Kl retweetledi

“ดื้อยาก็คือการใช้ยาไม่ได้ผล ไม่มียาที่จะรักษาเธอได้ ไม่ต่างจากในยุคกลางที่คนติดเชื้ออะไรก็ตายหมด และถึงมาติดเชื้อตอนนี้ หากคุณดื้อยาจนไม่มียาที่รักษาได้ก็ตายอยู่ดี ไปทำฟันก็อาจจะตายได้เพราะติดเชื้อแล้วมีเชื้อดื้อยาอยู่ในร่างกาย ไปทำศัลยกรรมแล้วเป็นแผลก็อาจจะติดเชื้อได้ ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ พอเข้าโรงพยาบาลให้น้ำเกลือทางสายยางที่จมูกก็อาจจะตายได้เพราะเชื้อโรคในร่างกายดื้อยา เธออยากจะอยู่ในความเสี่ยงติดเชื้อตลอดเวลาแบบนี้เหรอ”
ประโยคที่แฝงเร้นไปด้วยความน่าวิตกกังวลและน่าหวาดกลัว หากแต่ถูกพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นของ พิมพ์ลภัส ลี้กิจเจริญผล หรือที่หลายคนรู้จักเธอในชื่อ ‘ชินนี่’ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาจีโนมจากมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดนมาร์ก (Technical University of Denmark: DTU)
นั่นเป็นเพราะ สำหรับนักวิทยาศาสตร์หญิงคนนี้ การสื่อสารให้คนตระหนักรู้ถึงความร้ายแรงของเชื้อโรคดื้อยา เป็นหนึ่งในวาระที่สำคัญ ไม่แพ้กับวาระอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว เธอจึงเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล นำเอาผลวิจัยที่ทำในประเทศไทย ประเทศที่เธอบอกว่ารักเหมือนกับพ่อแม่ มาเผยแพร่ ในวันที่คนไทยจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่า ‘ดื้อยา’ คืออะไร ไปจนถึงเข้าใจเพียงด้านเดียวว่า เพราะกินยาไม่ครบและกินบ่อย จึงดื้อยา
แต่ ‘คุณภาพชีวิต’ ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วในประเทศไทยเอง กลับมีผลต่อการดื้อยาอย่างชัดเจน ในชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตต่ำ มีหนี้สิน รายได้น้อย มีโอกาสติดเชื้อโรคดื้อยาสูง ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ากลับมีโอกาสน้อย และจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะรับทราบข้อมูลนี้ หากว่าชินนี่ไม่ได้เริ่มทำวิจัยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ไทย ลงทุนเก็บของเสียจากคนในชุมชนที่มีความแตกต่างด้านคุณภาพชีวิต และใช้เวลา 2 ปีเพื่อวิเคราะห์ผล
เพราะชินนี่ไม่อยากได้ยินคำว่า มีคนรอบตัวเธอต้องตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด
ชินนี่ไม่อยากถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อช่วยเรื่องเชื้อดื้อยาอีกครั้ง ในวันที่เธอเกษียณจากงานไปแล้ว
และชินนี่ไม่อยากเห็นใครต้องจากไปเหมือนกับก๋ง (ปู่) ของเธอ ที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้
ดังนั้น เธอจึงยอมอดหลับอดนอน ซึ่งผิดวิสัยปกติของชีวิตคนที่ชื่อพิมพ์ลภัส และขึ้นทำหน้าที่บนเวที FaraTALK 2026 ‘Humans of Science-มนุษย์วิทย์’ แม้จะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกือบจะทำให้เธอต้องนั่งวีลแชร์ขึ้นเป็นสปีกเกอร์ เพื่อพูดในสิ่งที่เธอรู้ และสิ่งที่เธอเห็นจากการทำงานวิจัยของเธอ ด้วยความหวังเล็กๆ ว่า คนไทยจะได้ไม่ตายเพราะติดเชื้อโรคดื้อยา
ในบทสัมภาษณ์นี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเล่าตัวตน และเส้นทางของพิมพ์ลภัสกับการก้าวเข้าสู่แวดวงวิทยาศาสตร์ แต่จะเป็นอีกบทความหนึ่งที่เป็นตัวกลางให้นักวิทยาศาสตร์หญิงได้สื่อสารถึงคนไทย ไม่ใช่เพื่อให้หวาดกลัว หากแต่ให้ตระหนักรู้และเตรียมตัวรับมือ ไปจนถึงสื่อสารไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบว่า พวกเขาต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ก่อนที่ประชาชนจะกลายเป็น ‘เหยื่อ’ ของเชื้อโรคดื้อยาในอนาคต
อ่านบทความ คนจนมีเชื้อโรคดื้อยามากกว่าคนรวย สิ่งที่ ชินนี่ พิมพ์ลภัส ค้นพบจากการทำวิจัยในกรุงเทพฯ ได้ทาง themomentum.co/closeup-pimlap…
#TheMomentum #CloseUp #ชินนี่พิมม์ลภัส #พิมพ์ลภัสลี้กิจเจริญผล #FaraTALK #FaraTALK2026 #นักวิทยาศาสตร์ #ชินนี่ #ไกลบ้าน #มนุษย์วิทย์ #เชื้อดื้อยา #วิทยาศาสตร์ #ระบาดวิทยา

ไทย



















