เฟง retweetledi
เฟง
19.6K posts

เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi

นี่ให้อันนี้ ตลกอะ 5555555555555

แกน่ะเก่ง@kaenakeng
คนไทยเป็นคนตลกอะ มีอะไรตลกอีกไหม เอามาแชร์ด่วน
ไทย
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi

ดวงรายสัปดาห์ 11-17 พ.ค. 69 (ตามวันเกิด)
(รี+พิมพ์ 1 เพื่อให้ดีขึ้น)
พุธ
งาน: มีดวงในการประสานงานและสร้างความร่วมมือค่ะ คนที่เคยติดต่อยากจะเปิดใจรับฟังมากขึ้น ควรใช้โอกาสนี้คุยเรื่องสำคัญที่รอมานานค่ะ
เรียน: มีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในสายที่สนใจค่ะ อาจผ่านการสัมมนา workshop หรือการสนทนาส่วนตัวที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญค่ะ
เงิน: คุณบริหารเงินเก่งขึ้นในสัปดาห์นี้ค่ะ มองเห็นช่องทางประหยัดที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน มีเงินเก็บมากขึ้นกว่าเดิมเยอะค่ะ
รัก: คนโสด บทสนทนาที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญกับคนที่ไม่ได้ตั้งใจคุยด้วยอาจพลิกเป็นความสัมพันธ์ที่มีความหมายค่ะ คนมีคู่ ลองคุยเรื่องความฝันและเป้าหมายระยะยาวกับคนรักค่ะ จะพบว่าทั้งคู่มีทิศทางเดียวกันมากกว่าที่คิดค่ะ
สุขภาพ: ปกติดีค่ะ
(สนใจดูดวงทัก Line : @horo4you)
ไทย
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi

เป็นเรื่องที่โคตรไม่เข้าใจเลยว่าทำไม not all แผนก human resource ของประเทศไทย ชอบไม่มีความ human อยู่ในแนวคิดแผนกเลย มองคนเป็น worker เป็น manpower กันไปหมด งงมาก อุตส่าห์เป็นเมืองพุทธที่น่าจะมีความเมตตาและ empathy อยู่ในจริยธรรมการทำงานกันแท้ๆ งงเว่อร์
White Angelina@Angsumarin
น้องชายเสียก่อนสิ้นเดือนหน่อยนึง งานศพเสร็จปุ๊บ ต้นสังกัดโทรมาตามให้โอนเงินเดือน 4 วันสุดท้ายคืน... เขาทำ patent ทำวิจัย ขอทุนเข้าแล็บ ใช้เวลาส่วนตัวทำงานให้ไม่น้อย เงินแค่นี้ ฉันคืนให้ได้อยู่แล้ว แต่ให้ใช้สิทธิ์พักร้อน ที่แทบไม่เคยลา ไม่ได้เหรอไงวะ ตราตรึงในความเป๊ะของ HR มากค่ะ
ไทย
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi
เฟง retweetledi

ออฟฟิศ 0.4 เชื่อว่า ระยะหลังองค์กรขนาดใหญ่หลายที่ เริ่มมีวัฒนธรรมในการทำงานที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยของพนักงานมากขึ้น
และหนึ่งในนั้นคือเรื่อง Psychological Safety หรือพื้นที่ปลอดภัยทางใจของพนักงาน แต่ก็อาจมีหลายคนยังคงเข้าใจผิดว่า แนวคิดนี้คือการทำให้พนักงานเกิดความพึงพอใจอย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจกระบวนการที่แท้จริงสักเท่าไหร่
แล้วอะไรคือสิ่งที่องค์กรและพนักงานยังคงเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Psychological Safety บ้าง
Amy Edmondson ศาสตราจารย์จาก Harvard Business School จะมาอธิบายให้พวกเราฟัง..
1. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า Psychological Safety คือการทำตัวใจดีต่อกัน หรือการสร้างบรรยากาศที่สบาย ๆ จนไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่การตามใจที่ทุกคนต้องเห็นพ้องต้องกันตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และก็ไม่ใช่การลดมาตรฐานเพื่ออนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน และสุดท้ายไม่ใช่การโอ๋พนักงาน แต่เป็นพื้นที่ที่ให้กล้าพูดความจริงแม้จะเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจก็ตาม
2. นิยามที่แท้จริง
Amy อธิบายว่าแนวคิดนี้เน้นไปที่ความเชื่อร่วมกันว่า ทีมเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาด กล้าที่จะถามคำถามที่ดูโง่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ กล้าเสนอไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์ และกล้าทักท้วงเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นั่นต่างหากคือสิ่งที่ Psychological Safety เริ่มทำงานกับพนักงาน
3. สิ่งที่ผู้นำควรทำ
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางจิตวิทยาควบคู่ไปกับผลงานที่ดี Amy แนะนำว่าผู้นำต้องสร้าง Learning Zone ให้เกิดขึ้นในพื้นที่และบรรยากาศในการทำงาน ผ่าน 4 วิธีการดังนี้
- กำหนด Frame of Work เพื่อย้ำเตือนทีมว่า งานที่เราทำมีความซับซ้อนและไม่แน่นอนสูง ดังนั้นความล้มเหลวหรือข้อผิดพลาดคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้และเป็นโอกาสในการเรียนรู้
- หัดแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนหน่อย เพราะผู้นำต้องกล้ายอมรับว่าตัวเองก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การพูดว่า “พี่อาจจะพลาดอะไรไป" หรือ “พี่อยากฟังความเห็นของพวกเรานะ” ก็จะช่วยเปิดประตูให้ลูกน้องกล้าพูดมากขึ้น
- สร้างนิสัยในการตั้งคำถาม เพราะแทนที่จะสั่งการอย่างเดียว ให้เน้นการถามคำถามปลายเปิดเพื่อให้ทีมได้แสดงความคิดเห็นหน่อย ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ได้เหมือนกัน
- การตอบสนองเชิงบวก เมื่อมีคนนำข่าวร้ายมาบอก หรือยอมรับความผิดพลาด ผู้นำต้องมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้นำ และไม่ควรเริ่มต้นด้วยการตำหนิที่รุนแรง แต่ควรแสดงความขอบคุณที่เขากล้าบอก เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขมากขึ้น
4. วางจุดสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความรับผิดชอบ
Amy เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยทางจิตวิทยาต้องมาคู่กับความรับผิดชอบด้วย เพราะถ้ามีแต่ความปลอดภัย แต่ไม่มีความรับผิดชอบ สมการนี้คือการสร้าง Comfort Zone ที่จะทำให้พนักงานเกิดความเฉื่อยชาและไม่พัฒนานั่นเอง
และถ้ามีความรับผิดชอบสูงแต่ไม่มีความปลอดภัย สมการนี้ก็จะเกิดเป็น Anxiety Zone คือทั้งเครียด ทั้งกลัว จนพนักงานไม่กล้าเสี่ยงที่จะคิดหรือเสนออะไรเลย
แต่ถ้ามีทั้งคู่ คือมีทั้งความรู้สึกปลอดภัยและรับผิดชอบ สมการนี้จะก่อให้เกิด Learning Zone ที่จะได้ประโยชน์กันทุก ๆ ฝ่ายเลยทีเดียว
สุดท้าย Amy ย้ำว่า ผู้นำต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้พนักงานกล้าที่จะพูด โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิหรือดูถูก เพื่อให้องค์กรสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและสามารถพัฒนาต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
แล้วตอนนี้องค์กรของคุณมี Psychological Safety และหัวหน้าที่สามารถทำให้เกิด Learning Zone แล้วบ้างไหม ?
อ้างอิง : Many people misunderstand psychological safety—and this is what leaders need to do

ไทย
เฟง retweetledi






















