Choeiji

9.8K posts

Choeiji banner
Choeiji

Choeiji

@Choeiji

ทาสหมา เล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน รับงานทุกอย่าง แล้วแต่จะมีอะไรให้ทำ แต่ตอนนี้วิ่ง Grab

อ.หาดใหญ่, จ.สงขลา Katılım Mayıs 2009
296 Takip Edilen675 Takipçiler
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
มันเป็นวิธีที่ตัดความช่วยเหลือลูกค้าไงครับเขาก็ไม่ได้อยากจะมี call center หรอก เขาหาทางให้เราใช้งานลำบากเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปวุ่นวายร้องเรียน สุดท้ายใครทนไม่ได้ก็ต้องไปศูนย์บริการไปกดดันพนักงานกินเงินเดือนแทน
ไม่เชื่อครับ โม้🤗@reno____o

ใครบอก AI มาทำงานแทนคน กุบอกให้เลยนะ ไอที่รำคาญสุดคือ call center กูอยากคุยกับมนุษย์ คุยกับบอท กูไปพิมพ์เอาก็ได้ เสียเวลาโทรทำมะเขือไรวะ พวกผู้บริหาร ค่ายโทรศัพท์ โปรดมาอ่านเถอะ

ไทย
0
0
0
39
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
เมื่อก่อนอ้างชื่อพ่อ ชื่อคนใหญ่โต อ้างสังกัดหน่วยงานราชการเดี๋ยวนี้แค่อ้างบริษัทเอกชนใหญ่โตก็ได้หรอ ทุนนิยมจริงๆ
เฉียนเฉี่ยน@zsar14940693

ค่ายไหนอยากใส่ใจ🤔 ผู้บริหารมือถือค่ายยักษ์ใหญ่ เมาแล้วขับ หายไป 3 วัน มาอคกที "ไปพบตำรวจบอกไปผิดโรงพัก"แถมแจ้งจับคู่กรณี ใหญ่จริง ค่ายไหนนะ

ไทย
0
0
0
17
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
สถานการณ์ก็คล้ายๆ ตอนนี้เลยล่ะ เพราะ พ.ศ. นี้ก็ข้าวยากหมากแพง ประชาชนชนชั้นกลางลงไปต้องประหยัดทุกอย่าง แต่เปลี่ยนจากชนชั้นสูง เป็นพวกนายทุนที่ยังสุขสบาย
ไทย
0
0
0
46
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@Garfield_Lucky นี่แหละสิ่งที่ rider ต้องเจอ สรุปไม่ต้องไปทะเลาะกับเขาไม่ต้องไปหาเหตุผลกับเขาเขาไม่เอาเราก็มาทำเคลม ไม่ต้องให้เขาครับ
ไทย
0
0
0
1.4K
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@skongki2000 ต. ท. ว. พ. หรือเปล่า
ไทย
0
0
0
4.4K
A Man in The World
A Man in The World@w16194·
แว๊บมากินไก่ทอด #หาดใหญ่
A Man in The World tweet media
ไทย
8
3
234
6.2K
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@baboibabinii สมัยก่อนดังมาก เขาคงหน้าแบบนี้น่ารักมากเลย
ไทย
0
0
1
18.4K
비니 ♡̷̷̷
비니 ♡̷̷̷@baboibabinii·
อีเชี่ยยยยย คุณ อั๋น ศราวุธเหมือนแอนตันมากๆๆ หล่ออะ ตี๋อินเตอร์เลย
ไทย
22
16.1K
18.3K
1.3M
Choeiji retweetledi
• win 🏳️‍🌈
– ถ้าความจริงคือ "เบื่อหัวหน้า" ให้ตอบประมาณว่า "อยากทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และพัฒนางานร่วมกันได้" – ถ้าความจริงคือ "เงินเดือนน้อย" ให้ตอบประมาณว่า "กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมทั้งในด้านบทบาท ความรับผิดชอบ และแพ็กเกจที่สอดคล้องกับประสบการณ์" – ถ้าความจริงคือ "อยากได้งานที่ตรงสายมากขึ้น" ให้ตอบประมาณว่า "หลังจากทำงานมา ค้นพบว่าตัวเองสนใจด้านนี้มากเป็นพิเศษ เลยอยากขยับมาทำงานที่ตรงสายและสร้างผลงานได้ชัดเจนขึ้น" – ถ้าความจริงคือ "มีปัญหากับที่เดิม" ให้ตอบประมาณว่า "ไม่มีเลยครับ ยังรู้สึกขอบคุณที่เดิมที่ให้โอกาสเรียนรู้ เพียงแต่อยากจะขยับออกจาก comfort zone และหาความท้าทายใหม่" สิ่งสำคัญคือ คำต้องห้ามที่ไม่ควรพูดเวลาถูก HR ถาม นั่นก็คือ เจ้านายไม่ดี เพื่อนร่วมงานแย่ งานหนักเกิน เงินน้อยมาก เบื่อ บริษัทเก่าไม่โอเค ฯลฯ (คิดได้ แต่อย่าพูด)
เอเวอร์เรส@poppy_rjk

ตอบว่าไงดีให้ดูเซฟสุด???

ไทย
19
26.8K
28.1K
1.7M
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@TarotYouuuu กำลังแจ้งเป็นไม่เข้าใจ
ไทย
0
0
1
1.8K
Tarot to youuuu
Tarot to youuuu@TarotYouuuu·
มึง พี่ท่านนี้ตั้งกล้องถ่ายคลิปหน้าตัวเอง ได้ยอดวิวไปถึง 7 ล้านวิว คอมเมนต์ถล่มทลาย กลายเป็นปรากฎการณ์ดังในข้ามคืนเดียว สุดยอดมากจริงๆ 555555555
ไทย
149
2.4K
3.9K
3.1M
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@Ball69Hatyai เท่าไหร่ครับ กี่เข็ม
ไทย
0
0
1
288
BallGHatyai
BallGHatyai@Ball69Hatyai·
รักสนุก ก็ต้องป้องกันนะคราฟ ฉีดเรียบร้อยแล้วครับ #วัคซีนHPV
BallGHatyai tweet media
ไทย
4
1
40
11.3K
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
ญี่ปุ่นบ้านเหลือเยอะเลยครับ ประชากรเกิดน้อย คนสูงอายุมีมากเมื่อเสียชีวิตมักจะไม่ค่อยมีใครอยากจะรับมรดกเนื่องจากภาษีและค่าใช้จ่ายตามมาเลยปล่อยทิ้งร้างปล่อยวางโดยเฉพาะตามแถบชานเมืองในชนบท
Eaaaw@Eaaaw

เรามักเห็นข่าวหรือ VLOG ของดาราตัวท็อปในเมืองไทย พาทัวร์ "บ้านตัวเอง" ที่ญี่ปุ่นกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นแถวฮอกไกโด โตเกียว หรือเมืองตากอากาศเงียบๆ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า "คนธรรมดาอย่างเรา ซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นได้จริงหรือ?" ​คำตอบคือ "ซื้อได้จริง และทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด" นี่คือสรุปเหตุผลหลักและข้อมูลเชิงลึกที่คนไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจตามรอยดารา ​1. ทำไมต้องญี่ปุ่น? (The Advantage) ​กรรมสิทธิ์ 100% (Freehold): ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่อนุญาตให้คนต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารได้แบบเต็มรูปแบบในชื่อของตัวเอง ไม่ต้องมีนอมินี ไม่ต้องมีคู่สมรสชาวญี่ปุ่น ​ราคาที่จับต้องได้ ในงบประมาณ 10-15 ล้านบาท หากอยู่กรุงเทพฯ อาจได้คอนโด 2 ห้องนอนกลางเมือง แต่ที่ญี่ปุ่นงบนี้สามารถหาบ้านเดี่ยวสภาพดีในย่านที่เดินทางสะดวกของโตเกียว หรือบ้านพักตากอากาศกว้างๆ ในเมืองท่องเที่ยวได้เลย ​ค่าเงินเยนเอื้ออำนวย ช่วงที่ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้อำนาจการซื้อของคนไทยสูงขึ้น เหมือนได้ส่วนลดไปในตัวสำหรับการลงทุนระยะยาว ​2. 5 ย่านยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปซื้อบ้าน ​Niseko (Hokkaido): สวรรค์ของคนรักสกีและหิมะ ดารานิยมไปซื้อเป็นบ้านพักตากอากาศ เพราะปล่อยเช่าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ราคาสูงตลอดปี ​Setagaya (Tokyo) ย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ในโตเกียว มีความสงบ มินิมอล และเดินทางเข้าย่านช้อปปิ้งอย่าง Shibuya ได้ง่าย ​Karuizawa (Nagano) เมืองตากอากาศหนีร้อนยอดฮิตของคนญี่ปุ่นและเศรษฐีไทย บรรยากาศป่าไม้ร่มรื่นและมีเอาท์เล็ตขนาดใหญ่ ​Osaka (Central) สำหรับสายลงทุนที่เน้นความคุ้มค่า ราคาอสังหาฯ ยังถูกกว่าโตเกียว และมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นตลอดปี ​Hakone/Fuji ย่านยอดนิยมสำหรับคนอยากมีบ้านวิวภูเขาไฟฟูจิและออนเซ็นส่วนตัว ​3. เช็กลิสต์: คนไทยต้องเตรียมอะไรบ้าง? ​การซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้ ​พาสปอร์ต ใช้ยืนยันตัวตนพื้นฐาน ​ใบรับรองตราประทับ (Inkan) ต้องไปทำเรื่องจดทะเบียนตราประทับเพื่อใช้แทนการเซ็นชื่อตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ​หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงิน ต้องมีเอกสารยืนยันที่มาของรายได้ชัดเจน ​เงินสด (Cash) หากไม่มีวีซ่าพำนักถาวร (PR) การกู้เงินจากธนาคารญี่ปุ่นจะทำได้ยากมาก ส่วนใหญ่จึงต้องเป็นการซื้อด้วยเงินสด 100% หรือกู้จากธนาคารไทยที่มีสาขาในต่างประเทศ ​⚠️ ข้อควรระวัง (Reality Check) ​ซื้อบ้านไม่ได้วีซ่า การมีโฉนดญี่ปุ่น ไม่ช่วยให้ได้สิทธิ์พำนักถาวร (PR) ยังต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศตามกฎปกติ ​ค่าใช้จ่ายแฝง เตรียมใจกับภาษีที่ดินรายปี ภาษีมรดกที่ค่อนข้างสูง และค่าบำรุงรักษาบ้านที่ต้องจ่ายสม่ำเสมอแม้ไม่ได้เข้าไปอยู่ ​การมีบ้านที่ญี่ปุ่นเหมือนดาราไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ต้องศึกษาเรื่อง "ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง" ให้รอบคอบ หากคุณมีแผนจะไปพักผ่อนที่นั่นบ่อยๆ หรืออยากกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ญี่ปุ่นคือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้

ไทย
0
0
0
842
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
มีสติหน่อยลูกค้า แล้วทำไมไม่บอกชื่อร้านไปเลยครับผมจะรู้ไหมว่าร้านไหนเปิดใหม่ #grab #grabth
Choeiji tweet media
ไทย
0
0
0
274
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
นอกจากโช๊คแตกแล้ว มันยังเสี่ยงอันตรายด้วยนะครับจากน้ำหนักที่เกิน เพราะรถรับจ้างมันแค่ 125 CC ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถคันเล็ก ตามกฎหมายแล้วเราสามารถปฏิเสธการบรรทุกที่มีน้ำหนักเกินและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้นะครับ
รีแอคชั่น วิดีโอ🏳️‍🌈@Thaireactionvid

ขอขอบพี่แกร็บที่แจ้งให้ทราบนะคะ

ไทย
0
0
0
583
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
ข้าวกล่องเซเว่นกินได้แต่อย่ากินทุกมื้อ หรือฝากท้องกับข้าวกล่องเซเว่นไปเลย กินเมื่อจำเป็น กินเมื่อเวลาจำกัด หิวมื้อดึกหาร้านไม่ได้ มันคือ concept ที่สร้างมา มันไม่สามารถที่จะมาแทนที่อาหารปรุงสุกใหม่ๆ ได้
Crypto Onizuka@slamboto_v2

เย็นตาโฟ เพื่อสุขภาพ ปรุงรสโดยซีพีแรม ขายที่เซเว่น เลือกกินเย็นตาโฟเซเว่น หรือกินร้านข้างทางดี ? ชามนี้โซเดียมเบาๆ 1590 มิลลิกรัม หรือตีไป 1.6 กรัม เรียกมันว่ายาพิษเถอะ อย่าเรียกอาหาร🧟🧟‍♂️🧟‍♀️

ไทย
0
0
0
308
Choeiji
Choeiji@Choeiji·
@Joe46954303 @Unrulycat2511 เขาอาจจะซื้อเอาที่แล้วยกบ้านทั้งหลังไปไว้ที่อื่นเดี๋ยวนี้ย้ายบ้านทั้งหลัง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน
ไทย
0
0
1
302
Joe
Joe@Joe46954303·
@Unrulycat2511 ถ้าเปลี่ยนมือ และรี้อถอนอาคารทิ้ง ก็น่าเสียดาย ทั้งอาคารเก่า และพื้นที่สีเขียว ต้นไม้อายุนับร้อยปี ไดเแค่ฝันกลางวันให้มีเจ้าสัวใจดีมาซื้อและคงอาคารและต้นไม้ พัฒนาให้เป็นสวนเชิงพิณิชย์ ร้านค้า และสันทนาการ !
ไทย
1
21
57
9.6K
แมวเกเร
แมวเกเร@Unrulycat2511·
สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งข่าว "ขาย" สถานทูตในกรุงเทพเตรียมย้ายไปที่ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นสถาทูตได้รับการกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดงดงามราวภาพวาด ตั้งอยู่ระหว่างถนนวิทยุสายเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 และซอยต้นสนเล็กๆ อันเงียบสงบในเขตปทุมวัน ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางร่มรื่นด้วยแมกไม้เขียวขจีน้อยใหญ่เชื่อมต่อจากพื้นที่ของทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา อีกทั้งมีบ่อน้ำเก่าแก่ดั่งโอเอซิสในเมืองหลวง ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล มีสองชั้น หลังคาจั่ว และมีส่วนหนึ่งเป็นหอคอยสูงสามชั้น ลักษณะเด่นคือหลังคาที่มีการซ้อนชั้นขึ้นไปในส่วนหอคอย และการตกแต่งด้วยไม้แกะสลักและเสาประดับที่ยอดจั่ว ทำเนียบแห่งนี้เคยเป็นบ้านของนายแพทย์อัลฟองส์ ปัวซ์ (Dr. Alphonse Poix) แพทย์หลวงชาวฝรั่งเศสประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศสยามราว ค.ศ.1897 และเพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานเบื้องพระยุคลบาทมาหลายปี ตั้งแต่ครั้งรัชสมัยของพระชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์แด่นายแพทย์ปัวซ์ ขึ้นเป็น “พระยาอัศวินอำนวยเวท” (Phya Asvin Amnueyvej) ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ผืนนี้เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1911 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 บริเวณนี้ยังเป็นทุ่งนา เมื่อเริ่มมีการพัฒนาพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ เมืองจึงขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ที่ดินบริเวณนี้ราคาสูงขึ้น ชาวนาทยอยกันขายที่ดินและย้ายออกไปอยู่นอกเมือง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และบิดาแห่งภาพยนตร์ไทย) เป็นหนึ่งในผู้ที่ซื้อที่ดินจำนวน 23 ไร่จากชาวนาที่ย้ายออกไป ปี ค.ศ.1914 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ขายที่ดินและบ้านให้กับพระยาราชสาส์นโสภณ ซึ่งภายหลังพระยาราชสาส์นโสภณก็ขายต่อให้กับกรมพระคลังข้างที่ (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในปัจจุบัน) เมื่อปี ค.ศ.1915 ชื่อเจ้าของที่ดินผืนนี้จึงเป็นพระมหากษัตริย์ โดยมีอธิบดีกรมพระคลังข้างที่เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทน 15 ปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงชื่นชมต่อความจงรักภักดีและการอุทิศตนในหน้าที่ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช จึงพระราชทานที่ดินและอาคารให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เป็นหลานปู่คนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทำหน้าที่เป็นเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปี ค.ศ.1932 พระองค์เจ้าบวรเดชขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ผ่านกรมพระคลังข้างที่ เพื่อขายที่ดินคืนให้กรมพระคลังข้างที่จำนวน 2 ไร่ เพราะประสงค์นำเงินไปปรับปรุงบ้าน และได้เงินมา 15,000 บาท ถือเป็นการปรับปรุงบ้านครั้งแรกและครั้งเดียว ปีค.ศ.1932 เริ่มเกิดความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศไทย และในวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ.1933 พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ได้นำทัพของกลุ่มซึ่งเรียกตนเองว่า “คณะกู้บ้านกู้เมือง” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “กบฏบวรเดช” พยายามยึดอำนาจจากรัฐบาลคณะราษฎร แต่ไม่สำเร็จ ทำให้พระองค์เจ้าบวรเดชต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่กัมพูชาและได้เปิดโรงงานทอผ้า ค้าขายถ่านที่นั่น ระหว่างที่พระองค์เจ้าบวรเดชลี้ภัยนั้น บ้านหลังนี้ถูกปล่อยเช่าให้กับสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษเพื่อใช้เป็นสำนักงานและสโมสรช่วงปี ค.ศ.1936-1939 แต่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาใช้ที่นี่เป็นสำนักงาน เดือนตุลาคม ค.ศ.1946 หลังสงครามสิ้นสุดลง ที่นี่ถูกปล่อยเช่าให้กับ Salesian บาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิก เพื่อใช้เป็นสำนักงานและโบสถ์ส่วนตัว ส่วนอาคารไม้ชั้นเดียว 2 หลังที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้ใช้เป็นศูนย์ฝึกอาชีพของเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ต่อมาจึงได้รับการพัฒนาเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาดอนบอสโก (Don Bosco Vocational School) หลังจากที่รัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้นักโทษการเมืองทุกคดี ปี ค.ศ.1948 พระองค์เจ้าบวรเดชจึงเสด็จกลับประเทศไทยหลังลี้ภัยในเขมร 16 ปี และทรงตั้งโรงงานทอผ้าที่อำเภอหัวหิน ทอผ้าโขมพัสตร์ขึ้นจำหน่ายได้รับความนิยมโด่งดังระดับโลก ปี ค.ศ.1949 ทรงขายบ้านพร้อมที่ดินผืนนี้ให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ด้วยราคา 1,850,000 บาท
แมวเกเร tweet mediaแมวเกเร tweet media
ไทย
15
3.9K
2.6K
281.9K