หมูวน้อย จอมอึด🐷🤪ll💙💖🐉🌻
102.7K posts

หมูวน้อย จอมอึด🐷🤪ll💙💖🐉🌻
@NutRequiem
始めまして。私は「ナッ」です。よろしくお願いします。Hi~I'Nut ♥♥AKB48,HSJ,ViViD,Kiryu,SJ,BIGBANG,EXO,GOT7,ฺBTS,NCT,BP,1D...Etc [เป็นชาวติ่งทุกEverything ทักมาได้เน้อ~รับลองไม่กัด//งับๆๆ]





เป็นฉากจากหนังเรื่องนี้ที่จำได้แม่นที่สุด เพราะบีบคั้นอารมณ์มากกก เป็นฉากที่ฌอน (นักจิตบำบัดรับบทโดย Robin Williams) พูดกับวิล (รับบทโดย Matt Damon) ด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เป็น 10 รอบว่า "It's not your fault." ตอนแรกวิลตอบกลับไปว่า "Yeah, I know" แต่นั่นคือการรับรู้แค่ในเชิงตรรกะ (เขารู้ดีด้วยตรรกะว่าเด็กไม่ควรถูกทำร้าย เล่านิดนึงว่าวิลเป็นเด็กกำพร้าที่เป็นเหยื่อของ child abuse จากครอบครัวอุปถัมภ์ค่ะ) วิลใช้สติปัญญาเป็นเกราะป้องกัน ใช้ "ความรู้" มาเป็นกำแพงไม่ให้ "ความรู้สึก" ที่เจ็บปวดไหลเข้ามา พยายามตัดขาดความรู้สึกเจ็บปวดออกไป ในทางอารมณ์วิลไม่เคยรู้สึกจริงๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่ความผิดของเขาเลย ลึก ๆ เขายังเชื่อว่าที่เขาถูกกระทำแบบนี้เพราะตัวเองไม่ดี ไร้ค่า ไม่คู่ควร ใช้กลไกการโทษตัวเอง เด็กที่ถูกทำร้ายมักจะสร้างกลไก Self-blame ขึ้นมา เพราะการเชื่อว่า "เป็นความผิดของฉันเอง" ยังทำให้รู้สึกว่ามีอำนาจควบคุม (ถ้าฉันทำตัวดีขึ้น พ่อจะไม่ตี) ซึ่งมันน่ากลัวน้อยกว่าการยอมรับว่า "โลกนี้โหดร้ายและฉันทำอะไรไม่ได้เลย" การที่ฌอนยืนหยัดที่จะพูดประโยคนั้นซ้ำๆ แม้วิลจะเริ่มมีท่าทีโมโหหรือผลักไส คือการแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถรองรับอารมณ์ที่รุนแรงของวิลได้โดยไม่เดินหนี นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของคุณ และการที่ฌอนก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาเหมือนกัน คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักและเป็นการบอกวิลว่า "ฉันเห็นความเจ็บปวดที่แท้จริงของคุณ และคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว" เมื่อเกราะป้องกันพังทลายลงวิลก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง ร้องไห้เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง (อาการ Breakdown) และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา เพราะความเจ็บปวดที่ถูกแช่แข็งไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวได้ถูกละลายออก การกอดกันในฉากนี้คือการเติมเต็มที่ขาดหายไปในวัยเด็ก 😭😭😭

















