mr
10.8K posts



[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]
.
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล
.
แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้
.
มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
.
ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
.
ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
.
ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน
.
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ
.
และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
.
หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?
.
พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
.
ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ
.
องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
mr retweetledi
mr retweetledi
mr retweetledi
mr retweetledi
mr retweetledi
mr retweetledi

น่าทุเรศ! — ผอ.รมน. ซัดขบวนการสวมสิทธิที่ดินรัฐ ใช้อิทธิพลฮุบหาดอุทยาน จ่อสาวถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
___
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) / นายกรัฐมนตรี
ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุกและครอบครองที่ดินโดยมิชอบว่า ขบวนการดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนให้ความร่วมมือ พร้อมยืนยันว่า กอ.รมน. จะสนธิกำลังร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน และปกป้องทรัพยากรของชาติ
ทั้งนี้ ผอ.รมน. ได้ระบุว่า พื้นที่ชายหาดและแนวก่อสร้างหลายจุดเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ แต่กลับถูกนำสิทธิของชาวบ้านมาแอบอ้าง สวมเอกสารสิทธิ และขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ ก่อนพัฒนาเป็นรีสอร์ทและโรงแรมโดยมิชอบ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ พื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติอาจสูญเสียไปอย่างถาวร
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงกรณีการนำเอกสาร ส.ค.1 มาแอบอ้างสิทธิว่า แท้จริงแล้วเป็นเพียงการนำเอกสารปลอมมาสวมสิทธิครอบครองเท่านั้น
โดยหลังจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะร่วมกันตรวจสอบเส้นทางและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
.
ที่มา : ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
___
#อนุทินชาญวีรกูล
#ทัพภาค4 #กอรมนภาค4
#กอรมนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
#จังหวัดสุราษฎร์ธานี
#จังหวัดภูเก็ต
#หาดฟรีดอม
#ทีมโฆษกกอรมน
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ไทย
mr retweetledi

TOP News
วัคซีน"ปราบมะเร็ง"มาแล้ว รักษาเพื่อผู้ป่วย "รายต่อราย" หลังฉีดเห็นผลภายใน 7 วัน เข้าถึงง่าย ราคาไม่แพง การแพทย์ไทยเจ๋งยืนหนึ่ง
facebook.com/share/v/1BN8wi…
พวกซอมบี้ขี้ควายเหี้ยส้ม ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไรมักจะไม่ชอบข่าวแบบนี้

ไทย

@johnwinyu ข้อมูลมั่วไปหมด ฝ่ายค้านสสส้มมีไว้ทำ…อะไร ก็เอาหลักฐานเหล่านี้ถ้าเป็นของจริงไปพูดในสถาซิ วันๆสส ส้มสร้างแต่คอนเท้น
ไทย

[ ผิดหวัง ‘มติ ครม. ปัดตกร่างกฎหมายสำคัญ’ พิสูจน์ชัด รัฐบาล ‘ไม่ได้นึกถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง’ อย่างที่กล่าวอ้าง ]
.
หมดเวลา 60 วันตามกรอบกฎหมายที่ ครม. ต้องยืนยันรับร่างกฎหมายเพื่อพิจารณาต่อ (เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา)
.
การพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว แทนที่คณะรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ทบทวนและยืนยันร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่จากมติ ครม. ล่าสุดกลับสร้างความผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะยืนยันร่างกฎหมายเพียงแค่ 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เท่านั้น
.
ส่วนร่าง พ.ร.บ. ที่เหลือ คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะ "ปัดตก" ไม่รับร่างกฎหมายสำคัญฉบับอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่ร่างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิต สิทธิ และความยุติธรรมของประชาชนทั้งสิ้น
.
คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะเพิกเฉยต่อลมหายใจและปกป้องชีวิตประชาชนจากการไม่ยืนยันร่าง พ.ร.บ. PRTR และ พ.ร.บ. โรงงาน ทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก เนื่องจากเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
.
*หากรัฐไม่มีมาตรการจัดการสิ่งแวดล้อมในการประกอบธุรกิจอย่างเข้มงวด ท้ายที่สุดจะเจอมาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้ไทยเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ มาตรการที่ว่า เช่น การใช้ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป เป็นนโยบายที่จะกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภท ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็จะตัดสินใจไปลงทุนในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกับมาตรการกีดกันทางการค้าแบบใหม่ในประเทศอื่นมากกว่าจะลงทุนในไทย
.
พ .ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า นอกจากรัฐบาลจะปฏิเสธที่จะคืนความยุติธรรมและล้างมลทินให้ชาวบ้านที่ถูกรัฐยึดที่ดินทำกินอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว ยังปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้กับคดีความและสูญเสียที่ดินต่อไป
.
*การไม่ยืนยันในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในการแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไป ประชาชนจะติดหล่มความยากจนแบบถาวรเพราะไร้ที่ทำกิน ซ้ำยังมีคดีติดตัว ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก เนื่องจากชนเผ่าพื้นเมืองต้องสูญเสียที่ทำกินจากชุมชนดั้งเดิม เพราะการใช้กฎหมายกดขี่จากรัฐ
.
คณะรัฐมนตรีไม่ให้คุณค่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ไม่ลดชั่วโมงการทำงานให้เหลือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ ไม่เพิ่มสิทธิการลาหยุดตามมาตรฐานสากล ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนอีกครั้งว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างนายทุนมากกว่าประชาชนคนทำงานหรือไม่
.
*การไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานดังกล่าว ทำให้สูญเสียโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตเทียบเท่ามาตรฐานสากล ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับผลิตภาพแรงงานภายในประเทศ ส่งผลให้ผลงานที่ผลิตออกมามีคุณภาพต่ำ ตลอดจนเสียโอกาสในการรักษา Talent (คนเก่ง คนมีความสามารถ) เนื่องจากทำให้เกิดภาวะสมองไหลออกนอกประเทศ ซ้ำยังไม่ดึงดูดคนมีความรู้ ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารบ้านเมืองด้วย ภาคธุรกิจไทยก็จะขาดโอกาสในการขับเคลื่อนทรัพยากรตลอดจนนวัตกรรมที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้
.
ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ในมิติของการลงทุนและพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, Government) ที่ให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หากมีการตรวจสอบย้อนกลับและพบว่าประเทศใดมีการละเมิดสิทธิแรงงานหรือเอาเปรียบแรงงานมากเกินไปจนไม่ได้มาตรฐานสากล ก็เสี่ยงที่จะถูกมาตรการกีดกันทางการค้าได้ในที่สุด
.
คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะปกป้องอำนาจทหารมากกว่าสิทธิของประชาชน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ปฏิเสธการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางทหาร ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิยื่นฟ้องทหารที่กระทำความผิดในศาลพลเรือน
.

ไทย








