Sabitlenmiş Tweet
Midol.13
3.6K posts

Midol.13 retweetledi

@KhaosodOnline น่าสงสารความทรงจำที่ไปต่อกับใครก็ไม่ได้ เหมือนทุกอย่างหยุดอยู่ที่เวลาตรงที่ทรมานตรงนั้นทุกครั้งที่เริ่มรักใครใหม่
ไทย
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi

A gentle reminder from the book 📖:
“ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเดียวที่อยู่กับคุณตลอดไปในชีวิตนี้ก็คือตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นมันจึงสมเหตุสมผลที่สุดแล้วที่คุณควรจะให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับแรก และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับตัวเองนั้นดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
– จากหนังสือ Addicted to Anxiety | Owen Ó Kane


ไทย
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi

#เมษาลาตะวัน อ่านจบแล้ว จะขอเขียนความรู้สึกอย่างยาวสักหน่อย และจะมีสปอยล์นะคะ
เมษาฯ เป็นหนังสือเล่มเล็ก ที่เมสเสจของเรื่องไม่เล็กตาม บรรจุความเหงาเท่าโลกของเหล่าเด็กน้อย เสียดสีสังคมและตีแผ่ความใจร้ายของโลก…ที่ผลักให้เราทุกคนกลายเป็นคนนอกมาตลอดชีวิต
มันเล่าผ่านชีวิตของเมษา ตะวัน และไนท์ เหล่าเด็กน้อยที่มีสิ่งขาดหายกันคนละนิด แม่ที่ไม่สนใจใยดี พ่อที่ไม่รัก บ้านที่ไม่ใช่บ้าน เกิดเป็นกลุ่ม ‘คนนอก’ ที่รวมไว้ซึ่งสมาชิกผู้แปลกแยก
มันน่ารักและอบอุ่น…เมื่อได้เห็นเด็กน้อยรวมตัวกันเป่าเทียนวันเกิด เขียนสมุดฉีกถึงความฝันของตัวเอง นอนเบียดก่ายคุยเล่นกันจนเผลอหลับไปในคืนเงียบเหงา
แต่มันก็น่าเศร้า…เมื่อได้รู้ว่าเด็กพวกนี้กำลังแบกรับอะไร และน่าเศร้ายิ่งกว่าที่ได้เห็นความไร้กำลังเพราะยังเป็นเด็ก สุดท้ายก็ได้แต่มองเด็กน้อยจมสู่มรสุมหัวใจที่หาทางออกไม่ได้ และแตกสลายอย่างน่าสงสาร
เราอ่านจบด้วยความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับคำว่าใจสลาย มันเศร้าและหดหู่ไปหมด เสียใจที่สุดท้ายแล้วเมษาต้องลาตะวัน…
แต่ในอีกแง่มุม เมษาก็คือตัวแทนของเหล่าคนนอกทั้งหลายบนโลกใบนี้ ปลอบประโลมเราอย่างน่าประหลาดว่ามันไม่เป็นไรเลยที่จะรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง ไม่เป็นไรที่จะแปลกแยกบ้าง เพราะในขณะที่ใจเราแปลกแยก ทุกคนก็รู้สึกไม่ต่างกัน
เมษายังเป็นหนังสือที่เหมือนพาเรากลับไปสู่วัยเด็ก ในแง่มุมที่ต้องบอกว่าอาจไม่สวยงามไปทั้งหมด แต่ก็เกี่ยวเอาตะกอนบางอย่างที่ถูกหลงลืมให้ฟุ้งกลับขึ้นมาในความทรงจำ
การเรียกกูมึงเพื่อให้รู้สึกสนิท, การตั้งชื่อกลุ่มแก๊งเพื่อสร้างอัตลักษณ์บางอย่าง, การเริ่มขยาดสายตาตัดสินของคนอื่น, การไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลย… อะไรพวกนี้ดันมารีเลทกับตัวเราอย่างน่าประหลาด ชวนให้นึกย้อนกลับไปว่าเราผ่านมาได้ยังไงกัน รู้ตัวอีกทีความทรงจำตอนยังเด็กก็ฟุ้งกระจาย พออ่านจบถึงได้เข้าใจ—เมษาลาตะวันคือหนังสือที่กระตุ้นให้คุณออกเดินทาง
เราเริ่มอ่านในวันเกิดเมษา - อ่านจบในวันเกิดตะวัน และนับจากนี้ เดือนเมษาจะมีความหมายพิเศษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง
แด่ความทรงจำ แด่เมษา แด่ตะวัน แด่พวกเราทุกคน
‘แด่คนนอก’


ไทย
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi

โตขึ้นจึงรู้ว่า
1. ฝึกยิ้มบ่อย ๆ กล้ามเนื้อของเราจะเคยชินกับการมีความสุข ให้สิ่งที่เราแสดงออกกำหนดอารมณ์ของเรา ไม่ใช่ให้อารมณ์ของเรา กำหนดสิ่งที่เราแสดงออกมา
2. ความสัมพันธ์ที่ดี คนสองคนต้องเป็นฝ่ายรับฟังและบอกเล่าเท่าๆ กัน ไม่มีใครควรเป็นศูนย์กลางจักรวาลของใครฝ่ายเดียว
3. สิ่งที่เคยทำได้ยาก เมื่อเราทำไปเรื่อยๆ จะง่ายขึ้น ถ้าคิดว่าอะไรยาก อย่าถอดใจ แต่โปรดฝึกหัดทำบ่อยๆ จนมันง่ายขึ้นมา
4. คนเราควรย้อนกลับไปอดีตบ้าง ฟังเพลงเก่า ดูหนังที่เคยชอบ อ่านนิยายที่เป็นความสบายใจ ชีวิตควรมีหลุมหลบภัยให้ตัวเอง
5. ลองกินอาหารใหม่ๆ บ้าง นอกจากจะได้ลองกินของที่ไม่เคยกิน นั่นอาจเป็นหนึ่งในวิธีการฝึกใจกว้างที่ง่ายที่สุด
6. เดินให้ช้าลง แล้วมองไปรอบข้างบ้าง เราจะพบเจอว่า บางทีบนเส้นทางเดิม เราแค่ต้องชะลอความเร็วลง และสังเกตให้มากขึ้น เราอาจได้พบสิ่งสวยงาม
7. เห็นคุณค่าคนที่ดีกับเรา คนมีมากมายบนโลกใบนี้ และเขามีวิธีการแสดงออกมากมาย แต่เขาเลือกดีกับเรา อย่ามองว่าสิ่งนั้นเป็นความธรรมดา
8. ก่อนที่จะให้คำสัญญากับใคร คิดไตร่ตรองให้ดีอย่างน้อยสามรอบ ว่าเราทำได้อย่างที่พูดไหม เพราะคำมั่นสัญญาคือเครดิตในคำพูดของเรา
9. อย่ากลัวการกินข้าวคนเดียว หรือทำอะไรคนเดียว จงเรียนรู้ที่จะอยู่ลำพังให้เป็น และเป็นเจ้าของความสุขให้กับตัวเองให้ได้
10. การอิจฉา เป็นสิ่งที่กัดกินพลังงานของเราได้มากที่สุด ฝึกยินดีกับคนอื่นได้อย่างเต็มหัวใจ แล้วเราจะรู้สึกมีความสุขกับชีวิตได้ง่ายขึ้น
ไทย
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi
Midol.13 retweetledi

“บางคนไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา
เขาแค่เปลี่ยนขบวนรถไฟของตัวเอง“
มีทฤษฎีหนึ่ง
ที่ฉันชอบมาก
เขาเรียกมันว่า
The Train Station Theory
ทฤษฎีสถานีรถไฟของชีวิต
ทฤษฎีนี้บอกว่า
ชีวิตของเรา
ก็เหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ
เราแต่ละคน
คือผู้โดยสารคนหนึ่ง
ที่ขึ้นรถไฟมาตั้งแต่วันที่เกิด
ระหว่างทาง
รถไฟขบวนนี้
จะจอดตามสถานีต่างๆ
และในทุกสถานี
จะมีผู้โดยสารบางคน
ก้าวขึ้นมาในชีวิตเรา
บางคน
ขึ้นมานั่งข้างเรา
พูดคุยกับเรา
หัวเราะกับเรา
อยู่เป็นเพื่อนเรา
ในช่วงเวลาหนึ่งของการเดินทาง
แต่ใช่ไหมว่า
ไม่ใช่ทุกคน
ที่จะนั่งไปกับเราจนถึงสถานีสุดท้าย
บางคน
นั่งไปกับเราไกลมาก
เหมือนจะไปถึงปลายทางเดียวกัน
แต่แล้ววันหนึ่ง
เมื่อรถไฟจอดที่สถานีหนึ่ง
เขาก็ลุกขึ้น
ยิ้มให้เรา
แล้วเดินลงไป
โดยที่เรา
ไม่มีสิทธิ์ดึงเขาไว้
บางครั้ง
สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุด
ไม่ใช่การที่ใครสักคนลงจากรถไฟ
แต่คือการที่เรา
พยายามรั้งคนที่ถึงเวลาต้องลงแล้ว
ให้อยู่ต่อไป
ทั้งที่ลึกๆ
เราก็รู้ว่า
นี่ไม่ใช่สถานีของเขาอีกต่อไปแล้ว
The Train Station Theory
ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับการจากลา
แต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า
การพบกัน ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป
คนบางคน
เข้ามาในชีวิตเรา
เพื่อสอนบางอย่าง
สอนให้เรารู้จักรัก
สอนให้เรารู้จักระวัง
สอนให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง
หรือบางครั้ง
สอนให้เรารู้ว่า
เราไม่ควรยอมให้ใครทำร้ายหัวใจอีก
แม้เขาจะอยู่แค่ไม่กี่สถานี
แต่บทเรียนที่เขาทิ้งไว้
อาจอยู่กับเราตลอดชีวิต
บางทีนะ บางที
เราอาจเคยเสียใจ
กับการที่ใครบางคนลงจากรถไฟของเรา
เราถามตัวเองว่า
ทำไมเขาไม่ไปต่อกับเรา
ทำไมเขาไม่เลือกปลายทางเดียวกัน
แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ
ไม่จำเป็นที่ผู้โดยสารทุกคน
จะต้องลงเอยที่สถานีเดียวกัน
เขามีเส้นทางของเขา
เราก็มีเส้นทางของเรา
และสิ่งที่สำคัญที่สุด
ไม่ใช่การทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด
แต่คือ
การเรียนรู้จากทุกคน
ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา
เรียนรู้จากคนที่รักเรา
ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน
เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา
ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร
เรียนรู้จากคนที่จากไป
ว่าไม่มีอะไรในชีวิต
เป็นของเราตลอดไป
โตขึ้นจึงรู้ว่า
ความสัมพันธ์ที่ดี
ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการจากลา
แต่คือความสัมพันธ์
ที่แม้ต้องแยกจาก
เราก็ยังขอบคุณได้
ที่ครั้งหนึ่ง
เคยได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกัน
เพราะที่สุดแล้ว
ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน
ว่าใครจะมีคนอยู่ข้างๆ นานที่สุด
แต่คือการเดินทาง
ที่เรารู้จักเคารพเส้นทางของคนอื่น
ในขณะที่ไม่ลืม
เส้นทางของตัวเอง
หากวันนี้
มีใครบางคน
กำลังเดินลงจากรถไฟของชีวิตคุณ
อย่ารีบโทษตัวเอง
อย่ารีบคิดว่า
การจากลานั้นคือความล้มเหลว
บางครั้ง
มันแค่หมายความว่า
ถึงเวลาที่เขาต้องไปต่อ
ในเส้นทางของเขา
และถึงเวลาที่เรา
ต้องเดินทางต่อ
ในเส้นทางของเราเช่นกัน
จำไว้นะ
ไม่ใช่ทุกคน
ที่ถูกส่งมา
เพื่ออยู่กับเราตลอดทาง
แต่ทุกคน
ถูกส่งมา
เพื่อสอนบางอย่างกับเรา
และเมื่อถึงสถานีหนึ่ง
ที่ใครบางคนต้องลง
สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด
ไม่ใช่การร้องขอให้เขาอยู่
แต่คือ
การยิ้มให้เขาเบาๆ
แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า
ขอบคุณนะ
ที่ครั้งหนึ่ง
เราเคยนั่งรถไฟขบวนเดียวกัน
#TheBlackBookofMANIFEST #คิดมาก #หนังสือขายดี

ไทย
Midol.13 retweetledi

















