลับมาแล้ว ตอนที่ได้ลาพัก ผมเคยเจอจีมินกับจองกุกแยกกันคนละครั้ง แล้วก็ได้นั่งดื่มคุยกัน เคยไปที่บ้านจีมินครั้งนึง ส่วนกับจองกุก ผมพาเขาไปที่ที่ผมชอบ แล้วก็ได้ดื่มกับจองกุกสองคนเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมไม่ดื่มเหล้าเลยครับ ไม่เลย อาจจะมีเบียร์สักแก้วนึงบ้าง แต่ผมเพิ่งเริ่มดื่มเหล้าหลังจากที่เข้ากรมตอนปี 2023 นี่เอง เพราะจากสถานการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างน่ะครับ 555 สมัยก่อนตอนที่จองกุกดื่มบ้างเนี่ย ผมอ่ะเป็นคนไม่ดื่ม ทีนี้เราเจอกันครั้งแรกตอนอายุ 15 กับ 18 แล้วตอนนี้เราอายุ 29 กับ 32 แล้วได้มานั่งดื่มกันข้างนอกเนี่ยรู้สึกดีมาก ๆ เลยครับ เราแชร์เรื่องดี ๆ ให้กันฟัง จีมินก็เหมือนกันครับ ในสายตาผม พวกเขาเท่กันหมดเลย แล้วก็มีอะไรให้เรียนรู้จากพวกเขาเยอะ ผมเลยติดหนี้พวกเขาเยอะมาก ผมว่าวงของพวกเราเป็นวงที่แปลกจริง ๆ ครับ ผมถึงได้เชื่อมั่นว่าความพิเศษที่มีแต่วงเรามียังไม่จบลงครับ ตอนนี้พอพวกเรากลับมา ดูหุ่นแทฮยองสิฮะ ไม่ใช่เล่น ๆ เลย จริง ๆ นะ พวกเรากลับมาแล้ว ก็ต้องก้าวข้ามไปสู่สิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนใช่ไหมล่ะครับ พวกเราเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน พวกเราจะทำอะไรเจ๋ง ๆ กลับมาให้ทุกคน ไม่รู้จะใช้เวลานานแค่ไหน บางทีพวกเราก็คุยกันว่า จะทำอะไรดี คิดยังไง คิดอะไรอยู่ แล้วก็คุยกันอยู่ตลอดเลยครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ทุกคนตั้งตารอกันเยอะ ๆ ครับ ผมจะตอบแทนทุกคนด้วยสิ่งดี ๆ ให้สมการรอคอยแน่นอนครับ อยากให้ทุกคนเชื่อใจผมนะครับ
weverse.io/bts/live/2-160…
ไทย
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

#Jimin: ‘💬 การเข้ากรมเป็นอะไรที่สาหัสจริง ๆ สินะ’ ใช่ครับ จริง ๆ ครับ
#JungKook: ใช่ครับ หนักครับ
#Jimin: อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ที่ทำอาชีพนี้ลำบากกันมากจริง ๆ ครับ ไม่ง่ายเลยครับ ผมคิดว่าแค่อยากให้รับรู้ในส่วนนี้ ผมได้เข้าไปแล้วแต่ถ้าให้พูดจริง ๆ ผมเองก็ไม่อยากเข้า5555 ผมรู้ว่าต้องไปเข้า แต่อีกใจผมก็ไม่อยากเข้าครับ ใครจะอยากเข้ากันแต่มันเป็นหน้าที่และเป็นสิ่งที่ต้องทำก็เลยต้องเข้า แต่พอเข้าแล้วผมก็ช่วยเหลือสุดความสามารถ พอเข้าไปแล้วถึงได้รู้นั่นละครับว่ามันไม่ง่ายเลย

ไทย
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

#JungKook: สิ่งที่ผมอยากบอกที่สุดก็คือ ตลอด 1 ปี 6 เดือน เป็นระยะที่ยาวนานและพวกเราก็จากกันไปไกล และทำอะไรให้ไม่ได้เลย แต่ก็ขอบคุณนะครับที่รอพวกเรา หวังว่าวันที่เราจะตอบแทนให้ได้ไว ๆ จะมาถึงไว ๆ ครับ

ไทย
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

#Jimin: สิ่งที่ผมอยากบอกอย่างแรกเลยคือ ขอบคุณที่รอนะครับอาร์มี่ทุกคน เป็นระยะเวลาที่นานมาก ๆ เลยครับ ก็อย่างที่พูดละครับ ตอนโควิดก็นาน ระยะเวลาที่พวกเราไม่ได้เจอกันก็นานมาก ไปจนถึงตอนที่เมมเบอร์แต่ละคนเข้ากรมไป กว่าจะได้กลับมาเจอหน้ากันก็ยิ่งยาวนานขึ้นไปอีก
#JungKook: นานมากครับ
#Jimin: ทำไมเหมือนจะพูดปิดไลฟ์เลยเนี่ย เพิ่งจะเปิดไลฟ์เอง 555

ไทย
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi
หมีป่ายักษ์ | bye retweetledi

























