
Jullawan
497 posts





🔖สิ่งที่ควรแมสและโลกควรได้เห็น

หลายคนบอกว่าเปิดใจคุยแล้วคงดีขึ้น เพื่อนรอบตัวก็พูดงี้ แต่เซ้นส์นี่บอกว่า "อย่า" มันใช้กับทุกคนไม่ได้ เพราะกับบางคน เรารู้อยู่แก่ใจว่านิสัยเขาเป็นยังไง แต่เพื่อความชัดเจนและไปต่อแบบไม่ติดใจกัน ก็เลยลองดูอีกครั้งละกัน (อันนี้ใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์นะ จะแฟน หรือเพื่อน หรือที่ทำงานก็ได้) เฉลย....การเปิดใจคุยใช้ไม่ได้กับทุกคนจริงๆ ค่ะ แล้วเซ้นส์กูคือถูกต้อง 100% การเปิดใจมันต้องใช้กับคนที่พร้อมจะรับฟัง พร้อมปรับเปลี่ยนจริงๆ เท่านั้น บางคนพูดไปแล้วฟัง คิดตาม และขอโทษบวกแก้ไขหรือแก้ตัวอย่างมีเหตุผลฟังขึ้น (อันนี้โอเคไปต่อได้) แต่กับบางคน พูดไป ยังไม่ทันจบเลย มันเบลมทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นตัวเอง แล้วพออธิบายด้วยเหตุผลที่คนทั่วไปฟังก็คงเข้าใจ มันเถียงไม่ได้ มันรับบทเหยื่อขึ้นมาเลย ทำเอาผู้พูดรู้สึกผิดแบบไม่น่าพูดเลย ยิ่งพูดยิ่งมีแต่แตกหัก รู้อยู่แล้วว่ามันจะตอบแบบนี้ อย่างเหตุการณ์ล่าสุด ก็เพราะเปิดใจคุยนี่แหละ หักเป็น 2 ท่อนเลย ป๊อกกกกกกกกก พอได้ฟังความรู้สึกนึกคิดของอีกคนแล้วคือ โอโหห เอาดีๆ เลิกทำเถอะ กูทนมาได้ไงตั้งนาน อยากจะชมตัวเองว่าอดทนเก่ง และก็อยากด่าตัวเองว่าโง่...อดทนไปเพื่อ? รายได้เยอะขึ้นจริงแต่ใช้กับนักจิตเป็นว่าเล่นเลยกู 555555555 (ซึ่งนักจิตทุกคนให้ความเห็นว่าชั้นปกตินะคะ แค่เครียด ไม่มีที่ระบายเท่านั้น) เล่าเสริม สมัยทำออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานคนไหนสร้างปัญหาจากนิสัยแบบเกินเบอร์ เช่น พูดจากระแนะกระแหน พูดจากดผู้อื่น และทำงานแบบมักง่าย เห็นแก่ตัว ชั้นจัดให้หมดนะคะไม่สนเล็กใหญ่ ถ้าทำเกินเหตุก็ต้องโดนสัก 1 แต่พอปัจจุบัน งานล่าสุด ปัญหาเรื่องงานน้อยมากกกกก งานดี งานสนุก เงินดี เวลาว่างเยอะ สถานที่ทำงานคือบ้าน ฟังดูดีไปหมดเลยเนาะ แต่นั่นแหละ ทุกอย่างดีหมดเหลือข้อสุดท้าย ซึ่งเป็นปัญหาที่บอกใครไม่ได้ เพราะพูดไปก็เท่ากับขายเพื่อน 100% ก็เลยต้องอดทนอยู่ทุกเหตุการณ์ ทำเป็นเข้มแข็ง เอาตลกมากลบเกลื่อนไปวันๆ ทั้งที่ชีวิตจริงนอนร้องไห้เกือบทุกครั้งที่ปัญหามันแผลงฤทธิ์ 55555555 น่านอยไหม ทนทำไมวะกู ซึ่งชั้นก็ผิดเองด้วยแหละ ที่ไม่เด็ดขาด ยังมองเขาเป็นเพื่อน เพื่อนกันต้องให้อภัยได้ ชีขอโทษแล้วไปต่อ เป็นแบบนี้มาหลายครั้ง จนครั้งนี้แหละที่รู้สึกว่าทำกับกูขนาดนี้ กูว่าพอเถอะ แยกย้าย เหนื่อยจะแบกแล้วจริงๆ ปล. ที่บอกว่า เล่าไป=ขายเพื่อน แล้วทำไมตอนนี้เล่าได้แล้ว?? อืมมมมม ก็เพราะจากการคุยเปิดใจล่าสุดนี่แหละค่ะ เลยได้รู้แล้วว่า... อ๋อ ชัดเจนแล้วล่ะ เขาไม่ได้คิดว่าเราเป็นเพื่อนอยู่แล้ว เขาถึงได้ทำหรือพูดอะไรแย่ๆ ใส่เราอยู่ตลอดหลายปีแบบนี้ ปล. 2 ช่องใหม่เปิดแล้วนะคะ เธอร์กำลังเริ่มตัดคลิปแรกแล้ว เมื่อวานเปิดดูฟุตเล่นๆ ตลกมากกกกกกกก นั่งขำกับน้องเกือบตาย กดซับรอกันได้เลยที่ช่อง "สินีย์ Society" @sineysociety" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@sineysociety
(อีดอก ชื่อช่องเชยสะบัด แต่ก็ขำดี ชอบ 55555555) ฝากเป็นกำลังใจให้ช่องใหม่ด้วยนะคะ จะลองเต็มที่กับมันอีกสักครั้ง แต่ถ้าไปไม่รอดจริงๆ เดี๋ยวไปหาอาชีพอื่นทำ เพราะเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ สู้ๆ 55555555 และคลิปแรกมีสปอนเลยยย 5555 ดังนั้น ฝาก #....จ้างสินีย์โซต่อ 555555555 ปล. 3 เธอร์ยังเป็นเธอร์คนเดิม อาชีพเดิม content creator แค่ย้ายงาน ใครอยากจะเรียก อาเธอร์ อาธารญา อาธารญาสินีย์ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า นีย์ หรือจะเรียกว่า คุณเก้ง ป้าเก้ง มนุษย์นมปลอม เกย์รับนมใหญ่ ก็เรียกได้เหมือนเดิมค่ะ ปล. 4 คราวก่อนโพสต์ไปทีนึงแล้วลบ เพราะว่าเปลี่ยนใจอยากเก็บไว้พูดในช่องใหม่ เอาเอ็นเกจไปเลย จบๆ 55555555 แต่ไม่ทันแล้ว คนแคปไปแล้ว เสียดายยย 5555 แล้วเย็นวันนั้นมีน้องมาติเธอร์ว่า "ผิดหวังในตัวพี่เธอร์มากที่พูดออกไป สงสารพี่อีกคนโดนคนด่าเยอะมาก" เธอร์เลยตอบว่า "ไม่สงสารพี่หรอคะ" แต่จริงๆ อยากบอกว่า "ไม่สงสารพี่หรอคะ กว่าพี่จะเข้มแข็งพอที่จะกล้าพูดว่าพี่กำลังเจอกับอะไร พี่นอนร้องไห้เป็นสิบๆ ครั้งจากการกระทำของอีกคน น้องรู้ไหมคะ หรือน้องรู้แค่ที่อีกคนเล่าให้น้องฟัง??? พี่ไม่พูดไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่รู้สึกนะคะ" แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวเลยจบแค่ "ไม่สงสารพี่หรอคะ" จบ ปล. 5 ขอให้ทุกคนโชคดี มีเพื่อนร่วมงานน่ารัก คุยกันได้ เข้าใจกันได้ ใช้เหตุผลและรับฟังกันนะคะ ส่วนใครจะผิดหวังในตัวชั้นเพิ่มก็ขอให้ได้เจอกับเพื่อน/เพื่อนร่วมงานประเภทที่ได้เกริ่นให้ฟังนี้นะคะ






















