M@KUNO
216 posts


@KhaosodOnline แล้วทำไมมึงต้องมายอมรับล่ะก็ในเมื่อเค้าไม่ว่ามึง มึงหาข้ออ้างที่จะมาพูด มึงดูสถานการณ์ประเทศนะคนที่เป็นแม่ทัพคนที่ฉลาดพอ จะไม่ซ้ำเติมสถานการณ์บ้านเมืองไอ้สิ่งที่เขาพูดน่ะเค้าพูดในช่วงที่มันมีการปฏิวัติแล้วก็ทหารปราบม็อบ ทำร้ายประชาชนตอนนั้นเค้าจึงพูดว่ามีทหารมาทำไมไม่ใช่ตอนนี้
ไทย

พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ว่า "สิ่งที่น่าสนใจ คือ สิ่งผมโพสต์ใน Facebook แค่อธิบายว่า วาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกทหารทั้งกองทัพ โดยพยายามอธิบายว่า หมายถึงนายพลบ้าง หมายถึงทหารไม่ดีบ้าง แล้วทหารที่เหลือเขาต้องมานั่ง ยอมให้ นักการเมือง ด้อม ติ่ง มาใช้วาทกรรม ด้อยค่าพวกเขาเหรอ"
.
ทหารคนอื่นไม่เกี่ยว คุณจะด่าทหารเลวคุณด่าไป แต่ทหารที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาสะดุ้งกับวาทกรรมด้อยค่าในขณะที่เขาไปทำหน้าที่ที่ชายแดน มันบั่นทอนความรู้สึก คุณอย่าด่าเหมารวมวาทกรรมด้อยค่า มันไปกระทบความรู้สึกความภูมิใจในอาชีพของทหารที่เหลือ

ไทย

@Amornsak1885188 @KhaosodOnline วิจารย์ได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ด้อยค่า
ไทย

@VoiceTVOfficial อีเหม็นละเมิดทุกข้อไม่เห็นเป็นไร แต่ไทยทำตามทุกข้อ สภาพเป็นไง
ไทย

🔴คำเตือน ไทยเสียเปรียบหากยกเลิก MOU44
.
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ เคยให้มุมมองเชิงลึกในข้อตกลง พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล MOU44 ที่สังคมไทยต้องทำความเข้าใจ ให้ถ่องแท้ก่อนตัดสินใจใดๆ โดยเฉพาะการเรียกร้อง ให้ยกเลิก ข้อตกลง เพราะ MOU44 เป็นเพียงกรอบเจรจา ระหว่าง 2 ประเทศไม่ใช่ สนธิสัญญา ที่กำหนดการแบ่งปันผลประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทย และกลไกสำคัญคือการจัดตั้ง คกก. ร่วมทางด้านเทคนิคระหว่าง 2 ฝ่าย ซึ่งหากยกเลิกอาจเป็นการละทิ้ง ผลประโยชน์ทางกฎหมายที่สำคัญของไทย
.
ข้อเสียเปรียบทางกฎหมาย หากยกเลิก MOU44
1. การเจรจาผลประโยชน์ผูกกับการปักปันเขตแดน ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่กันไปไม่สามารถเร่งรัดข้อตกลงเพียงฝ่ายเดียว
2. จุดเริ่มต้นการลากเส้นแบ่งเขตทางทะเล จากหลักเขตแดนที่ 73 เป็นจุดยืนสำคัญของไทย
3. การเจรจาจะไม่กระทบสิทธิเรียกร้องทางทะเลใดๆ ที่ไทยมีอยู่เดิม
4. กัมพูชายอมรับเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าไทยมีสิทธิเรียกร้องทางทะเล
5. การเจรจาเขตทางทะเลต้องอยู่ภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ
.
ที่สำคัญหาก ยกเลิก MOU44 อาจกระทบต่อการเจรจาในอนาคต เพราะข้อตกลงใหม่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบได้ กัมพูชาอาจพอใจที่หลุดพ้นจาก พันธกรณีที่กำหนดใน MOU ฉบับนี้ ย้ำความตกลงระหว่างประเทศไม่ว่าทำขึ้นในสมัยใด หากเป็นประโยชน์ต่อชาติ และ ประชาชน ควรยึดถือเป็นที่ตั้ง มากกว่าการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองภายใจประเทศ
.
#สุรเกียรติ์เสถียรไทย #พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล #MOU44 #Voice
ไทย

ถ้าไม่ใช้ประโยชน์สูงสุด เดี๋ยวก็มากระแนะกระแหนว่าซื้อแพงเอามาโชว์วันเด็กอีก เอาใจยากฉิบหาย ไม่ต้องกลัวหรอก เขาขายให้แน่ๆ มีเงินไปซื้อรึเปล่าแค่นั้น
#CambodiaOpenedFire
#กัมพูชายิงก่อน
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
#ไทยกัมพูชา

ไทย

[ แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อรัฐบาลไทย กรณีความขัดแย้งชายแดน ไทย-กัมพูชา 5 มิถุนายน 2568 ]
สืบเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเริ่มต้นจากการปะทะทางทหารบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันยังไม่คลี่คลาย ขณะที่รัฐบาลไทยยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าไม่มีมาตรการในการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ได้สัดส่วน และเท่าทันต่อสถานการณ์ กระทั่งเกิดความกังวลในหมู่ประชาชนว่าสถานการณ์อาจจะถูกยกระดับขึ้นจนกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทย นอกจากนี้อาจจะนำไปสู่สถานการณ์ที่มีบุคคลบางฝ่ายฉวยโอกาสปลุกกระแสให้ใช้กำลังทางทหารแก้ปัญหาโดยไม่จำเป็น หรือยุยงให้กองทัพใช้อำนาจเหนือการควบคุมของรัฐบาล พรรคประชาชนจึงขอเสนอมาตรการเพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชนและคลี่คลายสถานการณ์ไทย-กัมพูชาไปยังรัฐบาลไทย ดังนี้
1. นอกจากการใช้เวทีทวิภาคีในการเจรจาและการแสดงออกถึงความพร้อมทางการทหารแล้ว รัฐบาลควรพิจารณาใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาอย่างได้สัดส่วนและเหมาะสมกับสถานการณ์ อาทิเช่น
• การสั่งห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทไปยังประเทศกัมพูชา
• การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า และจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาบางจุดหากจำเป็น
• การไม่อนุญาตให้คนไทยข้ามแดนไปท่องเที่ยวหรือเล่นการพนันในกัมพูชา ซึ่งเคยมีการประเมินว่ามีคนไทยเดินทางไปเล่นการพนันที่กัมพูชาประมาณวันละ 5,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 40,000 ล้านบาท/ปี
• การเพิ่มมาตรการทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ที่มีฐานที่มั่นหลักในเขตแดนกัมพูชา เช่น การใช้กฎหมายที่ไทยมีอยู่แล้วในการสั่งอายัดทรัพย์สินผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การตัดสัญญาณมือถือและอินเตอร์เน็ต รวมทั้งการตัดไฟฟ้าที่ทางการไทยส่งขายให้กัมพูชา
การระงับความช่วยเหลือในโครงการพัฒนาในประเทศกัมพูชา
2. รัฐบาลไทยควรดำเนินมาตรการทางการทูตเชิงรุกควบคู่ไปกับการเจรจาทวิภาคี อาทิเช่น
• เร่งดำเนินการเชิงรุกทางการทูตเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ทั้งกับมิตรประเทศของเราในกลุ่มอาเซียน ประเทศสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมถึงมิตรประเทศอื่นๆ ของไทย เพื่อช่วยโน้มน้าวให้แก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาด้วยการเจรจาในระดับทวิภาคีภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ รัฐบาลไทยควรเร่งทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไทยตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่เป็นเท็จและบิดเบือน ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเวทีของประชาคมโลกได้
• เนื่องจากกัมพูชาต้องการนำกรณีพิพาทเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการนำเสนอข้อเท็จจริงของกรณีพิพาทให้แก่ประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน สหประชาชาติ หรือกรอบพหุภาคีอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบในกรณีที่กัมพูชาใช้กลไกระหว่างประเทศเพื่อยกระดับประเด็นพิพาท
3. รัฐบาลไทยต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนไทยไม่ได้รับทราบความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะมีแนวทางการรับมือความเคลื่อนไหวของกัมพูชาอย่างไร ทั้งยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ นอกจากรับทราบจากข่าวที่เผยแพร่ผ่านช่องทางสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนหรือคาดเดาสถานการณ์ไปในทิศทางต่างๆ พรรคประชาชนขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งวอร์รูมสื่อสารเพื่อแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะมาตรการของรัฐบาลไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงรายวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะ และเป็นฐานในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารัฐบาลไทยไม่ใช่ผู้รุกรานหรือผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าว
สุดท้าย พรรคประชาชนยืนยันว่า ความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้จะคลี่คลายลงได้ ด้วยการบริหารสถานการณ์ที่เป็นเอกภาพของรัฐบาล มียุทธศาสตร์และมาตรการที่ชัดเจนและเท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งจะทำให้เรายุติความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ ของพี่น้องทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์

ไทย























