Bitcoin Addict Thailand

29.8K posts

Bitcoin Addict Thailand banner
Bitcoin Addict Thailand

Bitcoin Addict Thailand

@BitcoinAddictTH

Thailand’s largest crypto media and community | บทความ ข่าวสาร และความรู้เกี่ยวกับ Blockchain และการลงทุน Cryptocurrency 💰📊

ประเทศไทย Katılım Temmuz 2017
1.4K Takip Edilen57K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
แก๊ง 108 บาทสบายกว่าเดิม! ใหม่ ฟีเจอร์ DCA จาก BINANCE TH คุมต้นทุนแบบไม่เหนื่อยจับจังหวะตลาด เชื่อว่าหนึ่งในปัญหาที่นักลงทุนทุกคนต้องเจอคือการเลือกช่วงเข้าซื้อ บางทีเราก็ไม่แน่ใจหรอกว่ากราฟที่ดู แนวรับ-แนวต้านที่วิเคราะห์มา มันจะจริงตามที่คิดไหม? หลายคนก็เลือกที่จะจบปัญหาด้วยการ DCA หรือซื้อแบบถัวเฉลี่ย ความจริงที่น่าสนใจก็คือ การที่เราซื้อสินทรัพย์แบบถัวเฉลี่ย ระยะยาวทำให้เราได้ต้นทุนที่มักจะถูกกว่าคนที่เทรดเข้า-ออกด้วยซ้ำ เพราะจะได้ถัวราคาครบทุกช่วง ทั้งช่วงพีค ๆ หรือช่วงที่ตลาดซบเซา แน่นอนว่าจะลดความเสี่ยงติดดอยไปได้ในตัว แถมวิธีนี้ยังช่วยสร้างนิสัยการออมให้เรา ไม่ต้องพะวงว่ากราฟจะขึ้นหรือลงจนนอนไม่ได้อีกด้วย เลือกออม Bitcoin หรือทองคำ บน BINANCE TH หลายคนน่าจะทราบแล้วว่าตอนนี้ BINANCE TH มีฟีเจอร์ DCA แล้ว แต่มันจะมีจุดไหนที่ดีกว่าการกดซื้อแบบ Spot บ้าง? มาดูกัน จุดเด่นที่ทำให้การ DCA บน BINANCE TH น่าสนใจ 1/ ความยืดหยุ่นและควบคุมแผนได้มากกว่า เพราะเลือก DCA ได้ 9 เหรียญยอดนิยม ทั้ง BTC, BNB, ETH, SOL, LINK, XRP, SUI, HBAR และ PAXG (สายออมทองต้องว้าว) 2/ ซื้อได้ทั้งคู่เหรียญ THB, USDT และ USDC (ใครชอบแลกดอลลาร์เอาไว้ตอนราคาลง งานนี้มีฟิน) 3/ ตั้งแผนได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน พร้อมทั้งกำหนดจำนวนต่อไม้ได้สูงสุด 50,000 บาท (เยอะที่สุดในไทยเลย!) และตั้งชื่อแผนได้ สูงสุด 10 แผนต่อบัญชี ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะไฮไลท์สำคัญคือ “การตั้งช่วงราคาที่อยากซื้อได้” เหมาะสำหรับคนอยาก DCA แบบละเอียดยิบ! เช่น เราตั้งค่าไว้ว่า ให้ซื้อ Bitcoin เฉพาะช่วง 60,000 – 70,000 ดอลลาร์ ถ้าราคาไม่เข้าโซน ระบบจะไม่ซื้อ ทำให้เราคุมต้นทุนได้แม่นขึ้น และที่สำคัญ ใช้งานได้แบบไม่มีค่าธรรมเนียม รับ Satoshi กันไปแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้เลย ตอนนี้ใครที่อยากเริ่มลงทุนแบบมีระบบ ไม่ต้องลุ้นกราฟทุกวัน DCA คือทางเลือกที่ง่ายที่สุด และตอนนี้ทำได้แล้วบน BINANCE TH ไปลองใช้งานได้ที่ BINANCE TH App > Buy/Sell > กดเลือก DCA ใครที่ยังไม่มีบัญชี BINANCE TH ตอนนี้ สมัครบัญชีได้เลยที่ลิงก์ในคอมเมนต์ หรือใส่โค้ด V8EMA7CT ตอนสมัคร คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ #BINANCETH #DCA #Crypto #Bitcoin #BitcoinAddictThailand
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
5
434
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
Tom Lee ประกาศ Crypto Spring มาถึงแล้ว ทั้งที่ตลาดยังไม่มีใครเชื่อ . ตุลาคม 2025 ตลาดคริปโตล่มหนัก นักลงทุนหายไปครึ่งวงการ ผ่านมาเกือบ 7 เดือน Bitcoin ทะลุ 80,000 ดอลลาร์อีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ฟีด X กลับเงียบผิดปกติ ไม่มีคนตะโกน ไม่มีคนฉลอง มีแค่คนคนเดียวที่ลุกขึ้นมาประกาศว่า "ฤดูหนาวของคริปโตจบแล้ว" . คนคนนั้นคือ Tom Lee ประธาน Bitmine Immersion Technologies บริษัทที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก และเขาไม่ได้พูดเฉยๆ บริษัทของเขาเพิ่งทุ่มเงินซื้อ ETH เพิ่มอีก 242 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว . แล้วทำไมนักลงทุนคนอื่นถึงยังไม่กล้าขยับ ทั้งที่ราคาฟื้นมาขนาดนี้ . ลำดับเหตุการณ์ก่อนการประกาศ Crypto Spring . 1) ตุลาคม 2025 ตลาดล่มหนัก . คริปโตเจอ flash crash ครั้งใหญ่ ความเชื่อมั่นพังยับ นักวิเคราะห์ถกเถียงกันมาตลอดว่าการฟื้นตัวที่แท้จริงจะมาเมื่อไหร่ . 2) เมษายน 2026 ทั้งเดือนคือ Extreme Fear . Crypto Fear and Greed Index (ดัชนีวัดอารมณ์ตลาด) ลงไปอยู่โซน Extreme Fear ทั้งเดือน นักลงทุนรายย่อยถอยห่างจากตลาด . 3) 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ Bitmine เร่งสะสมเงียบๆ . ในขณะที่คนอื่นกลัว Bitmine กลับเร่งจังหวะการซื้อ ETH อย่างก้าวร้าว ปริมาณเข้าซื้อพุ่งขึ้นต่อเนื่อง . 4) สัปดาห์ที่แล้ว ซื้อรวด 101,745 ETH . มูลค่ารวม 242 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,470 ล้านบาท ในสัปดาห์เดียว ปัจจุบัน Bitmine ถือ ETH รวม 5.1 ล้านเหรียญ คิดเป็น 4.29% ของ Supply ทั้งหมด 120.7 ล้านเหรียญ ใกล้เป้า 5% ที่บริษัทตั้งไว้ . 5) วันอาทิตย์ที่ผ่านมา Strategy หยุดซื้อ Bitcoin . สวนทางกับ Bitmine ฝั่ง Strategy ของ Michael Saylor กลับเลือกหยุดซื้อ BTC ชั่วคราว ก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก สร้างความสับสนให้ตลาด . 6) วันจันทร์ Tom Lee เผยแพร่ Note . Lee ระบุว่า "Crypto Spring ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเช่นเดียวกับวัฏจักรที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นยังคงซึมและเอนเอียงทางขาลง แม้ราคาคริปโตจะแข็งแกร่งขึ้น" เขาเชื่อว่าไม่ว่ากฎหมาย CLARITY Act จะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ยืนยันการมาถึงของ Crypto Spring . CLARITY Act คือกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่จะแบ่งอำนาจระหว่าง SEC กับ CFTC ให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่นักลงทุนสถาบันจับตามากที่สุดในตอนนี้ . 7) วันจันทร์เย็น Bitcoin ทะลุ 80,000 ดอลลาร์ . BTC พุ่ง +20% ในรอบเดือน ส่วน ETH ขึ้น 16% มาอยู่ที่ 2,380 ดอลลาร์ Fear and Greed Index กลับมาที่ 50 (Neutral) หลังอยู่ในโซน Extreme Fear ทั้งเดือนเมษายน . 8) ETH แซง S&P 500 ถึง 13.80% . นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ETH ทำผลตอบแทนเหนือดัชนี S&P 500 ถึง 1,380 Basis Points (จุดเบสิส 1 จุด เท่ากับ 0.01%) เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในโลก รองจากราคาน้ำมันดิบ Lee ระบุว่า ETH ได้แรงหนุนสองทาง ทั้งจาก Wall Street ที่กำลัง Tokenize สินทรัพย์ และจาก Agentic AI Systems (ระบบ AI ที่ทำงานด้วยตนเองได้) ที่ต้องพึ่งพา Public Blockchain ที่เป็นกลาง . ความเห็นจากชุมชน . มีคนแสดงความเห็นบน X ว่า "Tom Lee เคยเรียกจุดต่ำสุดถูกมาก่อนหลายรอบ คนที่ไม่เชื่อมักจะเสียใจทีหลัง" และอีกความเห็นหนึ่งระบุว่า "Bitmine กำลังจะถือ 5% ของ ETH ทั้งโลก ถ้าราคาขึ้นจริง คนที่กลัวตอนนี้คือคนที่จะเข้าทีหลังในราคาที่แพงกว่า" . บทสรุป . รูปแบบการประกาศ "ฤดูใบไม้ผลิ" ของ Tom Lee ขณะตลาดยังกลัว ตรงกับวัฏจักรเดิมที่เคยเกิดในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ที่ราคามักฟื้นก่อนข่าวบวกจะตามมา 2-3 เดือน คำถามตอนนี้คือ CLARITY Act จะเป็นจุดเปลี่ยนตามที่ Lee คาดไว้จริงหรือไม่ ตลาดยังไม่ได้ให้คำตอบ แต่ Bitmine กำลังเดินเหมือนรู้คำตอบแล้ว ติดตามต่อไปว่า Crypto Spring ที่ Tom Lee ประกาศ จะเป็นของจริงหรือเป็นเพียง bull trap (กับดักขาขึ้น) . ⚠️ บทความนี้เป็นการรายงานข่าวเชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน . #BitcoinAddict #CryptoSpring #TomLee #Bitmine
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
0
0
10
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญ และกลยุทธ์การจัดพอร์ตในช่วงตลาดหมี เพื่อผงาดในตลาดกระทิง ลงทะเบียนด่วนที่ luma.com/1nn039dv
ไทย
0
0
0
23
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
K Wave Media พลิกตำราทิ้ง Bitcoin Treasury โยกเงิน 1.5 หมื่นล้านลุย AI หุ้นดิ่ง 28% ในวันเดียว . เมื่อกลางปี 2025 K Wave Media (บริษัทสื่อบันเทิงเกาหลีที่จดทะเบียนใน Nasdaq) ประกาศตัวเองว่าเป็น "Metaplanet แห่งเกาหลี" ระดมทุน 500 ล้านดอลลาร์มาซื้อ Bitcoin หุ้นพุ่งขึ้น 155% ในวันเดียว นักลงทุนตื่นเต้นกันใหญ่ . ผ่านมาไม่ถึงปี วันที่ 4 พฤษภาคม 2026 บริษัทเดียวกันประกาศกลับลำ ทิ้งแผน Bitcoin Treasury ทั้งหมด หันไปลงทุนใน AI Infrastructure แทน หุ้นร่วงทันที 28% ในวันเดียว . 🔍 เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทที่เคยอยากเป็นเหมือน Metaplanet? . K Wave Media (ชื่อย่อหุ้น KWM) เป็นบริษัทสื่อบันเทิงสัญชาติเกาหลี ทำธุรกิจเกี่ยวกับ K-Pop, ซีรีส์เกาหลี และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี มี Ted Kim เป็นซีอีโอ มูลค่าตลาด (Market Cap) ปัจจุบันอยู่ที่ราว 21 ล้านดอลลาร์เท่านั้น . ที่น่าสนใจคือ เงินทุน 485 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทกำลังจะใช้นั้นมีขนาดใหญ่กว่ามูลค่าบริษัทถึง 23 เท่า . ⚠️ ทำไมแค่เปลี่ยนกลยุทธ์ถึงทำให้หุ้นพังทันที 28%? . นี่ไม่ใช่การปรับทิศทางครั้งแรกของ K Wave Media ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา บริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์มาแล้วหลายรอบ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่ามีแผนระยะยาวจริงหรือไม่ ลองมาดู Timeline ทั้งหมดกัน . 🔍 เปิดไทม์ไลน์การพลิกกลยุทธ์ของ K Wave Media . 1) มิถุนายน 2025 ประกาศตัวเป็น "Metaplanet เกาหลี" . K Wave Media ทำข้อตกลงระดมทุนแบบ Structured Equity (การระดมทุนรูปแบบผสมระหว่างหุ้นและตราสารอื่นที่มีโครงสร้างซับซ้อน) วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ กับกองทุน Anson Funds เพื่อสะสม Bitcoin บริษัทระบุชัดว่าจะใช้เงินไม่เพียงซื้อ Bitcoin ระยะยาว แต่ยังจะเปิด Lightning Network nodes และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Bitcoin-native เพื่อหา Yield และผลตอบแทนจากธุรกรรมแบบ Decentralized . 2) มิถุนายน 2025 หุ้น KWM พุ่ง 155-160% ในวันเดียว ตลาดตอบรับด้วยความตื่นเต้น นักลงทุนหลายคนมองว่านี่จะเป็น Strategy ของเกาหลีใต้ . 3) กุมภาพันธ์ 2026 หุ้น KWM โดน Nasdaq เตือนเรื่องราคาต่ำเกินมาตรฐาน บริษัทได้รับหนังสือเตือนจาก Nasdaq เรื่องราคาหุ้นต่ำกว่าเกณฑ์ตาม Listing Rule 5550(a)(2) . 4) มีนาคม 2026 ประกาศซื้อกิจการบริษัท AI - วันที่ 10 มีนาคม 2026 ประกาศซื้อกิจการที่เน้น AI โดยมีรายได้ 35 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เริ่มมีกลิ่นการเบนทิศแล้ว . 5) เมษายน 2026 ประกาศ Tokenize ทรัพย์สินทางปัญญาเกาหลีบน Solana ในสัปดาห์ก่อนการประกาศใหญ่ บริษัทประกาศแผน Tokenize (การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนบนบล็อกเชน) IP ของวงการบันเทิงเกาหลี บนเครือข่าย Solana หุ้นปรับขึ้นเล็กน้อย . 6) 4 พฤษภาคม 2026 บริษัทยื่นเอกสาร 6-K ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ระบุการแก้ไขข้อตกลงซื้อขายหลักทรัพย์ (Securities Purchase Agreement) กับ Anson Funds โดยจากวงเงินเดิม 500 ล้านดอลลาร์ จะเหลือ 485 ล้านดอลลาร์ที่จะถูกโยกไปลงทุนใน Data Center, GPU compute และโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งหมด . 7) 4 พฤษภาคม 2026 ขายบริษัทย่อยลดหนี้ 48 ล้านดอลลาร์ . คณะกรรมการอนุมัติขายบริษัทย่อย Play Co., Ltd. คืนให้เจ้าของเดิม ตัดหนี้สินออกจากงบดุล 48 ล้านดอลลาร์ . 8) CEO Ted Kim ออกแถลงการณ์ว่า "นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ KWM" บริษัทตั้งเป้าจะเป็นผู้เล่นที่มีนัยสำคัญในภาคโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างแพลตฟอร์มที่ขยายสเกลได้ทั้งด้าน Data Center, การประมวลผล และเทคโนโลยี AI ที่สำคัญ . 9) หุ้นร่วง 28.25% ปิดที่ 0.307 ดอลลาร์ . หุ้น KWM ดิ่งเกือบ 25% ปิดวันจันทร์ที่ 0.307 ดอลลาร์ ทั้งที่หุ้นเพิ่งขึ้นมาในสัปดาห์ก่อนจากข่าว Tokenize IP บน Solana ปริมาณการซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 10.6 เท่า สะท้อนแรงเทขายที่หนักมาก . 10) เตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "Talivar Technologies" ผู้ถือหุ้นจะลงมติทั้งเรื่องการขายบริษัทย่อยและการเปลี่ยนชื่อในการประชุมสามัญต้นเดือนกรกฎาคม 2026 . 🤔 จังหวะเปลี่ยนใจสวนทางตลาด Bitcoin . ที่น่าสะดุดใจคือ K Wave Media ตัดสินใจทิ้ง Bitcoin Treasury ในวันที่ Bitcoin เพิ่งวิ่งกลับมาแตะ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม นั่นคือช่วงที่ตลาดเริ่มฟื้นตัว แต่บริษัทกลับเลือกออกจากเกมในจังหวะนี้ . 💬 เสียงจากชุมชน Crypto บน X (มุมมองที่ปรากฏในวงสนทนา) . ความคิดเห็นที่เห็นได้มากในวงสนทนาเกี่ยวกับ Bitcoin Treasury Companies คือ "บริษัทที่ Market Cap แค่ 21 ล้านดอลลาร์ แต่จะระดมทุน 485 ล้าน นี่คือสัญญาณว่าโครงสร้าง Treasury ส่วนหนึ่งคือเครื่องมือพิมพ์หุ้น ไม่ได้เกี่ยวกับ Bitcoin จริงๆ" . อีกความเห็นที่พบบ่อยคือ "ที่บริษัทเปลี่ยนจาก BTC ไป AI ไม่ใช่เพราะ AI ดีกว่า แต่เพราะ Narrative ขายหุ้นได้มากกว่าในสายตา Anson Funds ซึ่งเป็นคนปล่อยกู้" . 📝 Bottom Line . จากกรณีนี้สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญในตลาดทุน บริษัทที่ใช้ Bitcoin Treasury เป็น Narrative ไม่ใช่ทุกแห่งที่จะถือ Bitcoin จริงๆ ในระยะยาว บางบริษัทเปลี่ยนทิศทางตามกระแสเงินทุนและกระแสตลาด . ที่น่าจับตาต่อไปคือการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือนกรกฎาคมว่าจะอนุมัติแผนเปลี่ยนชื่อเป็น Talivar Technologies และขายบริษัทย่อยหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น Bitcoin ที่บริษัทเคยซื้อสะสมไว้ก่อนหน้านี้ (ถ้ามี) จะถูกขายออกหรือไม่ คดีนี้ยังไม่จบ ติดตามต่อไป . ⚠️ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน . #BitcoinAddict #BitcoinAddictThailand #KWaveMedia
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
2
248
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
Jerome Powell โดน Liquidate เรียบร้อย ถถถถถ 😂
Bitcoin Addict Thailand tweet media
Eesti
1
0
4
286
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ตระกูลทรัมป์งัดศาลฟ้อง จัสติน ซัน ข้อหาหมิ่นประมาท หลังนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดเทเงินกว่า 200 ล้านดอลลาร์ . ปลายเมษายน 2569 (2026) จัสติน ซัน ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Tron เป็นฝ่ายเดินเข้าศาล Federal เขต California เพื่อฟ้อง World Liberty Financial โครงการคริปโตของตระกูลทรัมป์ ข้อหาฉ้อโกงและอายัดโทเคนโดยมิชอบ . ผ่านไปไม่ถึง 14 วัน วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม World Liberty ฟ้องสวนกลับที่ศาลรัฐฟลอริดา เรียก ซัน เป็น "ผู้ทำลายชื่อเสียงอย่างเป็นระบบ" พร้อมเรียกค่าเสียหายและขอให้ศาลสั่งถอนคำพูดต่อสาธารณะ . 🏛️ ภาพรวมของคู่กรณี . World Liberty Financial หรือ WLFI เป็นโครงการ DeFi (การเงินแบบไม่ผ่านตัวกลาง) ที่เปิดตัวตุลาคม 2567 (2024) มี Donald Trump พร้อมลูกชายทั้ง Donald Jr. และ Eric Trump เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง . ฝั่ง จัสติน ซัน เป็นมหาเศรษฐีคริปโตชาวจีนที่มีทรัพย์สินสุทธิราว 11 ถึง 12 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูล Bloomberg Billionaires Index และเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในระบบนิเวศคริปโตของทรัมป์ ทุ่มเงินรวมเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 75 ล้านดอลลาร์ในโทเคน WLFI และอีก 100 ล้านดอลลาร์ใน TRUMP memecoin . ❓ คำถามที่ทุกคนสงสัย . จากผู้ทุ่มเงินสูงสุดให้กับโครงการของประธานาธิบดี ทำไมถึงกลายมาเป็นจำเลยที่ตระกูลทรัมป์ฟ้องเอง และคำพูดบน X ของเขามีน้ำหนักพอจะทำให้บริษัทระดับนี้เดินเข้าศาลในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หรือ? . 📅 ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด . 1️⃣ ตุลาคม 2567 ถึง ต้นปี 2568 จัสติน ซัน ทยอยซื้อโทเคน WLFI ผ่านบริษัทในเครือชื่อ Blue Anthem รวมประมาณ 3 พันล้านโทเคน กลายเป็นนักลงทุนรอบแรกรายใหญ่ที่สุดของโครงการ ซัน ยังเข้าร่วมงานเลี้ยงดินเนอร์เฉพาะผู้ถือเหรียญ TRUMP รายใหญ่ที่ประธานาธิบดี Trump เป็นผู้พูดด้วย . 2️⃣ กันยายน 2568 WLFI เปิดให้ซื้อขายต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ในคำฟ้องล่าสุด World Liberty อ้างว่ากระเป๋าของ ซัน โอนเหรียญมูลค่าราว 300 ล้านดอลลาร์เข้า Binance ก่อนการเปิดตลาด เพื่อใช้เป็นกระสุนในการ Short Sell หรือการเปิดสถานะขายชอร์ตให้ราคาตก . 3️⃣ หลังเปิดตลาดไม่นาน WLFI ใช้กลไก Blacklist อายัดโทเคนของซันที่มูลค่าตอนนั้นราว 75 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าตรวจพบ "ธุรกรรมต้องห้าม" ซึ่งรวมถึงการซื้อผ่านบุคคลอื่น (Straw Purchase) เพื่อปกปิดตัวตนผู้ซื้อจริง . 4️⃣ มีนาคม 2569 ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) บรรลุข้อตกลงปิดคดีที่เคยฟ้อง ซัน ตั้งแต่ปี 2566 ฐานละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ ทำให้ ซัน พ้นจากเงาคดีเดิมได้พอดีก่อนสงครามรอบใหม่จะเริ่มต้น . 5️⃣ กลางเมษายน 2569 WLFI เสนอข้อกำหนดให้นักลงทุนรอบแรกล็อกโทเคนเพิ่มอีก 2 ปี ซันออกมาวิจารณ์ว่าเป็น "การหลอกลวงด้านธรรมาภิบาลที่ไร้สาระที่สุด" และย้ำว่า 76% ของอำนาจโหวตในเดือนมีนาคมมาจากเพียง 10 กระเป๋าเท่านั้น . 6️⃣ ปลายเมษายน 2569 Sun ยื่นฟ้อง WLFI ที่ศาล Federal เขต California กล่าวหาว่าโครงการของทรัมป์ฝัง "Backdoor" หรือประตูลับลงในสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) เพื่ออายัดและทำลายโทเคนได้โดยไม่ต้องผ่านการโหวตของชุมชน . 7️⃣ 4 พฤษภาคม 2569 World Liberty ฟ้องสวนกลับที่ศาลรัฐฟลอริดา เขต Miami-Dade ทนายฝ่ายโจทก์ Tom Clare ระบุว่าการฟ้องครั้งนี้เป็น "มาตรการสุดท้าย" เพื่อปกป้องผู้ถือโทเคนและพนักงานบริษัท . 8️⃣ คำกล่าวหาในคำฟ้อง WLFI อ้างว่า ซัน จ้าง Influencer และใช้บัญชีปลอม (Bot) ขยายข้อความโจมตี โดยมีคำพูดสำคัญที่ระบุในเอกสารว่า ทนายของ ซัน เคยขู่ผ่านการเจรจาว่าจะ "เผา World Liberty ให้วอด" และทำให้ราคาโทเคน "ดิ่งลงตกนรก" . 9️⃣ ซันโพสต์บน X เรียกการฟ้องครั้งนี้ว่าเป็น "Meritless PR Stunt" หรือ "การเล่นข่าวประชาสัมพันธ์ที่ไม่มีน้ำหนัก" พร้อมยืนยันว่ามีจิตสำนึกที่บริสุทธิ์และพร้อมเอาชนะคดีในชั้นศาล . 📉 ผลกระทบที่มองเห็นได้ . ราคา WLFI ดิ่งลงราว 80% จากจุดเปิดตัวเดิม แม้วันที่ฟ้องราคาจะดีดขึ้น 10% ในกรอบ 24 ชั่วโมง แต่ภาพรวมยังถือว่าทรุดหนัก โทเคนของซัน ที่ถูกอายัดอยู่ ปัจจุบันมีมูลค่าราว 240 ล้านดอลลาร์ตามราคาตลาด . กรณีนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการ DeFi ที่อ้างว่ากระจายอำนาจ แต่ในความเป็นจริงทีมงานยังถือกุญแจอายัดเหรียญผู้ใช้ได้ และคำถามว่าโครงการที่มีฟังก์ชัน Blacklist ฝังอยู่ในสัญญาอัจฉริยะ ยังควรถูกเรียกว่ากระจายอำนาจหรือไม่ . 💬 เสียงสะท้อนจากชุมชน X แบ่งเป็นสองขั้วชัดเจน . ขั้วแรกมองว่าโครงการ DeFi ที่มีปุ่มอายัดเงินผู้ใช้ก็ไม่ต่างกับธนาคารทั่วไป การตลาดเรื่องการกระจายอำนาจจึงเป็นแค่ภาพลักษณ์ . ขั้วที่สองมองว่าซัน เองมีประวัติด้านกฎระเบียบที่ไม่ใสสะอาด การที่เขาใช้คำว่า "Personal ATM" โจมตีพร้อมเปิดสถานะ Short ในเวลาเดียวกัน ก็มีน้ำหนักให้ฝั่ง WLFI ฟ้องกลับได้เช่นกัน . 🔚 บทสรุป . ขณะนี้ทั้งสองคดียังอยู่ในขั้นเริ่มต้น คดีของซันเดินหน้าที่ศาล Federal เขต California ส่วนคดีของ WLFI อยู่ที่ศาลรัฐฟลอริดา ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังไม่มีฝ่ายใดได้รับการพิสูจน์ในชั้นศาล . แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ความสัมพันธ์ระหว่างนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของระบบนิเวศคริปโตตระกูลทรัมป์กับโครงการเรือธงของพวกเขา ได้พังลงอย่างสิ้นเชิง และจะกลายเป็นคดีตัวอย่างที่กำหนดทิศทางของวงการ DeFi ในยุคที่การเมืองและคริปโตเชื่อมเข้าหากันแน่นกว่าที่เคย . ⚠️ บทความนี้นำเสนอเพื่อการศึกษาและติดตามข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงด้วยตนเอง . #BitcoinAddict #JustinSun #WorldLibertyFinancial
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
10
602
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
Bitcoin ทะลุ $80,000 คืนเดียว Short โดนล้างครึ่งพันล้าน คนเทรดผิดเกือบทั้งตลาด . ลองนึกภาพว่าคุณเปิด Short (สัญญาขายล่วงหน้าเพื่อทำกำไรตอนราคาลง) ค้างไว้ในกระดาน Futures (อนุพันธ์ซื้อขายล่วงหน้า) แล้ว Funding Rate (ค่าธรรมเนียมระหว่างคน Long กับ Short) ติดลบ หมายความว่าคน Long ต้องจ่ายเงินให้คุณทุกชั่วโมง ตลาดจ่ายให้คุณถือสถานะนี้แท้ ๆ . แต่เช้าวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 Bitcoin กลับวิ่งทะลุ $80,000 (ราว 2.6 ล้านบาท) ภายในไม่กี่ชั่วโมง และล้าง Short ของคุณไปพร้อมกับอีกหลายแสนคนทั่วโลก . 🔍 เกิดอะไรขึ้น . Bitcoin แตะ $80,617 เป็นจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังหายไปจากระดับนี้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม Market Cap (มูลค่ารวมของ Bitcoin ทั้งระบบ) กลับมายืนเหนือ $1.6 ล้านล้าน ขณะที่ Nasdaq 100 (ดัชนีหุ้นเทคของสหรัฐฯ) ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล . แต่จุดที่ทำให้เรื่องนี้ดราม่าคือ ตลาด Futures ทั้งระบบเดิมพันผิดทาง เกือบสองในสามของเทรดเดอร์ Binance วางเงินไว้ฝั่ง Short และเมื่อราคาวิ่งสวน ทุกอย่างก็พังพร้อมกัน . ⚠️ Timeline เหตุการณ์ . 1) ตุลาคม 2025 Bitcoin ทำ All-Time High ที่ $126,200 (ราว 4.1 ล้านบาท) ก่อนเข้าสู่ขาลงยาวนาน 7 เดือน . 2) ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Crypto Fear & Greed Index (ดัชนีวัดอารมณ์ตลาด 0 ถึง 100) ลงไปแตะ 5 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเทียบเท่ากับช่วง Bear Market ปี 2019 และ 2022 . 3) ปลายเมษายน ถึงต้นพฤษภาคม ราคาติดอยู่ในกรอบ $75,000 ถึง $79,500 เทรดเดอร์ใหญ่หลายคนเริ่มสะสมสถานะ Short เตรียมรับการลงต่อ . 4) 3 พฤษภาคม นักวิเคราะห์ Gareth Soloway โพสต์บน X เตือนว่ารูปกราฟกำลังก่อตัวเป็น Bear Flag ถ้า Bitcoin หลุดต่ำกว่าแนวรับ มีโอกาสไหลกลับไปที่ $50,000 ทำให้ฝั่ง Short เพิ่มสถานะหนักขึ้นอีก . 5) คืนวันอาทิตย์ที่ 3 ต่อ 4 พฤษภาคม ข้อมูลจาก Binance ระบุว่า 62.8% ของสัญญา Futures BTC ที่เปิดอยู่เป็น Short Funding Rate ติดลบที่ -0.0051% หมายความว่าคน Short ต้องจ่ายให้คน Long ทุกวัน . 6) เช้าวันที่ 4 พฤษภาคม ประธานาธิบดี Trump ประกาศปฏิบัติการ Project Freedom ส่งกองเรือคุ้มกันเรือสินค้าให้ผ่านช่องแคบ Hormuz ที่อิหร่านปิดกั้นมานาน พร้อมกับยืนยันว่าอิหร่านได้ส่งข้อเสนอสันติภาพ 14 ข้อ พร้อมกรอบเจรจา 30 วัน . 7) ตลาดเอเชียเปิด Bitcoin วิ่งทะลุ $80,000 ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง Short Position บน Binance ถูกบังคับปิด (Liquidate) ไปแล้วกว่า $150 ล้าน (ราว 4,917 ล้านบาท) . 8) ช่วง 6.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ราคา Dip ลงไปแตะ $78,203 ก่อนจะวิ่งกลับขึ้นเหนือ $80,500 ในช่วงสายของวันเดียวกัน . 9) รวม 24 ชั่วโมง Bitcoin Position ถูกล้างไปทั้งหมด $270 ล้าน (ราว 8,852 ล้านบาท) โดยฝั่ง Short โดนไปประมาณ $212 ล้าน ส่วนตลาด Crypto โดยรวมล้างไปกว่า $554 ล้าน . 10) ปัจจัยเสริม กำไรของเหมืองขุดฟื้นกลับมาที่ $37 ต่อ Pentahash ต่อวินาทีต่อวัน (1 PH/s = 1,000 ล้านล้านการคำนวณต่อวินาที) ซึ่งสูงสุดตั้งแต่ 30 มกราคม ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin (ไม่รวม Stablecoin) แตะจุดสูงสุดตั้งแต่กรกฎาคม 2025 และ Spot Bitcoin ETF (กองทุนถือ Bitcoin จริง) มีเงินไหลเข้าสุทธิ $630 ล้าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา . 11) มุมที่นักวิเคราะห์ฝั่งระวังพูดถึง ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า Spot Demand (ความต้องการซื้อจริงในตลาดสด) ยังอยู่ในภาวะหดตัว ETF Inflow ราว $2.7 พันล้านในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ส่งผ่านมาเป็นแรงซื้อในตลาดสดอย่างแท้จริง การวิ่งครั้งนี้จึงถูกขับเคลื่อนด้วยแรง Short Squeeze (การบีบให้ Short ปิดสถานะ) และเงินสถาบันผ่าน ETF เป็นหลัก . 12) รายงานสำคัญที่ตามมา Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ของ Michael Saylor หยุดซื้อ Bitcoin ที่ระดับ 818,334 BTC เพื่อรอประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ในวันที่ 5 พฤษภาคม นักวิเคราะห์คาดว่าจะเห็นผลขาดทุนทางบัญชีจากราคา BTC ที่ต่ำในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา . 🗨️ ความเห็นจากนักลงทุน . ความเห็นจากชุมชนบน X ส่วนหนึ่งสะท้อนภาพรวมว่า Anton Palovaara ผู้ก่อตั้ง Leverage .Trading ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดจ่ายเงินให้คน Short ถือสถานะ แต่สุดท้ายก็โดนล้างอยู่ดี เพราะ Margin (เงินค้ำประกัน) หมดก่อนที่ราคาจะเดินทางไปจบในทิศทางที่ตัวเองเดิมพัน . อีกฝั่งหนึ่งย้ำว่าตราบใดที่ Spot Demand ยังไม่ฟื้น การวิ่งจาก Short Squeeze ก็เป็นแค่การ "ขโมยเชื้อเพลิง" จากฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่ขาขึ้นที่ยั่งยืน . 📊 มองข้างหน้า . Polymarket (ตลาดทำนายเหตุการณ์) ให้น้ำหนักว่า Bitcoin มีโอกาส 56% ที่จะแตะ $85,000 ภายในเดือนพฤษภาคม แต่โอกาสไป $90,000 เหลือเพียง 23% ขณะที่แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่บริเวณ $82,000 ซึ่งเป็นจุดที่ Call Option (สิทธิซื้อ) กระจุกตัวหนาแน่น . Bitcoin ยังต่ำกว่า All-Time High เดิมอยู่ 36% Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่ไปแล้ว คำถามใหญ่คือตามตรรกะตลาดเสี่ยง Bitcoin จะตามทันไหม หรือรอบนี้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะกลับมาแทรกอีกรอบ . คุณคิดว่า Bitcoin จะยืน $80,000 ได้หรือไม่ และถ้ายืนได้ เป้าถัดไป $85,000 หรือกลับไปทดสอบ $75,000 ก่อน . ⚠️ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน . #BitcoinAddict #BitcoinAddictThailand #Bitcoin
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
2
17
616
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
หุ้นกลับมาร้อนแรง AI ก็มาแรงสุด ๆ แล้วแบบนี้ยังต้องลงทุนคริปโตอยู่ไหม? พบกับคุณสถาพน พัฒนะคูหา ผู้ก่อตั้ง Guardian AI และผู้ก่อตั้ง SmartContract Blockchain Studio หนึ่งในคนไทยกลุ่มแรก ๆ ที่เอา Blockchain และ Smart Contract ไปใช้จริงกับวงการธุรกิจและการเงิน และวันนี้กำลังสร้างเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กรรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์อีกต่อไป มาฟังมุมมองจากคนที่ยืนอยู่ทั้งฝั่งบล็อกเชน คริปโต และ AI ว่า “คนไม่ลงทุนคริปโตเพราะหุ้นกับ AI มาแรงกว่า จริงเหรอ” มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันในงาน Bitcoin Addict Meetup #9 วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่ Area Zero by Cryptomind Group ลงทะเบียนได้ในคอมเมนต์ด้านล่าง (รีบลงก่อนที่นั่งเต็ม) #BitcoinAddictMeetup9 #BitcoinAddict #MarketEndGame
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
0
0
3
333
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
เหยื่อแฮกคริปโตเซ็ง! เจ้าหนี้คดีก่อการร้ายรุ่นเก๋าโผล่แจ้งศาล 'ขอยึดเงินแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ' ตัดหน้าแผนคืนเงินบน Arbitrum . ก่อนการโหวต Arbitrum DAO จะปิดลงในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ทุกอย่างดูจะไหลลื่น มีเสียงเห็นด้วยมากกว่า 99% พร้อมจะปลด ETH 30,766 เหรียญ มูลค่าราว 71.1 ล้านดอลลาร์ (~2,311 ล้านบาท) ที่ยึดมาจากแฮกเกอร์ Kelp DAO ส่งต่อให้กองทุนช่วยเหลือเหยื่อ DeFi United . แต่ในวันที่ 1 พฤษภาคม จดหมายฉบับหนึ่งถูกโพสต์ในฟอรัมของชุมชน Arbitrum และมันเปลี่ยนทุกอย่างทันที . ทนายความที่ถือคำพิพากษาคดีก่อการร้ายของเกาหลีเหนือเก่าค้างมานาน 11 ปี ยื่น "คำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ (Restraining Notice)" เพื่อสกัดไม่ให้ DAO โอนเงินก้อนนี้ออกไปไหน ETH ก้อนเดียวจึงกำลังถูกอ้างสิทธิ์จากสองฝ่ายพร้อมกัน เหยื่อแฮกล่าสุด vs เหยื่อก่อการร้ายเก่าหลายสิบปีก่อน . 📖 ที่มาของเรื่อง . ⚖️ 1) ปี 2543 บาทหลวง Kim Dong-shik พลเมืองสหรัฐฯ ถูกลักพาตัวในจีนและสังหารโดยเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ ครอบครัวคือ Han Kim และ Yong Seok Kim เริ่มต่อสู้คดีในศาลสหรัฐฯ มาหลายปี . ⚖️ 2) ปี 2558 ศาลแขวงสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตัดสินให้ DPRK (ชื่อทางการของเกาหลีเหนือ) ชดใช้ค่าเสียหายโดยปริยายราว 330 ล้านดอลลาร์ (~10,729 ล้านบาท) แต่ปัญหาคือเกาหลีเหนือไม่จ่าย และไม่มีทรัพย์สินในสหรัฐฯ ให้ยึด คำพิพากษาจึงเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ . 🔓 3) 18 เมษายน 2569 แฮกเกอร์เจาะบริดจ์ของ Kelp DAO ผ่านช่องสื่อสารข้ามเชนของ LayerZero V2 ขโมย rsETH (โทเคนของ Kelp ที่หนุนหลังด้วย ETH ที่ฝาก stake) มูลค่ารวม 292 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 18% ของอุปทานหมุนเวียน LayerZero ระบุชัดว่าเป็นฝีมือ Lazarus Group กลุ่มแฮกเกอร์ในสังกัดรัฐบาลเกาหลีเหนือ ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุแฮก Ronin ปี 2565 และ Bybit ปี 2568 . 🧊 4) 20 เมษายน 2569 Arbitrum Security Council สภาความมั่นคงที่มีสมาชิก 12 คนจากการเลือกตั้งของ DAO โหวต 9 ต่อ 12 ใช้อำนาจฉุกเฉินสั่งแช่แข็ง ETH 30,766 เหรียญที่แฮกเกอร์โอนเข้าที่อยู่บน Arbitrum โอนเข้าที่อยู่ 0x...0DA0 ที่ต้องอาศัยมติ DAO เท่านั้นถึงจะปลดได้ การสืบสาวที่นำไปสู่การแช่แข็งครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจากงานของ ZachXBT นักสืบออนเชน . 🤝 5) 30 เมษายน 2569 Aave Labs ร่วมกับ Kelp DAO, LayerZero, EtherFi และ Compound เสนอให้ Arbitrum DAO โอน ETH ก้อนนี้เข้ากองทุน DeFi United ที่ระดมเงินช่วยเหลือเหยื่อได้แล้วกว่า 311 ล้านดอลลาร์ การโหวตเปิดบน Snapshot กำหนดปิด 7 พฤษภาคม . 📜 6) 1 พฤษภาคม 2569 ทนายจากสำนักงาน Gerstein Harrow LLP ยื่น Restraining Notice ต่อศาลแขวงสหรัฐฯ เขตทางใต้ของนิวยอร์ก (S.D.N.Y.) อ้างกฎหมาย FSIA (เอกสิทธิ์อธิปไตยต่างประเทศ) ประกอบ TRIA (ประกันความเสี่ยงจากการก่อการร้าย) ที่เปิดทางให้เจ้าหนี้คำพิพากษาของรัฐผู้อุปถัมภ์การก่อการร้าย ยึดทรัพย์ของรัฐนั้นหรือ "หน่วยงานในเครือ" ได้ . จุดหักมุมคือคำสั่งฉบับนี้ระบุชื่อ Lazarus Group และ APT-38 เป็นหน่วยงานในเครือของ DPRK ทำให้ ETH ที่ขโมยมาถูกตีความว่าเป็น "ทรัพย์ที่เกาหลีเหนือมีส่วนได้ส่วนเสีย" . ⚠️ 7) คำสั่งยังรวมคดีค้างชำระอีก 2 คดี ได้แก่ Kaplan v. DPRK ราว 169 ล้านดอลลาร์ จากเหตุยิงจรวดถล่มอิสราเอลปี 2549 และ Calderon-Cardona v. DPRK 378 ล้านดอลลาร์ จากเหตุโจมตีสนามบิน Lod ปี 2515 รวมมูลค่าเกิน 877 ล้านดอลลาร์ . 💢 8) ZachXBT ออกโรงวิจารณ์ทันทีบน X เรียก Gerstein Harrow ว่าเป็น "สำนักงานทนายล่าเหยื่อที่ใช้กลยุทธ์ชั่วร้ายแท้ๆ" โดยอ้างว่าทุกครั้งที่มีเหยื่อ Lazarus รายใหม่ ทนายกลุ่มนี้จะเข้ามาอ้างสิทธิ์จากคดีเก่าที่ไม่เกี่ยวกับคริปโตเลย โดยอาศัยข้อมูลที่ตนเองและเครือข่ายลงแรงรวบรวมมา และเขาระบุว่ากลยุทธ์เดียวกันเคยถูกใช้กับเคส Harmony และ Bybit มาแล้ว ZachXBT ถึงขั้นเสนอให้ชุมชนตั้ง DAO ฟ้องกลับสำนักงานนี้ . 🗣️ 9) นักวิจารณ์ฝั่ง DeFi อย่าง banteg ผู้ร่วมพัฒนา Yearn Finance มองว่า DAO มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อคำสั่งศาล เพราะเงินก้อนนี้สาวกลับไปยังเหยื่อ Kelp ได้ชัดเจน ขณะที่ Gabriel Shapiro ทนายคริปโตชื่อดังเตือนว่าตอนนี้ Arbitrum DAO ห้ามทำอะไรกับเงินก้อนนี้จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีจริง ไม่ใช่ให้ DAO ตัดสินเอง . 📊 คำถามใหญ่ที่ทุกคนต้องคิด . ผู้ถือ ARB ที่โหวต "เห็นด้วย" จะถูกฟ้องส่วนตัวจากการโอนทรัพย์ตามมติได้หรือไม่ เพราะ Gerstein Harrow เคยใช้ข้อโต้แย้งว่า DAO ควรถูกตีความเป็น "สมาคมไม่จดทะเบียน (unincorporated association)" ที่สมาชิกทุกคนต้องร่วมรับผิด และมีผู้พิพากษาบางรายเคยอนุญาตให้ดำเนินคดีตามทฤษฎีนี้มาก่อน . นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ DAO ถูกลากเข้าสู่กระบวนการศาลสหรัฐฯ แต่อาจเป็นครั้งแรกที่การโหวตธรรมดาๆ บน Snapshot อาจกลายเป็นหลักฐานเอาผิดผู้โหวตแต่ละคน คำตอบของคำถามนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐาน (Precedent) สำหรับเหตุแฮก Lazarus ครั้งต่อๆ ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ . #BitcoinAddict #Arbitrum #KelpDAO
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
0
7
695
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
"CLARITY Act ไม่ผ่านก็ไม่ตาย" CEO เปิดมุมมองวงการคริปโตได้ความชัดเจนที่รอมานานแล้ว . ย้อนไปสองปีก่อน ทุกครั้งที่ SEC ออกหนังสือแจ้ง วงการคริปโตสหรัฐฯ ต้องนั่งลุ้นว่าโครงการของตัวเองจะถูกฟ้องเป็นรายต่อไปหรือไม่ การถูกจัดเป็น "หลักทรัพย์" ในยุคนั้นเทียบเท่ากับใบประกาศปิดกิจการ . แต่ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเร่งผลักดัน CLARITY Act กฎหมายที่หวังว่าจะแก้ปัญหานี้ Chris Perkins ซีอีโอบริษัท 250 Digital Asset Management กลับออกมาพูดสวนกระแสในพอดแคสต์ Chain Reaction ของ Cointelegraph ว่า . "ถ้ากฎหมายไม่ผ่าน เราก็ยังไปต่อได้สบาย ๆ" . ทำไมเขาพูดแบบนี้ ในเมื่อทั้งวงการพยายามดันกฎหมายฉบับนี้ราวกับเป็นทางรอดสุดท้าย ลองไล่เหตุการณ์ตามลำดับเวลา . 1️⃣ ปี 2564 ถึง 2567 ยุค Gary Gensler . อดีตประธาน SEC ในรัฐบาล Joe Biden ใช้นโยบายฟ้องร้องเป็นหลัก เหรียญใดถูกจัดเป็น Securities (หลักทรัพย์) จะเจอคดีบังคับใช้กฎหมาย ถูกถอดจากกระดานเทรด และไม่มีเส้นทางทำตามกฎที่ชัดเจน . 2️⃣ ต้นปี 2569 การเปลี่ยนผ่าน . Paul Atkins รับตำแหน่งประธาน SEC คนใหม่ พร้อม Michael Selig ขึ้นเป็นประธาน CFTC (หน่วยงานกำกับสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ) ทั้งคู่มีท่าทีเปิดกว้างต่อคริปโตอย่างชัดเจน . 3️⃣ มีนาคม 2569 เอกสารตีความร่วม . SEC และ CFTC เผยแพร่เอกสารตีความร่วมเป็นครั้งแรก ระบุแนวทางว่ากฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางควรนำมาใช้กับสินทรัพย์คริปโตอย่างไร นี่คือสิ่งที่ Perkins บอกว่าวงการรอคอยมานาน . 4️⃣ 11 เมษายน 2569 สัญญาณเร่ง . วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ผู้สนับสนุนคริปโตตัวยง ประกาศ "ตอนนี้หรือไม่มีอีกแล้ว" ส่งสัญญาณว่าหน้าต่างเวลาในการผ่านกฎหมายกำลังจะปิด . 5️⃣ 1 พฤษภาคม 2569 ร่างสุดท้ายออกมา . วุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks เผยแพร่ร่างข้อความสุดท้ายของ CLARITY Act เพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างฝั่งธนาคารและคริปโตในประเด็น Stablecoin Yield (ผลตอบแทนจากการถือเหรียญที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์ปกติ) วันเดียวกัน Faryar Shirzad ประธานฝ่ายกฎหมายของ Coinbase กระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โพสต์บน X ว่า "ถึงเวลาทำให้ CLARITY เสร็จแล้ว" . 6️⃣ Perkins ออกมาพูดสวนกระแส . "การเป็นหลักทรัพย์ในวันนี้ไม่ใช่โทษประหารอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ" Perkins ชี้ว่า SEC และ CFTC ยุคใหม่กำลังสร้างนโยบายและบรรทัดฐานใหม่ทุก ๆ วัน วงการได้ความแน่นอน เสถียรภาพ และ Taxonomy (ระบบจำแนกสินทรัพย์) ที่รอคอยมานาน . 7️⃣ ข้อแม้ที่ Perkins ยอมรับ . ถ้า CLARITY Act ผ่านจริง จะเป็นการ "ล็อก" นโยบายไว้ระยะยาว "เพราะการผ่านกฎหมายว่ายากแค่ไหน การยกเลิกกฎหมายก็ยากยิ่งกว่า" แต่ถ้าไม่ผ่าน วงการก็ยังเดินต่อได้ด้วยกรอบที่หน่วยงานสร้างเอง . 8️⃣ ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 จุดชี้วัด - วุฒิสมาชิก Bernie Moreno ระบุว่าคาดว่า CLARITY Act จะ "เสร็จสมบูรณ์" ภายในสิ้นเดือนนี้ . 📱 มุมมองจากชุมชน X . ฝั่งหนึ่งเห็นด้วยกับ Perkins ว่าภายใต้ SEC ชุดใหม่ ภาพชัดเจนกว่าสมัย Gensler มาก ไม่ต้องรอกฎหมายก็ทำธุรกิจได้ อีกฝั่งกลับโต้แย้งว่ากรอบที่หน่วยงานสร้างเองสามารถถูกยกเลิกได้ทุกเมื่อเมื่อรัฐบาลเปลี่ยน CLARITY Act จึงจำเป็นต้องผ่านในช่วงที่หน้าต่างเปิดอยู่ . 🔍 ภาพใหญ่ . จุดที่น่าสนใจคือ วงการคริปโตสหรัฐฯ ในวันนี้ไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องวิงวอนเหมือนสองปีก่อน จากที่เคยถูก SEC ใช้เป็น "ผู้ถูกฟ้อง" ตอนนี้กลายเป็นคนที่หน่วยงานต้องนั่งคุยด้วยทุกวัน . แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ ถ้ารัฐบาลในอนาคตเปลี่ยนทิศทาง กรอบที่ SEC และ CFTC สร้างไว้ในวันนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน . คุณคิดว่าวงการคริปโตสหรัฐฯ ควรพึ่ง CLARITY Act ระยะยาว หรือพอใจกับกรอบที่ SEC และ CFTC สร้างเองในตอนนี้ . #BitcoinAddict #BitcoinAddictThailand #CLARITYAct
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
0
5
435
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ทุ่มเงินจน PAC ติดท็อป แต่คนอเมริกันกลับยิ่งไม่ไว้ใจคริปโต–AI หนักกว่าเดิม . ที่ Chicago รอบ Primary เดือนมีนาคม 2026 ผู้สมัครคนหนึ่งเปิดดูยอดสนับสนุนจาก Super PAC สาย Crypto ที่ไหลเข้ามาช่วยเขาหลายล้านดอลลาร์ ทุกป้าย ทุกโฆษณาออนไลน์ในเขตเลือกตั้ง ดูเหมือนจะถูกซื้อหมดแล้ว แต่ในคูหาวันเลือกตั้ง ผู้สมัครคนนั้นกลับแพ้ และนั่นคือสัญญาณแรกที่ทำให้ทีมเลือกตั้งของอุตสาหกรรมคริปโต–AI เริ่มหันมามองตัวเลขที่เพิ่งออกมาในเดือนพฤษภาคมนี้แบบจริงจัง . 📊 ผลโพลล่าสุดที่ Public First จัดทำให้ Politico ในเดือนเมษายน สำรวจคนอเมริกัน 2,035 คน ระหว่างวันที่ 11–14 เมษายน 2026 ค่าความคลาดเคลื่อน ±2.2% ผลลัพธ์สั่นสะเทือนวงการอย่างชัดเจน . 1) ปี 2023 Fairshake PAC (Political Action Committee คณะกรรมการระดมเงินสนับสนุนผู้สมัครได้ไม่จำกัด) ก่อตั้งโดยกลุ่มคริปโต โดยมี Coinbase, Andreessen Horowitz หรือ a16z และ Ripple Labs เป็นแกนหลัก . 2) ปี 2024 Fairshake ใช้เงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์ ราว 1,368 ล้านบาท โค่นวุฒิสมาชิก Sherrod Brown จาก Ohio ที่เป็นนักวิจารณ์คริปโตตัวฉกาจ ส่งสัญญาณไปทั่ว Capitol Hill ว่าใครต้านคริปโต จะเจอแบบนี้ . 3) สิงหาคม 2025 ฝั่ง AI เห็นโมเดล Fairshake แล้วเดินตาม เปิดตัว Leading the Future PAC โดยมี a16z และ Greg Brockman ประธาน OpenAI เป็นหัวหอก . 4) ไตรมาส 1 ปี 2026 OpenAI และ Anthropic บันทึกค่าใช้จ่ายล็อบบี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันฝั่งคริปโตเร่งผลักดัน CLARITY Act ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านวุฒิสภา . 5) มีนาคม 2026 Super PAC สาย Crypto–AI–อิสราเอล ทุ่มรวมกว่า 26.9 ล้านดอลลาร์ใน 4 เขตเลือกตั้งแถบ Chicago แต่ผลออกมา ในรัฐ Illinois ผู้สมัครที่ได้รับเงินสนับสนุนจากอุตสาหกรรมกลับแพ้ . 6) 11–14 เมษายน 2026 Public First เริ่มเก็บข้อมูลโพล . 7) ผลออกมา 45% บอกว่าการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี ไม่คุ้มกับความเสี่ยง 44% มองว่า AI พัฒนาเร็วเกินไป เกือบครึ่งไว้ใจธนาคารดั้งเดิมมากกว่าแพลตฟอร์มคริปโต และ 2 ใน 3 ต้องการให้รัฐสภาออกกฎหมายควบคุม AI อย่างเข้มงวด . 8) ที่หนักกว่านั้น มีเพียง 9% ที่เคยได้ยินชื่อ Leading the Future และเพียง 3% เท่านั้นที่รู้จัก Fairshake เงินไหลเข้าหลักร้อยล้าน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกลุ่มเหล่านี้อยู่ . 9) ในสถานการณ์จำลองเลือกตั้ง ผู้ตอบแบบสำรวจมีแนวโน้มเลือกผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มที่ผลักดันกฎหมายคุมเทคเข้มงวด มากกว่าผู้สมัครที่ได้รับเงินจากกลุ่มที่ผลักดันกฎหมายผ่อนคลาย . 10) แถลงการณ์จากนักการเมืองสายต้านคริปโต อดีต ส.ส. Jim Renacci จาก Ohio บอกกับ Politico ว่า ถ้าใครเห็นว่าผู้สมัครคนไหนได้รับเงินสนับสนุนจากฝั่งคริปโต มันจะเป็นปัญหาเสมอ Sherrod Brown ที่ถูกโค่นปี 2024 ตอนนี้กลับมาลงสมัครรอบใหม่แล้ว . 🗣️ มีคนคิดเห็นกับเรื่องนี้ในชุมชน Crypto . "ถ้าคุณคิดว่าทุ่มเงิน 100 ล้านแล้วจะซื้อใจคนอเมริกันได้ คุณกำลังเล่นเกมเดียวกับ Big Pharma ก่อนยุค Opioid พอข่าวแตก เงินทุกบาทกลายเป็นหลักฐานมัดตัว" . "จริงๆ แล้วฝั่งคริปโตควรเอาเงินไปทำการศึกษาให้คนเข้าใจมากกว่าซื้อโฆษณาด่าคู่แข่ง 9% รู้จัก Leading the Future หมายความว่าเงิน 75 ล้านดอลลาร์แทบสูญเปล่า" . โพลครั้งนี้ไม่ได้บอกว่าคริปโตหรือ AI จะแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่บอกชัดว่าเงินที่เคยใช้ได้ผลในปี 2024 ตอนที่คนยังไม่ทันเชื่อมโยงระหว่าง "ผู้สมัคร" กับ "อุตสาหกรรมเบื้องหลัง" รอบนี้อาจไม่ได้ผลแบบเดิมอีก เพราะคนเริ่มจับทางออก . #BitcoinAddict #BitcoinAddictThailand #CryptoNews
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
5
464