NKate✌️PEOPLE 🌅

32.3K posts

NKate✌️PEOPLE 🌅 banner
NKate✌️PEOPLE 🌅

NKate✌️PEOPLE 🌅

@NKate365

l am MarvelK/วิทยาศาสตร์นวัตกรรม🌏สังคมEconศาสนาการเมือง⚖️ประวัติศาสตร์ตำนาน🧐สัตว์โลก😻อนิเมะ🍀🪻เสี่ยวหมิง💓🍦/อยากเห็นคนไทยชีวิตดีมีความสุข✌/รีเอคกับสรรพสิ่ง

สหพันธ์จูร่าเทมเพสต์ Katılım Aralık 2009
438 Takip Edilen124 Takipçiler
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
σωℓ νιєω🧊🍦
[2026 . 05 . 03] 𝗬𝘂𝗮𝗻 𝗕𝗶𝗻𝗴𝘆𝗮𝗻 𝗫𝗶𝗮𝗼𝗛𝗼𝗻𝗴𝗦𝗵𝘂 อัปเดต : 🎾☀️ เพื่อรูปเซตนี้ วันนี้เหนื่อยสุดๆ ไปเลย 📍 xhslink.com/o/10ualhJKV6m #หยวนปิงเหยียน #YuanBingyan #袁冰妍 #CrystalYuan (1/2)
σωℓ νιєω🧊🍦 tweet media
GIF
ไทย
2
5
13
140
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
ทันโลกกับ Trader KP
หุ้น AI จับมือพลังงาน พุ่งครองเกือบครึ่ง S&P 500 สะท้อนยุคใหม่ “AI ต้องใช้ไฟ” ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีด้าน AI และกลุ่มพลังงาน มีมูลค่ารวมกันคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของดัชนี S&P 500 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สองกลุ่มนี้ “เติบโตไปพร้อมกัน” ในอดีต หุ้นเทคโนโลยีและพลังงานมักเคลื่อนไหวสวนทางกัน เนื่องจากแข่งขันแย่งเม็ดเงินลงทุน แต่ในยุค AI ปัจจุบัน โครงสร้างดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเติบโตของ AI ทำให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทุกกระบวนการของ AI ตั้งแต่การฝึกโมเดล การประมวลผล ไปจนถึงการใช้งานจริง ล้วนต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น Data Center ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายส่งกำลัง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ตลาดกำลัง “Long AI” แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มให้ความสำคัญกับ “Supply Chain” ของ AI มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง
ทันโลกกับ Trader KP tweet media
ไทย
0
19
44
2.8K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
รู้จัก ‘เศรษฐกิจรูปตัว E’ บนเปย์ฉ่ำ กลางเริ่มจ่ายไม่ไหว ล่างจมหนี้ ทำไมเศรษฐกิจ 'รูปตัว K' กลายเป็น E Economy ความเหลื่อมโลกการเงินปี 2026 เมื่อกราฟแบ่งชัด Top 20% ยังเปย์ฉ่ำ ขับเคลื่อนการบริโภค ชนชั้นกลางเริ่มจ่ายไม่ไหว ส่วนคนชั้นล่างจมกองหนี้หนี้ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าปี 2026 เศรษฐกิจสหรัฐ จะไม่ได้มีแค่คนรวยกับคนจน หรือที่เรียกว่า K Economy อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นรูปตัว 'E' หรือ E Economy ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าเดิม โดยแบ่งคนออกเป็น 3 ระดับชัดเจน 📌 เมื่อเศรษฐกิจ 'รูปตัว K' กำลังกลายเป็น 'รูปตัว E' ในอดีตเรามักเห็นคนที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงเดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Bank of America เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ช่วงก่อนปลายปี 2025 การใช้จ่ายของ "กลุ่มรายได้ปานกลาง" และ "กลุ่มรายได้สูง" ยังเติบโตไปพร้อมๆ กัน เหมือนเป็นเพื่อนร่วมทางที่ยังพอมีกำลังซื้อพอกัน จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเข้าสู่ปลายปี 2025 กลุ่มชนชั้นกลางเริ่ม "เหนื่อย" และเริ่มแยกตัวออกมา คือเริ่มลดการใช้จ่ายลงในขณะที่กลุ่มคนรวยยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่เดือนมกราคม 2026 ช่องว่างของการใช้จ่ายระหว่าง "ครัวเรือนรายได้สูง" กับ "กลุ่มคนอื่นๆ ทั้งหมด" ได้ถ่างออกกว้างที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 📌 Top20% ขับเคลื่อนการบริโภค ขีดบนของตัว E จาก การวิเคราะห์ล่าสุดของ Moody’s Analytics พบว่า กลุ่ม ผู้มีรายได้สูงสุด 20% คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา แม้สินค้าจะแพงขึ้นพวกเขาก็ยังจ่ายไหว ทำให้ธุรกิจต่างๆ แห่กันออกสินค้า "พรีเมียม" มาเอาใจ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ยังยินดีจ่ายเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษ 📌 ชนชั้นกลางเริ่มจ่ายไม่ไหว ขีดกลางของตัว E นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ชนชั้นกลางเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยหันไปพึ่งพา "เศรษฐกิจแบบคอสโก้" คือเน้นซื้อของกินของใช้ทีละเยอะๆ จากห้างค้าส่งเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด เรื่องนี้จะกลายเป็นภาพสะท้อนที่จะทำให้เราเห็นภาพวิกฤตการณ์ด้านกำลังซื้อชัดเจนที่สุด เพราะพวกเขาไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่เป็นการ "ใช้จ่ายอย่างกังวล" เพื่อให้เงินทุกบาทคุ้มค่าที่สุด ข้อมูลจาก Bank of America ระบุว่า ปัจจุบันจำนวนครัวเรือนชาวอเมริกันที่ต้องใช้ชีวิตแบบ "เดือนชนเดือน" กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2025 มีครัวเรือนเกือบ 24% ที่ตกอยู่ในสภาวะนี้ นิยามของคำว่า "เดือนชนเดือน" ในที่นี้ไม่ใช่แค่การไม่มีเงินออม แต่หมายถึงการที่ ค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน เช่น ค่าเช่าบ้าน อาหาร ค่าน้ำค่าไฟ น้ำมัน และค่าเลี้ยงดูบุตร พุ่งสูงจนกินส่วนแบ่งรายได้ไปมากกว่า 95% ของรายรับทั้งหมด ทำให้แทบไม่เหลือเงินไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินหรือการใช้จ่ายอื่น ๆ เลย นักวิจัยของธนาคารพบว่า สัดส่วนของครัวเรือนที่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2023 📌 ‘คนจน’ จมหนี้ ขีดล่างของตัว E คือกลุ่มเศรษฐกิจระดับล่างสุดของเศรษฐกิจ นั้นมีลักษณะเด่นคือการใช้บัตรเครดิตและการซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระในระดับสูง ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางกำลังเผชิญปัญหาหนี้บัตรเครดิตอย่างหนัก โดยกว่า 59% ของผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ มียอดค้างชำระอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบปี ซึ่งสูงกว่ากลุ่มคนรวยอย่างเห็นได้ชัด อกจากนี้ยังพบการพึ่งพาสินเชื่อ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" (Buy Now, Pay Later) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดย 1 ใน 4 ของผู้ใช้บริการยอมรับว่าต้องกู้เงินมาเพื่อซื้อเพียงแค่ "ของกินของใช้ในบ้าน" เท่านั้น นักเศรษฐศาสตร์เปรียบเปรยว่าเศรษฐกิจตอนนี้เหมือนเกมตีกระต่ายหรือตัวตุ่น พอราคาสินค้าชนิดหนึ่งเริ่มลด เช่น ไข่ไก่ ราคาสินค้าอีกอย่างก็พุ่งสูงขึ้นแทน เช่น เนื้อวัว วนเวียนไปไม่จบสิ้น ทำให้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชนชั้นกลางรู้สึกเหมือนถูกไล่ต้อนและต้องดิ้นรนวางแผนการเงินอย่างหนักตลอดเวลา #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
1
11
7
2.4K
NKate✌️PEOPLE 🌅
@Mr_Whathapened ถ้าเป็นคางดำก็ควรบอกว่า ปลากระป๋องคางดำในซอสมะเขือเทศ ปห.คือไม่ตรงปก ควรไปตรวจที่โรงงาน
ไทย
0
28
113
38K
Mr.Hap
Mr.Hap@Mr_Whathapened·
ใช่หมอคางดำไหม จงวิเคราะห์ ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “เต๋า สมชาย‘ ไง” โพสต์คลิปปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง หน้าตาของปลาไม่เหมือนกับปลากระป๋องทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะใช้ปลาซาร์ดีน หรือปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ แต่ปลากระป๋องในคลิปกลับมีหน้าตารูปทรง ที่เจ้าของคลิปตั้งข้อสังเกตว่า เหมือน ’ปลาหมอคางดำ‘ เจ้าตัวถึงกับตั้งคำถามว่า “นี่กูโดนแล้วใช้ไหม แมคเคอเรลคางดำ” มีผู้ใช้เฟสบุ๊คบางราย เข้ามาแสดงความเห็น บางคนบอกว่า ไม่เชื่อว่าปลากระป๋องที่เห็นในคลิป จะเป็นปลาที่อยู่ในกระป๋องจริงๆ เจ้าของคลิปจึงถ่ายคลิปใหม่ เปิดกระป๋องเทให้ดูกันเห็นๆ Cr:คลิป เต๋า สมชาย‘ ไง
ไทย
94
3.1K
1.8K
1.5M
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
เหมืองแร่หายากในเมียนมา-ลาว ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำโขง สั่นสะเทือนชีวิต 70 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือน อาจรุนแรงถึงขั้นทำลาย 'ครัวโลก' แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ จากสารพิษที่ไหลปนเปื้อนมากับการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะในเมียนมาที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และขยายตัวต่อเนื่องไปยังลาว ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หนึ่งในศูนย์กลางการประมงทางภาคเหนือของไทย ‘สุขใจ ญานะ’ชาวประมงวัย 75 ปี กำลังนั่งแกะปลาตัวเล็กๆ ออกจากแหบนหัวเรือหางยาว ด้วยความผิดหวังกับปลาที่จับได้ และกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ ตามรายงานในบทความ Southeast Asia's Mekong River being poisoned by rare earth mining ของ South China Morning Post บางวันสุขใจไม่มีรายได้เลย เพราะความต้องการบริโภคปลาลดลง จากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ที่กำลังคุกคามคนนับล้านที่พึ่งพาสายน้ำเหล่านี้ในการทำเกษตรและประมง "ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนอื่น" สุขใจกล่าว ขณะที่เชียงแสนเป็นบ้านของครอบครัวเขามาหลายทศวรรษ สุขใจคือหนึ่งใน 70 ล้านคน ที่อาศัยลำน้ำโขงความยาวเกือบ 5,000 กิโลเมตรในการดำรงชีวิต โดยปัจจุบันความต้องการแร่หายากที่พุ่งสูงขึ้น กำลังขับเคลื่อนการทำเหมืองที่ไร้การควบคุม และเริ่มต้นจากเมียนมา ก่อนแผ่ขยายไปยังลาว แม้แม่น้ำโขงจะเผชิญแรงกดดันมายาวนาน ตั้งแต่ขยะพลาสติก เขื่อนพลังน้ำต้นทาง ไปจนถึงการขุดทรายที่ทำให้ตลิ่งทรุด แต่นักวิชาการเตือนว่า สารพิษจากเหมืองแร่หายากอาจเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงถึงขั้นทำให้ลุ่มน้ำแห่งนี้สูญสลาย การสัมผัสโลหะหนักอย่างสารหนู, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความเสียหายต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์ 📌 'ครัวโลก' กำลังถูกทำลาย กระทบส่งออกข้าว-ผลไม้ของไทย ไทยกำลังเผชิญผลกระทบหนักที่สุด เพราะสารพิษเหล่านี้กำลังคุกคามอุตสาหกรรมส่งออกอาหารระดับโลก ตั้งแต่ข้าวที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐฯ, ถั่วแระแช่แข็งในญี่ปุ่น ไปจนถึงกระเทียมในครัวเรือนชาวมาเลเซีย ในขณะที่การรับมือยังจำกัดอยู่ในระดับท้องถิ่น และถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบขนแร่และสงครามในเมียนมา ส่งผลให้ปัญหาขยายลงไปถึงกัมพูชาและเวียดนามที่อยู่ปลายน้ำ ดร.สืบสกุล กิจนุกร (Suebsakun Kidnukorn) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า เกษตรกรรมเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเตือนว่าเหมืองแร่หายากกำลังทำลาย 'ครัวโลก' ที่หมู่บ้านท่าตอน บนพื้นที่เนินเขาของไทย ลา บุญเรือง เกษตรกรวัย 63 ปี กำลังตัดเครือกล้วย พร้อมใช้นิ้วนับพืชที่ปนเปื้อนสารพิษซึ่งเขาเก็บเกี่ยวอยู่ ทั้งข้าว, กระเทียม, ข้าวโพด, หอม, มะม่วง และกล้วย โดยน้ำที่เขาใช้รดพืชมาจากแม่น้ำกก ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลจากเมียนมาเข้าสู่ไทย และเต็มไปด้วยสารพิษ "ทุกคนกลัวสารพิษ ถ้าเราส่งออกไม่ได้ เกษตรกรคือคนแรกที่ตาย" ลากล่าว ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับอินเดียและเวียดนาม โดยในปี 2024 ไทยส่งออกข้าวและผลไม้รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 แสนล้านบาท) ตามตัวเลขการค้าที่จัดอันดับให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุด "สิ่งที่เรากังวลคือ สารพิษจะสะสมในข้าวที่เราส่งออก ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการทำนาของเราที่เป็นวัฒนธรรม ต้องล่มสลาย" นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้ก่อตั้งสถาบันแม่น้ำโขงศึกษา ในอำเภอเชียงของ กล่าว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไทยพบการปนเปื้อนโลหะหนักในระดับสูงในลำน้ำสาขาอื่นๆ ของแม่น้ำโขง ทั้งแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ความต้องการแร่หายากพุ่ง เบื้องหลังภัยคุกคามแม่น้ำโขง ทุกวันนี้ แร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยียุคใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน, ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงขีปนาวุธและเครื่องบินรบ แม้ชื่อจะบอกว่า 'หายาก' แต่ในความเป็นจริงแร่ชนิดนี้พบได้ทั่วไป ที่ทำให้แร่ขาดแคลนคือต้นทุนการขุดและกระบวนการแยกสกัดที่ซับซ้อน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในจีน ศูนย์ Stimson ในสหรัฐฯ ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุพบจุดทำเหมืองแร่หายากและเหมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการควบคุม เกือบ 800 จุดตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในลาว, เมียนมา และกัมพูชา หลายแห่งในเมียนมาตั้งอยู่ในพื้นที่สู้รบ โดยสงครามกลางเมืองเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ 'กระจายตัวของเหมือง' ในเชิงภูมิศาสตร์ ตามการติดตามของ รีแกน ควาน จากศูนย์ Stimson ซึ่งพบการขยายตัวของเหมืองไปอีก 26 จุดตามลำน้ำในลาว เมียนมาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของจีนในกลุ่มแร่หายากชนิดหนัก โดยส่งออกแร่ไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ระหว่างปี 2017-2024 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2021 ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กำหนดให้การสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญและแร่หายาก เป็นเป้าหมายสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากแร่เหล่านี้ใช้ในเครื่องบินรบ F-35, เรือดำน้ำ, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก, ระบบเรดาร์ และระเบิดอัจฉริยะ ซึ่งความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ ต้องเติมและขยายคลังอาวุธที่พร่องไปจากสงครามในอิหร่านและยูเครน นี่คือข่าวร้ายของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บราเอียน ไอเลอร์ (Brian Eyler) จากศูนย์ Stimson เปรียบเทียบว่า สารพิษจากเหมืองคือ 'ระเบิดปรมาณู' สำหรับลุ่มน้ำ เป็นรองเพียงสงครามในศตวรรษที่แล้ว ทั้งสงครามเวียดนามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง โดยสร้างความเสียหายมากกว่าภัยคุกคามอื่น เช่น เขื่อนขนาดใหญ่ และ "มันยังไม่หยุด" หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.51 บาท ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ภาพ: Suriya99 / Shutterstock #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
5
490
186
10.6K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
AI Agent' ไร้การควบคุม ความเสี่ยงไซเบอร์ที่องค์กรกำลังมองข้าม [เรื่อง: นักรบ เนียมนามธรรม] AI Agent กำลังกลายเป็นทั้งเครื่องมือสำคัญและความเสี่ยงใหม่ขององค์กร หากขาดการควบคุมบนเครือข่ายสามารถสร้างความเสียหายได้หลากหลายรูปแบบ รายงานล่าสุดจาก Cloud Security Alliance (CSA) เปิดเผยว่า กว่า 2 ใน 3 ขององค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน AI Agent ภายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การวิจัยได้ ชี้ให้เห็นว่า AI Agent ที่ทำงานโดยขาดการควบคุมบนเครือข่ายองค์กร สามารถสร้างความเสียหายได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของข้อมูล การหยุดชะงักของระบบ ไปจนถึงความสูญเสียทางการเงิน จากรายงานผลสำรวจระบุว่า แม้องค์กรถึง 68% จะมั่นใจว่า สามารถมองเห็นการทำงานของ AI Agent ในระบบขององค์กรได้ แต่กลับมีถึง 82% ที่พบ AI Agent ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนซึ่งส่วนใหญ่ถูกพบในระบบอัตโนมัติภายในองค์กร และแพลตฟอร์ม Large Language Model (LLM) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง “การมองเห็น” กับ “การกำกับดูแล” ที่แท้จริง ทำให้การควบคุมความเสี่ยงทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 65% ขององค์กรรายงานว่าเคยเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจาก AI Agent อย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยผลกระทบหลักๆ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล (61%) การหยุดชะงักของการดำเนินงาน (43%) และการทำงานผิดพลาดในกระบวนการทางธุรกิจ (41%) นอกจากนี้ 35% ขององค์กรยังประสบกับความสูญเสียทางการเงิน และ 31% เผชิญกับความล่าช้าในการให้บริการทั้งภายในและต่อลูกค้า สะท้อนให้เห็นว่า AI Agent ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติ แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจโดยตรง เพื่อให้เข้าใจภาพมากขึ้น AI Agent ในบริบทองค์กรหมายถึง ซอฟต์แวร์หรือระบบอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการแทนมนุษย์ได้ เช่น การเข้าถึงฐานข้อมูล การสั่งงานระบบ หรือการโต้ตอบกับลูกค้า หากขาดการกำหนดขอบเขตและสิทธิ์ที่ชัดเจนอาจทำให้ทำงานเกินหน้าที่ เช่น เข้าถึงข้อมูลที่มีความอ่อนไหวโดยไม่จำเป็น หรือทำงานผิดพลาดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การที่พนักงานสามารถสร้างหรือใช้งาน AI Agent ได้เองผ่านเครื่องมือ SaaS หรือ LLM ต่างๆ โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากฝ่าย IT ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของ “Shadow AI” ซึ่งยากต่อการตรวจสอบและควบคุม อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการเน้นย้ำคือ การขาดกระบวนการ “ยุติการใช้งาน” AI Agent อย่างเป็นระบบ โดยมีเพียง 1 ใน 5 ขององค์กรเท่านั้นที่มีขั้นตอนชัดเจน ส่งผลให้ AI Agent บางตัวยังคงอยู่ในระบบแม้หมดหน้าที่แล้ว และอาจยังคงถือสิทธิ์การเข้าถึงระบบ หรือการอนุญาตต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลหรือการถูกโจมตีในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้องค์กรเร่งยกระดับการบริหารจัดการอย่างจริงจัง โดยต้องครอบคลุมตั้งแต่การมองเห็น การกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน การบริหารวงจรชีวิต ไปจนถึงการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำ AI Agent เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลบริหารความเสี่ยงองค์กรโดยรวม ไม่ใช่มองว่าเป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติทั่วไป ทั้งนี้ เมื่อ AI Agent มีความสามารถและความเป็นอิสระมากขึ้น การกำกับดูแลก็ต้องพัฒนาให้สอดคล้อง เพื่อให้สามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับองค์กร ท้ายที่สุดแล้ว AI Agent กำลังกลายเป็นทั้งเครื่องมือสำคัญและความเสี่ยงใหม่ขององค์กรในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้งานโดยขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่ปัญหาด้านความปลอดภัย เช่น การรั่วไหลของข้อมูล การหยุดชะงักของระบบ และความเสียหายทางธุรกิจ รายงานชี้ให้เห็นชัดว่า องค์กรจำนวนมากยังมีช่องว่างในการควบคุม ทั้งในด้านการมองเห็น การกำหนดขอบเขตการทำงาน และการยุติการใช้งานอย่างเป็นระบบ ดังนั้น การบริหารจัดการ AI Agent ต้องถูกยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงขององค์กรโดยรวม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนครับ #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจColumnist #กรุงเทพธุรกิจTech #กรุงเทพธุรกิจAI
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
0
5
10
1.1K
NKate✌️PEOPLE 🌅
@Backk99 ตั้งเงื่อนไข ตั้งเวลา ใช้แอปผู้ปกครองควบคุมมือถือเด็ก ทำไปเรื่อยๆอดทนจนกว่าจะเป็นนิสัย
ไทย
0
0
2
17
Blackk🖤
Blackk🖤@Backk99·
กรุ๊ปไลน์ผู้ปกครอง ดัง! ผู้ปกครอง: สวัสดีค่ะ อยากทราบว่าโรงเรียนจะเปิดเรียนเร็วกว่าวันที่ 15 พ.ค. ได้ไหมค่ะ ทางบ้านประสบปัญหาหนักมากเลยค่ะ ลูกเล่นแต่โทรศัพท์ เล่นแต่เกมส์ บอกให้หยุดก็โวยวาย พ่อเห็นลูกเป็นแบบนั้นก็พลันอารมณ์เสียไปด้วย บอกให้ทำอะไรก็ไม่ทำ จะเล่นอย่างเดียว การบ้านที่ครูให้มาทำระหว่างปิดเทอมก็ไม่ทำ คุณครูช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมค่ะ ต้องทำยังไง เอ่อ… ครูเองยังไม่ได้หยุดเลยจะให้เปิดเทอมแล้ว 😪😪 😅ที่บ้านใครเป็นบ้างค่ะ แก้กันยังไงเอ่ย 🤭
ไทย
36
189
580
153.7K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
σωℓ νιєω🧊🍦
[2026 . 05 . 03] 𝗫𝗶𝗮𝗼 𝗠𝗶𝗻𝗴 𝗬𝗲𝘅𝗶𝗮 Weibo update : ครบรอบ 7 ปี #หอสดับหิมะ ออกอากาศ รื้อสต็อกปล่อยภาพฟิตติ้งลุคสุดเท่ วันนี้เป็นวันที่สามแล้วนะที่คิดถึงอาจิ้ง 📍 weibo.com/2802826362/529… #หยวนปิงเหยียน #YuanBingyan #袁冰妍 #CrystalYuan
ไทย
1
6
14
214
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
เปิดข้อมูล 'ไทย' มีวันร้อนเกิน 40 องศา ทะลุ 300 วันในระยะ 5 ปี Rocket Media Lab วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิรายชั่วโมงที่ตรวจวัดจากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ซึ่งติดตั้งเพื่อวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ในช่วงฤดูร้อนของปี ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ระหว่างปี 2564-2568 พบว่า จากทั้งหมด 5 ปี รวม 460 วัน มี 12 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 300 วันขึ้นไป 🔥 #ลำปาง มีมากที่สุด 368 วัน หรือคิดเป็น 80% ของฤดูร้อน เฉลี่ยปีละอย่างน้อย 70 วัน 🔥 รองลงมาคือ #พิจิตร และ #แม่ฮ่องสอน 358 วัน เท่ากัน 🔥 มี 36 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 201-300 วัน 🔥 มี 24 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 101-200 วัน 🔥 และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสน้อยกว่า 100 วัน โดย #ภูเก็ต น้อยที่สุด (13 วัน) รองลงมาคือ #กรุงเทพฯ 21 วัน และ #สมุทรสาคร 35 วัน ที่มา: ข้อมูลอุณหภูมิรายชั่วโมง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ, Rocket Media Lab กราฟิก: ณัชชา พ่วงพี #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate #กรุงเทพธุรกิจInfo
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
1
93
98
4.8K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
“ฮอลลีวูด” เริ่มหมดมุก? หนังบล็อกบัสเตอร์มีแต่หนังภาคต่อ-รีเมค ไร้ไอเดียใหม่ หวังพึ่งบุญเก่า หากินกับแฟรนไชส์ดัง จนขาดความคิดสร้างสรรค์ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เข้าฉายในปี 2026 ยังคงเต็มไปด้วยหนังภาคต่อและหนังรีเมค ล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉายไปหมาด ๆ คือ “The Devil Wears Prada 2” ที่เข้าฉายห่างจากภาคแรกนานถึง 20 ปี และหลังจากนี้ก็ยังมีหนังภาคต่อจ่อคิวฉายยาวไปจนถึงสิ้นปี นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าการเอาหนังเก่าเกิน 20 ปีมาสร้างภาคต่อจะกลายเป็นเทรนด์ที่ทุกค่ายเลือกใช้ โดยมีข่าวประกาศสร้าง “Practical Magic 2” ซึ่งจะเข้าฉายภายในปีนี้ “Bend It Like Beckham” วางโปรแกรมไว้ในปี 2027 รวมถึงหนังผีระดับตำนานอย่าง “The Mummy” ภาค 4 ที่จะเข้าฉายในปี 2028 โดยจะได้นักแสดงจากภาคก่อนกลับมารับบทนำอีกครั้ง  ยังไม่รวมถึงหนังดังที่มีภาคต่อออกมาเรื่อย ๆ อย่าง “Avatar” “Fast & Furious” “Jurassic World” “Insidious” “The Hunger Games” “Scream” และ “James Bond” ไปจนถึงแฟรนไชส์ที่ห่างหายไปนานจนไม่คิดว่าจะมีภาคต่อแล้ว อย่าง“Scary Movie” ที่เดินทางมาถึงภาค 6 และห่างจากภาคก่อนถึง 13 ปี หรือแม้กระทั่งแอนิเมชันสุดฮิตในยุค 2000 อย่าง “Shrek” และ “Ice Age” ก็เตรียมกลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้ง ปรากฏการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นว่าฮอลลีวูดกำลังติดอยู่ใน “กับดักเซฟโซน” ของหนังภาคต่อและรีเมคอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนังภาคต่อสามารถทำรายได้ได้ดีกว่าหนังต้นฉบับ หากย้อนดูรายชื่อภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกตั้งแต่ปี 2010 พบว่าในทุกปีจะมีหนังภาคต่ออย่างน้อย 7 เรื่องที่ติดโผ 10 อันดับหนังทำเงินมากที่สุดของปีนั้น ๆ โดยในปี 2011, 2017, 2018, 2019, 2022 และ 2024 ไม่มีหนังใหม่ติด 10 อันดับหนังทำเงินมากที่สุดเลย นับตั้งแต่ยุคโควิเป็นต้นมา ก็ยังไม่มีปีไหนเลยที่หนังทำรายได้รวมกันแตะ 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาของสตรีมมิ่ง ที่ทำให้พฤติกรรมการดูหนังของผู้ชมที่เปลี่ยนไป ไม่ค่อยออกไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ ทำให้ค่ายหนัจึงพยายามเข็นแฟรนไชส์หนังที่มีแฟน ๆ ติดตามอยู่แล้วออกมาฉาย มากกว่าจะไปเสี่ยงกับหนังใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากดูหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าหนังภาคต่อหรือรีบูตทุกเรื่องจะประสบความสำเร็จ หลายเรื่องก็ขาดทุนคว่ำคาตารางหนังทำเงิน แสดงให้เห็นว่ายึดติดกับแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เพราะผู้ชมในปัจจุบันมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกชมหนังมากขึ้น และรอฟังรีวิวจากโซเชียลมีเดียหรือรอให้เป็นกระแสก่อน  อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/lifestyle/ente… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
0
50
87
5.3K
NKate✌️PEOPLE 🌅
@captainnerd23 ธรรมนัส หายตัวไปเลยหลังเลือกตั้ง ยังติดโพล คนไทยเป็นคนตลก
ไทย
0
0
3
188
กัปตันคนเนิร์ด
ต้องยอมรับว่าฟ้ามาแรงจริง ทั้งคุณมาร์คและคุณกรณ์ เพื่อนปรับตัวไปเยอะมากช่วง 2-3 ปีมานี้ เป็นโจทย์ใหญ่ของส้มว่าจะทำยังไงให้สังคมยังตื่นเต้นและยังรู้สึกสดใหม่ ปล. ว่าแต่ผู้กองมายังไง ถ้านับเฉพาะกล้าธรรมคุณอรรถกรบทแน่นกว่ามาก
กัปตันคนเนิร์ด tweet media
ไทย
31
67
179
15.6K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
ตรวจสอบการประกาศคะแนนเลือกตั้งของกกต. เราเลือกมา 4 เขต เอาคะแนนรายหน่วยที่มีทุกใบมากรอกรวมกัน อยากรู้ว่ากกต. รวมคะแนนถูกไหม มี 1 เขตถูกต้องครบถ้วน อีก 3 เขตพบว่าคะแนนรายหน่วยประกาศไม่ครบ และผลรวมที่ออกมายังมีจุดผิด มีคนได้คะแนนน้อยกว่าความเป็นจริง ilaw.or.th/articles/57706
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ tweet media
ไทย
2
271
169
39K
NKate✌️PEOPLE 🌅
@HONEYBLBs ถ้าตายนางจะมาหลอกเจ้าของด้วยหน้าสวยๆนี้‼️
ไทย
0
0
2
3.4K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
“30-40 ปีก่อน หรือ 5 ปีก่อน ตลาดอาจเติบโตได้ เพราะประชากรโตขึ้น คนซื้อสินค้าเพิ่ม แต่จากนี้ไปประชากรค่อยๆลดลง ไม่ใช่แค่จำนวน แต่โครงสร้างเปลี่ยนไปด้วย” — ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ให้มุมมองเกี่ยวกับบริบทโลก ผ่านหัวข้อ "The Global Pivot Navigating Key Structural Shifts” ในงาน FOCAL 2026 งาน “FOCAL 2026” จัดโดย ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับบริบทโลก ผ่านหัวข้อ "The Global Pivot Navigating Key Structural Shifts” เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนทิศ การรับมือในเชิงโครงสร้างจึงทวีความสำคัญยิ่งขึ้น “เพราะโลกไม่เหมือนเดิม เราจึงทำเหมือนเดิมไม่ได้ วันนี้รู้สึกไหม..โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์หลายอย่างดูเหมือนว่าสมัยก่อนไม่รู้สึกว่ายากขนาดนี้ อย่างเศรษฐกิจไทยโตได้ 2-3% ถือว่าเก่งแล้ว” ดร.พิพัฒน์ สรุป 4 ประเด็นใหญ่หรือ 4Ds ในไทยและระดับโลกกำลังเผชิญ ได้แก่ 1. Demographics 2. Deglobalization 3. Decarbonization 4. Digital & AI จากที่คุ้นเคยภาพเหล่านี้เมื่อ 30-40 ปีก่อน แต่หลายเรื่องวันนี้ไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว เพราะเทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว “เปรียบเสมือนสึนามิที่ก่อตัว เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า หรือ Slow-motion tsunami ซึ่งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้สึกตัว" ดร.พิพัฒน์ ย้ำ อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/business/12322… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
0
16
33
1.7K
NKate✌️PEOPLE 🌅
@MorningNewsTV3 เหมือนตอนสำรวจเรื่องMOUเลย ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ส่วนใหญ่เลือกจะยกเลิก คนไทยนี้สุดยอดไปเลย
ไทย
0
0
9
827
เรื่องเล่าเช้านี้
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ "คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว" พบส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการ กังวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล อ่านข่าว : ch3plus.com/news/social/mo… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวสังคม
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
108
894
436
462.7K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
‘ก้าวพลาด เพราะธงชาติบังตา’ รูปปั้นใหม่ Banksy โผล่กลางลอนดอน #Banksy #รูปปั้นBanksy #ลอนดอน #ชาตินิยม #NewsMoments
ไทย
4
142
261
27.1K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
รูปปั้นใหม่ของ Banksy กลางลอนดอน ก้าวพลาด เพราะธงชาติบังตา เช้ามืดของวันที่ 30 เมษายน 2026 กลาง Waterloo Place ลอนดอน มี “รูปปั้นปริศนา” ถูกนำมาติดตั้งโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า ก่อนที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน Banksy จะออกมายืนยันผ่าน Instagram ว่าเป็นผลงานของเขาเอง และเพียงแค่ข้ามคืน เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม พื้นที่ตรงนี้ก็กลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทันที ผู้คนจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลเข้ามาถ่ายรูป ยืนดู และถกเถียงกันว่า “มันกำลังสื่ออะไร” THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ ตัวรูปปั้นเป็นชายสวมสูท กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่มีจุดที่สะดุดตา เขาถือธงผืนใหญ่ที่ปลิวปิดหน้าจนมองไม่เห็นอะไรเลย ภาพที่ดูเรียบง่ายนี้กลับทำให้หลายคนตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า มันกำลังพูดถึง “การเดินไปข้างหน้าโดยไม่เห็นความจริง” หรือในอีกมุมหนึ่งคือ “ชาตินิยมที่มากเกินไปจนบังสายตา” (ต่อ) ภาพ: ณัฐพงษ์ กุลพันธ์ #TheStandardNews
THE STANDARD tweet media
ไทย
6
583
437
82.9K
NKate✌️PEOPLE 🌅 retweetledi
Thai PBS
Thai PBS@ThaiPBS·
วิเคราะห์: จับตาหุ่นยนต์ Humanoid ทดแทนแรงงานญี่ปุ่น | จับตาสถานการณ์ ญี่ปุ่นนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาช่วยงานในหลายอุตสาหกรรม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ต้องงัดกลยุทธ์หลากหลายออกมาใช้ เพื่อแก้ปัญหานี้ #ThaiPBS
ไทย
0
5
15
2K