C
1.9K posts

C
@Iwanthappyend
เรียลชายนะเออ กทม ช่วงนี้ขอหยาบนิดนึง #cอยากลั่น
Katılım Mart 2021
741 Takip Edilen76 Takipçiler
C retweetledi
C retweetledi
C retweetledi

แต่ละช่วงของการสร้างฐานะ ก็มีสิ่งที่ต้องทำต่างกันไป
ช่วงที่ 1 รายได้น้อยกว่ารายจ่าย
สิ่งที่ควรทำคือหารายได้เพิ่ม ไม่มีทางเลือกอื่น เงินไม่พอกินก็ต้องหาเงินก่อน และเป็นหนี้ให้น้อยที่สุด หรือไม่เป็นหนี้เลยได้ยิ่งดี ทำได้แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว
ช่วงที่ 2 รายได้พอๆกับรายจ่าย
สิ่งที่ควรทำคือ พยายามประหยัด ใช้จ่ายให้ต่ำกว่าฐานะ เมื่อพยายามใช้จ่ายให้ต่ำกว่ารายได้จะทำให้บางเดือนเริ่มมีเงินเหลือบ้างนิดหน่อย จำนวนไม่สำคัญ แต่นั่นคือการฝึกนิสัย
ช่วงที่ 3 รายได้มากกว่ารายจ่าย
สิ่งที่ควรทำคือ คงไลฟ์สไตล์ตัวเองให้ได้เหมือนช่วงที่ 2 ไม่ lifestyle inflation ที่ได้มากก็ใช้มาก และทำการเก็บออมอย่างมีวินัยเป็นระบบ เพื่อให้ชีวิตไปถึงช่วงที่ 4
ช่วงที่ 4 รายได้มากขึ้น เงินออมมากพอ
สิ่งที่ควรทำคือ การเอารายได้ส่วนเกินไปลงทุนต่อยอดให้เงินงอกเงย การมีเงินออมมากพอแล้ว ความเสี่ยงในชีวิตจะลดลงไปมาก จนเราสามารถเอารายได้ส่วนเกินไปรับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เพื่อหาผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ การมีเงินออมมากเกินไปเป็นการเสียโอกาส
ประเมินตัวเองว่าเราอยู่ในช่วงไหน ถ้าเราเพิ่งอยู่ในช่วง 1-2 แล้วเราไม่สามารถออมเงินได้อย่างมีวินัยเป็นระบบเหมือนคนที่อยู่ช่วง 3 หรือไม่สามารถแบ่งเงินมาลงทุนได้เหมือนคนช่วง 4 มันก็เป็นธรรมดา เพราะเรายังสร้างตัวไปไม่ถึง stage นั้น เราต้องใช้เวลา แต่การศึกษาหาความรู้ไว้ล่วงหน้าก็มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจกดดันอะไรเวลาเห็นใครมาแชร์เรื่องการออมเงินทำบัญชีฉุกเฉิน&การลงทุน เพราะสักวันหนึ่งเราก็ต้องทำ เราก็ต้องมาศึกษาอยู่ดี แค่ยังไม่ใช่วันนี้
kpm@KnPmPy
ทางออกเดียวคือรายรับเยอะขึ้น คนที่ไม่เคยเจอสถานการณ์นั้นจะนึกภาพไม่ออกว่ามันไม่มีเก็บยังไง คชจ พื้นฐานหมดเป็นหมื่นแล้วนะ แค่ค่าห้อง อาหารน้ำดื่ม เดินทาง ค่าเน็ต กับชุดอาบน้ำซักผ้า แค่เนี้ยหมื่นนึงละ บางทีชีวิตบัดซบงานที่ทำจ่ายไม่ครบอีก เหลือตังกินข้าววันละมื้อสองมื้อ
ไทย
C retweetledi

วันนี้มาพูดถึงเรื่อง พลังงานของเงิน พอดีแอบเงี่ยหูฟังเจ้านายคุยกับลูกค้าคนฮ่องกงมา เก็บข้อมูลมาได้นิดหน่อย555 ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่นี่ทำ เคยแชร์ไปแล้วด้วย เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมคนรวย ๆ เขาทำบุญเยอะจัง
เงินเป็นเหมือนพลังงานของน้ำ เพราะเขาชอบการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่อยู่ตลอด เขาบอกประมาณว่า สมมุติเขาทำธุรกิจเงินเข้า 1 ล้าน เขาจะเอาออก 1 แสน เอาง่าย ๆ เหมือนที่เราเคยแชร์ ว่าเราหาเงินจากการทำหน้านาย ในแต่ละเดือน เราจะแบ่งออก 5-10% แบ่งไปทำบุญ *แบ่งในส่วนที่ทำแล้วตัวเองไม่ลำบาก*
ทำบุญอะไรก็ได้เอาที่สบายใจ ให้ไปแบบไม่หวง ไม่กักน้ำ ไม่กักพลังของการได้รับไว้กับตัว แบ่งให้คนอื่นได้รับบ้าง แล้วที่สำคัญก็คือใจตอนที่ได้รับและตอนที่ได้ให้ ได้รับมา เราชื่นชมตัวเองก่อน ขอบคุณตัวเองก่อน อะพิชิเอดกับเงินจำนวนนั้นให้เต็มที่
มันเหมือนกับการหายใจ หายใจเข้าให้เต็มปอด ให้อากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ แล้วก็หายใจออก แบ่งเงินออก ส่งต่อพลังงาน ส่งต่อโอกาสให้คนอื่น แล้วไอพลังงานนั่นมันจะกลับมาหาเรามากขึ้น มากขึ้น ไปลองดูได้นะ จากใจคนที่ได้ค่าคอมหลักสิบหลักร้อย ทุกวันนี้หลักหมื่นแตะแสน แล้วแต่ความขยัน 555
กรุณาใช้สติตัวเองเป็นที่ตั้ง 🪔@KanYaPhakSEP
พูดถึงเงิน พลังงานของเงินคือ ความเคลื่อนไหว พลังงานของความไม่หยุดนิ่ง เงินชอบการไหลเวียน การเคลื่อนที่อย่างอิสระ เงินไม่ชอบการถูกปิดกันจากผู้นำของมัน (ตัวเรา)
ไทย
C retweetledi
C retweetledi
C retweetledi
C retweetledi
C retweetledi
C retweetledi

อันนี้คือเรื่องจริง ✨•.
1. ความเครียดจากงานไม่ได้หายไปเอง มันสามารถสะสมจนกลายเป็นโรคได้ – อย่ามองข้ามอาการปวดหัว แน่นหน้าอก หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณที่กำลังเตือนเธอแบบดังมาก ๆ แล้ว
2. ลาพักผ่อนคือสิทธิ์ ไม่ใช่ความผิด – อย่าปล่อยให้ความกลัวถูกมองว่าตัวเองไม่ดีจนทำให้เธอลืมดูแลตัวเอง เพราะถ้าเธอล้มลฃ มันไม่ได้ดูดีเลย มันเจ็บจริง ๆ
3. การกลับบ้านตรงเวลาไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันหมายถึงการรักษาตัวเอง – อย่าให้ใครมาทำให้เธอรู้สึกผิดที่อยากมีชีวิตหลังเลิกงาน เพราะนั่นคือพื้นที่ ๆ ช่วยให้เธอกลับมามีแรงทำงานในวันรุ่งขึ้น
ไทย
C retweetledi
C retweetledi















