Documentary Club

18.4K posts

Documentary Club banner
Documentary Club

Documentary Club

@DocClubTH

The independent Docs & Feature films distributor in Thailand.

Bangkok, Thailand Katılım Eylül 2014
81 Takip Edilen37.6K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
Doc Club ขอเปิดรับข้อมูลเพื่อจัดทำ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" ที่ผ่านมา ทางด็อกคลับได้รับคำถามจากทั้งผู้ชม สื่อ สถาบันการศึกษา องค์กรทางสังคม เทศกาลหนัง สถานทูต ฯลฯ อยู่เป็นระยะเกี่ยวกับหนังสารคดีไทย (บางแห่งต้องการหาหนังไปจัดฉาย, อยากติดต่อคนทำหนัง, อยากชวนคนทำหนังไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ, อยากทำบทความเกี่ยวกับสารคดีไทย, ต้องการทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์ ฯลฯ) และเราต่างพบว่าอุปสรรคสำคัญคือ เราไม่มีแหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้เราได้รู้จักหนังสารคดีไทยได้อย่างครบถ้วน และเข้าถึงได้สะดวก ด็อกคลับจึงขอทำโครงการ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" โดยเชิญชวนทุกท่าน (ทั้งคนทำหนังเองและผู้ชม) ส่งข้อมูลหนังสารคดีไทยทั้งสั้นและยาวเข้ามาที่ลิงค์กูเกิลฟอร์มด้านล่าง (ซึ่งจะมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับหนัง และส่วนล่างที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้กำกับ-กรณีที่ผู้กำกับอยากส่งข้อมูลของตนเข้ามาด้วย) เพื่อที่เราจะรวบรวมให้เป็นระเบียบไว้บนเว็บไซต์ และเปิดสาธารณะให้ทุกท่านได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ค่ะ ________________ ✍️ส่งข้อมูลได้ที่ forms.gle/kEhtLHTT2Fp7FQ… 🖥️ข้อมูลจะได้รับการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ documentaryclubthailand.com ต่อไป ⭐️โครงการนี้จัดทำโดย Documentary Club เอง ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงการอื่นหรือรับทุนจากแหล่งใด ไม่มีจุดประสงค์ในการนำข้อมูลไปหาประโยชน์ส่วนตัวอื่นใด โครงการคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและต่อสารคดีไทยค่ะ ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ นะคะ
Documentary Club tweet media
ไทย
0
125
75
6.9K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า Apocalypse Now (1979) มหากาพย์สงครามเวียดนามของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และคลาสสิกที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการภาพยนตร์โลก... แต่เบื้องหลังความอลังการและตำนานความบ้าคลั่งในกองถ่ายที่เราได้ยินกันมานับครั้งไม่ถ้วนนั้น คือคนตัวเล็ก ๆ ที่เล็กเสียจนไม่มีกระทั่งชื่อในเครดิตท้ายเรื่อง เล็กจ้อยจนพวกเขายังจดจำตัวเองว่า "เราเป็นแค่ฉากหลัง" ย้อนไป 3 ปีก่อนหน้านั้น สามีภรรยาอายุ 20 ต้น ๆ คู่หนึ่งจูงมือกันหนีออกจากเวียดนาม นั่งเรือระหกระเหินไปจนถึงค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองมันดาลูยอง ประเทศฟิลิปปินส์ และใช้ชีวิตแต่ละวันที่นั่นอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งกองถ่ายของคอปโปลามาถึง! ทั้งคู่และชาวเวียดนามในค่ายถูกพาขึ้นรถบัสไปเข้าฉากเป็นตัวประกอบในหนังฟอร์มยักษ์ แน่นอนว่างานนี้ช่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะสำหรับฝ่ายชายซึ่งเคยเป็นทหารในกองทัพเวียดนามใต้ที่รบเคียงข้างสหรัฐอเมริกามาก่อน... แต่เมื่อไปถึงกองถ่าย ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความตลกร้ายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะบทบาทที่รอพวกเขาอยู่คือการต้องรับบทเป็น "เวียดกง" We Were the Scenery เป็นสารคดีสั้นที่คว้ารางวัล Short Film Jury Award: Nonfiction จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2025 กำกับโดย คริสโตเฟอร์ แรดคลิฟฟ์ และเขียนบทโดย แคธี ลินห์ เช กวีสาวซึ่งเป็นลูกสาวของสองผู้อพยพในเรื่อง ทั้งคู่กล่าวว่าเป้าหมายของหนังเรื่องนี้คือ "การคืนเสียงให้แก่คนที่เคยอยู่ในเรื่องราวนั้น แต่ไม่เคยถูกมองเห็นหรือได้รับการจดจำ" ______________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "We Were the Scenery" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 17 พ.ค. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
60
50
3.9K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
What the Doc! (WTD!) 2026 The International Documentary Film Festival​ Thailand 💥 CALL FOR ENTRIES! 💥 ______ What the Doc! (WTD!) เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติแห่งประเทศไทย จัดโดย Documentary Club เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีคุณภาพจากทั่วโลกแก่ผู้ชมชาวไทย พร้อมเปิดพื้นที่สนทนาและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2026 นี้ เราเปิดรับสมัครภาพยนตร์สารคดีจากทั่วโลกเพื่อร่วมประกวดในเทศกาลแล้ว! What the Doc! (WTD!) International Documentary Film Festival Thailand is organized by Documentary Club to promote and showcase outstanding documentary films from around the world to Thai audiences, while also creating a space for discussion and related creative activities. For the 2026 edition, the festival is now officially open for submissions from documentary filmmakers worldwide to participate in the competition program. ________________________ ▪️ The 2nd WTD! will take place from 3-13 September, 2026. เทศกาลจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-13 กันยายน 2026 ▪️ Submission Deadline: 31 May 2026, 11:00 PM (GMT+7, Thailand Time) วันสิ้นสุดการรับสมัคร: 31 พฤษภาคม 2026 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ▪️ No Submission Fee ไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร ________________________ 🟥 NEW Entry Guidelines (ดูรายละเอียดกติกาใหม่ในการส่งผลงาน) 👉 wtd.in.th/wtd2026/regula… 🟥 Films can be submitted through two channels (ส่งข้อมูลและผลงานได้ 2 ช่องทาง) 👉 filmfreeway.com/WhattheDoc 👉 forms.gle/21bWn8hhGoUo39… #WTD2026 #whatthedocfilmfestival #whatthedocthailand
Documentary Club tweet media
0
9
7
893
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
ริแอนน์ยืนอยู่ตรงหน้าแม่แท้ๆ ของเธอในไทเป แต่ทั้งคู่พูดคุยกันไม่รู้เรื่องเท่าไหร่นัก เพราะริแอนน์พูดภาษาจีนได้นิดหน่อย ส่วนแม่พูดดัตช์ไม่ได้เลย ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1990 ไต้หวันเป็นหนึ่งในแหล่งที่เด็กๆ จำนวนมากถูกส่งไปรับเลี้ยงโดยครอบครัวในยุโรปและอเมริกาเหนือ เหตุผลมีหลายอย่าง ทั้งความยากจน การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และความเชื่อว่าชีวิตในตะวันตกจะดีกว่า เนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่รับเด็กจากเอเชียมากที่สุด วันนี้เด็กเหล่านั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และหลายคนเริ่มเดินทางกลับไปตามหาต้นทาง ริแอนน์เป็นลูกครึ่งไต้หวัน-ไนจีเรียที่ถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวชาวดัตช์ตั้งแต่เด็ก และใน My Terra (2023) เราจะติดตามเธอกลับไปในการเดินทางครั้งนั้น __________ วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. นี้ ชวนชม "My Terra" ในรายการ "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" บ่ายโมงตรง ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส (และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me) #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet media
ไทย
0
6
5
1.1K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
เริ่มวันนี้!
Documentary Club tweet media
ไทย
0
0
6
536
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
สงกรานต์...ช่วงเวลาที่หลายคนกลับบ้านเพื่อพบปะสมาชิกครอบครัว ภพวรัทกลับบ้าน เขาคุยกับยายและแม่ถึงคุณตาผู้ล่วงลับไปแล้ว ตาที่เขาแทบไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ตาที่ยายไม่อยากพูดถึง "หอมสุวรรณ" คือนามสกุลของตา และเป็นชื่อของสารคดีสั้นเรื่องนี้ที่ภพวรัทบันทึกการสนทนาของยาย แม่ และเขา ขณะร่วมกันแบ่งปันความทรงจำว่าตาคือใครและมีความหมายต่อพวกเขาอย่างไร ท่ามกลางความสัมพันธ์อันห่างเหินที่มีต่อกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน __________ วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. นี้ ชวนชม "หอมสุวรรณ" (Did You See the Hole That Mom Dig?) โดย ภพวรัท มาประสพ ในรายการ "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" บ่ายโมงตรง ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส (และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me) #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet media
ไทย
0
11
8
1.1K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
ภาพถ่ายมากมายที่คนในบ้านจำไม่ได้ สไลด์เก่า ๆ ที่แทบไม่เคยถูกหยิบมาฉาย ฟิล์มที่ไม่มีใครเอามาดู ข้าวของเช่นนี้อาจซุกอยู่ในกล่อง ในลิ้นชัก ในห้องเก็บของของทุกบ้าน... คนทำหนังชาวอาร์เจนตินาชื่อ "มักซ์ มิเรลมันน์" หยิบวัตถุดิบที่ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีค่าเหล่านั้นกลับมาสำรวจ และพบว่าเมื่อร้อยเรียงกันเข้า มันก็คือเรื่องราวครอบครัวของเขาที่เดินทางผ่านเวลายาวนานนับศตวรรษ แต่แทนที่จะเรียงเรื่องตามลำดับปกติ เขาทำให้ประวัติศาสตร์ส่วนตัวนี้พิเศษขึ้นไปอีกด้วยการสร้าง "บทสนทนาสมมติ" ระหว่างพ่อกับลูกสาวคู่หนึ่งซึ่งในความเป็นจริงล้วนล่วงลับไปแล้ว แต่ทั้งคู่ได้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งท่ามกลางกองภาพถ่ายและฟิล์มเก่า ๆ ซึ่งเราจะค่อย ๆ ได้รับรู้ว่า ทั้งสองเป็นใคร พบผ่านสิ่งใดมา และมีเรื่องราวอะไรบ้างที่ยังค้างคาอยู่ระหว่างกัน สารคดีเรื่องนี้ยาวเพียง 21 นาที แต่ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ยุโรปต้นศตวรรษที่ 20 ข้ามมหาสมุทรสู่ที่ราบในอาร์เจนตินา ผ่านเส้นทางของชาวยิวโปแลนด์ที่อพยพออกจากทวีปในยุคสมัยแห่งความขัดแย้ง นี่คือหนังสั้น ๆ ที่ใช้จินตนาการผสมผสานกับความจริง เพื่อฟื้นชีพให้แก่ความสัมพันธ์ที่ดับสูญไปแล้วแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นโหยไห้ และเป็นสิ่งที่ตัวผู้กำกับมิเรลมันน์บอกว่า กระบวนการสร้างมันช่วย "เยียวยาจิตใจ" ของเขาได้อย่างน่าประหลาด ________________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Mein Buch (หนังสือของฉัน)" (Máximo Luis Mirelmann / 2023 / 21 min) ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 26 เมษายนนี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
3
3
661
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
Barry Lyndon จะฉายวันที่ 3 พ.ค. นี้ในรอบพิเศษของ Doc Club X Books & Belongings ซึ่งตอนนี้บัตรเต็มแล้ว แต่เราจะนำกลับมาฉายในโปรแกรมพิเศษ KUBRICK RETROSPECTIVE ที่ Doc Club & Pub. เร็ว ๆ นี้ค่ะ ❤ ________________ ขณะที่โลกภาพยนตร์ยุค 70 กำลังตื่นตัวกับความระทึกขวัญระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง Jaws หนังเรื่อง Barry Lyndon ของ สแตนลีย์ คูบริก กลับเปิดตัวมาพร้อมความแช่มช้าวิจิตรบรรจง จนนักวิจารณ์ในยุคนั้นประทับตราอย่างใจร้ายว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย สมควรเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "Borey Lyndon" ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ หนังเรื่องนี้กลับสำแดงเดชด้วยการได้รับเสียงโหวตจากคนทำหนังทั่วโลกให้ติดอันดับ 12 ของภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาล และได้รับการยกย่องในฐานะหนังที่ทั้งงดงาม ฉลาด แถมยังตลกร้าย ด้วยเรื่องราวของ "เรดมอนด์ แบร์รี่" ชายหนุ่มชาวไอริชผู้ทะเยอทะยานที่พยายามถีบตัวขึ้นสู่สังคมชนชั้นสูงผ่านการฉ้อฉล ซึ่งคูบริคไม่ได้มองตัวละครผ่านสายตาของนักเล่าเรื่องทั่วไป แต่ใช้วิธีเล่าแบบ "เฝ้าสังเกตการณ์ความพินาศของมนุษย์จากระยะห่างที่พอเหมาะ" เขาเลือกใช้เทคนิคหลายอย่างเพื่อการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กล้องที่สวนทางกับขนบหนังดราม่า (แทนที่กล้องจะซูมเข้าหาใบหน้าเพื่อเค้นอารมณ์ กลับซูมออก เป็นการแสดงการถอยห่างของกล้องเพื่อย้ำว่ามนุษย์เป็นแค่มดปลวกที่ถูกกลืนหายไปในทิวทัศน์อันกว้างใหญ่และโครงสร้างทางสังคมที่แข็งแกร่ง) และการใช้เวลาแรมปีศึกษาภาพวาดของจิตรกรชั้นครูในศตวรรษที่ 18 เพื่อนำมาสร้างเป็น Scrapbook ขนาดมหึมาสำหรับอ้างอิงองค์ประกอบศิลป์ของหนัง คูบริคไม่ได้ต้องการแค่หนังที่ "ดูเหมือน" ภาพวาด แต่มันต้อง "มีชีวิต" อยู่ในภาพเหล่านั้นจริง ๆ เขาเลือกใช้วิธีถ่ายทำด้วยแสงธรรมชาติ 100% (โดยใช้เลนส์พิเศษจาก NASA เพื่อเก็บรายละเอียดท่ามกลางความมืดมิด) ผลลัพธ์ที่ได้จึงคือหนังที่งดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
12
12
1.2K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
วอร์ซอ ลอนดอน ไครเมีย สวิตเซอร์แลนด์ นิวยอร์ก บัวโนสไอเรส... นี่คือเส้นทางบนแผนที่โลกของครอบครัวมิเรลมันน์ บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นชาวยิวโปแลนด์ที่อพยพออกจากประเทศเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า คนรุ่นถัดมาเกิดในสวิตเซอร์แลนด์ เขียนไดอารี่เป็นภาษาเยอรมัน แล้วตัดสินใจข้ามมหาสมุทรอีกครั้งเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอเมริกาใต้ในปี 1921 เมื่อกาลเวลาผ่านไป มักซ์ มิเรลมันน์ ผู้เป็นหลานชาย เปิดสมุดบันทึกของปู่ขึ้นมาอ่าน จนกลายเป็นที่มาของสารคดี Mein Buch (หนังสือของฉัน) ซึ่งไม่ได้เล่าประวัติศาสตร์ครอบครัวแบบเส้นตรง แต่รวบรวมเศษเสี้ยวของภาพถ่าย เสียง และจินตนาการมาถักทอเข้าด้วยกันอย่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพื่อให้ผู้ชมค่อย ๆ เห็นว่า ทุกการฝ่าฟันในอดีตนั้นหล่อหลอมชีวิตตัวตนของคนรุ่นก่อน และส่งต่อแรงบันดาลใจมาถึงคนรุ่นลูกหลานได้อย่างจับใจเพียงใด _____________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Mein Buch (หนังสือของฉัน)" 13:00 น. / อาทิตย์ 26 เมษายนนี้ ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet media
ไทย
0
10
7
1.3K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
วันที่ 5 เมษายน 1971 นิตยสาร Le Nouvel Observateur ในฝรั่งเศสเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกที่ลงนามโดยผู้หญิง 343 คน ผู้พร้อมใจกันประกาศต่อสาธารณะว่า "ฉันเคยทำแท้ง" ในยุคสมัยที่การทำแท้งยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในฝรั่งเศส จดหมายฉบับนี้เขียนโดย ซีโมน เดอ โบวัวร์ นักปรัชญาสตรีนิยมชื่อดัง มีใจความสำคัญว่า "ในแต่ละปีมีผู้หญิงหนึ่งล้านคนในฝรั่งเศสที่ต้องทำแท้ง... พวกเธอต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่อันตรายเพราะความลับที่พวกเธอถูกตราหน้า... สังคมกำลังทำให้ผู้หญิงเหล่านี้นิ่งเงียบ ข้าพเจ้าขอประกาศว่าข้าพเจ้าคือหนึ่งในนั้น ข้าพเจ้าขอประกาศว่าข้าพเจ้าเคยทำแท้ง" การลงนามครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า Manifeste des 343 Femmes หรือ Manifesto of the 343 Women เรียกร้องให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดได้อย่างอิสระและไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้หญิงทั้ง 343 คนรู้ว่าการประกาศว่าตนเคยทำแท้งนั้นอาจทำให้ถูกดำเนินคดีอาญาและติดคุกได้ แต่การที่พวกเธอซึ่งมีสถานะและชื่อเสียงยอมเปิดหน้ามาลงนามด้วยกัน มันทำให้รัฐบาลไม่กล้าจับกุม พวกเธอในจำนวนนี้มีอาทิ ซีโมน เดอ โบวัวร์, แคทเธอรีน เดอเนิฟ นักแสดง, มาร์เกอริต ดูรา นักเขียน, ฟรองซัวส์ ซาก็อง นักเขียน, จีเซล อาลีมี ทนายความสิทธิมนุษยชน และ อานเญส วาร์ดา ผู้กำกับหนัง หนึ่งสัปดาห์หลังคำประกาศตีพิมพ์ Charlie Hebdo นิตยสารเสียดสีชื่อดัง ก็ลงภาพการ์ตูนล้อเลียนพร้อมตั้งคำถามว่า "ใครทำให้ 'อีตัว' (Salopes) 343 คนนี้ตั้งท้อง?" คำว่า "Salopes" (Sluts) จึงกลายเป็นชื่อเล่นที่คนจดจำของกลุ่มนี้ และต่อมากลุ่มเฟมินิสต์ก็ตอบโต้ด้วยการทวงคืนความหมายของคำนี้มาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการตอบโต้ค่านิยมชายเป็นใหญ่แทน และแล้ว 3 ปีหลังคำประกาศ ในปี 1975 กฎหมาย Veil Act (ซึ่งตั้งชื่อตาม ซีโมน เวย์ รัฐมนตรีสาธารณสุข) ก็ได้รับการอนุมัติ และทำให้การทำแท้งในช่วง 10 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์เป็นเรื่องถูกกฎหมายในที่สุด _________________ One Sings, the Other Doesn't (หรือชื่อฝรั่งเศส L'une chante, l'autre pas) เป็นหนังปี 1977 ที่เขียนบท เขียนเนื้อเพลง และกำกับโดย อานเญส วาร์ดา เล่าเรื่องราวความผูกพันอันยาวนานของผู้หญิงสองคน เริ่มตั้งแต่ปี 1962 ที่เธอคนหนึ่งช่วยพาเธออีกคนไปลักลอบทำแท้ง ก่อนแยกย้ายกันไปมีวิถีชีวิตที่แตกต่าง แล้วกลับมาพบกันใหม่ในอีก 10 ปีให้หลัง โดยมีเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องสิทธิสตรีเป็นฉากหลัง ถ้าใครรักงานของวาร์ดา หนังเรื่องนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องที่ตอกย้ำว่าเพราะอะไรเราถึงรักเธอ ชื่อเรื่องที่แปลง่าย ๆ ว่า "คนหนึ่งร้องเพลง อีกคนไม่ร้อง" นั้นเป็นชื่อที่ทั้งน่ารักและลึกซึ้ง วาร์ดากำลังเล่าถึงผู้หญิงมากมายที่แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และเลือกจุดหักเหที่ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเธอก็มีจุดร่วมเดียวกัน คือการพากเพียรแสวงหาความหมายให้แก่ความเป็นหญิงของตน นักวิจารณ์ชมว่าหนังเรื่องนี้นำเสนอประเด็นเฟมินิสต์อย่างละเมียดละไม ทั้งยังเป็นบทบันทึกความสามัคคีของผู้หญิงที่ซื่อตรงและมีพลัง นี่คือหนังที่สดุดีมิตรภาพของผู้หญิงผู้เติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และไม่เคยหยุดต่อสู้เพื่อเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายของเธอเอง _________________ [ต้นพ.ค.นี้ Doc Club ร่วมกับ Books & Belongings และ Institut français จัดฉาย One Sings, the Other Doesn't รอบพิเศษที่ GD Xperience by Goldenduck ตอนนี้ตั๋วเต็มแล้ว แต่เราจะหาโอกาสนำกลับมาฉายอีกค่ะ]
Documentary Club tweet media
ไทย
0
20
12
1.5K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
“ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ สังคมในอุดมคติ และชุมชน เป็นแกนหลักที่ปรากฏอยู่เสมอในหนังของฉัน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ฉันสนใจเป็นพิเศษ โดยคราวนี้ฉันหันมามองเมืองที่ฉันอาศัยอยู่อย่างอัมสเตอร์ดัมที่มีความผูกพันในระดับส่วนตัว ฉันค้นพบหมู่บ้านรถพ่วงแห่งนี้ในปี 2013 ความรู้สึกลึกลับและความสงบนิ่งของสถานที่แห่งนี้ดึงดูดให้ฉันอยากรู้จักมันมากขึ้น สิ่งที่มีค่าที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้คือ คนเหล่านี้ภาคภูมิใจในบ้านรถพ่วงของตน และจักรวาลภายในที่พวกเขาสร้างขึ้นในพื้นที่แห่งนี้” - อนาสตาเซีย พิโรเจนโก ผู้กำกับ Pagirnis พาเราไปสำรวจผ่านการพบปะผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “ชนเผ่าเร่ร่อนแห่งอัมสเตอร์ดัม” พวกเขาเหล่านี้ถูกมองว่ายากจน ไร้ทักษะ ไม่เข้ากับสังคม และติดยาเสพติด บางคนมาอยู่ที่นี่เพราะความจำเป็น หรือเพียงเพราะมีอุดมคติบางอย่าง สำหรับพวกเขา หมู่บ้านที่สร้างขึ้นด้วยตนเองแห่งนี้มอบความรู้สึกของการมีอิสรภาพ และโอกาสในการสร้างชีวิตในแบบที่พวกเขาต้องการ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของความไม่ถาวรในพื้นที่ยึดครองแห่งนี้ก็ยังคงหลอกหลอนพวกเขาอยู่เสมอ _____________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Pagirnis - ปากิร์นิส วิญญาณพเนจร" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 19 เมษายนนี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
ไทย
0
10
13
1.2K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
"ภาพลวงตาที่ใหญ่ที่สุดที่เราเชื่อกัน คือคิดว่าเราจะประสบความสำเร็จได้ แต่จริง ๆ แล้วเราไม่มีวันทำได้หรอก“ 'หมู่บ้านรถพ่วง' บริเวณชานเมืองอัมสเตอร์ดัมในสารคดี Pagirnis เป็นที่อยู่ของผู้คนที่สังคมมักติดป้ายว่าเป็น ‘คนชายขอบ’ เป็นคนล้มเหลว ติดยา หรือไร้ซึ่งทักษะในการสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในระยะเวลา 20 กว่านาทีที่หนังเรื่องนี้เข้าไปนั่งฟังพวกเขา เรื่องราวที่เราได้ยินดูจะซับซ้อนกว่านั้น หลายคนอาจมาอยู่ที่นี่เพราะไม่มีทางเลือก และอีกหลายคนก็จงใจเลือกเส้นทางนี้เอง ไม่ว่าจะเพราะมีอุดมคติที่ขัดแย้งกับระบบทุนนิยม หรือแค่ต้องการอิสรภาพแบบที่การเช่าคอนโดใกล้ใจกลางเมืองใหญ่ไม่มีให้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การมีอยู่ของหมู่บ้านรถพ่วงก็สะท้อนถึงวิกฤตการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของอัมสเตอร์ดัมอย่างชัดเจน ในเดือนกันยายน 2021 ปีเดียวกับที่ Pagirnis เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่สาธารณรัฐเช็กนั้น มีประชาชน 15,000 คนออกมาเดินขบวนในอัมสเตอร์ดัมเรียกร้องสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย หลังจากราคาบ้านช่วงปี 2015–2021 พุ่งขึ้นถึง 63% ขณะที่ทั่วประเทศขาดแคลนที่อยู่อาศัยกว่า 390,000 หน่วย และรายชื่อรอสวัสดิการบ้านของรัฐก็ยาวจนผู้คนส่วนหนึ่งถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องหาทางออกจาก 'ระบบที่ไม่มีที่ว่างพอสำหรับทุกคน' เช่นนี้ _____________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Pagirnis - ปากิร์นิส วิญญาณพเนจร" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 19 เมษายนนี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
25
24
1.7K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
Doc Club ขอเปิดรับข้อมูลเพื่อจัดทำ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" ที่ผ่านมา ทางด็อกคลับได้รับคำถามจากทั้งผู้ชม สื่อ สถาบันการศึกษา องค์กรทางสังคม เทศกาลหนัง สถานทูต ฯลฯ อยู่เป็นระยะเกี่ยวกับหนังสารคดีไทย (บางแห่งต้องการหาหนังไปจัดฉาย, อยากติดต่อคนทำหนัง, อยากชวนคนทำหนังไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ, อยากทำบทความเกี่ยวกับสารคดีไทย, ต้องการทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์ ฯลฯ) และเราต่างพบว่าอุปสรรคสำคัญคือ เราไม่มีแหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้เราได้รู้จักหนังสารคดีไทยได้อย่างครบถ้วน และเข้าถึงได้สะดวก ด็อกคลับจึงขอทำโครงการ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" โดยเชิญชวนทุกท่าน (ทั้งคนทำหนังเองและผู้ชม) ส่งข้อมูลหนังสารคดีไทยทั้งสั้นและยาวเข้ามาที่ลิงค์กูเกิลฟอร์มด้านล่าง (ซึ่งจะมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับหนัง และส่วนล่างที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้กำกับ-กรณีที่ผู้กำกับอยากส่งข้อมูลของตนเข้ามาด้วย) เพื่อที่เราจะรวบรวมให้เป็นระเบียบไว้บนเว็บไซต์ และเปิดสาธารณะให้ทุกท่านได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ค่ะ ________________ ✍️ส่งข้อมูลได้ที่ forms.gle/kEhtLHTT2Fp7FQ… (กรุณากรอกรายละเอียดมากที่สุดเท่าที่กรอกได้ แต่ไม่จำเป็นต้องกรอกครบทุกข้อค่ะ) 🖥️ข้อมูลจะได้รับการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ documentaryclubthailand.com ต่อไป
Documentary Club tweet media
ไทย
0
35
21
1.9K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
สองพ่อลูก หลุยส์กับเอสเตบัน ออกเดินทางผ่านทะเลทรายตอนใต้ของโมร็อกโก เพื่อตามหาลูกสาวที่หายตัวไปนานห้าเดือนแล้วหลังจากมีคนพบเห็นเธอครั้งล่าสุดที่ปาร์ตี้เรฟกลางทะเลทราย ระหว่างทางพวกเขาได้ยินข่าวลือเรื่องงานเรฟในตำนานอีกแห่งที่กำลังจะเกิดขึ้นใกล้ชายแดนมอริเตเนีย ทั้งสองจึงตัดสินใจขับรถระหกระเหินไปกับคนหนุ่มสาวนักปาร์ตี้แปลกหน้ากลุ่มหนึ่ง ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งระดับโลกที่รุกคืบใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะและฝุ่นทรายที่ซัดเข้าใส่ทุกสิ่งมีชีวิตอย่างไม่ปรานี พวกเขาทั้งหมดนี้จำต้องมุ่งหน้าสู่ภูมิประเทศดิบเถื่อนร้อนระอุ เพื่อผจญภัยครั้งสุดท้ายบนหนทางอันเป็นเส้นแบ่งเบาบางระหว่างสวรรค์กับนรก! . "Sirat : ซีรอต ฝ่าถนนโลกันตร์" ▪️เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมปีล่าสุด ▪️ชนะรางวัล Jury Prize เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2025 ชมได้แล้ววันนี้ที่บ้าน! พร้อมซับไตเติล (เลือกได้) ราคา 60 บาทเท่านั้น! 👉 documentaryclubthailand.com/vod/movie/info… #Sirat #docclub #docclubondemand
Documentary Club tweet media
ไทย
0
30
30
3.1K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
The Color of Pomegranates เป็นหนังแนวอวองการ์ดปี 1969 จากโซเวียต-อาร์เมเนียที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากผู้กำกับและนักวิจารณ์ทั่วโลกว่า เป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล สำหรับคนดูหนัง นี่ยังเป็นหนังที่ "ดูไม่รู้เรื่อง" หนักข้อที่สุดเรื่องหนึ่งด้วย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาเกินคาดเดา เพราะแม้ตัวหนังจะว่าด้วยชีวประวัติของ ซายัต-โนวา กวีและนักดนตรีพเนจรคนสำคัญของอาร์เมเนียยุคศตวรรษที่ 18 แต่ผู้กำกับ-เขียนบท เซอร์เกย์ ปาราจานอฟ ก็ไม่ได้ต้องการเล่าเรื่องแบบปกติธรรมดา ...สิ่งที่เขาอยากทำคือ การถ่ายทอดชีวิตของกวีด้วย "กวีนิพนธ์ทางภาพ" __________ เทคนิคที่ปาราจานอฟใช้ มีคำเรียกว่า "Tableaux Vivants" หรือ "ภาพที่มีชีวิต" หมายถึงการใช้ภาพนิ่ง (ที่อาจมีการเคลื่อนไหวแค่เล็กน้อย) เพื่อจำลองสไตล์ของภาพจิตรกรรม โดยเขาได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดโบราณของอาร์เมเนีย (Armenian Illuminated Manuscripts) และภาพเขียนย่อส่วนของเปอร์เซีย (Persian Miniatures) เป็นหลัก เวลาดูหนังเรื่องนี้ เราจึงรู้สึกได้ว่ากล้องแทบไม่ได้ขยับเท่าไหร่ ตัวละครก็แทบไม่ค่อยพูดจาอะไรกันนัก จะมีก็แค่เสียงดนตรีและการขับร้องเป็นระยะ ขณะที่ตัวภาพจะถูกจัดวางอย่างประณีต และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ ของอาร์เมเนีย โดยโครงหลักของหนังเล่าชีวิตของซายัต-โนวา 8 ช่วงคือ วัยเด็ก, วัยหนุ่ม, ช่วงที่อยู่ในราชสำนัก, ในอาราม, ช่วงความฝัน, วัยชรา, ทูตแห่งความตาย และความตาย (ทั้งหมดนี้มีนักแสดงหญิงชื่อ โซฟิโก เชียวเรลี เป็นดาราหลักที่รับบทบาทถึง 6 ตัวละคร) __________ ปาราจานอฟทำหนังเรื่องนี้ในยุคที่โซเวียตมีการควบคุมศิลปะอย่างเข้มงวด ตอนแรกเขาตั้งชื่อมันว่า Sayat-Nova แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม ด้วยเหตุผลว่าหนังลึกลับซับซ้อนเกินไป ไม่สามารถทำให้ชนชั้นแรงงานเข้าใจชีวิตกวีคนสำคัญของชาติได้ จึงบังคับให้เปลี่ยนชื่อเป็น The Color of Pomegranates (สีแห่งทับทิม) เพื่อลดความสำคัญในฐานะหนังชีวประวัติลงเสีย (แถมเวอร์ชั่นที่ฉายในรัสเซียตอนนั้นยังโดนเอามาตัดต่อใหม่ให้ "ดูง่ายขึ้น" ด้วย) แต่แม้จะแก้ไขแล้ว หนังก็ยังถูกจำกัดการฉาย ร้ายกว่านั้นคือปาราจานอฟโดนรัฐตามเพ่งเล็ง และถึงขั้นถูกจำคุกในเวลาต่อมาด้วยข้อหาต่าง ๆ ซึ่งนักวิจารณ์มองว่า เป็นผลมาจากการที่เขาทำหนังขัดต่อแนวทาง "สัจนิยมสังคมนิยม" (Socialist Realism) ของรัฐบาลนั่นเอง __________ ในปี 2014 หนังเรื่องนี้ได้รับการบูรณะแบบดิจิทัล 4K โดย The Film Foundation ของ มาร์ติน สกอร์เซซี ร่วมกับสถาบันอื่น ๆ โดยใช้ฟิล์มต้นฉบับเวอร์ชันอาร์เมเนียที่สมบูรณ์ที่สุด ทำให้ในที่สุดโลกก็ได้เห็นความงดงามของสีสันและรายละเอียดที่ปาราจานอฟตั้งใจไว้แต่แรก สกอร์เซซีบอกว่า "การได้ดูหนังของปาราจานอฟเหมือนกับการได้เปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งความฝัน เขาไม่ได้ทำหนังที่เล่าเรื่อง แต่เขาทำหนังที่เกี่ยวกับความรู้สึกและจิตวิญญาณ" ____________________________________________ [วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. นี้ Doc Club ร่วมกับ Books & Belongings จัดฉาย The Color of Pomegranates ฉบับบูรณะแล้ว หลังหนังจบเราจะพูดคุยกันต่อกับคุณกิตติพล สรัคคานนท์ ที่ GD Xperience by Goldenduck ค่ะ ตอนนี้ตั๋วเต็มแล้ว แต่เราจะนำกลับมาฉายอีกเมื่อ Doc Club & Pub. แห่งใหม่เปิดทำการค่ะ]
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
313
389
22.3K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
แม่น้ำมาริตซา หรือที่ชาวตุรกีเรียกว่า 'แม่น้ำเมริช' ไหลยาว 150 กิโลเมตรตามแนวชายแดนระหว่างตุรกีและกรีซ ก่อนออกสู่ทะเลอีเจียน ทุกคืนมีคนพยายามข้ามแม่น้ำนี้ บางคนใช้เรือที่นายหน้าจัดหาให้ บางคนใช้วิธีว่ายน้ำ ในหน้าร้อน ภัยหลักคือกระแสน้ำเชี่ยว ในหน้าหนาว ภัยหลักคืออุณหภูมิ ผู้คนที่ข้ามแม่น้ำสายนี้ไปได้สำเร็จมักเข้าไปหลบต่อในโรงนาร้าง นอนหลับไปในเสื้อผ้าที่ยังเปียก ...และบางคนก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ในช่วงระหว่างปี 2000 ถึง 2017 มีผู้พบศพบริเวณฝั่งกรีซของแม่น้ำนี้ถึง 352 ร่าง โดยมีเพียง 105 ร่างเท่านั้นที่ระบุตัวตนได้ "ซัลมาน" ชายหนุ่มชาวเซเนกัลในสารคดีสั้น Salman Wants to Go รู้จักแม่น้ำสายนี้ดี เขาไปอยู่ที่นั่น เฝ้ามองยุโรปที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความใฝ่ฝันอยากฝ่าข้ามไป ตุรกีไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับซัลมาน นักวิจัยเคยประมาณการว่ามีชาวแอฟริกาตะวันตกและกลางเข้าไปอาศัยอยู่ในอิสตันบูลถึงราว 35,000 คน โดยหลายคนมาด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ ทำงานเก็บเงิน แล้วข้ามไปยุโรปเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น ...แต่ความเป็นจริงก็ไม่ได้ง่ายดายดังที่พวกเขาหวัง ซัลมานเป็นนักศึกษาเรียนดี สอบติดมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศสถึงสองครั้ง แต่ถูกปฏิเสธวีซ๋าทั้งสองครั้ง ในตุรกีเขาต้องกลายเป็นคนงานรับจ้างเช่นเดียวกับเพื่อนชาวแอฟริกาอีกจำนวนมาก ต้องขายแรงงานวันละกว่า 12 ชั่วโมง บางครั้งไม่ได้รับค่าแรงตามที่ตกลง การขอใบอนุญาตทำงานแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ที่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และการไม่มีสถานะทางกฎหมายก็ทำให้ไม่กล้าร้องเรียนเมื่อถูกละเมิด ถามว่าทำไมซัลมานต้องมาไกลถึงขนาดนี้ คำตอบไม่ใช่แค่ความยากจน ชาวเซเนกัลจำนวนมากตัดสินใจเดินทางเพราะมองเห็นว่าโอกาสที่ต้องการนั้นไม่มีอยู่ในบ้านเกิดของตนเลย ปริญญาไม่ได้รับประกันงานที่มั่นคง ไม่ได้รับประกันชีวิตที่ดีพอจะดูแลครอบครัวได้ แต่การส่งเงินกลับบ้านจากยุโรปต่างหากคือสิ่งเดียวที่อาจช่วยเปลี่ยนชีวิตอันยากลำบากของทุกคนที่เขารักได้จริง ๆ _____________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Salman Wants to Go - ซัลมานอยากไป" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 12 เมษายนนี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet media
ไทย
0
10
7
1.2K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
"ผมไม่อยากถูกปฏิบัติเหมือนคนโง่ ผมไม่อยากโดนเหยียดเชื้อชาติ ไม่อยากต้องมาเจอความอยุติธรรมแบบนี้ ผมแค่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์" "ซัลมาน" เดินทางจากเซเนกัลสู่ตุรกี ทำงานหลายอาชีพ เก็บเงินทีละนิด ไม่ใช่เพื่อซื้อบ้าน ไม่ใช่เพื่อแต่งงาน แต่เพื่อข้ามแดนไปยุโรป เพื่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ค้างคาไว้ และเพื่อจะส่งเงินช่วยเหลือครอบครัว Salman Wants to Go เป็นสารคดีสั้นที่บันทึกชีวิตของซัลมานในช่วงเวลาข้ามผ่านหลายต่อหลายเมือง ทุกที่ที่เขาไป เขาทำงาน เขาฝัน เขารอ... _____________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Salman Wants to Go - ซัลมานอยากไป" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 12 เมษายนนี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
Documentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet mediaDocumentary Club tweet media
ไทย
0
25
14
1.6K
Documentary Club
Documentary Club@DocClubTH·
🎬 Doc Club X Books&Belongings ชวนชมหนังคลาสสิกคัดสรร 6 เรื่อง พร้อมวงสนทนา 1-3 พ.ค. นี้ ที่ GD Xperience by Goldenduck (ชั้น 4 สเตเดียมวัน บรรทัดทอง) บัตรเรื่องละ 150 บาท จำกัด 32 ที่นั่งเท่านั้น! เปิดจองบัตรวันพุธที่ 8 เม.ย.เวลา 20.00 น. (ติดตามรายละเอียดการจองในเวลาดังกล่าวได้ที่เพจ Documentary Club) _________________________ 🔴 ศุกร์ 1 พ.ค. ▪️13:00 Blow-up (Michelangelo Antonioni, 1h 51m) + Reading Cinéma Session โดย กิตติพล สรัคคานนท์ ▪️16:30 Out 1: Spectre (Jacques Rivette, 4h 24m) _____ 🔴 เสาร์ 2 พ.ค. ▪️13:30 D'est (Chantal Akerman, 1h 55m) + Reading Cinéma Session โดย ภูวิศ พิศวง และ วิชุตา (วิกกี้) โลหิตโยธิน ▪️17:30 One Sings, The Other Doesn't (Agnes Varda, 2h 8m) + Reading Cinéma Session โดย กิตติพล สรัคคานนท์ และ ปวรุตม์ จงศิริรักษ์ _____ 🔴 อาทิตย์ 3 พ.ค. ▪️13:00 Barry Lyndon (Stanley Kubrick, 3h 5m) ▪️16:20 The Color of Pomegranates (Sergei Parajanov, 1h 20m) + Reading Cinéma Session โดย กิตติพล สรัคคานนท์ _________________________ * All films feature Thai subtitles (with additional English subtitles for non-English language titles)
Documentary Club tweet media
ไทย
0
13
15
2.1K