จจขี้เกียจทำแลป |||
24.1K posts

จจขี้เกียจทำแลป |||
@MitsuEcila
My private world | เป็นเกย์นิดเดียว เป็นกะเทยมาก ๆ | all i want is sugar daddy | ยกเลิก 112 | Feminist | I love ปลาส้ม | รับงานทานข้าว ดูหนัง นั่งคุย

อยากเล่าเฉยๆ... เมื่อต้นปีที่แล้วตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำมา 6 ปี เพราะรู้สึกว่าตัวเองย่ำอยู่กับที่ โบนัสก็ไม่มี ใช้หนี้ที่มีไม่หมดซักที เลยตัดสินใจหางานใหม่ พอย้ายมาทำที่ใหม่ ตั้งใจทำงานจนไม่มีเวลาที่จะออกมาติ่ง แต่ได้เจอกับสังคมการทำงานที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี โบนัส 1xx,xxx ทำให้ปิดหนี้ไปได้เยอะเลย ปีนี้เลยตั้งใจจะบาลานซ์เวลาให้มากขึ้น เอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีความสุข ไปดูคอน ออกไปถ่ายรูป ไปเจออะไรใหม่ๆ หาความสุขให้ตัวเอง 🤎




“ทำไมรถไฟผ่านกลางเมือง” คือรู้ใช่ไหมว่าทุกวันนี้ยังมีคนนั่งรถจากต่างจังหวัดมาทำงานในกทมด้วยรถไฟฉึกฉักปู้นๆนี่แหละ การที่รถไฟวิ่งผ่านเมืองแบบนี้มันช่วยชีวิตคนทำงานกี่คน #รถไฟชนรถเมล์







ดูคลิปในตตเค้าบอกพอเรายอมแพ้อะไรสักอย่างแล้ว อยู่ดีๆสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น นี่ว่าจริง

ตำรวจมักกะสัน แจ้งข้อหาคนขับรถไฟ ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ส่วนคนขับรถเมล์ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา เหตุรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล อยู่ในภาวะให้ปากคำไม่ได้ โต้กระแสข่าวแจ้งข้อหาพนักงานคุมไม้กั้น ยันไม่เป็นความจริง อ่านข่าว : ch3plus.com/news/crime/mor… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวอาชญากรรม

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาโดนตามงานจู้จี้ (Micromanage) หรือโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น สมองมันถึงได้รู้สึกเดือดดาลเหมือนกำลังโดนทำร้ายร่างกายจริงๆ? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เราคิดมากไปเอง แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองตามหลัก SCARF Model ของ ดร. เดวิด ร็อค ที่อธิบายไว้ว่า สมองมนุษย์มอง "ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายพอๆ กับการเอาชีวิตรอด สมองเราจะคอยสแกน 5 สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถ้าข้อไหนติดลบ มันจะสับสวิตช์เข้าโหมด "สู้หรือหนี" (Threat Mode) ทันที: • Status (สถานะ): ความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญแค่ไหนในกลุ่ม การโดนหักหน้าหรือข้ามหัว สมองจะประมวลผลความเจ็บปวดแบบเดียวกับบาดแผลทางกายภาพ • Certainty (ความชัดเจน): สมองเกลียดความคลุมเครือ นโยบายที่เปลี่ยนไปมาฟลุคๆ หรือสั่งงานแบบเบลอๆ คือตัวผลาญพลังงานชีวิตชั้นดี • Autonomy (อิสระ): ความรู้สึกว่าเราควบคุมอะไรได้บ้าง การมีสิทธิ์เลือกวิธีทำงานเอง การโดนจ้องจับผิดทุกฝีก้าวทำให้สมองรู้สึกเหมือนกำลังโดนกักขัง • Relatedness (พวกเดียวกัน): การเป็นส่วนหนึ่งของทีม ถ้าทำงานแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวหรือระแวงว่าคนรอบข้างเป็นศัตรู สมองจะปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ทันที • Fairness (ความแฟร์): ความโปร่งใสตรงไปตรงมา เกณฑ์วัดผลที่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก จะกระตุ้นความรู้สึกโกรธและต่อต้านอย่างรุนแรง พอเข้าใจมุมนี้แล้ว เวลาเราหงุดหงิดงานหรือเห็นคนในทีมเริ่มฟึดฟัด มันจะช่วยให้เรามองข้าม "ดราม่า" แล้วกลับมามองที่ "กลไกสมอง" แทน ไม่ว่าจะใช้บริหารคนอื่น หรือเอาไว้เช็กเซฟโซนของตัวเอง ลองดูว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราตอนนี้ มันกำลังสร้างภัยคุกคาม (Threat) หรือให้รางวัล (Reward) กับสมองมากกว่ากัน

بنات تذكرون يوم هذي كانت ترند كنت بموت واشتريها

Kristen Stewart at the #Cannes photocall for "Full Phil."

ใครทำงานที่เดิมอยู่แล้วได้น้อย ๆ ย้ายเถอะ อย่าไปทน ย้ายไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยฐานเงินเดือนก็ขยับขึ้นเรื่อย ๆ พี่ที่รู้จัก อายุ 30 ย้ายงานมาแล้ว 7 ที่ จากเงินเดือนที่แรก 21,000 ตอนนี้แตะแสนกว่าแล้ว










