🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥

97.3K posts

🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 banner
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥

🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥

@Postgardann

Life is perfect with Arts in it...

space อวกาศ Katılım Temmuz 2010
5.2K Takip Edilen228 Takipçiler
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
♡
@taesdawn26·
takeshi kaneshiro and kelly chen
♡ tweet media♡ tweet media♡ tweet media
Eesti
0
94
754
13.8K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
มีคนเจอรีวิวว่าแจ่วฮ้อนตรงข้ามซอยเราอร่อย อยู่มาขนาดนี้ไม่เคยลองได้ไง55 ฟังละเหมือนมีร้านลับแฝงตัวอยู่รอบๆ ต้องหาเวลาไป
ไทย
0
0
0
1
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
คุยกับคนเรื่องความกลัวแห่งชีวิต ตอนเด็กจนถึงตอนนี้ ผลที่ได้ ok ไม่ง่วงแต่เริ่มหิว #อยากกินอูด้ง1ตัน
GIF
ไทย
0
0
0
0
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
Film Updates
Film Updates@FilmUpdates·
‘ELLA ENCHANTED’ TV series is in development at Disney+. Anne Hathaway is set to executive produce. (Source: deadline.com/2026/05/ella-e…)
Film Updates tweet media
English
56
268
3.5K
431.8K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
GO YOUNJUNG THAILAND
GO YOUNJUNG THAILAND@Younjung_THFAN·
"MOVING" ซีซั่น 2 เริ่มการถ่ายทำแล้ว ซึ่งเป็นผลงาน Disney+ นักแสดงหลักโกยุนจอง ยืนยันกลับมารับบทเดิม เนื้อเรื่องซีซั่น 2 จะติดตามชีวิตของเหล่าฮีโร่ที่พยายามกลับสู่ชีวิตประจำวัน แต่ทันทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับสู่ปกติ อันตรายใหม่และอันตรายเดิม จะปรากฏขึ้น คุกคามคนที่พวกเขารัก
GO YOUNJUNG THAILAND tweet media
ไทย
0
138
97
3.3K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
고양이는 왜 이럴까
고양이는 왜 이럴까@weirdnlovely·
어떻게 봐도 옷걸이로 보임
고양이는 왜 이럴까 tweet media
한국어
0
4.6K
36.2K
318.8K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
Hiro 🇹🇭
Hiro 🇹🇭@hiro_axomatsu·
มาต่อกันครับกับไกด์วาดไดโนเสาร์เบื้องต้น ยังคงเป็นสไตล์เรียบง่ายเหมาะกับผู้วาดมือใหม่ รอบนี้จะหนักไปทางพวกไดโนเสาร์กินเนื้อ 🦖 หวังว่าจะชอบกันนะครับ 🙏✨ (1/4)
Hiro 🇹🇭 tweet mediaHiro 🇹🇭 tweet mediaHiro 🇹🇭 tweet mediaHiro 🇹🇭 tweet media
ไทย
0
56
90
3.5K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว Robin Williams ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านพักของเขา ตอนนั้นสื่อก็รายงานว่าเป็นเพราะเขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง แต่ 3 เดือนหลังจากเสียชีวิต ภรรยาของเขาได้รับรายงานเกี่ยวผลชันสูตรของโรบิน รายงานระบุว่าในสมองของเขาพบการสะสมของโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่า Lewy bodies แพร่กระจายไปทั่วทั้งสมอง (แพทย์ระบุว่าเคสของโรบินเป็นหนึ่งในเคสที่มีพยาธิสภาพรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา) สูญเสียเซลล์ประสาทโดปามีนไปถึง 40% พบ Lewy bodies หนาแน่นในสมองส่วน Amygdala ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขามีอาการ paranoid, เห็นภาพหลอน, มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง ก่อนเขาจะเสียชีวิตไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น หมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น (Lewy body dementia วินิจฉัยโรคยาก เพราะมีอาการคล้ายกับพาร์กินสัน) คือเหมือนเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกันค่ะ ในหนังเรื่องสุดท้ายของเขา Night at the museum 3 เขามีปัญหากับการจำบทแค่ไม่กี่ประโยค จนตอนนั้นมันทำให้เขาเกิดอาการวิตกกังวล/panic attack ขั้นรุนแรง ภรรยาเขาบอกว่าโรบิน คืออัจฉริยะด้านการแสดงคนหนึ่ง จำบทเก่งมาก อย่างในละครเวทีที่ต้องจำบทเยอะมาก เขาก็ไม่พลาดเลยสักครั้ง ตอนนั้นโรบินบอกภรรยาว่าเหมือนตัวตนของเขาถูกขโมยไป 😭 ภรรยาของเขาได้เขียนไว้ในบทความอันหนึ่งว่า เธอหวังเหลือเกินว่าโรบินจะได้รู้ชื่อโรคนี้ก่อนที่เขาจะจากไป เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจของเขามันเกิดจากความผิดปกติภายในสมอง ไม่ใช่เพราะจิตใจของเขาอ่อนแอหรือคิดไปเอง 😭😭😭 ผลงานหนังชิ้นสุดท้ายของโรบินคือเรื่อง Night at the Museum 3: Secret of the Tomb
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛@readandpaws

เป็นฉากจากหนังเรื่องนี้ที่จำได้แม่นที่สุด เพราะบีบคั้นอารมณ์มากกก เป็นฉากที่ฌอน (นักจิตบำบัดรับบทโดย Robin Williams) พูดกับวิล (รับบทโดย Matt Damon) ด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เป็น 10 รอบว่า "It's not your fault." ตอนแรกวิลตอบกลับไปว่า "Yeah, I know" แต่นั่นคือการรับรู้แค่ในเชิงตรรกะ (เขารู้ดีด้วยตรรกะว่าเด็กไม่ควรถูกทำร้าย เล่านิดนึงว่าวิลเป็นเด็กกำพร้าที่เป็นเหยื่อของ child abuse จากครอบครัวอุปถัมภ์ค่ะ) วิลใช้สติปัญญาเป็นเกราะป้องกัน ใช้ "ความรู้" มาเป็นกำแพงไม่ให้ "ความรู้สึก" ที่เจ็บปวดไหลเข้ามา พยายามตัดขาดความรู้สึกเจ็บปวดออกไป ในทางอารมณ์วิลไม่เคยรู้สึกจริงๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่ความผิดของเขาเลย ลึก ๆ เขายังเชื่อว่าที่เขาถูกกระทำแบบนี้เพราะตัวเองไม่ดี ไร้ค่า ไม่คู่ควร ใช้กลไกการโทษตัวเอง เด็กที่ถูกทำร้ายมักจะสร้างกลไก Self-blame ขึ้นมา เพราะการเชื่อว่า "เป็นความผิดของฉันเอง" ยังทำให้รู้สึกว่ามีอำนาจควบคุม (ถ้าฉันทำตัวดีขึ้น พ่อจะไม่ตี) ซึ่งมันน่ากลัวน้อยกว่าการยอมรับว่า "โลกนี้โหดร้ายและฉันทำอะไรไม่ได้เลย" การที่ฌอนยืนหยัดที่จะพูดประโยคนั้นซ้ำๆ แม้วิลจะเริ่มมีท่าทีโมโหหรือผลักไส คือการแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถรองรับอารมณ์ที่รุนแรงของวิลได้โดยไม่เดินหนี นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของคุณ และการที่ฌอนก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาเหมือนกัน คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักและเป็นการบอกวิลว่า "ฉันเห็นความเจ็บปวดที่แท้จริงของคุณ และคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว" เมื่อเกราะป้องกันพังทลายลงวิลก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง ร้องไห้เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง (อาการ Breakdown) และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา เพราะความเจ็บปวดที่ถูกแช่แข็งไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวได้ถูกละลายออก การกอดกันในฉากนี้คือการเติมเต็มที่ขาดหายไปในวัยเด็ก 😭😭😭

ไทย
17
6.7K
4.6K
506K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
cinesthetic.
cinesthetic.@TheCinesthetic·
THE ODYSSEY. Directed by Christopher Nolan.
English
16
36
656
58K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
เมื่อไหร่ซีรีส์เยียวยาอันนั้นจะฉายครบตอน อยากดูเสียที คนคิดฉากเก่งพอสมควรเลย แต่คงน้ำตาท่วมแน่ๆ
ไทย
0
0
0
2
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
สรุปคือ ไม่ดีซักทาง 555555555 แต่ก็ไม่เป็นไรมั๊ง ทำไงได้
ไทย
0
0
0
1
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
วันก่อนตอนกำลังเหม่อๆ ในแกลลอรี่ ตะกอนในใจบางอย่างที่คงตกลงไปรวมกันจนจับตัว ลอยเด้งขึ้นมาให้รู้เสียเฉยๆ ว่าจริงๆ แล้วที่ผ่านมา เหตุที่เราไม่ชอบเริ่มชวนคนไปไหน เพราะกลัวคนปฏิเสธ แทบทุกคนที่สำคัญ ไม่ค่อยมีใครชอบอะไรที่เราสนใจ ก็เลยตัดไฟซะ #เอ้ออย่างงี้นี่เองเน้อะกี่ปีกว่าจะรู้ตัว😅
ไทย
1
0
0
1
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
โอเปิ้ลโอปิ้ว
โห รูปนี้ ไวป์ในซีรีส์มาก เหมือนแก๊งธันเดอร์ในวัยเติบโตเลย🥹
โอเปิ้ลโอปิ้ว tweet media
ไทย
2
2.7K
4.3K
89.8K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
Norman
Norman@Johny_Smily·
EP1 —ทำไมรักมากถึงเกลียดมาก? (The Fine Line Between Love and Hate) นี้ไม่ใช่หนัง Hollywood อย่าง The Fine Line Between Love and Hate ที่ Martin Lawrence เคยแสดงเมื่อปี 1996 แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์แทบทุกคนบนโลก หลายครั้ง คนที่เรา “เกลียดที่สุด” กลับไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่คือคนที่เราเคยรักที่สุด เคยไว้ใจที่สุด และเคยคิดว่าจะไม่มีวันทำร้ายเรา เพราะความเกลียดที่รุนแรงที่สุด มักไม่ได้เกิดจาก “การไม่ชอบ” แต่มาจาก “ความผิดหวัง” จากคนที่เคยเป็นเซฟโซนของหัวใจ งานวิจัยของ Prof. Semir Zeki และ John Paul Romaya ที่ตีพิมพ์ในปี 2008 ชื่อว่า “The Neural Correlates of Hate” จาก University College London นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วม 17 คน เข้าเครื่องสแกนสมองแบบ fMRI พร้อมดูภาพของ “คนที่พวกเขาเกลียดอย่างรุนแรง” ซึ่งส่วนใหญ่คือแฟนเก่า หรือคนที่เคยหักหลัง เปรียบเทียบกับภาพของคนที่ไม่มีความรู้สึกใดเป็นพิเศษ ผลที่ค้นพบกลับน่าตกใจ เมื่อมนุษย์เกิด “ความเกลียด” สมองจะเปิดใช้งานวงจรที่เรียกว่า Hate Circuit (วงจรความเกลียด) โดยเฉพาะในสมองส่วน Putamen และ Insula ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์รุนแรง การตอบโต้ และการเตรียมพร้อมทางร่างกาย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ… สมองสองส่วน Putamen และ Insula คือ “ส่วนเดียวกัน” กับที่เวลามนุษย์มี“ความรักแบบโรแมนติก” (Romantic Love) นั่นหมายความว่า สำหรับสมองมนุษย์แล้ว “ความรัก” และ “ความเกลียด” ไม่ได้อยู่กันคนละขั้วเสมอไป แต่มันอาจอยู่บนเส้นบางๆ เส้นเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่วันหนึ่งคนที่เราเคยรักที่สุด จะกลายเป็นคนที่เราเจ็บที่สุดได้ในพริบตา ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ตรงนี้— เวลามนุษย์ “รัก” สมองส่วน Frontal Cortex ซึ่งทำหน้าที่คิด วิเคราะห์ และใช้เหตุผล จะลดการทำงานลง นี่จึงเป็นที่มาของประโยคว่า Love is blind “ความรักทำให้คนตาบอด” แต่เวลามนุษย์ “เกลียด” สมองส่วนนี้กลับยังทำงานได้ดี เราจึงไม่ได้แค่เจ็บ แต่ยังคิดซ้ำ วิเคราะห์ซ้ำ ทบทวนซ้ำ รวมถึงจินตนาการถึงการเอาคืน หรือคำถามว่า “ทำไมเขาถึงทำกับเราแบบนี้” และนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความรักอันรุนแรงจะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันมหาศาลได้ในพริบตา แล้วสุดท้าย…เราจะลืมได้ไหม? คำตอบจากทั้งจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมองคือ มนุษย์อาจ “ลบ” ใครบางคนออกจากสมองไม่ได้เหมือนกด Delete ในคอมพิวเตอร์ แต่เราสามารถทำให้ความทรงจำเหล่านั้น “หมดอำนาจ” กับชีวิตเราได้ นั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า “หลุดพ้น” ไว้มาต่อใน EP2 งานวิจัย “วันแห่งการหลุดพ้น”(Romantic Breakup) เราจะ “ลืม” หรือลดความเจ็บปวดต่อคนรักเก่า นี้ได้อย่างไร? อ่านเอกสารงานวิจัย The Neural Correlates of Hate ฉบับเต็มที่ลิงก์ journals.plos.org/plosone/articl…
Norman tweet media
ไทย
0
696
799
37.4K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
3rd
3rd@2nd__4th·
: เราเชื่อว่าคำว่า “ครอบครัว” สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมาจากสายเลือด ... เราโชคดีที่มี ป๊า-แม่ และ พี่ชาย 2 คน ที่รักเรา แต่หลายคนไม่ได้โชคดีแบบเรา ข่าวที่ผ่านมาในช่วงเดือนนี้ ทำให้เราเห็นว่า ขนาดครอบครัวทางสายเลือดแท้ ๆ ยังกล้าทำกับสมาชิกครอบครัวตัวเองได้ลงคอขนาดนี้ มันโหดร้ายทารุณ และ สร้างบาดแผลในใจ แบบไม่มีวันลืม ... ถึงแม้ว่า ป๊า-แม่ เราจะไม่อยู่แล้ว แต่เราโชคดีมากที่มาเจอ ”ครอบครัว“ อื่น ๆ เช่น วงเรา, ทีมงานเรา, แมวเรา และเพื่อน ๆ เราทุกคน ทุกกลุ่มจากทุกช่วงชีวิต เราขอให้ใครก็ตามที่ได้รับบาดแผลจากครอบครัวแท้ ๆ ได้เจอกับครอบครัวที่คุณตามหา ขอให้โลกเมตตาคุณ เพราะหากโลกใจร้ายคุณ เราจะโอบกอดคุณไว้และหยิบยื่นความรักให้มากถึงมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ขอให้ทุกคนถูกห้อมล้อมด้วยความรักและมนุษย์ที่จิตใจดีกับคุณนะ
ไทย
16
2.9K
3.5K
219.9K
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥
ได้ตั้งเท่านี้ก็โอเคแล้วน้า แปะๆ I've got you, You've got me ครับโบร๋ว myself 😎
GIF
ไทย
0
0
0
1
🐰CruelAnnla Mad Rabbit❤️‍🔥 retweetledi
𝗣𝗮𝘁𝘁𝗶𝗲
เราเชื่อเรื่อง destiny จังหวะของชีวิต และธรรมชาติคัดสรร บางสิ่งบางอย่างต่อให้พยายามแค่ไหน ถ้ามันยังไม่ถึงเวลาของมัน มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น มนุษย์ก็ได้แต่พยายามเรื่อยไป ถอดใจบ้าง ไม่ถอดใจบ้าง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มันจะเกิดขึ้นในวันที่เราเองก็อาจไม่ได้คาดคิดเลย
irin bun@ib_bun

ดูคลิปในตตเค้าบอกพอเรายอมแพ้อะไรสักอย่างแล้ว อยู่ดีๆสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น นี่ว่าจริง

ไทย
2
11K
7.5K
421.2K