Pipe_Lee

449 posts

Pipe_Lee

Pipe_Lee

@PipeLee3

Katılım Ekim 2020
129 Takip Edilen8 Takipçiler
Pipe_Lee retweetledi
J
J@Hynjames·
ชอบประโยคนึงจากหนังเรื่อง The Perfect Date : เธออยากรู้ไหมว่าเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราเป็นเนื้อคู่ของใครรึเปล่า…ง่ายๆเลย : “just sit and have conversation”
ไทย
1
1.2K
1.3K
53.1K
Pipe_Lee retweetledi
•บาร์จเฉยๆ•
ทฏษฏี Let Them คือจริงที่สุด… 1."ถ้าเขาอยากทำ…ให้เขาทำ" อย่าฝืนควบคุม หรือบังคับให้เขาเป็น ในแบบที่เราคาดหวัง ปล่อยให้เขาได้เลือกเอง แล้วเราจะได้เห็นความจริงของเขาโดยไม่ต้องเดา 2."ถ้าเขาไม่อยากอยู่…ให้เขาไป" คนที่อยากอยู่จริง ๆ ไม่ต้องรั้งก็ไม่ไป การปล่อยให้เขาเลือกทางของตัวเอง จะช่วยประหยัดทั้งแรงและหัวใจเรา 3."ถ้าเขาไม่พยายาม… อย่าฝืนพยายามแทน" ความสัมพันธ์ที่มีแต่เราทุ่มอยู่ฝ่ายเดียว เหมือนเราวิ่งอยู่คนเดียวในสนาม สุดท้ายก็เหนื่อยล้มเอง 4."ถ้าเขาไม่ให้ค่า… อย่าอธิบายซ้ำ ๆ ว่าเรามีค่าแค่ไหน" คนที่เห็นค่าเรา จะมองเห็นเอง โดยไม่ต้องใช้คำพูดยืนยันตลอดเวลา 5."ถ้าเขาไม่ฟัง…อย่าเสียเวลาพูดซ้ำ" การเงียบก็เป็นคำตอบหนึ่ง และบางครั้งมันดังกว่าการอธิบายเป็นร้อยประโยค หนังสือ ทฤษฎีปล่อยเขา (The Let Them Theory) 📙 s.shopee.co.th/1LcY9KYGwa 📘 s.lazada.co.th/s.Z6ckX3 📓 vt.tiktok.com/ZS9FpYxWWangC-… หนังสือแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตที่เน้นการปล่อยวางจากการพยายามควบคุมพฤติกรรมและความคิดของผู้อื่น โดยการใช้หลักการ "Let Them" เพื่อยอมรับตัวตนของผู้อื่น และ "Let Me เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาตนเอง หลักการนี้ช่วยลดการสูญเสียพลังงานไปกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และหันมาสนใจการเติบโตและพัฒนาตนเองแทนพร้อมยกตัวอย่างการนำไปปรับใช้ในด้านต่าง ๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือการเลี้ยงดูบุตร เพื่อให้ผู้อ่านค้นพบเส้นทางสู่ความสงบสุขและความสมดุลในชีวิต
•บาร์จเฉยๆ• tweet media
ไทย
6
6.6K
6.3K
252.3K
Pipe_Lee
Pipe_Lee@PipeLee3·
@bearbibibi มาเสิร์ฟของหน่อยครับ
ไทย
1
0
1
13
Uncle Bear
Uncle Bear@bearbibibi·
รับงานบริกรทั่วไทยครับ ทั่วโลกก็รับถ้าจ่ายค่าตั๋วให้ครับ 555+ นานๆจะใส่แบบนี้ที เขิลเหมือนกันครับ 😅😅😅 #blacktie #london2026
Uncle Bear tweet media
ไทย
17
5
117
2.1K
Uncle Bear
Uncle Bear@bearbibibi·
Legs day 🫠🫠🫠
Uncle Bear tweet media
English
9
1
65
1.1K
Pipe_Lee retweetledi
EnOun
EnOun@en_ounn·
สรุปเคล็ดลับสุขภาพและอายุยืน (Longevity) สำหรับคนวัย < 40 ฉบับวัยรุ่น (สร้างตัว) 🏃‍♂️✨ 1. ออกกำลังกาย • Weight Training: เวท 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เน้นความแข็งแรงแรงกล้ามเนื้อ • Cardio: สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ผสมระหว่าง Zone 2 และ HIIT) 2. อาหารและสารอาหาร • Protein: กินให้ถึง 1.2-1.6 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก. • Whole Foods: เน้นอาหารธรรมชาติ ไม่ต้องอด แต่ต้องเลือก • Supplements: เสริม Collagen, Astaxanthin และ Glycine • Alcohol: เลิกได้เลิก หรือไม่เกิน 2 แก้ว/สัปดาห์ 3. ไลฟ์สไตล์คุณภาพ • Sleep: นอน 7-8 ชม. ให้เป็นเวลา (Circadian Rhythm) • Relationship: ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืน 4. วางแผนการเงิน • Investment: เริ่มออมและลงทุนตั้งแต่วันนี้ เพราะค่าใช้จ่ายสุขภาพมักจะเข้ามาในช่วงบั้นปลายชีวิต เน้นเวท ผสมคาร์ดิโอ กินโปรตีนให้ถึง พักผ่อนให้เป็นเวลา และอย่าลืมลงทุนเผื่อในอนาคต เพราะสุขภาพที่ดีต้องใช้ทั้งวินัยและเงิน #Longevity #HealthTips #สุขภาพ #พัฒนาตนเอง
Siim Land@siimland

Health and longevity routine for people under 40: 1. Lift weights 2-3x a week, focusing on strength 2. Cardio 2x a week, mix of HIIT and zone 2 3. Sleep 7-8 hours 4. Eat a predominantly whole foods diet, no need for restrictive diets 5. Get 1.2-1.6 g/kg of protein at least 6. Start a savings/investment account - most health expenses happen in the last quarter of your life 7. Take collagen, astaxanthin, and glycine 8. Keep alcohol close to zero or <2 drinks/week 9. Prioritize long-term, meaningful relationships 10. Have a normal, regular circadian rhythm

ไทย
5
772
930
69.8K
Pipe_Lee retweetledi
` 마 크 잭 슨 .
` 마 크 잭 슨 .@jsmtjyygyjbbjb·
นักข่าว : คนละครึ่ง โม : ฉันใช้นะคะคนละครึ่งเนี่ย นักข่าว : ทุกบาททุกสตางค์ โม : ทุกบาททุกสตางค์ เพราะเราเสียภาษีค่ะ นักข่าว : บางคนจะเขินอาย เราไม่ โม : ไม่ ใครเขิน ไม่เขินค่ะ ดาราที่เรียลมาก ชีเริ่ดดดดดดด
ไทย
121
37.8K
40.6K
4.3M
Korn
Korn@KnightZ_·
อั๊ง อัง อั่ง~
Korn tweet mediaKorn tweet mediaKorn tweet mediaKorn tweet media
ไทย
1
0
2
175
Pipe_Lee
Pipe_Lee@PipeLee3·
@air_kubb สะเทือนใจในความจริงว่ะพี่ 😢
ไทย
0
0
0
185
แอ้อยากนอนเฉยๆ 🦭🦦🦭
ลองหายไปไม่ทักก่อน เผื่อให้ความคิดถึงได้ทำงาน สรุปไม่ทำ เงียบฉี่เลยมึง
ไทย
3
22
160
8K
Pipe_Lee retweetledi
มุจิ๋ว🤏
มุจิ๋ว🤏@mu_jewww·
กุจะบอกให้ 4 ปีที่ผ่านมา ชัชชาติ คือผู้ที่ปลุกให้กรุงเทพมีชีวิตอีกครั้ง จากเมืองที่ตายด้าน กลายเป็นเมืองที่เต็มไปงานศิลป์ ทั้งดนตรี เพลง และการใช้ชีวิตบนทางเท้า แน่นอนมันไม่ได้10เต็ม แต่มันดีกว่าแต่ก่อน มันทำให้เมืองเป็นเมืองหลวงที่มีผู้คนหลากหลาย ใช้ชีวิตในวันเสาร์-ทิตย์ ได้
ไทย
53
37.1K
18.8K
3.5M
Pipe_Lee retweetledi
🏳️‍🌈 CHERSAN SRISATJANG ✈️
😍Cleaning Yonmarusan“สปาตุ๊กตา”ในจ.ยามานาชิ เปิดมานาน 30 ปีกำลังกลายเป็นไวรัล 🧸เพราะช่วยฟื้นชีวิตน้องได้โดยใส่ใจรายละเอียดว่าต้องใช้เทคนิคอะไรเช่น อบไอน้ำ ซักด้วยโฟมนุ่ม หรือแปรงฟื้นสภาพเนื้อผ้า หลายคนยอมบินไปญี่ปุ่นส่งน้องไว้ เที่ยวเสร็จแวะรับ-บินกลับ
ไทย
3
3.5K
2.6K
245.2K
แอ้อยากนอนเฉยๆ 🦭🦦🦭
คืนนี้หาทาสหนึ่งคนนะครับ แนวคนใช้ กวาดบ้านถูบ้าน ล้างห้องน้ำครับ
ไทย
12
21
158
11.7K
Mocha 🔇
Mocha 🔇@lillypascal·
อยากไปนั่งทำงานที่คาเฟ่อ่ะ แต่ว่าตอนเที่ยงชั้นจะต้องเดินให้ได้ 8 พันก้าวทุกวัน จะไปเดินที่คาเฟ่ก็ไม่ได้555 เลยพับไปก่อนนะ
ไทย
1
0
46
7K
Korn
Korn@KnightZ_·
ละนี่ึ่คือแบบเซตไม่เป็นละนะ เป่าละไม่ใส่แวกส์ออกมาเลย
Korn tweet media
ไทย
4
1
25
662
Uncle Bear
Uncle Bear@bearbibibi·
Travel again 🥱
Uncle Bear tweet media
English
5
2
242
5.9K
Pipe_Lee
Pipe_Lee@PipeLee3·
@bearbibibi รองใส่ถังข้ามคืนหน่อยครับ ราดแล้วสดชื่นนนน
ไทย
0
0
2
239
Uncle Bear
Uncle Bear@bearbibibi·
ใครทราบวิธียกเลิกบริการน้ำอุ่นฟรีจากการประปาบ้างครับ ยิ่งอาบตอนบ่าย นี่ได้กินไข่ลวกแน่ๆ 😁
ไทย
15
9
109
25.1K
Pipe_Lee
Pipe_Lee@PipeLee3·
@KnightZ_ รอบหน้าเปลี่ยนทรงๆ
ไทย
0
0
0
6
Korn
Korn@KnightZ_·
@PipeLee3 เซตเองไม่รอดนะ
ไทย
1
0
1
42
Korn
Korn@KnightZ_·
ตัดถี่จนช่างเบื่อ 😂
Korn tweet media
ไทย
2
3
99
8.5K
Pipe_Lee retweetledi
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก
“บางคนไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา เขาแค่เปลี่ยนขบวนรถไฟของตัวเอง“ มีทฤษฎีหนึ่ง ที่ฉันชอบมาก เขาเรียกมันว่า The Train Station Theory ทฤษฎีสถานีรถไฟของชีวิต ทฤษฎีนี้บอกว่า ชีวิตของเรา ก็เหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ เราแต่ละคน คือผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่ขึ้นรถไฟมาตั้งแต่วันที่เกิด ระหว่างทาง รถไฟขบวนนี้ จะจอดตามสถานีต่างๆ และในทุกสถานี จะมีผู้โดยสารบางคน ก้าวขึ้นมาในชีวิตเรา บางคน ขึ้นมานั่งข้างเรา พูดคุยกับเรา หัวเราะกับเรา อยู่เป็นเพื่อนเรา ในช่วงเวลาหนึ่งของการเดินทาง แต่ใช่ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคน ที่จะนั่งไปกับเราจนถึงสถานีสุดท้าย บางคน นั่งไปกับเราไกลมาก เหมือนจะไปถึงปลายทางเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อรถไฟจอดที่สถานีหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้น ยิ้มให้เรา แล้วเดินลงไป โดยที่เรา ไม่มีสิทธิ์ดึงเขาไว้ บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่การที่ใครสักคนลงจากรถไฟ แต่คือการที่เรา พยายามรั้งคนที่ถึงเวลาต้องลงแล้ว ให้อยู่ต่อไป ทั้งที่ลึกๆ เราก็รู้ว่า นี่ไม่ใช่สถานีของเขาอีกต่อไปแล้ว The Train Station Theory ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับการจากลา แต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า การพบกัน ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป คนบางคน เข้ามาในชีวิตเรา เพื่อสอนบางอย่าง สอนให้เรารู้จักรัก สอนให้เรารู้จักระวัง สอนให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง หรือบางครั้ง สอนให้เรารู้ว่า เราไม่ควรยอมให้ใครทำร้ายหัวใจอีก แม้เขาจะอยู่แค่ไม่กี่สถานี แต่บทเรียนที่เขาทิ้งไว้ อาจอยู่กับเราตลอดชีวิต บางทีนะ บางที เราอาจเคยเสียใจ กับการที่ใครบางคนลงจากรถไฟของเรา เราถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ไปต่อกับเรา ทำไมเขาไม่เลือกปลายทางเดียวกัน แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ ไม่จำเป็นที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องลงเอยที่สถานีเดียวกัน เขามีเส้นทางของเขา เราก็มีเส้นทางของเรา และสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด แต่คือ การเรียนรู้จากทุกคน ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา เรียนรู้จากคนที่รักเรา ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร เรียนรู้จากคนที่จากไป ว่าไม่มีอะไรในชีวิต เป็นของเราตลอดไป โตขึ้นจึงรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการจากลา แต่คือความสัมพันธ์ ที่แม้ต้องแยกจาก เราก็ยังขอบคุณได้ ที่ครั้งหนึ่ง เคยได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกัน เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน ว่าใครจะมีคนอยู่ข้างๆ นานที่สุด แต่คือการเดินทาง ที่เรารู้จักเคารพเส้นทางของคนอื่น ในขณะที่ไม่ลืม เส้นทางของตัวเอง หากวันนี้ มีใครบางคน กำลังเดินลงจากรถไฟของชีวิตคุณ อย่ารีบโทษตัวเอง อย่ารีบคิดว่า การจากลานั้นคือความล้มเหลว บางครั้ง มันแค่หมายความว่า ถึงเวลาที่เขาต้องไปต่อ ในเส้นทางของเขา และถึงเวลาที่เรา ต้องเดินทางต่อ ในเส้นทางของเราเช่นกัน จำไว้นะ ไม่ใช่ทุกคน ที่ถูกส่งมา เพื่ออยู่กับเราตลอดทาง แต่ทุกคน ถูกส่งมา เพื่อสอนบางอย่างกับเรา และเมื่อถึงสถานีหนึ่ง ที่ใครบางคนต้องลง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การร้องขอให้เขาอยู่ แต่คือ การยิ้มให้เขาเบาๆ แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า ขอบคุณนะ ที่ครั้งหนึ่ง เราเคยนั่งรถไฟขบวนเดียวกัน #TheBlackBookofMANIFEST #คิดมาก #หนังสือขายดี
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก tweet media
ไทย
15
3.8K
3.7K
233.6K
Pipe_Lee retweetledi
Sopon Supamangmee
Sopon Supamangmee@sopons·
สิ่งที่ยากที่สุดในยุคสมัยปัจจุบันคือการหุบปากเงียบ . เพิ่งคุยกับลูกสาวเรื่องนี้ระหว่างคุยกันช่วงบ่ายวันหยุด เพราะเธอเริ่มโตมากขึ้นและมีความคิดเห็นของตัวเองกับหลายๆ เรื่อง (ซึ่งเป็นเรื่องดี) เพียงแต่บางจังหวะเขาจะโพล่งออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดว่าความเห็นนั้นมันจะไปทำร้ายจิตใจใครไหม บางทีมันเต็มไปด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล หรือบางครั้งเราอาจจะยังไม่เข้าใจครบทุกมุมก็ได้ . ยิ่งเฉพาะปัจจุบันเมื่อทุกคนมีพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แม้นั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่คนมักลืมว่าเราไม่จำเป็นต้องมีความเห็นกับทุกเรื่อง . Ryan Holiday นักเขียนและนักปรัชญาสโตอิกชื่อดัง เคยเขียนไว้ว่า . “ไม่มีคนกี่คนหรอกที่เข้าใจสิ่งนี้... แต่จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องมีความเห็นกับทุกเรื่อง คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี Marcus Aurelius บอกว่าการจำกัดจำนวนความเห็นที่เรามีคือหนึ่งในสิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่เราทำได้ในชีวิต" . แต่ถ้าการมีความเห็นน้อยลงคือทางเลือก ทางเลือกนั้นต้องการอะไรจากเรากันแน่? . ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณมีความเห็นต่อบางเรื่องแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ ข่าวที่กำลังร้อน หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนรู้จัก แล้วถามตัวเองจริงๆ ว่า "ฉันรู้เรื่องนี้ดีพอที่จะตัดสินไหม?" . คำตอบที่ซื่อสัตย์มักจะเป็น ‘ไม่’ แต่เราก็ยังตัดสินอยู่ดี เพราะการตัดสินให้ความรู้สึกว่าเราเข้าใจโลก และการเข้าใจโลกให้ความรู้สึกว่าเราปลอดภัย . มันไม่ใช่ความรู้ มันคือ ‘ความรู้สึกว่ารู้’ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด . Charlie Munger นักลงทุนคู่หูของ Warren Buffett เคยพูดในสุนทรพจน์ที่ USC Law School เมื่อปี 2007 ว่า . “ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มีความเห็นในเรื่องใดก็ตาม ถ้าฉันยังไม่สามารถอธิบายข้อโต้แย้งของฝั่งตรงข้ามได้ดีกว่าคนที่สนับสนุนมันเสียอีก ฉันคิดว่าตัวเองพร้อมจะพูดก็ต่อเมื่อถึงจุดนั้นแล้วเท่านั้น” . ลองอ่านช้าๆ อีกครั้งครับ . ชายที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในคนที่ชาญฉลาดและสร้างความมั่งคั่งมหาศาลจากการตัดสินใจอันแน่วแน่ บอกว่าเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองมีความเห็น ถ้ายังไม่เข้าใจฝั่งตรงข้ามดีกว่าคนที่เชื่อในฝั่งนั้น . นั่นคือมาตรฐานที่น่ายกย่อง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ไม่ใช่ความลังเล แต่คือวินัยทางสติปัญญาที่เราต้องหมั่นฝึกฝน . แล้วทำไมเราถึงรีบมีความเห็นกันละ? . สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความจริง มันถูกสร้างมาเพื่อ ‘ความเร็ว’ . ในสมัยที่เรายังเป็นมนุษย์หิน การตัดสินใจเร็วคือทางรอด สมองจึงพัฒนาระบบที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Cognitive Closure หรือความต้องการปิดคำถามให้เร็วที่สุด . กล่าวคือ เราไม่ได้อยากรู้ความจริง เราแค่อยากหยุดความไม่สบายใจจากความไม่รู้ และความเห็นก็คือฝาปิดที่รวดเร็วที่สุดสำหรับคำถามที่ยังคาใจ . Munger เรียกสิ่งที่เขาทำว่า ‘Iron Prescription’ หรือ "ยาขม" มันไม่ใช่การสำรวมตัวเองว่าห้ามคิด หรือห้ามมีความเห็น แต่คือการยกมาตรฐานความเห็นของตัวเองให้สูงขึ้น ก่อนที่คุณจะตัดสินว่าใครถูกหรือผิด ให้ถามก่อนว่า "ฉันเข้าใจเหตุผลของเขาดีพอไหม ที่จะอธิบายแทนเขาได้อย่างยุติธรรม?" . ถ้าตอบว่าไม่ นั่นอาจจะหมายถึงว่าคุณควรหุบปากเงียบเอาไว้ดีกว่า . และนั่นคือความกล้าหาญแบบหนึ่ง ที่หายากกว่าการกล้าพูดเสียอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณหยุดรีบมีความเห็นคือคุณจะเริ่มฟังมากขึ้น ไม่ใช่ฟังเพื่อโต้แย้ง แต่ฟังเพื่อเข้าใจ คุณจะเริ่มถามมากขึ้น ไม่ใช่ถามเพื่อโจมตี แต่ถามเพื่อเติมเต็มภาพที่ยังขาด และสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคือ เมื่อคุณเลือกที่จะบอกว่า “ยังไม่รู้” อย่างมีสติ คุณกลับรู้จริงมากกว่าคนที่รีบรู้ทุกเรื่อง . ในยุคที่ทุกคนแข่งกันมีความเห็น การหยุดแล้วถามว่า "ฉันรู้พอที่จะตัดสินไหม?" ไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือสัญลักษณ์ของจิตใจที่แก่กล้า ที่รู้ว่าบางคำถามคู่ควรกับความเงียบมากกว่าคำตอบที่รีบพูดออกมาโดยไม่ทันคิด . ความเห็นที่ดีที่สุดในชีวิต บางทีคือความเห็นที่คุณเลือกจะยังไม่มี . - โสภณ ศุภมั่งมี
Sopon Supamangmee tweet media
ไทย
7
4.5K
3.6K
221.6K