Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·6h[LIVE ] ด่วน! แมทช์หยุดโลก ประชุม ทรัมป์-สี ไฟสงครามยังระอุ | รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย00267
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·10h[LIVE CHAT] หุ้นไทยเดือด! แรงรอบ9เดือน Deltaลาก เชือด-กระทิง? - Money Chat | ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย0111031
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·2d[WEALTH CHAT] ด่วน! ช็อกตลาดทองอินเดียสั่งหยุดซื้อ กันเงินสำรองวิกฤต - Money Chat | บุญเลิศ สิริภัทรวณิช x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย011195
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·6 Mayวิเคราะห์สด! ทรัมป์บีบอิหร่านบรรลุดีล ใน 48 ชั่วโมง - Money Chat | ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย00092
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·30 Nis[LIVE CHAT] วิเคราะห์สด! ผลประชุมเฟด นัดหยุดโลก สงคราม-การเมือง - Money Chat | ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย000112
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·26 Nis[LIVE CHAT] วิเคราะห์สด! สัปดาห์อันตราย MSCI ถอดหุ้นใหญ่ ต่างชาติถล่มต่อ? - Money Chat | สุวัฒน์ สินสาฎก x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย012154
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·24 Nis[LIVE CHAT] ด่วน! อิหร่านขู่ตัดเน็ตโลก? สายเคเบิล 7 เส้นจุดตาย - Money Chat | พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย000143
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·24 Nisสรุปความเคลื่อนไหวตลาดโลก (23 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ ถอยร่นจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ หลังผลประกอบการและคาดการณ์ของบริษัทใหญ่ออกมาน่าผิดหวัง ท่ามกลางความตึงเครียดที่กลับมาปะทุอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันบรรยากาศการลงทุนอย่างหนัก 📉 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ 🔴 Nasdaq (-0.89%) ปิดที่ 24,438.50 จุด 🔴 S&P 500 (-0.41%) ปิดที่ 7,108.40 จุด 🔴 Dow Jones (-0.36%) ปิดที่ 49,310.32 จุด (ลดลง 179.71 จุด) 📍 ปัจจัยขับเคลื่อน Software Sector Meltdown: กลุ่มซอฟต์แวร์กลายเป็นตัวถ่วงหลักของตลาด (กองทุน IGV ETF ร่วงถึง 6%) นำโดยหุ้นใหญ่อย่าง IBM และ ServiceNow ที่เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจอ่อนแอกว่าที่คาด ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลเรื่องผลกระทบจาก AI Disruption และสภาวะเศรษฐกิจ Hormuz Naval Standoff & Oil Spike: สถานการณ์การหยุดยิงเริ่มสั่นคลอน สหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญหน้ากันในช่องแคบฮอร์มุซ โดย ปธน.ทรัมป์ สั่งกองทัพเรือให้ "ยิงทำลาย" เรือทุกลำที่วางทุ่นระเบิด ขณะที่มีรายงานจากสื่ออิสราเอลว่า หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านลาออก และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เข้าควบคุมสถานการณ์แทน ส่งผลให้มีเสียงปืนต่อสู้อากาศยานดังขึ้นในกรุงเตหะราน ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ $105 ไปอย่างรวดเร็ว PMI Beats Estimates: ดัชนี PMI เบื้องต้นของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. ออกมาดีกว่าคาด (ภาคการผลิตทำสถิติดีสุดตั้งแต่ พ.ค. 2022 ที่ระดับ 54.0) บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ดี 📊 เจาะลึกหุ้นรายตัว 🔽 ServiceNow (-17.75%): ดิ่งลงเหว หลังบริษัทระบุว่ารายได้จากการสมัครสมาชิก (Subscription) ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ลากหุ้นซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ อย่าง Microsoft, Oracle และ Palantir ร่วงตามไปด้วย 🔽 IBM (-8.25%): ร่วงแรงแม้งบไตรมาสแรกจะดีกว่าคาด แต่บริษัทเลือกที่จะ "คง" คาดการณ์กำไรทั้งปีเอาไว้ ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังการอัปเกรดตัวเลขผิดหวัง 🔽 Meta Platforms (-2.31%): ปิดลบหลังมีข่าวประกาศเตรียมเลิกจ้างพนักงาน 10% (ราว 8,000 คน) และระงับการจ้างงานใหม่ เพื่อนำเม็ดเงินไปทุ่มลงทุนด้าน AI 🔼 Texas Instruments (+19.43%): พุ่งกระฉูดทำสถิติวันเดียวที่ดีที่สุดในรอบเกือบ 26 ปี! หลังบริษัทให้คาดการณ์กำไรและรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้มาก 🔼 Penn Entertainment (+16.86%): หุ้นคาสิโนพุ่งแรงรับกำไรไตรมาสแรกทะลุคาด หนุนโดยรายได้จากคาสิโนระดับภูมิภาค 🥇 ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ 🟢 Oil: พุ่งทะยานรับข่าวความตึงเครียดรอบใหม่ (Brent ทะลุ $105, WTI ทะลุ $96.50) เนื่องจากความหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพเริ่มริบหรี่ลงทุกขณะ 🔴 Gold: ปรับตัวลดลงถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลว่าน้ำมันแพงจะทำให้เงินเฟ้อพุ่งจน Fed ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ 📢 ตลาดหุ้นที่เพิ่งทำนิวไฮเริ่มแสดงความเปราะบางให้เห็น โดยเฉพาะการเทขายทำกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ทันทีที่ผลประกอบการไม่สวยหรูดังหวัง นอกจากนี้ การที่น้ำมัน Brent ทะลุ $105 ถือเป็น "สัญญาณอันตราย" (Red Alert) อย่างแท้จริง หากการเจรจาของอิหร่านล้มเหลวและเกิดการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ เงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูง และกดดันตลาดหุ้นอย่างหนักในสัปดาห์หน้า นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมรับมือกับความผันผวน (Volatility) ที่กำลังจะกลับมาÇevir ไทย031188
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·23 Nisถอดรหัสบาดแผลเศรษฐกิจ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" โลกกำลังเปลี่ยนมหาอำนาจ จุดจบของ New Normal ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา โลกถูกกระหน่ำด้วย "วิกฤตซ้อนวิกฤต" อย่างต่อเนื่อง ทั้งการระบาดของโควิด-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน, สงครามการค้า, AI Disruption จนมาถึงวิกฤตล่าสุดคือ "สงครามตะวันออกกลาง" ที่กำลังทุบทำลายโครงสร้างพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างหนักหน่วง คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ...โลกกำลังเดินไปทางไหน? ทำไมเราถึงคาดเดาอะไรไม่ได้เลย? รายการ THE TOPIC ทาง Money Chat Thailand ได้เชิญ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มาร่วมไล่เรียงไทม์ไลน์วิกฤต และวิเคราะห์รอยแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่จะเปลี่ยนชีวิตและการลงทุนของเราไปตลอดกาล! ลาก่อน New Normal ยินดีต้อนรับสู่ "Super New Normal" ดร.ปิยศักดิ์ อธิบายว่า โลกของเราแบ่งยุคเศรษฐกิจอย่างชัดเจน - ก่อนปี 2008 (แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส): โลกเติบโตปานกลาง การค้าเสรีเบ่งบาน - หลังปี 2008 - 2020 (New Normal): ธนาคารกลางใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำและทำ QE โลกเข้าสู่ยุค "เติบโตต่ำ, การค้าน้อยลง, เงินเฟ้อต่ำ" และเริ่มมีความขัดแย้งทางการค้า (จีน-สหรัฐฯ) - หลังปี 2020 เป็นต้นมา (Super New Normal): โควิดเป็นตัวจุดชนวนให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป! รัฐบาลก่อหนี้มหาศาลเพื่อกู้วิกฤต, เกิดการย้ายฐานการผลิต (Friend-shoring), เงินเฟ้อพุ่งสูง และความผันผวนทางการเมือง-สงครามกลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้โลกเข้าสู่สภาวะ VUCA (ผันผวน, ไม่แน่นอน, ซับซ้อน, คลุมเครือ) อย่างเต็มรูปแบบ ระเบียบโลกใหม่: สงครามเปลี่ยนมหาอำนาจ? ทำไมโลกถึงวุ่นวายขนาดนี้? ดร.ปิยศักดิ์ อ้างอิงทฤษฎีของ Ray Dalio ที่ระบุว่า "ทุกๆ 75-100 ปี โลกจะมีการเปลี่ยนขั้วมหาอำนาจ" ในอดีต การเปลี่ยนอำนาจจากอังกฤษสู่อเมริกา มีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ วิกฤตคลองซุเอซซึ่งปัจจุบันเรากำลังเห็นภาพซ้อนทับกันในวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ (ภายใต้แนวคิด America First ของทรัมป์) กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากการคว่ำบาตรประเทศต่างๆ (เช่น รัสเซีย อิหร่าน) ทำให้ประเทศเหล่านั้นเริ่มหันไปพึ่งพากันเอง และลดการใช้เงินดอลลาร์ (De-dollarization) หันไปใช้เงินหยวนมากขึ้น นี่คือสัญญาณเตือนว่า อำนาจของสหรัฐฯ กำลังค่อยๆ ลดลง ในขณะที่จีนและประเทศกลุ่ม Global South เริ่มมีบทบาทมากขึ้น บาดแผลจากตะวันออกกลาง: 3-6 เดือนแห่งความยากลำบาก สำหรับวิกฤตสงครามตะวันออกกลางในปัจจุบัน ดร.ปิยศักดิ์ ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยว่า - เงินเฟ้อพุ่ง: แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิง แต่ราคาน้ำมันและพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าเงินเฟ้อของไทยจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 6% ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า (ไตรมาส 2-3) ก่อนจะค่อยๆ ปรับลดลง - เศรษฐกิจซึมเซา: GDP ของไทยมีความเสี่ยงที่จะเติบโตต่ำ (อาจเหลือเพียง 1.4%) และภาคการส่งออกอาจติดลบ 2-4% - สงครามการค้าระลอกใหม่: นอกเหนือจากพลังงานแพง ไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากการถูกสหรัฐฯ ไต่สวน (มาตรา 301) ข้อหาทุ่มตลาดและใช้แรงงานบังคับ ซึ่งอาจทำให้สินค้าส่งออกไทยโดนเก็บภาษีเพิ่ม! ทางรอดเดียวคือ "ปรับตัว" และ "เปลี่ยนผ่าน" วิกฤตทุกครั้งนำมาซึ่ง "การทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์ (Creative Destruction)" เสมอ: - ระดับประเทศ: ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากตะวันออกกลาง และมุ่งสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) จากต่างชาติ - ระดับบุคคล: การเข้ามาของ AI Disruption ทำให้การทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่ปรับตัวเรียนรู้และใช้เครื่องมืออย่าง AI ให้เป็นประโยชน์ จะสามารถเอาชีวิตรอดและเติบโตได้ ในขณะที่ผู้ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการสูญเสียอาชีพ วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสงครามและราคาน้ำมัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ นักลงทุนและภาคธุรกิจต้องเลิกคาดหวังความแน่นอน แต่จงเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน บริหารความเสี่ยงให้ดี และมองหาโอกาสใหม่ ในโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้วมหาอำนาจนี้ให้เจอ รับชมเพิ่มเติม - youtube.com/watch?v=kgXhqT…ÇevirYouTube ไทย000299
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·23 Nis📷 กลุ่มที่มีกำไรสุทธิเติบโต KKP: กำไรสุทธิ 1,955 ล้านบาท (+84.2%) เติบโตสูงสุดในกลุ่ม โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัวถึง 64.7% (หลักๆ จากธุรกิจ Wealth และแอปพลิเคชัน Dime!) รวมถึงผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ LHFG: กำไรสุทธิ 842.5 ล้านบาท (+47.9%) เติบโตจากการบริหารพอร์ตสินเชื่อและควบคุมคุณภาพหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาระการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง CREDIT: กำไรสุทธิ 1,164.67 ล้านบาท (+29.0%) เติบโตจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์และสินเชื่อรายย่อย ผนวกกับการตั้งสำรองฯ ที่ปรับตัวลดลง BAY: กำไรสุทธิ 8,618 ล้านบาท (+14.4%) ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม และการรวมงบการเงินของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR CIMBT: กำไรสุทธิ 908.2 ล้านบาท (+8.4%) เติบโตจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยง KBANK: กำไรสุทธิ 14,667 ล้านบาท (+6.35%) มีกำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth และนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน KTB: กำไรสุทธิ 12,437 ล้านบาท (+6.2%) รักษาผลการดำเนินงานได้อย่างสม่ำเสมอ ขับเคลื่อนโดยบริการในตลาดทุน ธุรกิจ Wealth และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ TISCO: กำไรสุทธิ 1,733.6 ล้านบาท (+5.5%) แม้กลุ่มสินเชื่อรถยนต์จะชะลอตัว แต่สามารถเติบโตได้จากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์และนายหน้าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 27.2% TTB: กำไรสุทธิ 5,170 ล้านบาท (+1.4%) สามารถรักษาระดับ NIM ไว้ได้ที่ 3.02% ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม ควบคู่กับรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังคงขยายตัว 📷 กลุ่มที่มีกำไรสุทธิชะลอตัว BBL: กำไรสุทธิ 10,994 ล้านบาท (-12.9%) ได้รับผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) หดตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.49% SCB: กำไรสุทธิ 10,195 ล้านบาท (-18.5%) ได้รับผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธนาคารจะพยายามปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงได้ 2.3% แล้วก็ตามÇevir ไทย0567593
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·23 Nisสรุปความเคลื่อนไหวตลาดโลก (22 เม.ย. 2026) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยดัชนี S&P 500 ที่ลบความสูญเสียจากช่วงเริ่มต้นสงครามอิหร่านได้อย่างราบคาบ และดัชนี Nasdaq ที่ทำระดับสูงสุดใหม่เช่นกัน แม้เส้นตายการหยุดยิงในอ่าวโอมานจะผ่านพ้นไปพร้อมความตึงเครียดที่ยังคุกรุ่น แต่ตลาดกลับตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศ "ขยายเวลาหยุดยิง" เพื่อรอข้อเสนอจากฝ่ายอิหร่าน ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งเป็นแรงส่งสำคัญ 📷 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ 📷 Nasdaq (+1.64%) ปิดที่ 24,657.57 จุด (ทำนิวไฮทั้งระหว่างวันและตอนปิดตลาด) 📷 S&P 500 (+1.05%) ปิดที่ 7,137.90 จุด (ลบความสูญเสียจากสงครามอิหร่านได้ทั้งหมด) 📷 Dow Jones (+0.69%) ปิด 49,490.03 จุด 📷 ปัจจัยขับเคลื่อน (+) ทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงผ่าน Truth Social โดยอ้างการร้องขอจากปากีสถานและมองว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังแตกแยกอย่างหนัก จึงให้เวลาผู้นำอิหร่านจัดทำ "ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ" แต่ยังคงสั่งให้กองทัพเรือคงมาตรการปิดล้อมอ่าวเอาไว้ (-) แม้สหรัฐฯ จะขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านอ้างว่าได้เข้ายึดเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่านักเจรจาปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ เพราะเป็น "การเสียเวลา" ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในสภาวะแทบจะปิดตาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง (+) ตลาดเลือกที่จะมองข้ามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และให้ความสนใจกับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดย FactSet ระบุว่ากว่า 80% ของบริษัทใน S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการไปแล้วทำผลงานได้ดีกว่าคาด 📷 เจาะลึกหุ้นรายตัว 📷 Cannabis Stocks: หุ้นกลุ่มกัญชาพุ่งทะยานยกแผง นำโดย Trulieve (+20%), Canopy Growth (+17%) และ Green Thumb (+12%) รับกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมพิจารณาจัดประเภทกัญชาใหม่ ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน 📷 Boeing (+5.5%): พุ่งขึ้นหลังบริษัทรายงานผลขาดทุนในไตรมาส 1 น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 📷 GE Vernova (+14%): กระโดดแรงหลังรายได้ไตรมาสแรกสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ 📷 Intel & AMD: ได้รับอานิสงส์จากการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดย HSBC คาดว่าความต้องการชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์จะช่วยหนุนผลประกอบการของ Intel ส่วน AMD ได้รับแรงหนุนจาก Bernstein ที่ขยับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น $265 📷 Zscaler (-35% YTD): หุ้นดิ่งหนักหลังถูก Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำลง เนื่องจากกังวลปัญหาการผสานรวมธุรกิจเข้ากับ Red Canary ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ 📷 ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ 📷 Oil: ราคาน้ำมันดิบ (Brent) พุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รับข่าวความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซหลังอิหร่านยึดเรือพาณิชย์ 📷 Gold: ราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยจากแรงซื้อเก็งกำไรและสถานการณ์สงครามที่ยังไม่แน่นอน 📷 ตลาดหุ้นกำลังซื้อขายบนความคาดหวังว่าผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งจะสามารถต้านทานแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อได้ การที่ S&P 500 และ Nasdaq ทำ All-time high ชี้ชัดว่านักลงทุนพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่ แม้ในวันเดียวกันจะมีข่าวอิหร่านยึดเรือก็ตาม อย่างไรก็ตาม การที่น้ำมัน Brent ทะลุ $100 อาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" สำหรับเงินเฟ้อ ซึ่งจะกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงต่อไป #หุ้นสหรัฐ #Nasdaq #SP500 #AllTimeHigh #Ceasefire #IranWar #MoneyChatThailandÇevir ไทย000178
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·22 Nisสรุปความเคลื่อนไหวตลาดโลก (22 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลง นำโดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่พลิกกลับมาปิดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจล้มเหลว ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นอีกครั้ง 📷 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ 📷 S&P 500 (-0.63%) ปิดที่ 7,064.01 จุด 📷 Nasdaq (-0.59%) ปิดที่ 24,259.96 จุด 📷 Dow Jones (-0.59%) ปิด 49,149.38 จุด 📷 ปัจจัยขับเคลื่อน: (-) ตลาดถูกกดดันจากรายงานข่าวของ NYT และ Axios ที่ระบุว่าการเดินทางไปเจรจาของรองประธานาธิบดี JD Vance ถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากอิหร่านไม่แสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจน ประกอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าสงครามอาจปะทุขึ้นอีก (-) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ CNBC ว่าคาดหวัง "ข้อตกลงที่ดีเยี่ยม" แต่ก็ขู่พร้อมทิ้งระเบิดอิหร่านทันทีหากตกลงกันไม่ได้ และไม่ต้องการต่ออายุหยุดยิง อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปิด ทรัมป์ได้ประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่ (-) ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. พุ่งขึ้น 1.7% (สูงกว่าคาด) ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นถึง 15.5% (ราคาน้ำมันเฉลี่ยทะลุ $4/แกลลอน) สะท้อนผลกระทบจากสงครามที่เริ่มกดดันผู้บริโภค (-) ตลาดจับตาการไต่สวนวิสัยทัศน์ของนาย Kevin Warsh ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ต่อวุฒิสภา โดยประเด็นสำคัญคือความสามารถในการรักษาความเป็นอิสระของ Fed ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย 📷 เจาะลึกหุ้นรายตัว 📷 UnitedHealth (+7%): พุ่งแรงนำตลาด หลังรายงานกำไรและรายได้ไตรมาสแรกทะลุคาด พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี 📷 Amazon (+0.7%): ปิดบวกเล็กน้อย รับข่าวประกาศเพิ่มเงินลงทุนสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในสตาร์ทอัป AI อย่าง Anthropic 📷 3M: ร่วงเล็กน้อยแม้งบไตรมาสแรกจะดีกว่าคาด แต่บริษัทให้คำแนะนำผลประกอบการล่วงหน้า (Guidance) อย่างระมัดระวัง 📷 CarMax (-15%): ดิ่งลงหนักที่สุดในรอบหลายเดือน หลังยอดขายหดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรจะดีกว่าคาด 📷 ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ 📷 Oil: กลับมาพุ่งขึ้น (WTI +2.81% แตะ $92.13, Brent +3.14% แตะ $98.48) จากความกังวลว่าสงครามจะกลับมาปะทุหลังสิ้นสุดช่วงหยุดยิง 📷 Gold: ปรับตัวลดลง กดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น 📷 วันนี้เป็นการ "พักฐาน" เพื่อรอดูความชัดเจนอย่างแท้จริง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เริ่มแสดงอาการอ่อนล้าเมื่อต้องเผชิญกับข่าวร้ายซ้ำซากเรื่องอิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลวและกลับเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันจะกลับมาพุ่งสูงและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการควบคุมเงินเฟ้อของ Fed ซึ่งอาจทำให้ตลาดปรับฐานลึกกว่านี้ #หุ้นสหรัฐ #SP500 #IranWar #Ceasefire #OilPrices #MoneyChatThailandÇevir ไทย012147
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·20 Nisทองดิ่งหลุด $4,810 พิษอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันน้ำมันพุ่ง 7% ปลุกผีเงินเฟ้อ ราคาทองคำในตลาดเอเชียเปิดต้นสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลดลง โดย Spot Gold ย่อตัว 0.6% มาอยู่ที่ระดับ 4,802 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงกดดันอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันกว่า 7% หลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุเดือดอีกครั้งก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะหมดอายุลง 📷ดีลหยุดยิงส่อเค้าล่ม อิหร่านปิดอ่าว-สหรัฐฯ ยึดเรือ สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วเมื่ออิหร่านตัดสินใจประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดและยึดเรือของอิหร่านที่พยายามฝ่าด่านปิดล้อม โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แม้สหรัฐฯ จะเตรียมส่งทูตไปเจรจาต่อที่ปากีสถาน แต่สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานชัดเจนว่าเตหะรานยังไม่ได้ตกลงที่จะเข้าร่วมการเจรจาใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น 📷น้ำมันพุ่ง ปลุกความกลัวเงินเฟ้อกดดันทองคำ การปะทะรอบใหม่นี้ทำให้นักลงทุนกลับมาหวาดผวาวิกฤตเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานนี้ถือเป็นแรงกดดันสำคัญที่สกัดกั้นไม่ให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้มาตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 📷โลหะเงินร่วงตาม หลังพุ่งแรงสัปดาห์ก่อน ทางด้านตลาดโลหะมีค่าอื่นๆ โลหะเงิน (Silver) ที่เคยทำผลงานได้โดดเด่นและปรับตัวขึ้นแรงกว่าทองคำจากแนวโน้มปัญหาอุปทานขาดแคลนในสัปดาห์ก่อนหน้า ก็ได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเชิงลบของตลาดในรอบนี้เช่นกัน จนต้องปรับตัวลดลง 0.5% แตะระดับ 80.46 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามทิศทางของราคาทองคำ 📷 ความหวังเรื่องข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มเลือนลางลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ตลาดกลับมาอยู่ในโหมดระมัดระวังตัวขั้นสุด ราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานกำลังปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้กลับมาหลอกหลอนนักลงทุนอีกครั้ง ซึ่งภาวะเงินเฟ้อนี้จะเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่กดดันทิศทางราคาทองคำต่อไปในระยะนี้ อ้างอิง Reuters, CNBC, Investing.comÇevir ไทย023280
Money Chat Thailand@MoneyChat_TH·20 Nis[LIVE CHAT] ด่วน! ฮอร์มุซเดือด สหรัฐยิงเรืออิหร่าน น้ำมันพุ่ง - Money Chat | รุสตั้ม หวันสู x.com/i/broadcasts/1…Çevir ไทย000132