Sabitlenmiş Tweet
 ̄ε  ̄
1.2K posts

 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi

วันนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบทรงผมนักเรียนปี2518 ที่เป็นตัวรับรองการละเมิดสิทธิทรงผมนักเรียนมาอย่างยาวนาน ชัยชนะนี้เกิดขึ้นจากที่นักเรียนมัธยมรวมกลุ่มกันไปฟ้องศาลปกครองเมื่อ5 ปีก่อน -
คลิปนี้ลงนี้สร้างขึ้นในช่วงเดียวกันเพื่อร่วมช่วยระดมนักเรียนไปฟ้องศาลร่วมกัน ที่มาคลิปนี้มาจากคลิปสรยุทธ์ เหตุการณ์เมื่อ12 ปีก่อนสมัยผมและเพื่อนๆเป็นนักเรียนมัธยมไปดีเบตเรื่องทรงผมในรายการ ตอนนั่นเหตุการณ์ผ่านไป7ปีแล้ว ตอนเป็นนายกสโมรัดสาด ผมขอให้น้องๆในรัดสาดไปถามความเห็นเพื่อนๆที่เคยดีเบตกันว่าคิดเรื่องนี้อย่างไร เปลี่ยนไปไหม ซึ่งเราทุกคนต่างเห็นว่าทุกคนต่างเห็นว่าทรงผมนักเรียนควรถูกยกเลิก ก็ลงคลิปเต็มนี้ไว้เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ หากทรงผมถูกยกเลิกไปสำเร็จจริงๆ นี่ก็เป็นวิดิทัศน์โบราณให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาว่าสมัยหนึ่งเราเคยดีเบตกันเรื่องนี้แทบเป็นแทบตาย และเคยมีระเบียบละเมิดสิทธินี้แพร่หลายทั่วไปในโรงเรียนไทย
ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi

🧵เธรดนี้จะเป็นการรวบรวม Executive Orders (EO) ของประธานาธิบดีทรัมป์ ในวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง (20 มกราคม 2025) เอาไว้เป็นเธรดเดียวเพื่อให้คนที่สนใจได้ใช้อ้างอิง โดยจะสรุปทีละ EO รวมทั้งมีบริบทที่เกี่ยวข้องกับ EO ดังกล่าว และปฏิกิริยาการสนับสนุนและคัดค้านแต่ละ EO
ในวันแรกนี้ ทรัมป์ได้เซ็น Executive Orders ไปจำนวนทั้งหมดรวมประมาณ 40 ฉบับ แต่ละฉบับประกอบไปด้วยนโยบายและมาตรการย่อยๆ อีกรวมน่าจะเกือบ 200
โดยสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ นโยบายภายในประเทศประมาณ 30 ฉบับ และนโยบายระหว่างประเทศที่กระทบเราอีกประมาน 10 ฉบับ
ดูในเธรดทีละฉบับ👇

ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi

จาก 14 ตุลา ถึง 6 ตุลา ถึงพฤษภา 35 และเมษา-พฤษภา 53
การสังหารหมู่ประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นประวัติศาสตร์เลือดที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกครั้งเรื่องจบเหมือนๆ กัน นั่นก็คือคนทำผิดลอยนวล ไม่มีใครต้องโทษทางอาญา มิหนำซ้ำหลายคนยังได้ดิบได้ดีในวงราชการหรือการเมือง
แต่มีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ผู้เสียหายไม่เพียงไม่ได้รับความยุติธรรม พวกเขายังไม่ได้แม้แต่การจดจำรำลึกจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ
นั่นก็คือเหตุการณ์ตากใบ
20 ปีผ่านไป ในเดือนตุลาคมนี้ จะสิ้นสุดอายุความคดีตากใบแล้ว แต่ความยุติธรรมล่าช้า จนดูเหมือนว่ามันจะไม่มีวันมาถึง
ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi

เรียนทุกท่าน
ใครที่เป็นแฟนคลับ #PatHemasuk ติดตามข้อเขียนดีๆของอาจารย์ “ธนพัฒน์ หิมะสุข” โปรดได้รับทราบว่าอาจารย์ได้จากพวกเราไปแล้วนะครับ ด้วยวัย 64 ปี
ท้ายนี้ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของอาจารย์ด้วยครับ
🙏🙏🙏

ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi

วันนี้ไปดู Ted Talk อันหนึ่งชื่อ “Try something new for 30 days” น่าสนใจเลยครับ
.
คนพูดคือ Matt Cutts ซึ่งเป็นอดีตวิศวกรที่ Google ซึ่งเขาบอกว่าเมื่อก่อนเขาเป็นคอมพิวเตอร์เนิร์ด ทำงานติดโต๊ะอยู่ตลอดเวลา แม้งานจะดี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกติดแหง็กอยู่กับที่ ไม่มีอะไรตื่นเต้นหรือครีเอทีฟในชีวิตเกิดขึ้นเลย
.
ถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนพนักงานประจำทั่วไปนั่นแหละครับ ที่ไปทำงาน กลับบ้าน นอน วนไปเรื่อยๆ แบบนี้
.
แต่ไม่ว่าใครก็ตาม Matt เชื่อว่าต้องมีอะไรสักอย่างในชีวิตที่อยากทำ มีความฝัน ความต้องการที่ยังผัดวันไปเรื่อยๆ
.
บางคนอาจจะอยากลดความอ้วน บางคนอาจจะอยากเขียนหนังสือสักเล่ม บางคนอาจจะอยากสร้างนิสัยการออกกำลังกาย
.
แต่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้พอมันเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ๆ มันก็ดูลงมือทำยากเหลือเกิน ก็ไม่เคยลงมือทำซักที บางครั้งเราอาจรู้สึกเบื่อ ไม่มีแรงบันดาลใจ วนเวียนอยู่กับงานประจำวันซ้ำๆ ซากๆ
.
Matt บอกว่าทริคง่ายๆ ในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง นั่นคือการตั้งเป้าหมายที่อยากทำ แล้วลองทำมันเป็นเวลา 30 วันดู (30-Days Challenge)
.
เขาเริ่มจากการท้าทายตัวเองด้วยสิ่งง่ายๆ อย่างการถ่ายรูปทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลดีต่อชีวิตของเขาอย่างมาก
.
"จริงๆ แล้ว 30 วันคือช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในการสร้างนิสัยใหม่ หรือเลิกนิสัยเก่าๆ อย่างการดูข่าวทุกวัน จากที่ปกติเดือนแล้วเดือนเล่าผ่านไปโดยไม่ทันได้สังเกต การท้าทาย 30 วันทำให้ผมจดจำทุกวันได้ดีขึ้น รู้ว่าตัวเองไปไหนมาไหน ทำอะไรบ้าง" เขาบอก
.
นอกจากนี้ เมื่อเขาเริ่มตั้งเป้าหมายที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็สังเกตว่าความมั่นใจในตัวเองก็เพิ่มขึ้นด้วย จากเด็กติดคอมพิวเตอร์ที่อยู่แต่โต๊ะทำงาน เขากลายเป็นคนที่ขี่จักรยานไปทำงานเพื่อความสนุกได้ในที่สุด
.
ไม่เพียงเท่านั้น การท้าทายตัวเองยังทำให้เขาได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำ ทั้งการไต่ขึ้นไปถึงยอดเขา Kilimanjaro และการเขียนนิยายเรื่องแรกของตัวเอง บทเรียนสำคัญที่เขาได้รับก็คือ
.
“เราสามารถทำอะไรก็ได้เป็นเวลา 30 วัน หากเรามีความตั้งใจมากพอ”
.
เรื่องนี้สำคัญมาก
.
เพราะมันเป็นระยะเวลาที่ไม่นานเกินไปที่จะใช้แรงใจผลักดันให้ตัวเองลงมือทำ แต่ในขณะเดียวกันมันก็นานพอที่จะสร้างนิสัยใหม่ (หรือตัดนิสัยบางอย่าง) เช่นกันถ้าเราตั้งใจจริงๆ
.
"แล้วคุณรอช้าอยู่ทำไมล่ะ?" Matt ทิ้งท้าย "ผมการันตีเลยว่า 30 วันถัดจากนี้ จะผ่านไปไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น ทำไมไม่ลองคิดถึงสิ่งที่อยากทำสักอย่าง แล้วมาเริ่มกันดู เป็นเวลา 30 วันข้างหน้านี้ล่ะ?"
.
ทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนเริ่มต้นจากการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว การลองทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่แค่เป็นการเติมสีสันให้กับชีวิต แต่ยังช่วยให้เราค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง
.
สิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ อาจกลายเป็นไปได้เมื่อลงมือทำจริง แค่ตั้งเป้า วางแผน แล้วอดทนทำมันไปวันต่อวันเท่านั้นเอง
.
ลองนึกภาพความฝันอยู่ข้างในสักอย่าง แล้วถามตัวเองว่า ถ้ามีเวลาแค่ 30 วัน จะเริ่มต้นยังไงดี?
.
อย่าปล่อยให้อายุ หรือภาระหน้าที่เป็นข้ออ้างอีกต่อไป แม้จะเป็นการเริ่มเพียงเล็กน้อย แต่ก็เหมือนวลีที่กล่าวกันบ่อยๆ นั่นแหละครับ การเดินทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวเดียว
.
มาลองท้าทายตัวเองกันดูสัก 30 วันครับ
.
- โสภณ ศุภมั่งมี

ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi

จากดรามีม่าเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ BTS สยาม มีหลายๆคนไม่ค่อยถูกงานออกแบบของตัวใหม่
หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่เลากรุงเทพมหานคร พึ่งเปลี่ยน Identity System ใหม่ครั้งใหญ่ เรียกว่ายกเครื่องเลยก็ว่าได้ เลยอยากเอาบางส่วนมาแชร์ให้ดู
(thread)

กรุงเทพมหานคร@bangkokbma
แปลงโฉมคานรางรถไฟฟ้า ผ่านดีไซน์อัตลักษณ์ กทม. ที่สะท้อนถึงความสุขของผู้คน 📌 อ่านข่าวได้ที่ pr-bangkok.com/?p=327548
ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi

'ผมทำให้พ่อผิดหวัง'
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair อัลเฟรด โมลินา นักแสดงที่หลายคนอาจคุ้นหน้าเขาจากการรับบทเป็นตัวร้ายในหนัง Spider-Man 2 เล่าว่า พ่อของเขาไม่เคยสนับสนุนอาชีพนักแสดงของเขาเลย จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อไม่ค่อยจะดีนัก
“ตอนที่ผมยังเด็กมากๆ พ่อให้ผมทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่ ถ้าจะให้ผมพูด ผมว่าผมเป็นเด็กเสิร์ฟที่เก่งมากๆ จนผู้บริหารร้านเสนอให้ผมเข้าอบรมหลักสูตรการจัดการเป็นเวลา 2 สัปดาห์”
“แต่ผมปฏิเสธ เพราะผมได้งานแสดงงานหนึ่งมา พ่อผมเลยถาม 'งานนี้มันจ่ายเงินให้แกเท่าไหร่' ผมตอบ 'ผมได้ค่าจ้างตามเรตของสหภาพ ซึ่งก็คือ 12 ปอนด์ต่อสัปดาห์'“
โมลินาบอกว่าตอนนั้นตำแหน่งงานการจัดการมักได้ค่าจ้างเริ่มต้นประมาณ 30 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เลยทำให้พ่อของเขาถามกลับว่า ”เดี๋ยวก่อนนะ นี่แกกำลังจะได้เงิน 30 หรือ 35 ปอนด์จากที่นี่ แต่แกจะไปเอา 15 ปอนด์งั้นเหรอ”
“ผมตอบว่า 'ใช่ครับ' เขามองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่สงวนไว้สำหรับคนบ้าและคนหลงทางเท่านั้น เขามองมาที่ผมเหมือนเขาจำผมไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมสามารถพูดกับพ่อได้ก็คือ 'นี่เป็นสิ่งที่ผมรักนะพ่อ' เขาไม่เข้าใจ ผมทำให้พ่อผิดหวัง ใช่ครับ ถ้าพ่อผมอายุยืนกว่านี้อีกสักหน่อย เขาคงจะรู้ว่าผมไม่ได้เสียเวลาไปเปล่าๆ”
โมลินาหยุดพูดไปชั่วครู่เพื่อพยายามกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมา ก่อนจะเล่าต่อว่ามีเรื่องหนึ่งที่เขาคงไม่มีทางได้รับรู้ถ้าหากพ่อของเขาไม่จากโลกนี้ไป
“พ่อกับผมไม่เคยคุยกันเรื่องงานของผมอีกเลย เขาไม่เคยโทรหาผมแล้วถามว่า 'ลูกทำอะไรอยู่ ลูกเป็นยังไงบ้าง' เราไม่มีความสัมพันธ์กันแบบนั้น พอเขาเสีย ผมไปร่วมงานศพที่สเปน ผมอยู่กับภรรยาม่ายของเขา เธอลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งออกมา ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์ตัด รูปถ่าย หน้านิตยสาร และจดหมายจากคนที่เขียนส่งถึงเขาที่เล่าว่าพวกเขาเห็นผมในหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ เขาเก็บของพวกนี้ไว้หมดเลย แต่เขาไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้ง แม่เลี้ยงของผมถามว่า 'เธออยากได้ของพวกนี้ไหม' ผมรับมือกับมันไม่ไหว ผมเลยบอกไปว่าไม่เอา”
“ผมเลยพยายามบอกกับลูกๆ ของผมอยู่ตลอด ทั้งหมดที่คุณสามารถทำได้ก็คือบอกว่าพวกเขาเก่งแค่ไหน นั่นคือทั้งหมดที่คุณต้องทำ”
youtu.be/nbhHJ9iLrRA?si…

YouTube

ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi
 ̄ε  ̄ retweetledi

[เคยคุยกะทีมกฎหมายมาพักนึงแระ]
Email ที่ใช้เป็น “หลักฐาน” ได้จริงจะต้องอยู่ใน original format ถ้าแปรสภาพเป็นอื่นๆ (พิมพ์ใส่กระดาษ/แปลงเป็น PDF) จะจบเลย เพราะใช้สืบค้น/อ้างอิงไม่ได้
“อาวุธลับ” ในการส่งอีเมล » ตั้ง return receipt
เอาไว้ยันได้เลยว่าส่งแล้วใครเปิด/ไม่เปิดบ้าง
• win 🏳️🌈@i_winnn
การส่ง Email ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบัน สาเหตุเพราะ .. 1. Email สามารถเก็บเป็นหลักฐานได้ แม้ว่าคน ๆ นั้นจะลาออกจากองค์กรไปแล้ว 2. Email สามารถเก็บไฟล์ได้ตลอดโดยที่ไม่มีวันหมดอายุ ตราบใดที่ยังไม่ลบออก 3. Email สามารถสำเนา หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า cc. คนที่เกี่ยวข้องรับทราบ และเก็บเป็นหลักฐานได้อีกชั้นด้วย 4. การส่ง Email ให้ความรู้สึกเป็นทางการ และเป็นมืออาชีพมากกว่า ในกรณีที่ส่งออกนอกแผนก หรือ นอกองค์กร 5. บางคนจะดู Email ไวกว่า Personal Message
ไทย
 ̄ε  ̄ retweetledi

ผมเพิ่งได้ฟัง life framework ที่มีค่ามากๆ จากเพื่อนคนสิงคโปร์ อายุ 21
ณ เวลาตี 2 ในห้องเพื่อนคนอินโดฯ และบรูไน...
เคลวินเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้ผมและเพื่อนๆ จากทั่ว ASEAN ที่กำลังเข้าโครงการ Young Southeast Asia Leadership Initiatives (#YSEALI) ที่ University of Texas at Austin🇺🇸 ได้ฟัง
มีต่อ

ไทย










