




ประชาชน ระยอง - People's Party Rayong
2.6K posts

@MFPrayong
🔶ช่องทางการติดตาม 🔸️Line OA : @mfp.rayong 🔸️Page : ประชาชน ระยอง 🔸️IG : peoplesparty.rayong 🔸️Tiktok : @peoplesparty.rayong






⛽ แฉปม #ราคาน้ำมัน! ใครได้กำไร ในวันที่ #ผู้บริโภค จ่ายแพงขึ้น? ----- #สภาผู้บริโภค ชวนตั้งขอสังเกตว่า ❗ "ค่าการกลั่น" สูงเกินกว่าต้นทุนจริงหรือไม่? ❗ โรงกลั่นอาจมีกำไรเพิ่มขึ้นรึเปล่า? ขณะที่ผู้บริโภคต้องจ่ายแพง ❗ มีคนกักตุนสินค้า เพื่อรอราคาปรับตัวสูงขึ้นจริงหรือ? ❗ โครงสร้างราคาน้ำมันวันนี้ โปร่งใสพอหรือยัง? โดยมีข้อเสนอสำคัญในเรื่อง การเปิดเผยข้อมูลต้นทุนและกำไรของธุรกิจพลังงาน การตรวจสอบ #ค่าการกลั่น อย่างจริงจัง รวมถึงการป้องกันการกักตุนและเก็งกำไร เพื่อลดผลกระทบจาก #น้ำมันแพง #เพื่อนผู้บริโภค

ปัญหาราคาน้ำมันไทย มีมาตั้งแต่ก่อนสงครามแล้ว ถ้าจำกันได้ มีช่วงที่น้ำมันโลกราคาลงแต่น้ำมันไทยไม่ลงเฉย นั่นก็เพราะโครงสร้างของกองทุนน้ำมัน เพราะกองทุนน้ำมันต้องแบกทั้งน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้ม ทำให้ผู้ใช้เบนซินไม่เคยมีช่วงเวลาดีๆที่ได้มีความสุขกับน้ำมันถูกเลย เพราะถ้าน้ำมันไม่มีปัญหา ก็ยังต้องจ่ายเงินไปอุดก๊าซหุงต้มอยู่ดี การอ้างอิงราคาจากต่างประเทศ โดยอ้างอิงราคาก๊าซหุงต้มจากซาอุฯและอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกัน ว่ามีข้อดีหรือข้อเสียเยอะกว่า รวมไปถึงภาษีที่มาเก็บกับคนตัวเล็กยุบยับไปหมด น้ำมันลิตรนึงอาจเสียภาษีถึง 10 - 11 บาท ทำไมไม่ไปเก็บกับคนตัวใหญ่ให้มากกว่านี้ สภาผู้บริโภค @tccthailand จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดครับ #สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ

📌 รับสมัครผู้ช่วยดำเนินงาน สส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล (ปฏิบัติงานในพื้นที่ เมืองระยองเป็นหลัก) . คุณสมบัติ... 📍อายุ 25 - 45 ปี 📍เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย 📍สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี (วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่าต้องมีประสบการณ์งานการเมือง) 📍สามารถทำงานเป็นทีมได้ 📍สามารประสานงานกับหน่วยงาน องค์กร หรือชุมชนได้ ✨ หากมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์จะพิจารณาเป็นพิเศษ . สนใจอยากทำงานกับเอิร์ธ สแกน QR code หรือคลิกเพื่อส่งใบสมัคร ได้เลยค่ะ forms.gle/8Hmj4c8wPZ5LRy…

ปชน. ชง ยกเลิกอาหารฟรี ให้ส.ส.รับผิดชอบเอง พร้อมเพิ่มวันประชุมสภาเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ . #มติชนออนไลน์ #พรรคประชาชน












วิกฤตน้ำมันไทย บทพิสูจน์รัฐบาลบ้านใหญ่ ความโปร่งใสเทคโนแครต . ในการแถลงข่าววิกฤตพลังงานวันนี้ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่า ความตื่นตระหนกทั่วประเทศเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามที่พี่น้องประชาชนสงสัย เพราะในขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ หรือมีปริมาณสูงสุดในอาเซียน สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการรู้คือ “แล้วทำไมไปปั๊มไหน น้ำมันก็หมด” และ “ตกลงเติมน้ำมันที่ไหนได้บ้าง” หากรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ย่อมไม่สามารถลดความตื่นตระหนกในสังคมได้

[ รัฐบาลต้องเร่งนำร่าง PRTR เข้าสภาทันที! เพื่อคืนสิทธิ คืนความปลอดภัยแก่ประชาชนไทยทุกคน ] ย้อนกลับไปในสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 เอิร์ธ และเพื่อน สส.จากพรรคก้าวไกล ได้ยื่น ร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ... (PRTR) เข้าสู่สภาฯ พร้อมกับร่างฯของภาคประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อจำนวน 12,328คน โดยสภาฯได้มีมติรับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายมาตราจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 จนกระทั่งมีการประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้ร่างกฎหมายที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วทั้งหมดต้องหยุดชะงักและค้างการพิจารณาอยู่ในวาระที่ 2 และ 3 ทันที เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเพราะกฎหมายหลายฉบับมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง จากสถานการณ์ในปัจจุบันเราไม่สามารถรอเวลาได้อีกต่อไป เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงภัยจากมลพิษไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ หรือแม้แต่มลพิษที่สะสมอยู่ในแหล่งดินแหล่งอาหาร บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติภัยจากโรงงาน เหตุการณ์สารเคมีรั่วไหล หรือการปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน เราไม่สามารถป้องกันอันตรายได้อย่างทันท่วงที ไม่สามารถระงับยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราไม่มีข้อมูลสารมลพิษที่ชัดเจนจากโรงงานหรือหน่วยงานที่กำกับดูแล ซึ่งปัญหาเรื้อรังด้านสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของกฎหมายPRTR คือการกำหนดให้ผู้ครอบครองสารมลพิษ รวมถึงผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษต้องรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม พร้อมบังคับให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้สู่สาธารณะ เพื่อเป็นกลไกรับรองสิทธิให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสารมลพิษเพื่อประโยชน์ในการป้องกันตนเองและรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที เปลี่ยนจากการตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มาเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เอิร์ธจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งเดินหน้ากฎหมายPRTR ต่อทันที โดยนำร่างที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งยังค้างอยู่ในวาระที่ 2 และ 3 กลับมายืนยันเพื่อพิจารณาต่อให้จบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง คืนความปลอดภัยด้านสุขภาพและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลมลพิษให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคน #สสเอิร์ธ #ระยอง #พรรคประชาชน #PRTR #สสเอิร์ธระยอง #ประชาชนระยอง #กมนทรรศน์ #สสเอิร์ธระยองเขต1 #ประชาชน



[ จับตา กกต. เป่าคดีโกง สว. ก่อนวันโหวตนายกฯ? ] . สัปดาห์นี้ ชวนประชาชนจับตาการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะมีความพยายามหรือไม่ในการเร่งเป่าคดีโกง สว. ให้หมดหนทางไปถึงศาล เพื่อหวังเคลียร์ข้อครหาก่อนวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี . จากข่าวล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นมติที่สวนทางกันของ 2 คณะ ที่ทำงานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ซึ่ง กกต. 7 คน จะต้องเป็นผู้ชี้ขาด: . 1. คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 หรือ “คณะไต่สวนฯ ที่ 26” (เป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และ DSI ซึ่งทำงานตั้งแต่ มี.ค. 68 ถึง ก.ค. 68) มีมติเสนอให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ประกอบด้วย สว. 138 คน และสมาชิกพรรคการเมืองและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 91 คน . 2. คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 หรือ “อนุวินิจฉัยฯ ที่ 36” (เป็นคณะที่ กกต. ตั้งขึ้นมา เพื่อวินิจฉัยข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสํานวนการสืบสวนหรือไต่สวน ซึ่งทำงานตั้งแต่ ก.ย. 68 ถึง มี.ค. 69) มีมติเสนอให้ กกต. ไม่ส่งคำร้องไปที่ศาลและยุติการดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ไม่มีมูลความผิดใดๆ . จากข้อสังเกตทั้งหมดที่ปรากฏต่อสาธารณะ พรรคประชาชนเห็นว่า กกต. ไม่ควรมีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ตามข้อเสนอของ คณะไต่สวนฯ ที่ 26 ด้วยเหตุผล 4 ประการ . [ หลักฐานหนักแน่นเพียงพอ ] . เหตุผลแรก หลักฐานที่ “คณะไต่สวนฯ ที่ 26” ใช้ในการประกอบการทำสำนวนและการเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีกับ 229 คน มีน้ำหนักที่หนักแน่นเพียงพอที่จะเป็นอันเชื่อได้ว่ามีการฮั้วเกิดขึ้นในการเลือก สว. และหนักแน่นเพียงพอที่ควรจะทำให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปให้ศาลพิจารณา . หากพิจารณาจากเฉพาะหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ เราเห็นถึงบัตรการลงคะแนนเลือก สว. ที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกันเป็นจำนวนมากติดต่อกัน ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและปราศจากการฮั้วหรือการแลกเปลี่ยนคะแนนกัน . หากพิจารณาจากหลักฐานที่อยู่ในคำร้องของผู้ร้อง และคาดว่าอยู่ในสำนวนของคณะฯที่ 26 ที่ กกต. และ DSI ร่วมกันทำ เราได้รับข้อมูลจากกลุ่ม สว. สำรอง ซึ่งเป็นผู้ร้อง ถึงหลักฐานเกี่ยวกับการนัดรวมตัวกันเพื่อพักอาศัยและเดินทางไปที่สถานที่เลือกร่วมกัน หลักฐานเกี่ยวกับการว่าจ้างหลักหมื่นบาท-แสนบาทเพื่อให้ลงคะแนนตามโพย (พร้อมหลักฐานการโอนเงิน) รวมถึงหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย . ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานที่คณะไต่สวนฯที่ 26 ใช้ มีความหนักแน่นและชัดเจน กว่าหลักฐานในอีกคดีหนึ่งที่ กกต. เคยมีมติให้ส่งคำร้องไปที่ศาลมาแล้ว . ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ คดี 53/2568 ซึ่ง กกต. ยื่นคำร้องไปที่ศาลเพื่อดำเนินคดีกับผู้สมัคร สว. จากหลักฐานเพียงแค่ว่ามีการส่งข้อความไม่กี่ข้อความระหว่างผู้สมัคร 2 คนที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอแลกคะแนนกันผ่าน LINE ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.68 ศาลฏีกาตัดสินใจว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิด และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดเป็นระยะเวลา 10 ปี . ดังนั้น หาก กกต. จะไม่ดำเนินคดีและส่งเรื่องไปที่ศาลตามข้อเสนอของ คณะไต่สวนฯที่ 26 ก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่ามีพยานหลักฐานอื่นใดที่มาหักล้างพยานหลักฐานและความเห็นของ คณะไต่สวนฯที่ 26 มิเช่นนั้นก็เสี่ยงจะถูกมองว่าเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ และทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ . [ อนุวินิจฉัยฯ ที่ 36 มีปัญหาความชอบธรรม ] . เหตุผลที่สอง กกต. ไม่ควรนำมติของ “อนุวินิจฉัยฯที่ 36” มาเป็นเหตุผลในการมีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล เพราะ “อนุวินิจฉัยฯ ที่ 36” เป็นอนุฯ ที่กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรมในการมีอยู่แและบทบาท . ในเชิงกฎหมาย ปัจจุบันมีข้อถกเถียงว่าการตั้งอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 เป็นการตั้งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจาก กกต. ได้มีมติตั้งอนุฯวินิจฉัยที่ 36 ในช่วง ก.ย. 68 ซึ่งถือว่าเลยกรอบเวลา 1 ปี หลังจากการรับรองผลการเลือก สว. เมื่อ ก.ค. 67 จึงอาจจะขัดกับ ระเบียบ กกต. เรื่องการสืบสวน-ไต่สวน-วินิจฉัยชี้ขาด ข้อ 92 ที่ระบุชัดว่าจะต้องมีการนำเสนอสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง “ไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง” ซึ่งในประเด็นนี้ มีผู้สมัคร สว. ได้ดำเนินการฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้วเมื่อ ธ.ค. 68 เกี่ยวกับการตั้งอนุฯวินิจฉัยที่ 36 ที่อาจจะมิชอบด้วยกฎหมาย .



วันนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ช่อไม่มีความผิด จากกรณีที่อัยการฟ้องคดี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากโพสต์เฟซบุ๊กกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยศาลวินิจฉัยว่าเนื้อหาโพสต์เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น วิจารณ์นักการเมือง ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย สิ่งที่ช่ออยากให้สังคมตระหนักคือ ช่อถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดทางอาญามาแล้ว 2 ศาล แต่ศาลฎีกาได้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองช่อตลอดชีวิต ฐานละเมิดจริยธรรม สส. ขั้นร้ายแรง โดยส่วนหนึ่งของพฤติการณ์ที่ศาลอาญายกฟ้องช่อ ก็อยู่ในสำนวนคดีจริยธรรมด้วย นี่จึงเป็นความย้อนแย้งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครอีก ศาลควรจะเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่การวินิจฉัยจริยธรรมของนักการเมือง Cr. ภาพ Matichon Online, Top News