
รู้หรือไม่ ข้าราชการมุสลิม 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้สิทธิมากกว่าคนไทยรวมทั้งข้าราชการไทยทั่วไปในพื้นที่เดียวกัน! ถ้าคุณเป็นข้าราชการทั่วไป ไม่ว่าคุณจะนับถือพุทธ คริสต์ หรือศาสนาอะไรก็ตาม สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่คุณจะได้จากกรมบัญชีกลางคือ 1) เบิกให้ตัวเอง 2) เบิกให้คู่สมรสตามกฎหมายได้แค่ 1 คนถ้วน 3) ลูกอีกไม่เกิน 3 คน นี่คือกติกามาตรฐานที่คนทั้งประเทศใช้และเข้าใจตรงกัน แต่กติกานี้กลับมีข้อยกเว้นที่ทำให้คนที่ได้ยินต้องเกาหัวสงสัย นั่นคือถ้าคุณเป็นข้าราชการชายที่นับถือศาสนาอิสลาม และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล สิทธิของคุณจะพุ่งพรวดขึ้นมาทันที เพราะถ้าคุณจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ภรรยาได้สูงสุดถึง 4 คน โดยมีเงื่อนไขแค่ว่าภรรยาคนที่ 2 ถึง 4 นั้นต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายอิสลามที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้าเรามองในมุมของความเท่าเทียมแบบบรรทัดทัดฐานเดียวที่คนรุ่นใหม่เรียกร้อง เรืองนี้มันผิดหลักการแน่นอน ข้าราชการที่สอบเข้ามาด้วยมาตรฐานเดียวกัน ทำงานรับใช้ชาวบ้านเหมือนกัน แต่กลับได้สิทธิประโยชน์ในการดึงงบประมาณรัฐไปดูแลครอบครัวไม่เท่ากัน คนศาสนาอื่นมีคู่สมรสตามกฎหมายได้แค่คนเดียว หรือแม้แต่มุสลิมที่ทำงานอยู่ในจังหวัดอื่นอย่างเชียงใหม่หรือกรุงเทพ ก็ถูกจำกัดสิทธิให้เบิกได้แค่คนเดียว จึงมีคำถามว่าทำไมเงินภาษีและงบประมาณแผ่นดินถึงถูกนำไปจ่ายให้กับสวัสดิการที่ดูเหลื่อมล้ำกันขนาดนี้ เพียงเพราะเงื่อนไขทางศาสนาและที่อยู่ เรื่องนี้เป็นผลพวง (ที่ไม่เมกเซนส์) มาจากการประนีประนอมทางกฎหมาย ที่รัฐไทยอนุโลมให้ใช้กฎหมายครอบครัวและมรดกตามหลักอิสลามในพื้นที่ 4 จังหวัด เมื่อกฎหมายที่ยกเว้นให้เฉพาะพื้นที่ ยอมรับรองสถานะภรรยาทั้ง 4 คนว่าถูกต้องตามกฎหมาย ระบบสวัสดิการของกรมบัญชีกลางที่ผูกติดอยู่กับคำว่าคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย มันจึงต้องตีความไปตามน้ำไปครอบคลุมภรรยาทั้ง 4 คนนั้นด้วย ความไม่เท่าเทียมนี้มันมีอยู่จริง และไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึง แม้แต่พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ที่บอกว่าต่อต้านความไม่เท่าเทียม ก็ไม่กล้าแตะเรื่องนี้ นักการเมืองอธิบายไม่ได้(และไม่กล้าอธิบาย) ว่าทำไมประเทศไทยจึงใช้ระบบกฎหมายที่สองมาตรฐาน สร้างความเหลืีอมล้ำแบบนี้ ผมขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองยกเลิกสิทธิที่เหนือคนไทยทั่วไปนี้เสียทันทีครับ @PPLEThai @teng_pple @PheuThaiParty






















