Sabitlenmiş Tweet

ไปเจอเนื้อหานึงที่เขึยนถึงการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่โอกาส แต่คือการเลือกตัดสินใจของเรา ซึ่งการต้องเลือกเนี่ยแหละ มันมีเส้นบาง ๆ หลายเส้นให้เราต้องพยายามใช้ความกล้าในการตัดสินใจข้ามไปให้ได้ แต่บางคนก็คิดเยอะจนไม่กล้าเลือก แล้วต้องคิดยังไงให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง เรามี 3 เทคนิคมาฝากกัน
1. Re-Framing ด้วยการเปลี่ยนความกลัวเป็นเชื้อไฟ
ต้องยอมรับว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คือ ความกลัวในสิ่งที่เรามองไม่เห็น ที่เรามักจินตนาการไปเองว่าการเปลี่ยนแปลงคือหน้าผาที่อันตราย ทำไปแล้วจะดีไหมนะ มันจะเป็นยังไงบ้างนะ
ทางที่ดีให้เราลองเขียนความแตกต่างระหว่างการอยู่ที่เดิม กับ การก้าวออกไปเพื่อเปลี่ยแปลง เพื่อให้เห็นต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูงกว่าความเสี่ยงในการเริ่มต้นใหม่ หรือถ้าเราไม่เปลี่ยนตอนนี้ ตอนไหนที่สถานการณ์จะบังคับให้เราเปลี่ยนอยู่ดี ถ้าเป็นแบบนั้น เราควรรีบเปลี่ยนในวันที่เรายังควบคุมชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบดีกว่าไหม
2. พลังของ Micro-Actions ทำให้เรามีพลังใจมากกว่า Grand Plan
ข้อนี้นี่ตีหัว ออฟฟิศ 0.4 มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่มักติดกับดักว่าการจะเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้น ต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ หรือแบบอยากเขียนสเตตัสให้ชาวเน็ตรู้ว่าเราเจ๋งแค่ไหน และเรากำลังจะมี Big Move ที่ต้องติดตามนะ
แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังเกิดจากการขยับทีละนิด ๆ เหมือนออกกำลังกายจะลีนหุ่น ลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อ เราคงไม่มาโฟกัสมวลกล้ามทุกวันหรอกปวดหัวตาย แต่การรู้ว่าออกกำลังกายวันไหน กินอะไรที่มีประโยชน์ และให้สิ่งเหล่านี้ค่อบ ๆ อยู่ในจังหวะชีวิตไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้เรามีพลังใจในการเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
3. ลองเขียน Roadmap ของการเปลี่ยนแปลง
ข้อนี้เหมือนเป็นการเช็กลิสต์ให้เราได้คุยกับตัวเองแบบชัด ๆ ไปเลยว่า เฮ้ย! ติดอะไรตรงไหน ถ้าเปลี่ยนจะดียังไง และถ้าไม่เปลี่ยนจะมีปัญหาตรงไหน เรียกว่าไม่ต้องหลอกตัวเองด้วยการแพ้เสียงในหัว แต่ให้เขียนออกมาเป็นหลักฐานแบบจับต้องได้ไปเลย เช่น
- ระบุให้ชัดว่าจุดไหนที่เรากำลังติดปัญหาอะไรที่จะไม่กล้าเปลี่ยน เหมือนเขียนปีศาจตัวนั้นออกมาให้ชัด แล้วค่อย ๆ หาทางกำจัดมัน
- ลองประเมินความเสียหายหากเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลงภายใน 6-12 เดือนข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น จะมานั่งบ่นเสียดายแบบปีก่อน ๆ อีกไหม
- ลองเริ่มต้นวันนี้ด้วยหนึ่งกิจกรรมเล็กๆ ที่ช่วยให้เราขยับออกจาก Comfort Zone ดูก่อนไหม เช่น ถ้าอยากเริ่มวิ่ง ก็ลองพาตัวเองไปเดินก่อนก็ได้
- ลองหาแนวร่วมของคนที่มีภารกิจอยากเปลี่ยนตัวเองเหมือนกับเรา เพื่อช่วยประคับประคองหรือเป็นตัวเร่งชวนไปทำเป้าหมายที่วางไว้ด้วยกัน
แท้จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องของโชคส่วนหนึ่ง จังหวะชีวิตส่วนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่มักเกิดจากความกล้าหาญในการตัดสินใจที่จะเลือกของเราเอง เมื่อเราเลิกกลัวและยอมรับว่าเราคือเจ้าของกระบวนการในการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต
แค่เริ่มคิดและลองออกแบบความกล้าที่จะเปลี่ยนดู แค่นี้ชีวิตก็มีอะไรใหม่ๆ ให้เราเรียนรู้เพื่อปรับตัวและเปลี่ยนแปลงมากขึ้นแล้ว..
อ้างอิง : Change is a choice: Embrace your power to transform
#ออฟฟิศศูนย์จุดสี่

ไทย

















