Gunz
115 posts

Gunz
@KdoubleS016
my name is gun , I'm 24 year old
Bangkok, Thailand Katılım Eylül 2023
29 Takip Edilen4 Takipçiler
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi

Gunz retweetledi
Gunz retweetledi

อะไรกันครับเนี่ย อ่อนแอก็แพ้ไปครับ ดิสเขา เจอเขาดิสคืน เลือกไม่ดิสกลับแต่เลือกไปฟ้องครู เวลี่กู๊ด
Red Skull@RedSkullxxx
แก๊งแร็พเปอร์บุก รร. ข่มขู่เด็กมัธยมที่ทำเพลง มิติใหม่แห่งวงการแร๊พ เมื่อโดนทำเพลงดิส ทำเพลงดิสกลับ ❎ ฟ้องครู ✅
ไทย
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi
Gunz retweetledi

3) เซ็นสัญญาผลิตแอปพลิเคชั่น “ป้าอ้อยเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ ทนายตั้ม” และไม่ใช่ “การกู้ยืมเงิน”
เหตุการณ์หลังจากแชท ดังกล่าว ป้าอ้อยได้บินจากฝรั่งเศสมาที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-8 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อเซ็นต์สัญญากับบริษัทผลิตแอปพลิเคชั่น ซึ่งสัญญานี้อาจารย์ปานเทพไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงว่าทนายตั้ม หรือ ป้าอ้อยเป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่น โดยสาระสำคัญในสัญญานี้คือ
“สัญญาต้นฉบับจ้างเขียนและพัฒนาโปรแกรมชื่องาน “พัฒนาเว็บไซต์และระบบแอปพลิเคชั่นซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์” ทำที่บริษัทแห่งหนึ่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 แต่เซ็นต์จริงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ระหว่าง น.ส.จตุพร (ป้าอ้อย) ในฐานะผู้ว่าจ้าง และ บริษัททำแอปพลิเคชั่น เป็นผู้รับจ้าง” โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2 ล้านยูโร โดย ป้าอ้อย เป็นคนเซ็นต์สัญญา
นั่นแสดงว่าทรัพย์สินนี้ไม่ใช่ของทนายตั้ม เงินลงทุนจึงไม่ใช่ของทนายตั้ม
“ทรัพย์สินนี้เป็นของป้าอ้อยและบริษัทผลิตแอปพลิเคชั่น”
ดังนั้นการที่ออกมาบอกว่า “เป็นการกู้ยืมเงิน” จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น!!!
คนเราจะตัดสินใจอย่างไรอยู่ที่สัญญาไม่ใช่อ้างแชท Line คุย เพราะแชท Line เป็นการอ้างหลักฐานพิมพ์เอง ว่าตกลงกันแล้ว คุยกับเลขา และจบที่การเซ็นต์สัญญา “ที่ไม่มีชื่อทนายตั้ม” ในนั้น
อีกทั้งสัญญานี้ ทำการปรับปรุงและแก้ไข จาก “สำนักงานษิทรา ลอร์เฟิร์ม”
#ทนายตั้ม #โหนกระแส #ลุยชนข่าว #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #หนุ่มกรรชัย #สนธิลิ้มทองกุล #ทนายเดชา #ป้าอ้อย #ทนายสายหยุด

ไทย

เปิดเทรดสรุป #โหนกระแส เรื่องป้าอ้อย ฟ้องที่้ทนายตั้ม จำนวน 4 คดี
โดย อาจารย์ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
1) ปฐมบท การเปิดข้อมูลทนายตั้ม หลังป้าอ้อยไปร้องเรียนกับลุงสนธิ ที่บ้านพระอาทิตย์
เริ่มต้นจากป้าอ้อยและคณะ มาร้องเรียนกับ #สนธิลิ้มทองกุล ณ บ้านพระอาทิตย์ เนื่องจาก #ทนายตั้ม เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีเครือข่ายมาก ดังนั้นถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถเปิดความจริงเรื่องนี้ได้ และสามารถต่อสู้ผ่านสื่อได้ ก็มีแต่ค่ายบ้านพระอาทิตย์ หรือผู้จัดการเท่านั้น
โดยที่ผ่านมาบ้านพระอาทิตย์ได้มีการเก็บข้อมูล รวมถึงคลิปต่างๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนรายการโหนกระแส ที่ทนายตั้มกับลุงอัจฉริยะมาออก และจับมือกัน ล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ไม่เคยคิดที่จะนำเสนอ เนื่องจากรอให้คดีโอนมาสู่ตำรวจสอบสวนกลางที่ กทม. ก่อน
แต่พอเกิดเหตุการณ์ พี่หนุ่ม #หนุ่มกรรชัย ได้ถามคำถามว่าทำไมทนายตั้มถึงรวยจัง และทนายตั้มก็ตอบออกมาว่า “เป็นการให้โดยเสน่หา” ซึ่งอาจารย์ปานเทพก็ทราบว่าพี่หนุ่มไม่ได้ตั้งใจฟอกขาวทนายตั้ม เพราะพี่หนุ่มก็มีสีหน้าตกใจและไม่เชื่อตามที่ทนายตั้มพูด
ซึ่งในเช้าวันเดียวกันนั้น ทนายตั้มได้โทรไปหาทนายป้าอ้อยว่ารู้อยู่แล้วว่าตนถูกแจ้งความ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีเรื่องต่อกัน และไม่ได้มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่มาอาศัยรายการ #โหนกระแส มาสร้างภาพ ว่าตนเองได้รับเงินเดือนละ 300,000 ราวกับว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีปัญหาต่อกัน และได้เงินมา 2 ล้านยูโร ด้วยความเสน่หา โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
จึงเป็นเหตุผลที่ ค่ายผู้จัดการ เปิดข้อมูลในช่วงบ่ายที่เก็บเอาไว้ในวันเดียวกัน เพราะมองว่า ทนายตั้ม อาศัย โหนกระแส ในการฟอกตัว พร้อมกับเปิดรายการพร้อมนำเสนอข้อมูลโดยนำช่วงที่ทนายตั้ม ตอบพี่หนุ่มไปลงปิดท้ายด้วย ตามนั้นเลย
หลังจากที่ ค่ายผู้จัดการเปิดข้อมูลออกมา ทนายตั้มก็เดือด และโพสต์ท้าทาย ลุงสนธิ ทั้งใครแพ้ให้ดื่มน้ำปัสสาวะ 71 แก้ว และเรียกลุงสนธิว่า “ไอ้ลิ้ม” รวมถึงท้าทายมาให้ออกโหนกระแส
จึงเป็นเหตุให้ลุงสนธิ ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดออกมา พร้อมกับการหายตัวไปของทนายตั้ม
#ทนายตั้ม #โหนกระแส #ลุยชนข่าว #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #หนุ่มกรรชัย #สนธิลิ้มทองกุล #ทนายเดชา #ป้าอ้อย #ทนายสายหยุด

ไทย























