
เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ที่มีการปรับราคาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาท หลายคนในพื้นที่เพิ่งมารู้ตอนเช้า ซึ่งก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทันที สร้างแรงกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนน แต่กำลังส่งผลต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้า ไปจนถึงค่าครองชีพของประชาชนที่ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย
สองวันนี้ปาล์มและ ทีมต้นปาล์ม ไปพูดคุยกับคนในชุมชนและได้ไปสำรวจราคาสินค้าในตลาดสด ไม่มีใครเลยที่บอกว่าสิ่งนี้ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต เมื่อพลังงานเป็นต้นทุนหลักของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การขยับขึ้นในลักษณะก้าวกระโดด ย่อมทำให้ภาระตกไปอยู่ที่ประชาชนโดยตรง พ่อค้าแม่ค้าในตลาดปรับทุกข์ให้ฟังว่าวัตถุดิบราคาแพงขึ้นอย่างน้อย 20% ทำให้ต้องปรับราคาขึ้น พอปรับราคาขึ้นของก็ขายได้น้อยลง และมี2-3คนในชุมชนที่บอกปาล์มว่า สงกรานต์นี้คงไม่ได้ขับรถกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะสู้ราคาน้ำมันในการขับรถทางไกลไม่ไหว
ปาล์มคิดว่า ประชาชนเข้าใจเรื่องกลไกตลาด และรู้ว่าในภาวะสงครามแบบนี้ นี่เป็นสถานการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าภาครัฐประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าได้ ถ้ารู้ว่าต้องขึ้นราคา ก็ควรเตรียมทางออกไว้ให้ประชาชนก่อน อย่างน้อยก็ควรสื่อสารกับประชาชนด้วยข้อมูลที่ชัดเจนพร้อมแผนรับมือ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกคนมารับผลกระทบ แล้วค่อยตามแก้ทีหลังแบบนี้




ไทย















































