Phoeuth
15 posts

Phoeuth
@Phoeuthsk
No 18+ I’d like to show my proud of fitness journey.
Katılım Nisan 2026
18 Takip Edilen9K Takipçiler
Phoeuth retweetledi

🥵 ร้อนไม่ไหวแล้ว !
ช่วงนี้แดดประเทศไทยร้อนจนแสบผิว โดยกรมอุตุฯ คาดการณ์ว่า ปี 2569 มีแนวโน้มร้อนกว่าปีก่อน และอุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42-43 องศาฯ #ThaiPBS รวบรวมอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดรายวันของปี 2568-2569 มาให้ดูว่า สูงขึ้นจริง หรือแค่ Feel Like
จากสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยตั้งแต่ปี 2494-2563 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าในปี 2613 อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีของไทยจะเท่ากับของทะเลทรายซาฮารา
📌เช็กปฏิทินฤดูร้อน และดูผลกระทบ Climate Change ในรูปแบบ #DataVisualization "เธอ" ไม่เปลี่ยนแปลง "ร้อน" นี้…จึงเปลี่ยนไป 👉 thaipbs.or.th/TheVisualHeatw…
#TheVisual

ไทย
Phoeuth retweetledi

เก่งกับคนในบ้าน แต่ดีกับคนนอก : ทำไมเราถึงเผลอระเบิดอารมณ์ใส่คนที่เรารักมากที่สุด? 💥
.
หลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าลำบากใจ หลังจากที่เพิ่ง "ฟิวส์ขาด" ใส่คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ คู่ชีวิต หรือพี่น้อง เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างการวางของผิดที่ หรือการถามไถ่ด้วยความหวังดี แต่กลับกลายเป็นว่าเราสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยมเมื่ออยู่ต่อหน้าหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนแปลกหน้า
ทำไม "บ้าน" ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย ถึงกลายเป็นสนามอารมณ์? และทำไมเราถึงกล้า "ร้าย" ใส่คนที่รักเราที่สุด มากกว่าคนอื่น?
.
ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่เพราะเราไม่รักพวกเขา แต่เป็นเพราะเงื่อนไขของความสัมพันธ์ที่ต่างออกไป ดังนี้:
🟠1.ทฤษฎีความผูกพันและพื้นที่ปลอดภัย (Secure Base)
ตามแนวคิดของ John Bowlby นักจิตวิทยาผู้บุกเบิกเรื่องทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) ครอบครัวคือ “ฐานที่มั่นที่ปลอดภัย” เรามีความเชื่อลึกๆ ว่าไม่ว่าเราจะทำตัวแย่แค่ไหน หรือระเบิดอารมณ์รุนแรงเพียงใด ครอบครัวจะยังคงอยู่ตรงนั้นและไม่ทอดทิ้งเรา ความรู้สึกปลอดภัยที่ “มากเกินไป” นี้เองที่ทำให้เราลดการป้องกันตัว (Guard) และการยับยั้งชั่งใจลง
🟠2.ความเหนื่อยล้าจากการกำกับตนเอง (Self-Regulation Overload)
ในชีวิตนอกบ้าน เราต้องใช้พลังงานมหาศาลในการรักษาภาพลักษณ์และการควบคุมอารมณ์ (Emotional Labor) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม งานวิจัยจาก Mark Muraven เกี่ยวกับการสูญเสียการควบคุมตนเอง (Ego Depletion) ชี้ให้เห็นว่า พลังในการยับยั้งชั่งใจของมนุษย์มีจำกัด เมื่อเรากลับถึงบ้าน พลังงานเหล่านั้นมักถูกใช้ไปจนหมดแล้ว เราจึงไม่มี “ตัวกรอง” เหลือไว้สำหรับคนในครอบครัว
🟠3.ปรากฏการณ์การถ่ายโอนอารมณ์ (Displaced Aggression)
บ่อยครั้งที่เราโกรธจากที่อื่น (เช่น ถูกหัวหน้าตำหนิ) แต่เราไม่สามารถโต้ตอบแหล่งกำเนิดอารมณ์ได้เนื่องจากผลกระทบทางหน้าที่การงาน อารมณ์ที่ค้างคาจึงถูกนำมาปลดปล่อยกับคนใกล้ชิดที่ “ปลอดภัยกว่า” และ “เสี่ยงน้อยกว่า” ในการถูกโต้กลับอย่างรุนแรง
--
🖇️อ่านเพิ่มเติม : วิธีการแก้ไขและปรับสมดุลทางอารมณ์
👉🏻 mono29.com/life/health/54…
--
#MONOLife
#จิตวิทยา
#ครอบครัว

ไทย
Phoeuth retweetledi

7 สัญญาณของกฎแรงสั่นสะเทือน
เมื่อพลังงานของเรา…กำลังดึงดูดชีวิตแบบใดแบบหนึ่ง
1.อารมณ์ที่เราเลือก
คือสิ่งที่ชีวิตตอบกลับ
กฎแรงสั่นสะเทือนบอกว่า
ทุกความรู้สึกมีพลังงานของตัวเอง
ความสุข ความสบายใจ
คือคลื่นที่เบาและสูง
มันพาเราไปเจอ
โอกาส คน และเรื่องราวที่ดี
ในทางกลับกัน
ความกังวล ความโกรธ ความรู้สึกด้อยค่า
มักเป็นคลื่นที่หนักและต่ำ
และดึงดูดสิ่งที่ทำให้เราหนักใจยิ่งกว่าเดิม
2.สิ่งที่เราคิดบ่อยที่สุด
คือสิ่งที่เรากำลังเรียกเข้ามา
ความคิดไม่ใช่แค่เรื่องในหัว
แต่มันคือพลังงานที่ส่งออกไปทุกวัน
ถ้าเราเอาแต่คิดว่า
“ฉันไม่เก่งพอ”
“ฉันไม่คู่ควร”
ไม่นาน
ชีวิตจะเริ่มจัดสถานการณ์
ให้เรารู้สึกแบบนั้นซ้ำๆ
ไม่ใช่เพราะโลกใจร้าย
แต่เพราะพลังงานที่เราส่งออกไป
กำลังสร้างทิศทางให้ชีวิต
3.การรู้ตัวเอง
สำคัญกว่าการฝืนให้ตัวเองคิดบวก
เราไม่จำเป็นต้องยิ้มตลอดเวลา
และไม่จำเป็นต้องมีความสุขตลอดวัน
แต่สิ่งที่สำคัญคือ
“รู้ตัว” ว่าตอนนี้เราอยู่ในคลื่นแบบไหน
กำลังเหนื่อย
กำลังท้อ
กำลังโกรธ
แค่รู้ตัว
ก็เหมือนเรากำลังจับเข็มทิศชีวิต
ให้ไม่หลงไปไกลกว่าเดิม
4.สิ่งแวดล้อม
คือเครื่องขยายคลื่นความถี่ของเรา
คนที่เราอยู่ด้วย
สถานที่ที่เราใช้เวลา
เนื้อหาที่เราเสพทุกวัน
ล้วนส่งผลต่อคลื่นความถี่ในใจ
ถ้าเราอยู่ในพื้นที่
ที่เต็มไปด้วยคำบ่น
การเปรียบเทียบ
และความกดดัน
ไม่นาน
ใจเราจะสั่นในจังหวะเดียวกัน
แต่ถ้าเราเลือกอยู่กับ
สิ่งที่ทำให้ใจเบา
พลังงานของเราจะค่อยๆ เปลี่ยน
โดยที่เราแทบไม่รู้ตัว
5.การรักตัวเอง
คือการปรับคลื่นความถี่ให้สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่การหลงตัวเอง
แต่คือการเคารพความรู้สึกของตัวเอง
พูดกับตัวเองให้ดี
ดูแลตัวเองให้พอ
ให้อภัยตัวเองเมื่อพลาด
ทุกการกระทำเล็กๆ แบบนี้
คือการยกคลื่นความถี่ในใจ
และเมื่อใจเราสูงขึ้น
ชีวิตก็มักเริ่มตอบสนอง
ในแบบที่อ่อนโยนขึ้นเช่นกัน
6.ความสุขเล็กๆ
คือเครื่องสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลัง
ไม่ต้องรอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ
แล้วค่อยมีความสุข
เพราะความสุข
ไม่ใช่รางวัลปลายทาง
แต่มันคือพลังงาน
ที่ทำให้ปลายทางเปลี่ยนไป
การยิ้มกับเรื่องเล็กๆ
การขอบคุณสิ่งที่มี
การให้เวลากับตัวเอง
คือการส่งสัญญาณไปยังชีวิตว่า
“ฉันพร้อมรับสิ่งดีๆ”
7.เมื่อเราปรับพลังงานของตัวเอง
ชีวิตจะเริ่มปรับตาม
กฎแรงสั่นสะเทือนไม่ได้บอกว่า
ชีวิตจะดีทันที
แต่มันบอกว่า
เมื่อคลื่นในใจเราเปลี่ยน
สิ่งที่เราเห็น
สิ่งที่เราเลือก
และสิ่งที่เข้ามาในชีวิต
จะค่อยๆ เปลี่ยนตาม
และในวันที่เรารู้ตัวว่า
ตัวเองกำลังอยู่ในคลื่นที่ดี
นั่นแหละ…
คือวันที่เราเริ่ม
ดึงดูดชีวิตที่ต้องการ
อย่างเงียบๆ แต่มั่นคง

ไทย
Phoeuth retweetledi

‘จีน’ เรียกร้อง ระงับปิดล้อม ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ บอก การรักษาความปลอดภัย-การไม่ถูกกีดขวางเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ
กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ในวันนี้ (13 เม.ย. 2569) ว่า การรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และการไม่ถูกกีดขวางของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ และจีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อปกป้องความมั่นคงและการจัดหาพลังงาน ทั้งนี้จีนยังเรียกร้องให้ระงับแผนการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซด้วย

ไทย









