Whitey

31.1K posts

Whitey banner
Whitey

Whitey

@Dream33331

#memories

ประเทศไทย Katılım Aralık 2016
317 Takip Edilen39 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Whitey
Whitey@Dream33331·
- ประโยคที่ชอบจากหนังสือ -
ไทย
1
0
1
0
Whitey
Whitey@Dream33331·
เน็ตแย่มาก ทุกวันเลย สัญญาณหายตลอด ย้ายค่ายดีไหม เบื่อ
ไทย
0
0
0
33
Whitey retweetledi
𝘗𝘢𝘯𝘥𝘢 ขอ Baepsae อีกรอบ🙏🏻
อันนี้โคตรขำ🤣 ทำตัวไม่เหมือนคนรวยเลย🤣 นัมจุนเม้าว่า “จีมินทรมานมากตอนไปกินfine dining เพราะปกติเป็นคนดิบๆ ไม่ค่อยกินของหวาน มื้อนึงมีแค่ข้าวกับกิมจิก็จบแล้ว แค่นี่ดันมีทั้งของหวานทั้งไวน์” 🐻กว่าอาหารคอร์สแรกจะมาเสิร์ฟ ก็หลังจากออเดิฟตั้ง 10 นาที จีมินถึงกับหืดขึ้นคอ 🐥คืออาหารมันอร่อยนะ แต่ผมชินกับอาหารที่มาเร็วๆ ละนี่ให้นิดเดียว คำแค่นี้🤏🏻 ละจบเลยคอร์สแรก ผมนี่...(อยู่ไม่สุขเลย)ถึงกับบอกเค้าว่าขอเร็วๆหน่อยฮะ
ไทย
3
5K
5.4K
131.4K
Whitey retweetledi
All of my life♡̶‘ttp’
เหนือความคาดหมายกับพี่ยุนกิ น่ารักว่ะ 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
ไทย
11
5.3K
7.4K
71.2K
Whitey retweetledi
BeOnCloud
BeOnCloud@beoncloud_th·
น้องสน น้องยู น้องปุ๋ง มาโย๊ะๆ เอิ้วๆ ตึกดำตึกส้มอย่างกึงเลยค้าบบบ 😎 vt.tiktok.com/ZSxkK7T6P/ #BeOnCloud #domunditv #บันเทิงtiktok
ไทย
183
9.5K
15K
331.6K
Whitey retweetledi
so' 𐔌⑅ ՞. .՞𐦯
ทำไมพอคนฟีดแบคจะต้องมีคนออกมาทวิตความสัมพันธ์ดาราว่าเค้ารักกันมาก คือชั้นทราบค่ะแต่มันเกี่ยวกับเรื่องฟีดแบคยังไง
ไทย
1
139
119
6.1K
Whitey
Whitey@Dream33331·
มีคนเข้าใจในสิ่งที่พยายามพูดมาตลอด 🥹🙏
🎸⋆✮ hour ˚。⋆@starforhr

ถ้าถอยออกมามองแบบให้เป็นเรื่องของการฟีดแบคตารางงานจริง ๆ นะ คือคนนึงมีงานที่เห็นเป็นรูปธรรมออกมาตลอด ต่อให้เบื้องหลังจะใช้เวลาเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราเห็น “ผลลัพธ์” เลยรู้สึกอุ่นใจกว่าว่ามีแน่ ๆ แต่อีกคนมันกลายเป็นการรอจากสปอยล์ จากคำบอกว่าเดี๋ยวมีแน่ ๆ มากกว่า ซึ่งตอนแรกทุกคนก็รอได้แหละ แต่พอมันมีทั้งเคสที่เกือบได้ เคสที่เข้าใจผิดว่าเกี่ยว หรือบางอย่างที่เงียบหายไป คนก็เริ่มนอยเป็นธรรมดาว่าสุดท้ายตอนนี้ถึงไหนแล้วกันแน่ แล้วมันเกิดซ้ำ ๆ ในเวลาใกล้กัน แล้วใช่ นี่ก็เข้าใจนะว่าแต่ละงานใช้เวลาไม่เท่ากัน โพรเซสไม่เหมือนกัน ติด timing ติดหลายอย่าง อันนี้เข้าใจหมดเลยย แต่ในแง่ของความรู้สึก สุดท้ายมันวัดจากสิ่งที่ “เห็น ณ ตอนนั้น” มากกว่า เพราะอีกฝั่งมีให้เห็นเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรอสปอยล์ก่อน มันเลยยิ่งทำให้ความต่างชัดขึ้น เรื่องที่หลายคนเลือกฟีดแบคตอนอีกคนมีงาน นี่ว่าก็เพราะจังหวะนั้นมันเห็นภาพชัดสุดว่า “อ๋อ งานแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง” เลยยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าก็อยากเห็นแบบนี้ของอีกคนแล้วบ้าง ไม่ได้แปลกเลย ส่วนเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่า “ทำไมต้องมาพูดตอนอีกคนกำลังมีงาน” นี่ว่าความรู้สึกนั้นก็เข้าใจได้เหมือนกัน เพราะในจังหวะที่ควรเป็นช่วงเวลาน่ายินดี การออกมากังวลมันอาจทำให้บรรยากาศดูหม่นลงสำหรับคนที่กำลังดีใจกับงานนั้นอยู่ก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็เข้าใจคนที่ไปอ่านเจอแล้วไม่กล้าแสดงความยินดีกับการตรงนั้นเลย ;-; แต่หลายคนก็ไม่ได้ตั้งใจจะดึงโมเมนต์ของใครลงหรอก แค่ช่วงเวลาที่อีกคนมีงานออกมาชัดเจน มันทำให้ความรู้สึกของฝั่งที่ยังรออยู่ถูก remind ขึ้นมาชัดที่สุด ฟีลจี้ใจ เลยกลายเป็นจังหวะที่คนเลือกพูดหรือฟีดแบคออกมา สุดท้ายนี่ว่าทุกฝ่ายมีเหตุผลในความรู้สึกของตัวเองหมดเลย คนที่อยากให้โฟกัสกับงานตรงหน้าอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ผิด คนที่ยังมีความกังวลและอยากเห็นความชัดเจนมากขึ้นก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน ทั้งหมดมันมาจากความรู้สึกที่อยากเห็นคนที่ตัวเองซัพพอร์ตได้รับโอกาสเหมือนกัน แล้วสุดท้าย ต่อให้มีคำอธิบายเรื่องโพรเซสหรือเวลาเยอะแค่ไหน สิ่งที่จะช่วยลดความกังวลได้จริง ๆ ก็คงเป็นการมีอะไรออกมาให้เห็นต่อเนื่องละก็ชัดเจนมากขึ้นในอนาคต เพราะความรู้สึกของทุกคนส่วนใหญ่ มันผูกกับสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้อยู่ดีอ่ะ ตอนนี้ทำได้แค่อดทน(ถึงตอนไหนไม่รู้) แล้วมันก็เป็นรอยร้าวไปเรื่อย ๆ จริง เข้าใจทุกคน ๆๆๆ ;-;

ไทย
0
1
3
502
Whitey retweetledi
คิมมาย ⟢ *.❅•
ตรงความรู้สึกนี่ทุกจุด ตอนนี้คืออยากถอยมากๆ แต่ก็รักมากๆ มันแบบอธิบายไม่ถูก ค่ายทำให้เห็นความต่างจนเริ่มไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นกับโมเม้นแล้ว คิดว่าหลายคนก็คงเริ่มเป็นแล้ว
🎸⋆✮ hour ˚。⋆@starforhr

ถ้าถอยออกมามองแบบให้เป็นเรื่องของการฟีดแบคตารางงานจริง ๆ นะ คือคนนึงมีงานที่เห็นเป็นรูปธรรมออกมาตลอด ต่อให้เบื้องหลังจะใช้เวลาเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราเห็น “ผลลัพธ์” เลยรู้สึกอุ่นใจกว่าว่ามีแน่ ๆ แต่อีกคนมันกลายเป็นการรอจากสปอยล์ จากคำบอกว่าเดี๋ยวมีแน่ ๆ มากกว่า ซึ่งตอนแรกทุกคนก็รอได้แหละ แต่พอมันมีทั้งเคสที่เกือบได้ เคสที่เข้าใจผิดว่าเกี่ยว หรือบางอย่างที่เงียบหายไป คนก็เริ่มนอยเป็นธรรมดาว่าสุดท้ายตอนนี้ถึงไหนแล้วกันแน่ แล้วมันเกิดซ้ำ ๆ ในเวลาใกล้กัน แล้วใช่ นี่ก็เข้าใจนะว่าแต่ละงานใช้เวลาไม่เท่ากัน โพรเซสไม่เหมือนกัน ติด timing ติดหลายอย่าง อันนี้เข้าใจหมดเลยย แต่ในแง่ของความรู้สึก สุดท้ายมันวัดจากสิ่งที่ “เห็น ณ ตอนนั้น” มากกว่า เพราะอีกฝั่งมีให้เห็นเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรอสปอยล์ก่อน มันเลยยิ่งทำให้ความต่างชัดขึ้น เรื่องที่หลายคนเลือกฟีดแบคตอนอีกคนมีงาน นี่ว่าก็เพราะจังหวะนั้นมันเห็นภาพชัดสุดว่า “อ๋อ งานแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง” เลยยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าก็อยากเห็นแบบนี้ของอีกคนแล้วบ้าง ไม่ได้แปลกเลย ส่วนเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่า “ทำไมต้องมาพูดตอนอีกคนกำลังมีงาน” นี่ว่าความรู้สึกนั้นก็เข้าใจได้เหมือนกัน เพราะในจังหวะที่ควรเป็นช่วงเวลาน่ายินดี การออกมากังวลมันอาจทำให้บรรยากาศดูหม่นลงสำหรับคนที่กำลังดีใจกับงานนั้นอยู่ก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็เข้าใจคนที่ไปอ่านเจอแล้วไม่กล้าแสดงความยินดีกับการตรงนั้นเลย ;-; แต่หลายคนก็ไม่ได้ตั้งใจจะดึงโมเมนต์ของใครลงหรอก แค่ช่วงเวลาที่อีกคนมีงานออกมาชัดเจน มันทำให้ความรู้สึกของฝั่งที่ยังรออยู่ถูก remind ขึ้นมาชัดที่สุด ฟีลจี้ใจ เลยกลายเป็นจังหวะที่คนเลือกพูดหรือฟีดแบคออกมา สุดท้ายนี่ว่าทุกฝ่ายมีเหตุผลในความรู้สึกของตัวเองหมดเลย คนที่อยากให้โฟกัสกับงานตรงหน้าอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ผิด คนที่ยังมีความกังวลและอยากเห็นความชัดเจนมากขึ้นก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน ทั้งหมดมันมาจากความรู้สึกที่อยากเห็นคนที่ตัวเองซัพพอร์ตได้รับโอกาสเหมือนกัน แล้วสุดท้าย ต่อให้มีคำอธิบายเรื่องโพรเซสหรือเวลาเยอะแค่ไหน สิ่งที่จะช่วยลดความกังวลได้จริง ๆ ก็คงเป็นการมีอะไรออกมาให้เห็นต่อเนื่องละก็ชัดเจนมากขึ้นในอนาคต เพราะความรู้สึกของทุกคนส่วนใหญ่ มันผูกกับสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้อยู่ดีอ่ะ ตอนนี้ทำได้แค่อดทน(ถึงตอนไหนไม่รู้) แล้วมันก็เป็นรอยร้าวไปเรื่อย ๆ จริง เข้าใจทุกคน ๆๆๆ ;-;

ไทย
0
138
220
12.9K
Whitey retweetledi
ᰔ พินนา พินนอน คร้อกฟี่😴💖🐰🎀 ꒰ᐢ. .ᐢ꒱₊⁺⊹⋆ᰔ
อ่ะ เวอร์ชั่นแปลไทยล้วน นี่แหละ ผลของ **การมองโลกในแง่ดีจนเป็นพิษ (toxic positivity)** บางทีการพยายามมองโลกในแง่ดี พยายามทำให้ไทม์ไลน์เต็มไปด้วยความสุขตลอดเวลา แบบนั้นบางทีมันคือการหลีกเลี่ยงที่จะยอมรับกับความเป็นจริงบางอย่าง เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงมันมีด้านลบ เมื่อนั้นมันก็จะถูกแปรรูปด้วยคำปลอบใจ ด้วยการมองโลกในแง่ดีจนเป็นพิษ พอเวลาผ่านพ้นไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือ: - เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนไปขุดแตะประเด็นเหล่านั้นขึ้นมา จะกลายเป็นจุดสะกิดใจ เพราะจริงๆ ความเป็นจริงเหล่านั้นไม่เคยหายไปไหน แต่ถูกกลบฝังไว้ รอคนมาแตะโดน และระเบิดบู้มขึ้นมา - เพราะความจริงเหล่านั้นมันก็ยังคงเป็นความจริงอยู่ และในเมื่อคุณไม่ได้ประมวลผลมันด้วยการยอมรับความเป็นจริง -> จัดการอารมณ์ -> หาต้นตอปัญหา -> ปรับปรุงและพัฒนา แต่คุณเลือกที่จะ -> เจอปัญหา -> พยายามไม่มองว่าเป็นปัญหา -> พยายามให้กำลังใจตัวเอง แต่ความจริงคือกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปหรือถูกแก้ไข การที่เราจะก้าวพ้นเรื่องพวกนี้ไปได้อย่างเด็ดขาด คือการยอมรับมันและจัดการกับมัน เมื่อนั้น เวลามันถูกยกวนกลับมา เราจะไม่ได้ระเบิด ในเมื่อเราจัดการมันด้วยวิธีที่ถูกต้อง และ “แก้ปัญหา” ได้จริงๆ แล้ว ปัญหาก็จะ “ถูกแก้ไข” ไปจริงๆ แบบนั้นเราถึงจะสบายใจ และเรื่องพวกนี้จะกลับมาทำอะไรเราไม่ได้อีกเลย เพราะมันจะไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้วไง
ᰔ พินนา พินนอน คร้อกฟี่😴💖🐰🎀 ꒰ᐢ. .ᐢ꒱₊⁺⊹⋆ᰔ@wpinnacotta

นี่แหละ ผลของ toxic positivity บางทีการพยายามมองโลกในแง่ดี พยายามทำให้ทล. Fill with joy ตลอดเวลา แบบนั้นบางทีมันคือการ avoid ที่จะ accept กับความเป็นจริงบางอย่าง เมื่อไหร่ก็ตามที่ reality มันมี negative side เมื่อนั้นมันก็จะถูกแปรรูปด้วยคำปลอบใจ ด้วยtoxic positivity พอเวลาผ่านพ้นไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือ - เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนไปขุดแตะประเด็นเหล่านั้นขึ้ตมา จะกลายเป็น trigger point เพราะจริงๆความเป็นจริงเหล่านั้นไม่เคยหายไปไหน แต่ถูกกลบฝังไว้ รอคนมาแตะโดน และระเบิดบู้มขึ้นมา - เพราะ fact เหล่านั้นมันก็ยังคงเป็น fact อยู่ และในเมื่อคุณไม่ได้ process มันด้วยการยอมรับความเป็นจริง->จัดการอารมณ์->หาต้นตอปัญหา->ปรับปรุงและพัฒนา but you rather -เจอปัญหา -> พยายามไม่มองว่าเป็นปัญหา -> พยายามเชียร์อัพ แต่ความจริงคือกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปหรือถูกแก้ไข การที่เราจะก้าวพ้นเรื่องพวกนี้ไปได้อย่าง absolute คือการยอมรับมันและจัดการกับมัน เมื่อนั้น เวลามันถูกยกวนกลับมา เราจะไม่ได้ระเบิด ในเมื่อเรา handle it the proper way and actually “solve it” then, the problem will actually be “solved” แบบนั้นเราถึงจะ at ease และเรื่องพวกนี้จะกลับมาทำอะไรเราไม่ได้อีกเลย เพราะมันจะไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้วไง

ไทย
0
35
20
5K
Whitey retweetledi
-𝙗.𝙏𝙤𝙚𝙮 - ♡´・ᴗ・`♡
กูไม่ได้คีพเดี่ยว กูคีพคู่แบบคีพคู่ แบบคีพคู่ชิบหาย แค่อยากเห็นคนน้องมันมีงานบ้าง พวกกูผิดเลยดิ กลายเป็นคนคีพเดี่ยวเลย งง
ไทย
4
151
274
11.2K
Whitey retweetledi
🐰ྀི🤏🏻
🐰ྀི🤏🏻@Littlebunny172·
เข้าด้อมมาเพราะเป็นสาววายคีพคู่มาตลอดย้อนดูทลได้ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะมาอยู่ในจุดที่ไม่ฟินกับโมเมนต์แล้วอยากให้ความรู้สึกกลับมาเหมือนเดิมยังรอไปคอนคู่ของเก่งน้ำปิงอยู่
ไทย
6
142
363
34.5K
Whitey retweetledi
zhangjing
zhangjing@zhanglanggg·
บอกให้คนอื่นเลิกคิดว่าตัวเองรักลูกมากกว่าใคร มึงก็เลิกคิดว่ามีแต่มึงที่คีพคู่มากกว่าใครด้วยค่ะ เพราะพื้นฐานกูก็มาจากคีพคู่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังพยายามคีพอยู่ กูรัก กูทำให้สองคนเท่ากันมาตลอด แต่พอวันนึงมันเห็นชัดขึ้นมาว่าผลลัพธ์ที่กูตั้งใจมากๆมันออกมาไม่เท่ากันเนี่ย ให้กุนอยนิดนึง
ไทย
2
144
207
8.6K
Whitey
Whitey@Dream33331·
สิ่งที่เสียใจที่สุดตอนนี้คือการเฉยกับสิ่งที่เคยตื่นเต้น
ไทย
1
396
396
16.1K
Whitey retweetledi
ᰔ พินนา พินนอน คร้อกฟี่😴💖🐰🎀 ꒰ᐢ. .ᐢ꒱₊⁺⊹⋆ᰔ
มันง่ายที่จะผลัก ใครสักคนให้เป็นคนที่ “ไม่รักน้อง” โดยใช้คำพูดง่ายๆและผิวเผินว่า “ไม่เชื่อใจน้อง” ในความเป็นจริงคือ บางทีการตั้งคำถามมันควรต้องเป็นสิ่งที่ทำได้ โดยไม่ถูกแปะป้ายในเชิงไม่รักดาราไม่เชื่อใจดารา ตราบใดที่คำถามนั้นมันไม่ล้ำเส้นหรือใช้คำพูดไม่ดี ส่วนนึง รู้สึกว่าเราต้องมองไปให้เห็นถึงรากของปัญหาว่าทำไมแฟนคลับถึงเกิดคำถามต่อการทำงานขึ้นมา - เพราะไม่ได้มีผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้เค้าเห็นหรือเปล่า? - เพราะระบบการทำงานของค่ายบางอย่างยังเห็นได้ชัดว่ามันไม่สามารถเชื่อได้หรือเปล่า? ในเมื่อเราพูดกันถึงระบบความเชื่อใจแล้ว ความเชื่อใจเป็นสิ่งที่ได้รับมาและต้องเลี้ยงกันไปโดยพิสูจน์โดยผลลัพธ์และการกระทำ ถ้าเราเอาความเชื่อใจมาเป็นที่ตั้งแล้วพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาของค่ายนี่ก็รู้สึกว่าเราจะมีสิทธิ์ในการตั้งคำถาม โดยไม่ถูกแปะป้ายว่าไม่รักดารากันนะ พิจารณาถึงระยะเวลาที่รอดูผลลัพธ์กันมา 8 เดือนหลังซีรี่ย์จบ ถึงจะพูดถึงเรื่อง timing ก็ตาม สุดท้ายแล้วมันก็ยังจะเกิดคำถามอยู่ดีแหละว่าในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีนี้มันเป็นไปได้จริงๆหรอที่ timing ของเค้ายังไม่มาถึงเลย? นี่ว่าแฟนคลับตั้งคำถามแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะลงทุนลงแรงซัพพอร์ตกันมาตลอดโดยหวังจะเห็นผลของแรงซัพพอร์ตของตัวเองกันไม่ช้าก็เร็ว แต่ในเมื่อมันผ่านมาแปดเดือนแล้วนี่ก็คิดว่ามันก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่คนเค้าจะรู้สึกว่าเมื่อมองถึงแรงซัพพอร์ตที่ลงกันไป มันควรจะต้องได้เห็นอะไรกลับมาบ้างแล้วสิ ถ้าคุณเกิดคำถามคุณไม่ใช่คนที่ไม่เชื่อใจดาราหรอก คุณคือคนที่ไม่เชื่อใจค่ายมากกว่า ในค่ายที่มีเวรกรรมแบบนี้(ลองมองย้อนไปในวีรกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ใช่แค่ที่เคยเกิดขึ้นแค่กับเรานะคะเพราะเรากำลังพูดถึงการทำงานของค่ายเราก็ต้องมองให้เห็นถึงภาพรวมทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่ใช่แค่กับดาราเรา) นี่ก็ว่าแฟร์แหละ
ไทย
0
266
206
12.4K
Whitey retweetledi
BEAUTILAB OFFICIAL
BEAUTILAB OFFICIAL@beautilab_th·
เตรียมพิชิตทุกความไม่มั่นใจ . เก่งทุกการปกปิด มั่นใจในปาดเดียว! ด้วย Corrector & Concealer . 22.05.2026 I COMING SOON . #1stPresenterofBeautilab #BEAUTILAB
BEAUTILAB OFFICIAL tweet media
ไทย
570
8.2K
8.6K
148.2K
Whitey
Whitey@Dream33331·
คิดถึงยุนกิ
ไทย
0
0
0
103
Whitey retweetledi
🎸⋆✮ hour ˚。⋆
ถ้าถอยออกมามองแบบให้เป็นเรื่องของการฟีดแบคตารางงานจริง ๆ นะ คือคนนึงมีงานที่เห็นเป็นรูปธรรมออกมาตลอด ต่อให้เบื้องหลังจะใช้เวลาเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราเห็น “ผลลัพธ์” เลยรู้สึกอุ่นใจกว่าว่ามีแน่ ๆ แต่อีกคนมันกลายเป็นการรอจากสปอยล์ จากคำบอกว่าเดี๋ยวมีแน่ ๆ มากกว่า ซึ่งตอนแรกทุกคนก็รอได้แหละ แต่พอมันมีทั้งเคสที่เกือบได้ เคสที่เข้าใจผิดว่าเกี่ยว หรือบางอย่างที่เงียบหายไป คนก็เริ่มนอยเป็นธรรมดาว่าสุดท้ายตอนนี้ถึงไหนแล้วกันแน่ แล้วมันเกิดซ้ำ ๆ ในเวลาใกล้กัน แล้วใช่ นี่ก็เข้าใจนะว่าแต่ละงานใช้เวลาไม่เท่ากัน โพรเซสไม่เหมือนกัน ติด timing ติดหลายอย่าง อันนี้เข้าใจหมดเลยย แต่ในแง่ของความรู้สึก สุดท้ายมันวัดจากสิ่งที่ “เห็น ณ ตอนนั้น” มากกว่า เพราะอีกฝั่งมีให้เห็นเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรอสปอยล์ก่อน มันเลยยิ่งทำให้ความต่างชัดขึ้น เรื่องที่หลายคนเลือกฟีดแบคตอนอีกคนมีงาน นี่ว่าก็เพราะจังหวะนั้นมันเห็นภาพชัดสุดว่า “อ๋อ งานแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง” เลยยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าก็อยากเห็นแบบนี้ของอีกคนแล้วบ้าง ไม่ได้แปลกเลย ส่วนเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่า “ทำไมต้องมาพูดตอนอีกคนกำลังมีงาน” นี่ว่าความรู้สึกนั้นก็เข้าใจได้เหมือนกัน เพราะในจังหวะที่ควรเป็นช่วงเวลาน่ายินดี การออกมากังวลมันอาจทำให้บรรยากาศดูหม่นลงสำหรับคนที่กำลังดีใจกับงานนั้นอยู่ก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็เข้าใจคนที่ไปอ่านเจอแล้วไม่กล้าแสดงความยินดีกับการตรงนั้นเลย ;-; แต่หลายคนก็ไม่ได้ตั้งใจจะดึงโมเมนต์ของใครลงหรอก แค่ช่วงเวลาที่อีกคนมีงานออกมาชัดเจน มันทำให้ความรู้สึกของฝั่งที่ยังรออยู่ถูก remind ขึ้นมาชัดที่สุด ฟีลจี้ใจ เลยกลายเป็นจังหวะที่คนเลือกพูดหรือฟีดแบคออกมา สุดท้ายนี่ว่าทุกฝ่ายมีเหตุผลในความรู้สึกของตัวเองหมดเลย คนที่อยากให้โฟกัสกับงานตรงหน้าอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ผิด คนที่ยังมีความกังวลและอยากเห็นความชัดเจนมากขึ้นก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน ทั้งหมดมันมาจากความรู้สึกที่อยากเห็นคนที่ตัวเองซัพพอร์ตได้รับโอกาสเหมือนกัน แล้วสุดท้าย ต่อให้มีคำอธิบายเรื่องโพรเซสหรือเวลาเยอะแค่ไหน สิ่งที่จะช่วยลดความกังวลได้จริง ๆ ก็คงเป็นการมีอะไรออกมาให้เห็นต่อเนื่องละก็ชัดเจนมากขึ้นในอนาคต เพราะความรู้สึกของทุกคนส่วนใหญ่ มันผูกกับสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้อยู่ดีอ่ะ ตอนนี้ทำได้แค่อดทน(ถึงตอนไหนไม่รู้) แล้วมันก็เป็นรอยร้าวไปเรื่อย ๆ จริง เข้าใจทุกคน ๆๆๆ ;-;
ไทย
36
1.1K
936
146K
Whitey
Whitey@Dream33331·
...Rest...
English
0
0
1
96
Whitey
Whitey@Dream33331·
เอาผมไปโยนทิ้งโล้ดดด ไม่ไหวแล้ว
ไทย
0
0
0
65