Sabitlenmiş Tweet
BIL lb Ew
4.8K posts

BIL lb Ew
@BewBillkun
• Dog 🐶 | Cat 🦁 | Eat 🍔 | 🗺️ ✈️ ⛷️ ❄️ 🦖 🎿🚤• 🔮🔮🔮 Astrologer & Tarot Reader 🔮🔮🔮 •
Khlong Tan, Thailand Katılım Eylül 2009
158 Takip Edilen281 Takipçiler
BIL lb Ew retweetledi
BIL lb Ew retweetledi

โปร 10.10 ขอกลับมารันวงการมาส์กชีทแปบ ตัวนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่นาน แต่คือตัวปังนะ ความปังคือเค้าใช้ NAD+ (ที่ทำให้เสถียร เก่งอะ) กับ Exosomes กับเทคโนโลยีประจำบ้าน Neuromide, Ceramides 5 ตัว +สาร soothing ผิวแน่น ๆ
ในคนที่อายุเริ่มมาก 30+ หรือคนที่ใช้ชีวิตแบบโหด อึด ถึก ทน จนหน้าโทรม NAD+ มันจะลดลง พอแปะตัวนี้คือฟื้นจริง จากตัว NAD+ ที่ลงไปช่วยเพิ่มพลังงานให้เซลล์ผิวในการกลับมาทำงานนั่นนี่นู่น และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอิลาสตินได้ด้วย แถมช่วยเสริม skin barrier และเติมน้ำแบบฉ่ำ
แต่น้ำมาส์กในซองมันค่อนข้างที่จะ เอ่ออออ… ไม่สามารถถ่ายลงได้เพราะมันจะเป็นสีขาว ๆ ขุ่น ๆ ที่แบบ เอ่อ…
นั่นแหละ แต่คือให้น้ำมาเยอะมาก เวลามาส์กแล้วต้องรีดน้ำออกมาแล้วโปะบนหน้าตามด้วย เหลือก็เอาไปทาแขนขาได้
หลังใช้ผิวมันจะนุ่ม เต่ง อิ่มน้ำเลยแหละ ใครที่พักผ่อนน้อย หน้าเหนื่อยหน้าโทรม บุคลากรทางการแพทย์ควงเวรฉ่ำ หรือคนที่อยากได้มาส์กสาย Anti-aging แบบโหด ๆ กระตุ้นคอลลาเจนอิลาสตินได้จริงจังมากดตัวนี้เลยเพราะมีการทดสอบจริงว่าหลังใช้ 2 weeks คอลลาเจนอิลาสตินใต้ผิวแน่นขึ้น 30%
เอาจริงตอนแรกเรานึกว่าราคาแรงนะเพราะใส่ NAD+ มา แถมมี Exosomes อีกคงกล่องละพัน+ แต่สงสัยเทคโนโลยีก้าวหน้าแล้วมันถูกลงเยอะ ตัวนี้ราคาปกติ 1 กล่อง = 5 แผ่น = 699 ตกแผ่นละ 140 ตอนนี้โปร 10.10 เหลือกล่องละ 459 แถมเอาจริงมีโค้ดอีกมันจะเหลือ 390 โคตรคุ้ม เหลือแผ่นละไม่ถึง 80 บาท กับส่วนผสมโหด ๆ ขนาดนี้ คิดว่าเป็นสิ่งที่น่าตำสุดละใน 10.10
จิ้ม-> s.shopee.co.th/qaltPZRPn

ไทย
BIL lb Ew retweetledi

รฟม.เปิดขั้นตอนลงทะเบียน ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ บัตร 2 ใบ ไปได้ทุกสถานี-ทุกสี-ทุกสาย เริ่มลงทะเบียน 25 ส.ค.นี้
🚈 รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
💳 บัตร 2 ใบ ไปได้ทุกสถานี
✅ ลดรายจ่าย คนไทยใช้ได้ทุกคน
🤳เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 25 สิงหาคม เป็นต้นไป
❓หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โทร 1111 หรือ Line official account : @gcc1111
#20บาทตลอดสาย #บัตร2ใบไปได้ทุกสถานี #MRTA #MRT #รฟม #รถไฟฟ้ามหานคร #เรายกระดับชีวิตเมือง




Bang Sue, Thailand 🇹🇭 ไทย
BIL lb Ew retweetledi

Storytelling ทำงานกับสมองอย่างไร?
1
เคยเล่าไปแล้วเรื่องการวิจัยของศาสตราจารย์พอลแซคและ oxytocin กับสมองใช่ไหมครับว่าเมื่อเราได้รับ story ดีๆสมองจะตอบสนองโดยการหลั่ง oxytocin
2
หลังจากนั้นก็เล่าต่อไปแล้วด้วยว่าไม่ใช่ story ทุกแบบที่จะกระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้ มันต้องเป็นมีโครงสร้างจำเพาะของมันด้วย ซึ่งจากการวิจัยโดยวัด vagus nerve activity พบว่า A hero’s journey เป็นโครงสร้างที่ทำงานกับสมองมากที่สุด
3
คำถามคือว่า แล้วปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไม story ถึงทำงานกับสมองและทำให้เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ อย่างลืมนะว่าการวิจัยใน 1-2 เป็นการวิจัยที่ศึกษา ผลหลังจากได้รับฟัง (รับชม) story ดีๆ แต่เรากำลังตั้งคำถามถึง กลไกการเกิดครับ
มีคนเคยทำการวิจัยเพื่อตอบคำถามนี้ไว้แล้วนะครับ
4
เมื่อปี 2015 มีงานวิจัยชื่อ Reading fiction and reading minds: the role of simulation in the default network โดยคุณ Diana และทีมครับ เขาเอากลุ่มตัวอย่างอาสาสมัครมาอ่าน novel ในระหว่างที่แสกนสมองด้วยเครื่อง fMRI เพื่อศึกษาว่าสมองส่วนไหนบ้างที่ทำงานตอนที่เราได้รับ story
5
อธิบาย basic science ก่อนว่าเวลาที่สมองเราเห็นตัวหนังสือภาษา จะมีการทำงานประสานกันระหว่างสมองส่วนการมองเห็น กับสมองส่วนภาษาที่เรียกว่า primary language area เพื่อให้เราอ่านและเข้าใจ แค่นั้นครับจบ
6
แต่ในการศึกษานี้ พอให้เราอ่านสิ่งที่เป็น story มันไม่ได้จบแค่ที่ primary language area น่ะสิครับ แต่พบว่ามีการกระตุ้นสมองอีกสามส่วนอย่างเด่นชัดด้วยก็คือ Medial Prefrontal Cortex (mPFC) และ Temporoparietal Junction (TPJ) และ Posterior Cingulate Cortex (PCC)
7
ซึ่งในทางตรงกันข้าม เมื่อให้อ่านอะไรที่เป็นสารคดี หรือ data พบว่าไม่ได้กระตุ้นสมองสามส่วนดังกล่าวนี้เลยครับ
8
สมองทั้งสามส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงจรที่ชื่อว่า default mode network ซึ่งถ้าอธิบายก็คงจะยาวแหละ แต่เอาง่ายๆว่ามันคือระบบ autopilot ของสมองครับ และยังเป็นส่วนสำคัญของวงจรที่ทำให้เกิด Theory of mind หรือก็คือ ใจเขาใจเรา
9
In the nutshell พูดให้สั้นที่สุดก็คือ ก็คือว่าระหว่างที่เรากำลังรับ story เนี่ย สมองเราประมวลว่าตัวเราเข้าไปอยู่ใน story นั้นแบบที่เราไม่รู้ตัวครับ เหมือนเราเป็นตัวละครนั้นไปด้วยนี่แหละครับ
10
อ่ะ เดี๋ยวจะหาว่าฟลุ้คหรือเปล่า? กะอีแค่การอ่าน story มันทำให้เกิดปฏิกริยากับสมองได้ขนาดนั้นเลยเหรอ? นี่ครับ มันยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่มารองรับครับ มีงานวิจัยอีกหนึ่งงานคือ Reading Stories Activates Neural Representations of Visual and Motor Experiences โดยคุณ Nicole และทีมครับ
(1/2)
ไทย
BIL lb Ew retweetledi

ส่วนตัวชอบเทคโนโลยี Fractional microneedle RF มาก เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเรื่องงานผิวที่เราเห็นผลชัดที่สุด มาที่โปรแกรม Morpheus8 ตัวหัวยิงเค้าจะเป็นหัวเข็มขนาดเล็กมากๆ ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน กระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ทิ้งรอยแผล โปรแกรมนี้ได้รับการรับรอง USFA แล้วค่ะ
ไปถึงคลินิกก็ขึ้นเตียงเช็ดหน้าแปะยาชาก่อนเลยค่ะ ตอนทำจะได้สบายๆ แปะซัก 30 – 60 นาที ได้เวลาก็ไปทำเลยค่ะ ต้องบอกว่าพาทแรกทั่วหน้า ลำคอเราสบายๆเลย แต่พอซ้ำ 2-3 เริ่มละ (การรับรู้ความเจ็บคนเราไม่เท่ากันนะคะ) ทำจบปุบก็หน้าแดงๆแปปนึงนะคะ กลับบ้านก็ดูแลตัวเองดีๆ ตรงนี้สำคัญ ทาครีมบำรุงชุ่มชื้น ทากันแดด หลบแดดเยอะๆเลยค่ะ



ไทย
BIL lb Ew retweetledi

มาแล้วครับ วิเคราะห์ผังงงงงง
ไปกันต่อชาวร็อคคคคคค
ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมมาโควทหรือเม้นได้เลยค่า
#COCKTAILEVERLIVE
#CheersCOCKTAIL
#GmmShow #gayray
#GeneLab #GMMMusic
#ไทยประกันชีวิต

ไทย
BIL lb Ew retweetledi

สวัสดีครับ วันนี้จะมาชวนคุยเรื่องกลไกสมองของการ “ผัดวันประกันพรุ่ง” ครับ
1
อาจจะฟังดูไม่เกี่ยวกับการตลาดเท่าไหร่ แต่พอดีว่าโพสท์ที่แล้วชวนคุยเรื่อง goal และ motivation ไปแล้วน่ะฮะ แล้วมีคน inbox มาคุยเรื่องที่เขามี goal ชัดมากแต่ทำไมไปไม่ถึงสักที เขาถามว่ามันมีอะไรที่เป็นอุปสรรค นี่ก็เลยไปค้นคว้ามาแล้วพบว่า procrastination การผัดวันประกันพรุ่งนี่แหละคืออุปสรรคสำคัญสุดในการที่ทำให้เราไปไม่ถึง goal
2
ต้องบอกงี้ฮะว่า ผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่มีแค่ในเมืองไทยครับ ต่างประเทศทั่วโลกต่างก็มีคำจำเพาะของตัวเองไว้อธิบายปรากฏการณ์ทางพฤติกรรมที่ “ยังไม่ทำแล้วกัน ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ” ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่แค่พฤติกรรมเฉพาะถิ่น เฉพาะประเทศครับ แต่เป็นพฤติกรรมสากลของคนทั้งโลก
3
มีความพยายามในการศึกษาพฤติกรรมเหล่านี้ แต่ส่วนมากก็เป็นในเชิงแบบสอบถาม เชิงจิตวิทยา ซึ่งผลก็จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ตามวัฒนธรรม แต่ก็อย่างที่บอกไปน่ะฮะว่าพฤติกรรมการผัดวันประกันพรุ่งเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วโลก ดังนั้นผลที่ได้ก็เลยยังไม่สามารถอธิบายกลไกได้จริงครับ
4
จนเมื่อปี 2022 คุณ Raphaël Le Bouc และ Mathias Pessiglione ทำการวิจัยที่ประเทศฝรั่งเศสโดยเอาอาสาสมัครมาเข้าเครื่อง fMRI ครับเพื่อดูการทำงานในสมองเมื่อเราตัดสินใจที่จะ “ผัดวันประกันพรุ่ง” เทียบกับเมื่อตอนเราตัดสินใจว่า “จะทำเดี๋ยวนี้” ครับ
5
ทีมวิจัย ให้อาสาสมัครแต่ละคนถูกสัมภาษณ์ไปด้วยทำ fMRI ไปด้วยครับ โดยตอนแรกเขาจะถามว่าต้องการ reward อะไรจากตัวเลือกที่มีให้ อาหาร, ขนม, กระเป๋า, เสื้อผ้า (reward) เสร็จแล้วก็บอกว่า จะได้ของเหล่านั้นที่ต้องการในวันนี้เลย แต่ต้องทำภารกิจบางอย่างวันนี้ (effort)
6
หรือเลือกที่จะเอาไปทำที่บ้านวันหลัง แล้วค่อยกลับมารับของ reward ทีหลังก็ได้ ซึ่งของก็จะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ดี เพียงแต่ว่าได้ทีหลัง ไม่ใช่ได้เดี๋ยวนี้เลย ซึ่งตรงนี้เขาออกแบบมาเพื่อสร้างสถานการณ์ที่สามารถเลือกผัดวันประกันพรุ่งได้โดยที่ไม่เสียผลประโยชน์
7
ดังนั้นตรงจุดนี้อาสาสมัครจะสามารถเลือกได้ว่า
⁃ทำเดี๋ยวนี้ ได้เดี๋ยวนี้เลย กับ
⁃ทำทีหลังก็ได้ แล้วค่อยได้ทีหลัง
แล้วเขาก็เปรียบเทียบการทำงานในสมองของคนที่ตัดสินใจทำเดี๋ยวนี้ กับคนที่ตัดสินใจเลือกไปทำทีหลังครับ
(1/2)

ไทย
BIL lb Ew retweetledi
BIL lb Ew retweetledi
BIL lb Ew retweetledi
BIL lb Ew retweetledi

อันนี้ชอบมาก กินบ่อยสุด ๆ
ขนมต้มคลุกมะพร้าวอ่อน แป้งบาง ไส้ฉ่ำ
ขนมถ้วยหน้ามันแตก แป้งนุ่ม หวานน้อย
ร้านรสนวล ตรงจุฬา ซ.5 มีที่นั่งทานด้วยน้า
สั่งแบบฝามานั่งแคะกินเองได้เลย ฟินจริง
ที่ร้านจะขนมกล้วยก็มีแต่เนื้อนิ่มมาก ไม่หนึบ ใครชอบเนื้อเบา ๆ ไม่ต้องเคี้ยวเยอะ ไปลองกัน
💰ราคา
ขนมต้มกล่องละ 80.- ได้ 8 ลูก
ขนมถ้วย 6 ฝา 50.-
#KPตะลอนแหลก #แพรรีวิว #อร่อยบอกต่อ
ไทย
BIL lb Ew retweetledi

มาม่าต้มยำหมูสับ ในอุดมคติ
ร้านต้มเลือดหมูคุณศรี พัทยา
หมูสับเต็ม ๆ แบบต้มยำปรุงใหม่ ไม่ใช้ผงมาม่า
#KPตะลอนแหลก #แพรรีวิว #อร่อยบอกต่อ



ไทย
BIL lb Ew retweetledi

ทำไมการตลาดสายมูถึงได้ผลจัง
คนซื้อกันแบบแทบจะแย่งกันซื้อเลย
สวัสดีครับ วันนี้จะมาชวนคุยกันเรื่องของการตลาดที่เล่นกับความเชื่อ และศรัทธานี่แหละครับ ว่าเจ้าความเชื่อ ศรัทธา ศาสนา เทพ มันมีผลต่อวงจรในสมองยังไง แล้วทำไมถึงแปลงออกมาเป็นการตลาดที่ทรงพลังได้
1
การสนใจศึกษาเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา และกลไกในสมองเนี่ย มีมานานแล้วครับ ก่อนหน้านี้ก็จะทำแบบสอบถามเอาบ้าง สังเกตุพฤติกรรมเอาบ้างครับ ก็พอจะบอกได้ว่า “ศรัทธา มีผลต่อการกระทำหลายๆอย่างของมนุษย์” แต่ไม่ค่อยมีการวิจัยในเชิง neuroscience เพื่อยืนยันครับ
2
จนกระทั่งเมื่อปี 2018 คุณ Seitz และคณะ ตีพิมพ์งานวิจัยชื่อหัวข้อ From believing to belief: a general theoretical model ในวารสาร Cognitive Neurosci. เสนอทฤษฏีกลไกความเชื่อในสมองว่ามาจาก เซ็ทของข้อมูลที่ตัวบุคคลเชื่อซ้ำๆ จนกลายเป็นศรัทธาเป็นความเชื่อ และ ศรัทธาความเชื่อ จะเป็นปัจจัยที่บงการการตัดสินใจได้ด้วย โดยอ้างอิงจากกลุ่มคนป่วยที่สูญเสียสมองบางส่วน แล้วเกิดภาวะที่บอกว่า “ได้พบพระเจ้า”
3
งานวิจัยนี้ก็เลยจุดประกายให้เหล่านักประสาทวิทยาหันมาสนใจเรื่อง neuroscience of belief มากขึ้นน่ะครับ ก็เลยเกิดโครงการที่เอาเหล่าทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนาม ที่ได้รับบาดเจ็บ กระทบกระเทือนทางสมองหลายๆแบบมาเข้า fMRI และทำแบบทดสอบเกี่ยวกับความศรัทธา เกี่ยวกับการเชื่อและสัมผัสกับปรากฏการณ์ใกล้ชิดพระเจ้า
4
เรามาดูไฮไลท์กันดีกว่าครับ เขาพบว่าสมองส่วนหลักๆที่เกี่ยวข้องกับศรัทธา ความเชื่อ ก็คือ ventromedial prefrontal cortex (vmPFC) กับ dorsolateral prefrontal cortex (dlPFC)
5
เขาพบว่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่ vmPFC เมื่อมาแสกนสมองด้วย fMRI พบว่าการทำงานของ vmPFC น้อยกว่ามนุษย์ปกติทั่วๆไป คนกลุ่มนี้เมื่อทำแบบสอบถาม “ความใกล้ชิดกับพระเจ้า” พบว่ามีระดับคะแนนสูงกว่าคนทั่วๆไปครับ
6
และเมื่อเทียบคนที่รับบาดเจ็บที่ vmPFC ข้างซ้ายและขวา พบว่ากลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บด้านขวา คือมี vmPFC ด้านขวาทำงานน้อยนั่นแหละ จะแสดงคะแนนความใกล้ชิดกับพระเจ้า มากกว่ากลุ่มที่บาดเจ็บด้านซ้ายครับ
7
ซึ่งเมื่อไปดูงานวิจัยเก่าๆที่เคยทำไว้ในคนไข้กลุ่มที่สูญเสียการทำงานของ vmPFC ข้างขวาหลายๆงาน ก็พบว่าผลออกมาในเชิงเดียวกันหมดเลยครับ ในเปเปอร์นี้อ้างอิง 4 งานวิจัยครับ และงานวิจัยล่าสุดที่เขาอ้างอิงก็คือปี 2021 ของคุณ Cristofori และคณะ
8
แต่ก็พบด้วยว่ากลุ่มคนเหล่านี้ มีระดับคะแนนความ empathy สูงกว่ากลุ่มคนทั่วๆไปด้วยเช่นกันครับ ซึ่งในเปเปอร์อ้างอิงเก่าๆ 4 งานวิจัยที่กล่าวมาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันครับ สรุป vmPFC ข้างขวาที่ทำงานน้อยลงส่งผลให้คนเชื่อและอินกับการที่ตัวเองใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น และมีความ empathy มากขึ้นครับ
(1/2)

ไทย






















