PRAPAT

11.9K posts

PRAPAT banner
PRAPAT

PRAPAT

@PrapatTun

พอกันทีครับ ถ้าจะมากวนตีน, หยาบคาย และไร้สติ ผมบล็อคทิ้งนะครับ ไม่ขอเปลืองสมองกับพวกงี่เง่า

Bangkok, Thailand Katılım Nisan 2014
580 Takip Edilen796 Takipçiler
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
ไอ้หมอนี่ เสือกไปทุกที่จริงๆ
กรุงเทพธุรกิจ@ktnewsonline

สหรัฐ ‘สงสัยไทย’ ลอบส่งชิป AI สุดล้ำยุคไปจีน สะเทือนแผน AI แห่งชาติ เสี่ยงโดนคุมเข้มส่งออก จากความฝัน ‘AI สัญชาติไทย’ สู่ข้อกล่าวหาที่อาจกระทบทั้งอุตสาหกรรม เมื่อบริษัทที่เชื่อมโยงกับโครงการ AI แห่งชาติไทย ถูกแหล่งข่าวระบุว่า อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ‘ลักลอบส่งชิป Nvidia ขั้นสูง’ ไปจีน โดยมีปลายทางเป็นบริษัท Alibaba Group บริษัทสำคัญรายหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการผลักดัน “AI แห่งชาติของไทย” กำลังถูกอัยการสหรัฐสงสัยว่า อาจมีส่วนช่วย “ลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ AI” มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ติดตั้ง “ชิปขั้นสูงของ Nvidia” ไปยังจีน โดยหนึ่งในปลายทางของอุปกรณ์เหล่านั้นอาจรวมถึงยักษ์เทคจีนอย่าง “Alibaba Group” ตามแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก แม้อัยการสหรัฐไม่ได้ระบุชื่อบริษัทดังกล่าวโดยตรง และเรียกเพียงว่า “Company-1” แต่แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ระบุว่า บริษัทนั้นคือ “OBON Corp.” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่ารวมราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ที่ขายให้ OBON บางส่วน ถูกส่งต่อไปยัง Alibaba หนึ่งในผู้นำด้าน AI ของจีน คดีดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านคำฟ้องในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หุ้นบริษัทเซิร์ฟเวอร์ Super Micro ร่วงหนัก และถูกมองว่าเป็นปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบส่งออกชิปครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มจำกัดการขายชิป Nvidia ให้จีนในปี 2022 อย่างไรก็ตาม ในคำฟ้องดังกล่าว “ไม่ได้ระบุชื่อ OBON หรือ Alibaba โดยตรง” และหน่วยงานสหรัฐก็ “ยังไม่ได้ตั้งข้อหาบริษัททั้งสอง” อย่างเป็นทางการ ด้าน Alibaba ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Super Micro, OBON หรือโบรกเกอร์บุคคลที่สามใดๆ ที่ถูกกล่าวถึงในคำฟ้อง” พร้อมย้ำว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมลักลอบขนส่งชิปดังกล่าว” แต่ไม่ได้ตอบตรงๆ ว่า ปัจจุบัน หรือในอดีต เคยใช้ชิป Nvidia รุ่นต้องห้ามในจีนหรือไม่ สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ถูกจับตามองมากขึ้น คือ OBON ไม่ใช่บริษัทธรรมดาในวงการเทค แต่เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้ง “Siam AI” ผู้เล่นสำคัญในแผนอธิปไตย AI ของไทย ในเวลานั้น OBON ระบุว่า จะนำเซิร์ฟเวอร์ Nvidia มาติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กในกรุงเทพฯ เพื่อปฏิวัติโรดแมป AI ของประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์ม Siam AI Cloud ขณะที่ Siam AI ถูกจดทะเบียนเป็นบริษัทแยกต่างหากก่อนหน้านั้นเพียง 4 เดือน ต่อมา Siam AI กลายเป็นบริษัทไทยรายแรกที่ได้รับสถานะ Nvidia Cloud Partner อย่างเป็นทางการ และยังเคยจัดงานใหญ่ร่วมกับเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ในประเด็น “Sovereign AI” “ส่วนที่สำคัญที่สุดของ AI คือข้อมูล และข้อมูลของประเทศไทยควรเป็นของคนไทย” หวงกล่าวบนเวทีเสวนาร่วมกับ “รัตนพล วงศ์นภาจันทร์” ซีอีโอของ Siam AI เมื่อเดือนธันวาคม 2024 รัตนพล ผู้บริหารสยามเอไอเคยเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตั้งใจปั้น AI สัญชาติไทย หลังคว้าสิทธิชิป AI Blackwell รุ่นล้ำยุคจาก Nvidia พร้อมพัฒนาแชตบอตอัจฉริยะ SiamGPT เพื่อมุ่งสร้างอธิปไตยเอไอของประเทศ “การที่สยามเอไอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามประเทศในภูมิภาคที่ได้รับการจัดสรร Blackwell นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนในการฝึกฝนโมเดลเอไอได้ถึง 4-5 เท่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการพัฒนานวัตกรรมในประเทศ” รัตนพลกล่าว ทั้งนี้ “รัตนพล วงศ์นภาจันทร์” เป็นหลานชายของทักษิณ ชินวัตร โดยเป็นบุตรชายของวีระชัย วงศ์นภาจันทร์ กับ เยาวเรศ ชินวัตร (น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร) ซึ่งรัตนพลเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของ OBON อย่างน้อยจนถึงเดือนพฤษภาคม 2024 อย่างไรก็ตาม รัตนพลให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับบลูมเบิร์กว่า เขาออกจาก OBON แล้วตั้งแต่ก่อตั้ง Siam AI และไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อสงสัยของสหรัฐได้ โดยยืนยันเพียงว่า “Siam AI ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” พร้อมระบุว่า บริษัทนำเข้าชิป AI GPU เพื่อใช้งานของตัวเองเท่านั้น ในประเด็นข้อสงสัยจากฝั่งสหรัฐในครั้งนี้ อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อการผลักดันอุตสาหกรรม AI ของไทย และอาจจุดกระแสในวอชิงตันให้หวนกลับมา “พิจารณาคุมเข้มการส่งออกชิป AI ขั้นสูง” ไปยังภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง หลังสหรัฐเคยพิจารณามาตรการลักษณะนี้ต่อไทยมาแล้วหลายรอบ แต่ยังไม่เคยบังคับใช้จริงอย่างเป็นทางการ ขณะที่รายละเอียดในคดีดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และรอคำชี้แจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่: bangkokbiznews.com/world/economic… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

ไทย
0
0
0
13
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@bkkk888 @luv66610 นั่นเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ยาก ครับ มันมีเรื่องเกี่ยวข้องหน่วยงานอื่นอีกเยอะ เช่น กรมเจ้าท่า พม. หมาดไทย คมนาคม ถ้าหาความร่วมมือไม่ได้ ก็ไม่รอดครับ
ไทย
0
0
0
20
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
ก็เป็นโปรเจ็คที่ดีครับ ควรทำ เพียงแต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียดมันยากและเปราะบางจะแทบจะไม่มีทางสำเร็จได้ แถมยังอยู่นอกอำนาจผู้ว่าหลายส่วนเลย ลองทบทวนดูดีๆนะครับ
THE STANDARD@thestandardth

ดร.โจ เผยเมกะโปรเจคต์ หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะพัฒนาคลอง ให้เหมือนตปท. #พรรคประชาชน #ชัยวัฒน์ #กรุงเทพมหานคร #การเมือง #TheStandardNow

ไทย
1
4
3
222
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@Mik37588 ปล่อยเขาครับ อย่างน้อยจะได้ไม่วอแวต่อกัน
ไทย
0
0
1
11
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
จวบจนครบวาระ 4 ปี อ.ชัชชาติก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่อวดอ้าง ถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น และขยันทำงาน เราต่างก็ได้รับประสบการณ์ที่ดี แลเห็นถึงมาตรฐาน ที่ผู้ว่าทุกคนนับจากนี้พึงมี ผมขอให้ อ. ชัชชาติได้เป็นต่อครับ จะได้เห็นมาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้นๆไปอีก
Thairath_News@Thairath_News

“ชัชชาติ” ถ่อมตัว #เลือกตั้งผู้ว่ากทม ไม่มีทางแลนด์สไลด์ รับ มีหลายปัจจัย ยก #พรรคประชาชน กวาด สส.ทั้งกรุงเทพฯ สะท้อนความนิยมสูง มอง เลือกตั้งไม่ใช่ต่อยมวย เป็นการเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน ชี้ หากไอเดียไหนของคนอื่นดี หากได้กลับมาอาจจะหยิบมาทำก็ได้ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #ไทยรัฐออนไลน์

ไทย
0
36
67
2.2K
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@InterviewHer @mu_jewww ต่อให้เป็นการ “ชกมวย” พี่ทิปแกก็น่าจะน็อคทุกคนได้อยู่แล้วครับ
ไทย
0
0
1
108
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@InterviewHer @tyron_triston ผู้นำที่ดี กับทีมงานคุณภาพ ทั้งสองล้วนเป็นกระจกที่สะท้อนภาพต่อกัน
ไทย
0
4
11
2.5K
Ktaya l BBKK
Ktaya l BBKK@InterviewHer·
ประชุมครั้งสุดท้าย ใจหายเบาๆ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวช่วงต้นในที่ประชุมว่า เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของผู้บริหารชุดนี้ ขอขอบคุณที่ทำงานด้วยกัน ที่ผ่านมามีความสุขมาก เชื่อว่ากรุงเทพมหานครมีคนเก่งเยอะและสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ลำเอียง แต่ประชาชนบอกว่าเราทำงานได้ดีขึ้น มีผลงานหลายอย่างที่ตอบโจทย์ประชาชนแต่ยังไม่ 100% จึงจะต้องทำต่อไป หากให้คะแนนตนเอง ตนเองให้ 5 คะแนน ถ้าให้คะแนนทีมงานก็ให้ 8 คะแนน ขอบคุณที่ทำงานเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ส่วนที่เหลือคงเป็นเรื่องที่ต้องเน้นย้ำนโยบายต่าง ๆ ขออย่าการ์ดตก อ่านต่อ ที่นี่ facebook.com/TheReportersTH…
Ktaya l BBKK tweet media
ไทย
2
621
624
153.1K
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
นี่คือ 1 ในหลายผลงานที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเนื้อ อ. ชัชชาติ สามารถบริหารจัดการภาระผูกพันที่มาจากผู้ว่าคนก่อน ได้ดีขนาดไหนโปรดพิจารณากันดูนะครับ
THE STANDARD@thestandardth

'ชัชชาติ' รับเครียดสุดคือปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เสนอโอนคืนรัฐบาลทำตั๋วร่วม เผยจ่ายหนี้ 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์ วันนี้ (7 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและทบทวนบทเรียนตลอดระยะเวลาใกล้ครบ 4 ปีในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยได้เปิดเผยถึงประเด็นที่เป็นความท้าทายและสร้างความกดดันมากที่สุดตลอดวาระการทำงาน เมื่อถามถึงวาระงานที่สร้างความเครียดจนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการพักผ่อน ชัชชาติยอมรับว่า ประเด็นที่หนักหน่วงที่สุดคือการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากเป็นภาระผูกพันทางการเงินมหาศาลที่ตกทอดมาจากการบริหารชุดก่อน ประกอบกับมีข้อจำกัดทางกฎหมายและคำสั่งศาลที่ กทม. ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทำให้การบริหารจัดการต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะงบประมาณทุกบาทคือภาษีของประชาชน นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลสำคัญ โดยยกตัวอย่างกรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่สร้างความไม่สบายใจให้กับการทำงานของทีมผู้บริหารอย่างมาก ผู้ว่าฯชัชชาติ ได้อธิบายถึงโครงสร้างปัญหาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า โครงการนี้แบ่งออกเป็นส่วนสัมปทานหลัก (ส่วนไข่แดง) ซึ่งเอกชนเป็นผู้ลงทุนและกำหนดค่าโดยสาร โดยสัมปทานส่วนนี้จะสิ้นสุดลงในปี 2572 ซึ่งจะส่งผลให้ กทม. สามารถรับรู้รายได้ทั้งหมด แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ ส่วนต่อขยาย ที่ขยายออกไปทางกรุงเทพฯ เหนือ (คูคต-ลำลูกกา) และทางกรุงเทพฯ ใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) เนื่องจากชุดบริหารก่อนหน้าได้ทำสัญญาจ้างเอกชนเดินรถ (O&M) ล่วงหน้ายาวไปจนถึงปี 2585 ศาลปกครองได้มีคำพิพากษายืนยันให้ กทม. ต้องชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถตามสัญญา ส่งผลให้ปัจจุบัน กทม. ต้องแบกรับภาระขาดทุนเนื่องจากรายได้จากค่าโดยสารในส่วนต่อขยายไม่เพียงพอต่อรายจ่ายค่าจ้างเดินรถที่ระบุไว้ในสัญญาในอัตราที่ค่อนข้างสูง สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต ชัชชาติมองว่า เมื่อสัมปทานหลักสิ้นสุดลงในปี 2572 กทม. จะมีอำนาจในการบริหารจัดการรายได้ทั้งหมด ซึ่งหากมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม จะสามารถบรรเทาภาระค่าจ้างเดินรถและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมระดับมหภาค ทางออกที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน คือการที่รัฐบาลรับโอนโครงการรถไฟฟ้ากลับคืนไปบริหารจัดการ ชัชชาติ อธิบายเหตุผลสนับสนุนว่า รถไฟฟ้าควรเป็นโครงข่ายระดับประเทศ การรวมศูนย์การบริหารไว้ที่รัฐบาลจะทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดและสามารถผลักดันนโยบายตั๋วร่วม หรือการจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในมิติของการบริหารงบประมาณ ปัจจุบัน กทม. มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีราว 90,000 ล้านบาท แต่ต้องกันเงินถึง 10,000 ล้านบาท (คิดเป็นกว่า 10%) เพื่อนำไปจ่ายค่าเดินรถ ซึ่งถือเป็นภาระที่ใหญ่เกินกว่าศักยภาพของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะแบกรับไว้ได้เพียงลำพัง เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วนที่มองว่า กทม. ในยุคนี้ไม่มีการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้มุมมองว่า "การที่ กทม. ต้องบริหารจัดการและชำระหนี้สะสมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 60,000 ล้านบาทนั้น ถือเป็นการลงทุนและเมกะโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วในยุคนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดที่ต้องแบกรับภาระการจัดการทางการเงินที่มหาศาลเท่ากับกรณีนี้อีกแล้ว" ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต

ไทย
0
9
10
390
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@jjookklong3 รูปประโยคนี้ มันใช้กับกรณีปลุกใจก่อนจะเสียดินแดนครับ
ไทย
0
0
3
467
เจ๊จุก คลองสาม
คุณคิดว่า ใครลอกคำใครมาใช้? ด้อมส้มคงแย้งแน่ๆ ว่าคนเขียนบทของ Marvel มาลอกคำพูดจาก เอก ธนาธร, ทิม พิธา และ ดร.โจ ไปใช้ในหนังแน่ๆ Spectre C สั่งทีมไอโอเตรียมคอนเท้นต์ตอบโต้ด้วยค่ะ
ไทย
22
58
195
19.3K
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
ความร่วมมือ ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าใช้อำนาจบังคับเสมอครับ กระทรวงศึกษาฯ ด้วยคนทำงานรุ่นใหม่ youtu.be/ZF0Mw0h-m80?si… via @YouTube
YouTube video
YouTube
ไทย
0
4
4
62
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@raiyounggarden @khuska41 ดูถูกคน กทม. คิดว่าส่งเสาไฟฟ้าแล้วคน กทม. ก็เลือก
ไทย
0
0
0
58
PRAPAT
PRAPAT@PrapatTun·
@anabacadaeaf จดหมายครับ คลาสสิค
ไทย
0
0
0
13