ecstasy
19.6K posts

ecstasy
@EimGddnw
pistanthrophobia SAD self-critism anxiety
Katılım Mayıs 2018
47 Takip Edilen1 Takipçiler
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi

หางานตอนตกงานเป็นอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่ามาก สมัครไปกี่ที่ก็เงียบช่วงนั้นคือเศร้าซึมมากแล้วยังไปเจอคนสัมภาษณ์พูดจาดูถูกอีก คือเราโดน layoffs บริษัทไม่มีเหตุผลอะไรไปมากกว่าลีน cost แต่เจอคนสัมพูดประมาณว่าเพราะเราไม่เก่งไม่ดีหรือเปล่าเขาเลยเอาออก ก็เออไว้โดนเองน่าจะเข้าใจคนอื่นเพิ่มขึ้นได้บ้าง
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังหางาน 🩷
ไทย
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi

สต. เป็นผู้หญิง independent ที่แพ้ทางผู้ชายอ่อนโยน👉🏻👈🏻 ยิ่งเสียงนุ่มๆ ใจดีใจเย็น สัมผัสนิ่มๆ ใส่ใจรายละเอียด ยิ่งทิ้งตัวเร็ว
goodmeow4u@itsmewsen
พอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้าง independent มากๆ เลยแพ้ผู้ชายที่โครตจะ masculine
ไทย
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi

Las mejores sesiones de adc son con @TaraNi_lol
Llevamos ya unas 10 sesiones GM ADC peak EUW
Barbaridad como usa el bush en este level 1
Español
ecstasy retweetledi
ecstasy retweetledi

ประเด็นไม่ใช่แค่หลุด แต่น่าจะเป็นการจงใจแพร่ไวรัสซะมากกว่า
- ตอนกันยา 2019 ก่อนเกิดโควิด มีคนออกมาแฉใน 4Chan
บอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนเมกันตาย 9-10 ล้านคนในปี 2020-2021
( เคสแรกเกิดตอน ตุลาคม )
- เจ้าตัวบอกเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
- อาการของโรคจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่
- แนะนำว่าอย่ารับวัคซีนใดๆ ที่ถูกปล่อยออกมาสำหรับรักษาไวรัสนี้ในช่วงฤดูหนาว 2020
ซึ่งเอาจริงๆ แม้ผลลัพธ์และที่มาของโรคจะแตกต่างพอสมควร ( อาจจะเพราะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เลยได้รับข้อมูลแบบจำกัดและผิดพลาด กันข้อมูลหลุด)
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเจอเหตุการณ์โรคไวรัสระบาดจริงๆในปี 2020-2021

KHUN@khun101010
โอ้วววววว มีประเด็นช็อคโลก การปกปิดเรื่องโควิด คือมีเจ้าหน้าที่จาก CIA ออกมาให้การว่า จริงๆแล้ว CIA รู้ตั้งแต่มกราคม 2020 ว่าเชื้ออาจหลุดมาจากห้องแล็บในอู่ฮั่น แต่กลับมีการสั่งให้ปิดปากนักวิทยาศาสตร์และลบข้อมูลทิ้งเพื่อไม่ให้ประชาชนรู้ อีกทั้งยังมีการกล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐ ให้เงินสนับสนุนผ่านมูลนิธิกว่า 54 ล้านดอลลาร์ เพื่อการวิจัยไวรัสในห้องแล็บที่อู่ฮั่น ซึ่งเป็นการวิจัยแบบดัดแปลงไวรัสให้เก่งขึ้น (gain-of-function) จนอาจเป็นต้นเหตุของการระบาด จุดสำคัญคือข้อมูลเหล่านี้มาจากคำให้การภายใต้คำสัตย์ปฏิสาณ (sworn testimony) ของพยานตัวจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฏีสมคบคิด
ไทย











