Be English

58.3K posts

Be English banner
Be English

Be English

@Beeing2543

ทาสรักพิเบ โอ๋เอ๋ๆ

Katılım Ocak 2014
2K Takip Edilen173 Takipçiler
Be English retweetledi
abdz.
abdz.@abduzeedo·
Ruda: AI Brand Identity Design with Full Creative Direction Yai Salinas turned an abandoned client brief into Ruda — a self-directed AI brand identity design where every Midjourney... abduzeedo.com/ruda-ai-brand-…
abdz. tweet mediaabdz. tweet mediaabdz. tweet media
English
1
13
333
9.3K
Be English retweetledi
ᴛᴀᴋᴋᴜɴɢ 𓏰˙Ⱉ˙
มีคุณแม่มาปรึกษาในกลุ่มว่ารายได้ไม่พอกับรายจ่าย อยากมีเงินเหลือเก็บแบบไม่ติดลบ ฟังดูแล้วการเลี้ยงลูกในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ และการหารายได้แค่ทางเดียวยังไงก็ไม่พอใช้ ต้องมีรายได้ 2-3 ทางอ่ะ ยิ่งมีลูก 2 คนก็ต้องคูณไปอีก แค่คิดก็เหนื่อยละ
ᴛᴀᴋᴋᴜɴɢ 𓏰˙Ⱉ˙ tweet mediaᴛᴀᴋᴋᴜɴɢ 𓏰˙Ⱉ˙ tweet media
ไทย
41
2.5K
1.3K
347.5K
Be English retweetledi
R here
R here@UvgtdERt4PWmcjF·
วินาทีจารึกประวัติศาสตร์! 🌊🏆✨ Sebastian Steudtner กับการพิชิตคลื่นยักษ์สูงถึง 26.2 เมตร ที่หาด Nazaré โปรตุเกส สถาปนาสถิติโลกใหม่ที่ดูแล้วแทบหยุดหายใจ ความสูงระดับตึกเกือบ 9 ชั้น พุ่งลงมาด้วยความเร็วที่พลาดไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที นี่คือชัยชนะเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในวงการกีฬาครับ 🏄‍♂️😱 #SebastianSteudtner #WorldRecord #BigWaveSurfing #Nazaré #สถิติโลก #สุดยอด
ไทย
19
4.2K
3.7K
355K
Be English retweetledi
Red Skull X
Red Skull X@RedSkullX2026·
ก่อนอื่นต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านที่มาเจอเหตุการณ์นี้ และขอบคุณลูกค้ามาก ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือ🙏🏻 วันนี้อยากออกมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้าน เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัยสำหรับทุกคนที่ “ไว้ใจคนง่ายเกินไป” คนในคลิปคือคนที่เราเคยช่วยเหลือมาตลอด เคยให้ข้าว ให้น้ำ ให้เงิน คอยสอน คอยเตือน อยากให้น้องกลับมาเป็นคนดีและใช้ชีวิตปกติ แต่วันนี้น้องกลับเข้ามาก่อความวุ่นวายในร้านหลายรอบ รอบแรกเข้ามาโวยวาย เดินทั่วร้าน ทำลูกค้าตกใจ เราก็พยายามพูดดี ๆ และไล่ออกไป แต่ไม่นานน้องก็กลับมาอีกเป็นรอบที่สอง ยังคงก่อความวุ่นวายเหมือนเดิม เราก็ยังอดสงสารไม่ได้และให้กลับออกไปอีก จนรอบที่สาม น้องกลับเข้ามาอีกครั้ง ตอนนั้นเราเห็นสภาพน้องไม่ดี ก็ยังเลือกเอาน้ำให้ น้องพูด “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” แต่หลังจากนั้นไม่นาน น้องกลับผลักหัวเราอย่างแรงจนเจ็บ ตอนนั้นเรายืนอึ้งและตกใจมาก แล้วน้องก็พุ่งเข้าหาเราอีก เรากลัวจนต้องรีบขอความช่วยเหลือจากลูกค้าและน้อง ๆ ที่ร้าน วันนั้นในร้านมีผู้หญิงประมาณ 4 คน ผู้ชาย 2 คน แต่น้องผู้ชายที่ชื่อไก่ออกไปซื้อของพอดี เราคิดว่าสาเหตุที่น้องกล้ากลับเข้ามาก่อเหตุรอบสุดท้าย อาจเพราะเห็นว่าผู้ชายออกจากร้านไปแล้ว เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็นตามในคลิป… เราไม่คิดเลยว่าคนที่เคยช่วย เคยเลี้ยงดู จะย้อนกลับมาทำร้ายกันได้ขนาดนี้ วันนี้ยังตกใจและเสียความรู้สึกมาก แต่อยากโพสต์ไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า “ความใจดีเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีขอบเขต และต้องระวังตัวเองด้วย” บางครั้งคนที่เราสงสารที่สุด อาจกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราได้มากที่สุดเหมือนกัน :::Cr:เจริญแซ่บ พัทยา
ไทย
65
262
1.3K
128.7K
Be English retweetledi
Petæ Lynch
Petæ Lynch@Petae_Lynch·
อ่านอันนี้แล้วแบร่บ Googleจะเข้ามาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างทุกช่วงเวลาทุกกิจกรรมในชีวิตของเราจริงๆอ่ะ เหมือนอยู่ในประเทศไทยหนีCPไม่ได้ฉันใด ในโลกออนไลน์ก็หนีGoogleไม่ได้ฉันนั้น . Bill Ackman ขาย Google มาซื้อ Microsoft ถ้ามองในมุมนักลงทุนอาจไม่ใช่เพราะ Google ไม่ดี แต่อาจเป็นเรื่อง Valuation ที่ Google อาจจะขึ้นมาเยอะ ในขณะที่ Microsoft ยัง Laggard ก็เลยขายตัวขึ้นมามาก ไปซื้อตัวที่ยังไม่ขึ้น
Nimnimeiei@Nimpks

Google I/O 2026 อาจเป็นวันที่ “อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปอีกครั้ง” เพราะปีนี้ Google ไม่ได้แค่ “เปิดตัว AI” แต่กำลังพยายามเปลี่ยน Internet ทั้งระบบ 📍 California 🇺🇸 📅 19–20 พฤษภาคม 2026 และนี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันสังเกต 👇 คำถามสำคัญคือ… “คนไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งนี้?” 🧵

ไทย
10
163
149
65.4K
Be English retweetledi
โบนัสเป็นแม่แมว
เคยเดทกับผู้ชายคนนึง เรานัด 1 ทุ่ม แต่เค้ามาถึงตั้งแต่ 5โมงแล้วนั่งรอ ไม่ได้บอกหรือกดดัน จนเราไปถึงแล้วเห็นแก้วกาแฟน้ำแข็งละลายเกลี้ยง เลยถามว่าเค้ามาถึงนานแล้วหรอ ตั้งแต่กี่โมง พอรู้ว่ามารอตั้งแต่ 5โมง ก็ตกใจ ถามทำไมต้องรีบมา เค้าบอกถนนเส้นนี้เค้าไม่คุ้น เลยเผื่อเวลากลัวรถติด สรุปมาถึงเร็วเกิน แต่นั่งรอได้ชิลๆ นี่ประทับใจมาก ไม่คิดว่าเค้าจะให้ความสำคัญกับนัดของเราขนาดนี้ ตอนนี้เลยตักขี้แมวให้เรามา 11ปีละ
ไทย
240
64.9K
70.3K
3.1M
Be English retweetledi
Doraemon
Doraemon@Doraemo95879393·
@poppy_rjk ไม่ต้องทำอะไร เพราะดูแล้วคนแม่ก็น่าจะเคยโดนเตือนแล้วไม่ฟังเหมือนกัน ถ้าอายุ 35 เป็นป้า แสดงว่าแม่อายุมากสุดก็อาจจะ 34 ส่วนลูก 22 ก็แสดงว่ามีลูกตั้งแต่ตอน 12 ถือว่ารวดเร็วไม่เบา
ไทย
14
112
408
38.6K
Be English retweetledi
Nathalie S.
Nathalie S.@imagination_nat·
อธิบายง่ายๆ มันคือ ”โหมดเอาตัวรอด“ ของสมอง และวิธีแก้ไม่ใช่ไม่มีนะ แค่ต้องใช้การตระหนักรู้หรือการรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่ “ฝืนไม่รู้สึก” สมองจะกลับมาอยู่ในโหมดปลอดภัย (คนที่มี EQ สูงเลยจะบริหารคนหรือสถานการณ์ได้ดี) **จริงใช้ได้กับการเล่นโซเชียลด้วย พวกคนที่ดราม่าเยอะๆ คิดเองเออเองแล้วลามไปหาคนอื่น ในชีวิตจริงก็จัดการเรื่องสถานการณ์หรือคนได้แย่เหมือนกัน แต่ต้องใช้เวลาในการแยกทีละด้าน: 1. Status (สถานะ) ถ้าโดนลดคุณค่า ข้ามหัว หรือโดนเปรียบเทียบบ่อย ให้แยก “คุณค่าตัวเอง” ออกจาก “ปฏิกิริยาคนอื่น”เก็บ evidence ของ competence ตัวเองไว้จริงๆ เช่น งานที่ทำสำเร็จ feedback ดี ตัวเลข ผลลัพธ์ อยู่กับคนที่สื่อสารแบบให้เกียรติ ไม่ใช่ใช้การกดเพื่อควบคุม 2. Certainty (ความชัดเจน) สมองเกลียด ambiguity เพราะมันใช้พลังงานสูงมากในการเดา สิ่งที่ช่วยได้คือเปลี่ยนจาก “เดา” เป็น “ถามให้ชัด”เขียน expectation เป็นข้อๆ ทำ routine เล็กๆ ในชีวิต เพราะ routine ทำให้สมองรู้สึกคาดเดาโลกได้ 3. Autonomy (อิสระ) เวลารู้สึกถูกควบคุมมาก สมองจะต่อต้านโดยอัตโนมัติ ให้ลองหาพื้นที่ที่ “เลือกเองได้” ถึงจะเล็กน้อย ตั้ง boundary ให้ชัด เปลี่ยนจาก mindset “โดนสั่ง” เป็น “ฉันเลือกทำเพราะอะไร” 4. Relatedness (พวกเดียวกัน) ถ้าสมองรู้สึกว่า “ไม่มีใครอยู่ฝั่งเรา” มันจะปิด creativity และเข้าสู่ survival mode สิ่งที่ช่วยคือ การนึกว่ามี safe people แค่ 1–2 คนก็ช่วยได้มากแล้ว ลดการอยู่ใน environment ที่เต็มไปด้วย passive aggression หรือ politics คุยแบบตรงและสงบแทนการตีความเองทั้งหมด 5. Fairness (ความแฟร์) สมองไวต่อ double standard ต้องแยกว่า “อะไรไม่แฟร์” กับ “อะไรควบคุมไม่ได้”ถ้าแก้ระบบไม่ได้ ก็ต้องสร้างระบบปกป้องตัวเอง โดยการใช้ documentation/ boundaries/ exit plan อย่า gaslight ตัวเองว่า “คิดมาก” ถ้ามันมี pattern จริง (ต่อ)
Satoshi Xu@SatoshiBangkok

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาโดนตามงานจู้จี้ (Micromanage) หรือโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น สมองมันถึงได้รู้สึกเดือดดาลเหมือนกำลังโดนทำร้ายร่างกายจริงๆ? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เราคิดมากไปเอง แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองตามหลัก SCARF Model ของ ดร. เดวิด ร็อค ที่อธิบายไว้ว่า สมองมนุษย์มอง "ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายพอๆ กับการเอาชีวิตรอด สมองเราจะคอยสแกน 5 สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถ้าข้อไหนติดลบ มันจะสับสวิตช์เข้าโหมด "สู้หรือหนี" (Threat Mode) ทันที: • Status (สถานะ): ความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญแค่ไหนในกลุ่ม การโดนหักหน้าหรือข้ามหัว สมองจะประมวลผลความเจ็บปวดแบบเดียวกับบาดแผลทางกายภาพ • Certainty (ความชัดเจน): สมองเกลียดความคลุมเครือ นโยบายที่เปลี่ยนไปมาฟลุคๆ หรือสั่งงานแบบเบลอๆ คือตัวผลาญพลังงานชีวิตชั้นดี • Autonomy (อิสระ): ความรู้สึกว่าเราควบคุมอะไรได้บ้าง การมีสิทธิ์เลือกวิธีทำงานเอง การโดนจ้องจับผิดทุกฝีก้าวทำให้สมองรู้สึกเหมือนกำลังโดนกักขัง • Relatedness (พวกเดียวกัน): การเป็นส่วนหนึ่งของทีม ถ้าทำงานแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวหรือระแวงว่าคนรอบข้างเป็นศัตรู สมองจะปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ทันที • Fairness (ความแฟร์): ความโปร่งใสตรงไปตรงมา เกณฑ์วัดผลที่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก จะกระตุ้นความรู้สึกโกรธและต่อต้านอย่างรุนแรง พอเข้าใจมุมนี้แล้ว เวลาเราหงุดหงิดงานหรือเห็นคนในทีมเริ่มฟึดฟัด มันจะช่วยให้เรามองข้าม "ดราม่า" แล้วกลับมามองที่ "กลไกสมอง" แทน ไม่ว่าจะใช้บริหารคนอื่น หรือเอาไว้เช็กเซฟโซนของตัวเอง ลองดูว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราตอนนี้ มันกำลังสร้างภัยคุกคาม (Threat) หรือให้รางวัล (Reward) กับสมองมากกว่ากัน

ไทย
2
1.9K
2K
128.2K
Be English retweetledi
Ingrid
Ingrid@IngridFromSpace·
ที่จีนเรื่อง #ทรายสก็อต ไปไกลมาก จากดาราไทยกดไลค์โพสต์มาย ตอนนี้ไปถึงวีซ่าทำงาน ดาราหลายคนกำลังโดนขุดต่อว่าน่าจะเข้ามาทำงาน จัดแฟนมีต ออกงานอีเว้นต์ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และไม่เสียภาษีให้จีน ไลค์เดียวสะเทือนถึงดวงดาวของจริง
ไทย
88
33.3K
19.2K
1M
Be English retweetledi
เด็กชายคำคม
นี่แหนะๆ มักง่ายมากใช่มั้ย!!! เจ็บ 5 % อาย 95%
ไทย
538
25.1K
18.5K
3.1M
Be English retweetledi
Perth Woratana 🇦🇺🇹🇭
ชอบอันนี้ เป็นโค้ช AI ที่จริงใจมาก
Perth Woratana 🇦🇺🇹🇭 tweet media
ไทย
12
546
954
78.7K