TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED
657 posts

TOEY🚀ED retweetledi

ล่าสุดพบอีกเด็กชาวจีนอีก 18 คนแจ้งเกิดในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อ.เมืองนครราชสีมา หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ขยายผลเครือข่ายแจ้งเกิดเท็จเพื่อนำไปออกใบสูติบัตร ให้แก่เด็กที่มีสัญชาติต่างด้าว โดยพบว่ามีอดีตปลัดอำเภอห้วยแถลงอยู่เบื้องหลัง เหมือนคดีในพื้นที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง
.
#ThaiPBS #ข่าวเที่ยง #สูติบัตร #นครราชสีมา #แจ้งเกิด #เด็กชาวจีน
ไทย
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi

คุณสามารถสร้างการมีส่วนร่วมผลักดันสังคมได้ครับ
ร่วมลงชื่อ "หยุด Landbridge"
stop-sec.com
รายละเอียด :
คนไทย แลกอะไรกับ “แลนด์บริดจ์”
โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน เชื่อม 2 ท่าเรือด้วยโครงข่ายทางหลวงพิเศษ (Motorway) และรถไฟรางคู่ เพื่อลดเวลา/ต้นทุนขนส่งจากช่องแคบมะละกา ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) โดยใช้งบประมาณเฟสแรกเกือบ 1 ล้านล้านบาท คาดการณ์ว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งทางน้ำและการลงทุนของไทย
โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มีพื้นที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่งทับซ้อนและใกล้เคียงกับ แหล่งเพาะพันธุ์ปูม้า-สัตว์น้ำ แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
แลนด์บริดจ์ สร้างเสร็จ จะเกิดอะไรตามมา ?
- พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งแต่อ่าวระนอง จนไปถึง หาดท้ายเหมือง พังงา แล้วก็หาดศรีน่าน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ฉะนั้นเมื่อเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ สิ่งที่เขากำหนดไว้ในมรดกโลกทางธรรมชาติก็คือ ห้ามมีการก่อสร้างใดๆ โดยน้ำมือมนุษย์โดยเด็ดขาด ก็จะถูกยกเลิกเพิกถอนการเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
- การใช้ชีวิตในเรื่องการทำประมงของชุมชนน่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และคาดว่าไม่ได้เกิดแค่ในระยะ 5 กิโลเมตรตามที่โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่มีมากกว่านั้น เพราะประชาชนจะทำการประมงในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ และต้องโยกย้ายไปทำประมงที่อื่นเท่ากับการไปแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
- ‘น้ำมันรั่ว’ พื้นที่ชายเลน คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด น้ำมันรั่วไหล บนหาดทรายยังเก็บได้ แต่ถ้าไปรั่วไหลบนพื้นที่ที่มีสารอินทรีย์เยอะ ๆ ชายเลนหรือปากแม่น้ำระนอง น้ำมันกับสารอินทรีย์จะจับตัวกัน แล้วหายไปเลย เรามองไม่เห็น เก็บไม่ได้ อยู่ในระบบนิเวศ
ถ้ารัฐสร้าง "แลนด์บริดจ์" ผลกระทบทางธรรมชาติ และทรัพยากรของประเทศจะตามมา พื้นที่กินวงกว้างครอบคลุมหลายจุดในจังหวัดระนอง และชุมพร
อุทยานและป่าสงวนแห่งชาติ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ :
1) ป่าพรุใหญ่ ป่าเลนคลองริ่ว อ.หลังสวน ชุมพร
2) ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง อ.หลังสวน ชุมพร
3) ป่าเลนคลองม่วงกลวง บ้านบางเบน-บ้านอ่วเคย ต.ม่วงกลวง
4) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน บ้านห้วยปลิง และบ้านช้างแหก ต.ราชกรูด ระนอง
5) ป่าคลองหินกอง และป่าม่วงกลวง บ้านคลองของ ต.ราชกรูด บ้านอ่าวเคย บ้านบางเบน ต.ม่วงกลวง ระนอง
6) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง และอุทยานแห่งชาติแหลมสน
7) แรมซาไซต์ อุทยานแห่งชาติ แหลมสน-ปากน้ำกระบุรี-ปากคลอง กะเปอร์ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง
8 ) ป่าชายเลน พื้นที่เตรียมการมรดกโลก จ.ระนอง
พื้นที่ทะเลและชายฝั่ง ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ :
1) ถมทะเล ชุมพร-ระนอง รวม 12,783 ไร่
2) ขุดลอกร่องน้ำ รวมกว่า 270 ล้าน ลบ.ม.
3) แนวปะการังเกาะพิทักษ์ เกาะคราม ชุมพรและเกาะพยาม ระนอง
4) แหล่งหญ้าทะเล เกาะพยาม ระนอง
5) ป่าชายเลนตาม มติ ครม. 2543 ต.บางน้ำจืด ชุมพร และ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง
สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ แบ่งเป็น
1)ท่าเรือน้ำลึกระนอง บริเวณแหลมอ่าวอ่าง
- อยู่ในพื้นที่ ต.ราชกรูด ต.เกาะพยาม อ.เมือง ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์
- มีชุมชนรอบพื้นที่ตั้งโครงการรัศมี 5 กม. 6 ชุมชน
- มีพื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติฯ 2 แห่ง
- พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง 2 แห่ง
- พื้นที่แรมซาร์ไซต์ พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งปะการัง แหล่งปะการังเทียม แหล่งหญ้าทะเล
2) ท่าเรือแหลมริ่ว ใกล้เกาะพิทักษ์
- เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัด
- บริเวณ แหลมริ่ว มีปะการัง เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลา
- พะโต๊ะ เป็นแหล่งต้นน้ำ กระทบต่อพื้นที่เกษตร แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และสัตว์ป่า
#ตุ๊ดส์review

ไทย
TOEY🚀ED retweetledi

เหมืองแร่หายากในเมียนมา-ลาว ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำโขง สั่นสะเทือนชีวิต 70 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือน อาจรุนแรงถึงขั้นทำลาย 'ครัวโลก'
แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ จากสารพิษที่ไหลปนเปื้อนมากับการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะในเมียนมาที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และขยายตัวต่อเนื่องไปยังลาว
ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หนึ่งในศูนย์กลางการประมงทางภาคเหนือของไทย ‘สุขใจ ญานะ’ชาวประมงวัย 75 ปี กำลังนั่งแกะปลาตัวเล็กๆ ออกจากแหบนหัวเรือหางยาว ด้วยความผิดหวังกับปลาที่จับได้ และกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ ตามรายงานในบทความ Southeast Asia's Mekong River being poisoned by rare earth mining ของ South China Morning Post
บางวันสุขใจไม่มีรายได้เลย เพราะความต้องการบริโภคปลาลดลง จากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ที่กำลังคุกคามคนนับล้านที่พึ่งพาสายน้ำเหล่านี้ในการทำเกษตรและประมง
"ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนอื่น" สุขใจกล่าว ขณะที่เชียงแสนเป็นบ้านของครอบครัวเขามาหลายทศวรรษ
สุขใจคือหนึ่งใน 70 ล้านคน ที่อาศัยลำน้ำโขงความยาวเกือบ 5,000 กิโลเมตรในการดำรงชีวิต โดยปัจจุบันความต้องการแร่หายากที่พุ่งสูงขึ้น กำลังขับเคลื่อนการทำเหมืองที่ไร้การควบคุม และเริ่มต้นจากเมียนมา ก่อนแผ่ขยายไปยังลาว
แม้แม่น้ำโขงจะเผชิญแรงกดดันมายาวนาน ตั้งแต่ขยะพลาสติก เขื่อนพลังน้ำต้นทาง ไปจนถึงการขุดทรายที่ทำให้ตลิ่งทรุด แต่นักวิชาการเตือนว่า สารพิษจากเหมืองแร่หายากอาจเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงถึงขั้นทำให้ลุ่มน้ำแห่งนี้สูญสลาย
การสัมผัสโลหะหนักอย่างสารหนู, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความเสียหายต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์
📌 'ครัวโลก' กำลังถูกทำลาย กระทบส่งออกข้าว-ผลไม้ของไทย
ไทยกำลังเผชิญผลกระทบหนักที่สุด เพราะสารพิษเหล่านี้กำลังคุกคามอุตสาหกรรมส่งออกอาหารระดับโลก ตั้งแต่ข้าวที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐฯ, ถั่วแระแช่แข็งในญี่ปุ่น ไปจนถึงกระเทียมในครัวเรือนชาวมาเลเซีย
ในขณะที่การรับมือยังจำกัดอยู่ในระดับท้องถิ่น และถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบขนแร่และสงครามในเมียนมา ส่งผลให้ปัญหาขยายลงไปถึงกัมพูชาและเวียดนามที่อยู่ปลายน้ำ
ดร.สืบสกุล กิจนุกร (Suebsakun Kidnukorn) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า เกษตรกรรมเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเตือนว่าเหมืองแร่หายากกำลังทำลาย 'ครัวโลก'
ที่หมู่บ้านท่าตอน บนพื้นที่เนินเขาของไทย ลา บุญเรือง เกษตรกรวัย 63 ปี กำลังตัดเครือกล้วย พร้อมใช้นิ้วนับพืชที่ปนเปื้อนสารพิษซึ่งเขาเก็บเกี่ยวอยู่ ทั้งข้าว, กระเทียม, ข้าวโพด, หอม, มะม่วง และกล้วย โดยน้ำที่เขาใช้รดพืชมาจากแม่น้ำกก ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลจากเมียนมาเข้าสู่ไทย และเต็มไปด้วยสารพิษ
"ทุกคนกลัวสารพิษ ถ้าเราส่งออกไม่ได้ เกษตรกรคือคนแรกที่ตาย" ลากล่าว
ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับอินเดียและเวียดนาม โดยในปี 2024 ไทยส่งออกข้าวและผลไม้รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 แสนล้านบาท) ตามตัวเลขการค้าที่จัดอันดับให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุด
"สิ่งที่เรากังวลคือ สารพิษจะสะสมในข้าวที่เราส่งออก ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการทำนาของเราที่เป็นวัฒนธรรม ต้องล่มสลาย" นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้ก่อตั้งสถาบันแม่น้ำโขงศึกษา ในอำเภอเชียงของ กล่าว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไทยพบการปนเปื้อนโลหะหนักในระดับสูงในลำน้ำสาขาอื่นๆ ของแม่น้ำโขง ทั้งแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก
ความต้องการแร่หายากพุ่ง เบื้องหลังภัยคุกคามแม่น้ำโขง
ทุกวันนี้ แร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยียุคใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน, ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงขีปนาวุธและเครื่องบินรบ แม้ชื่อจะบอกว่า 'หายาก' แต่ในความเป็นจริงแร่ชนิดนี้พบได้ทั่วไป ที่ทำให้แร่ขาดแคลนคือต้นทุนการขุดและกระบวนการแยกสกัดที่ซับซ้อน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในจีน
ศูนย์ Stimson ในสหรัฐฯ ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุพบจุดทำเหมืองแร่หายากและเหมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการควบคุม เกือบ 800 จุดตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในลาว, เมียนมา และกัมพูชา
หลายแห่งในเมียนมาตั้งอยู่ในพื้นที่สู้รบ โดยสงครามกลางเมืองเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ 'กระจายตัวของเหมือง' ในเชิงภูมิศาสตร์ ตามการติดตามของ รีแกน ควาน จากศูนย์ Stimson ซึ่งพบการขยายตัวของเหมืองไปอีก 26 จุดตามลำน้ำในลาว
เมียนมาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของจีนในกลุ่มแร่หายากชนิดหนัก โดยส่งออกแร่ไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ระหว่างปี 2017-2024 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2021
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กำหนดให้การสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญและแร่หายาก เป็นเป้าหมายสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากแร่เหล่านี้ใช้ในเครื่องบินรบ F-35, เรือดำน้ำ, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก, ระบบเรดาร์ และระเบิดอัจฉริยะ ซึ่งความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ ต้องเติมและขยายคลังอาวุธที่พร่องไปจากสงครามในอิหร่านและยูเครน
นี่คือข่าวร้ายของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บราเอียน ไอเลอร์ (Brian Eyler) จากศูนย์ Stimson เปรียบเทียบว่า สารพิษจากเหมืองคือ 'ระเบิดปรมาณู' สำหรับลุ่มน้ำ เป็นรองเพียงสงครามในศตวรรษที่แล้ว ทั้งสงครามเวียดนามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง โดยสร้างความเสียหายมากกว่าภัยคุกคามอื่น เช่น เขื่อนขนาดใหญ่ และ "มันยังไม่หยุด"
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.51 บาท ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2569
ภาพ: Suriya99 / Shutterstock
#TheStandardWealth

ไทย
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi
TOEY🚀ED retweetledi

























