Sabitlenmiş Tweet
Silver permillon
1.6K posts

Silver permillon
@SPermillon
IG Silver_servil
Kuchinarai, Thailand Katılım Kasım 2020
699 Takip Edilen12.2K Takipçiler
Silver permillon retweetledi

– ถ้าความจริงคือ "เบื่อหัวหน้า" ให้ตอบประมาณว่า "อยากทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และพัฒนางานร่วมกันได้"
– ถ้าความจริงคือ "เงินเดือนน้อย" ให้ตอบประมาณว่า "กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมทั้งในด้านบทบาท ความรับผิดชอบ และแพ็กเกจที่สอดคล้องกับประสบการณ์"
– ถ้าความจริงคือ "อยากได้งานที่ตรงสายมากขึ้น" ให้ตอบประมาณว่า "หลังจากทำงานมา ค้นพบว่าตัวเองสนใจด้านนี้มากเป็นพิเศษ เลยอยากขยับมาทำงานที่ตรงสายและสร้างผลงานได้ชัดเจนขึ้น"
– ถ้าความจริงคือ "มีปัญหากับที่เดิม" ให้ตอบประมาณว่า "ไม่มีเลยครับ ยังรู้สึกขอบคุณที่เดิมที่ให้โอกาสเรียนรู้ เพียงแต่อยากจะขยับออกจาก comfort zone และหาความท้าทายใหม่"
สิ่งสำคัญคือ คำต้องห้ามที่ไม่ควรพูดเวลาถูก HR ถาม นั่นก็คือ เจ้านายไม่ดี เพื่อนร่วมงานแย่ งานหนักเกิน เงินน้อยมาก เบื่อ บริษัทเก่าไม่โอเค ฯลฯ (คิดได้ แต่อย่าพูด)
เอเวอร์เรส@poppy_rjk
ตอบว่าไงดีให้ดูเซฟสุด???
ไทย
Silver permillon retweetledi
Silver permillon retweetledi
Silver permillon retweetledi

10 ข้อคิด จากคนที่เคย “ลาออก” จากงาน
ถึงคนที่ “กำลังตัดสินใจ”
1.อย่าลาออกเพราะอารมณ์
ให้ลาออกเพราะความชัดเจน
วันที่เราเหนื่อยมาก
โดนกดดันมาก
หรือรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว
มันง่ายมากที่จะคิดว่า
“พรุ่งนี้ฉันจะลาออก”
แต่ความจริงคือ
การลาออกไม่ใช่แค่การออกจากที่หนึ่ง
มันคือการพาตัวเองไปอีกเส้นทางหนึ่ง
ถ้ายังโกรธ ยังน้อยใจ ยังเสียใจ
ให้พักก่อน
อย่าเพิ่งตัดสินใจตอนใจร้อน
เพราะการตัดสินใจที่ดี
ควรมาจากสติ
ไม่ใช่อารมณ์
.
2.สุขภาพจิตสำคัญ
แต่การเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน
ถ้างานกำลังทำให้คุณป่วยทางใจ
ร้องไห้ทุกวัน
ตื่นมาแล้วไม่อยากใช้ชีวิต
นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก
และไม่ควรถูกมองข้าม
แต่ในขณะเดียวกัน
การลาออกโดยไม่มีเงินสำรอง
ก็อาจทำให้ความเครียดแบบใหม่
เข้ามาแทนที่ความเครียดแบบเดิม
สุขภาพจิตสำคัญ
แต่ความมั่นคงพื้นฐานก็สำคัญ
อย่ารักษาใจ
ด้วยการทำร้ายชีวิตตัวเองในระยะยาว
.
3.อย่าหนีจากที่เดิม
โดยยังไม่รู้ว่าจะไปไหน
หลายคนลาออก
เพราะอยาก “หนี” บางอย่าง
หนีหัวหน้า
หนีงาน
หนีความรู้สึกบางอย่างในใจ
แต่การหนี
ไม่ใช่การแก้ปัญหาเสมอไป
ลองถามตัวเองก่อนว่า
ถ้าออกไปแล้ว
จะไปทางไหนต่อ
ไม่จำเป็นต้องชัด 100%
แต่ควรมีทิศทาง
ไม่ใช่แค่ความอยากหนี
.
4.เงินสำรอง
คือความกล้าที่แท้จริง
ความกล้า
ไม่ใช่การกระโดดโดยไม่คิด
ความกล้า
คือการเตรียมตัวก่อนจะกระโดด
ถ้าคิดจะลาออก
ลองเตรียมเงินสำรองไว้
อย่างน้อย 3–6 เดือน
ไม่ใช่เพราะโลกโหดร้าย
แต่เพราะชีวิตจริง
มีค่าใช้จ่ายที่รอเราอยู่ทุกวัน
ความมั่นคงเล็กๆ
ทำให้การตัดสินใจใหญ่
ไม่กลายเป็นความเสี่ยงที่อันตรายเกินไป
.
5.บางครั้ง
ปัญหาไม่ใช่งาน
แต่เป็นวิธีที่เราทำงาน
ก่อนจะลาออก
ลองถามตัวเองอีกครั้งว่า
สิ่งที่ทำให้เหนื่อย
คืองานจริงๆ
หรือเป็นเพราะเราไม่เคยตั้งขอบเขต
ทำงานเกินเวลา
รับทุกอย่าง
ไม่กล้าปฏิเสธ
บางที
สิ่งที่ต้องเปลี่ยน
ไม่ใช่ที่ทำงาน
แต่อาจเป็นวิธีที่เราใช้ชีวิตในที่ทำงาน
.
6.อย่ามองแค่ว่า “ทนไม่ไหว”
ให้มองว่า “ได้เรียนรู้อะไร”
ทุกงาน
มีบางอย่างให้เราได้เรียนรู้
แม้จะเป็นงานที่เราไม่รัก
หรือที่ทำให้เราเหนื่อย
ก่อนจะลาออก
ลองมองย้อนกลับไป
เราได้ทักษะอะไร
ได้ประสบการณ์อะไร
ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นแค่ไหน
เพราะเมื่อคุณออกไป
สิ่งที่ติดตัวไปด้วย
ไม่ใช่ตำแหน่ง
แต่คือบทเรียน
.
7.อย่าลาออก
เพราะเห็นชีวิตคนอื่นสวยกว่า
ยุคนี้
เราเห็นคนลาออก
ไปทำธุรกิจ
ไปทำคอนเทนต์
ไปใช้ชีวิตในแบบที่ดูมีความสุข
และมันง่ายมาก
ที่จะคิดว่า
“ฉันก็อยากมีชีวิตแบบนั้น”
แต่สิ่งที่เราเห็น
อาจเป็นแค่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา
ไม่ใช่ความเหนื่อย
ไม่ใช่ความล้มเหลว
ไม่ใช่วันที่เขากลัวเหมือนเรา
อย่าตัดสินใจจากภาพของคนอื่น
ให้ตัดสินใจจากชีวิตของตัวเอง
.
8.ถ้าจะออก
ให้วางแผนเหมือนกำลังเริ่มชีวิตใหม่
การลาออก
ไม่ใช่แค่การจบ
แต่มันคือการเริ่ม
ถ้าจะเริ่มใหม่
ให้เริ่มอย่างมีแผน
จะทำอะไรต่อ
ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม
ต้องใช้เวลาเท่าไหร่
ต้องรับความเสี่ยงอะไรบ้าง
ยิ่งคิดล่วงหน้าได้มากเท่าไหร่
โอกาสพลาดก็จะน้อยลงเท่านั้น
.
9.อย่ากลัวการลาออก
แต่อย่ามองมันว่าเป็นทางหนีง่ายๆ
การลาออก
ไม่ใช่เรื่องผิด
บางครั้ง
มันคือการปกป้องตัวเอง
และการให้โอกาสตัวเองได้เติบโต
แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็ไม่ใช่ปุ่มรีเซ็ตชีวิต
ปัญหาบางอย่าง
อาจตามเราไปในที่ใหม่
ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้จากที่เดิม
อย่ากลัวที่จะออก
แต่ก็อย่าคิดว่าการออก
จะแก้ทุกอย่างได้ทันที
.
10.เมื่อคุณตัดสินใจแล้ว
อย่าเสียใจกับอดีต
ให้ใช้มันเป็นบทเรียน
ไม่ว่าคุณจะเลือก “อยู่”
หรือเลือก “ลาออก”
สุดท้ายแล้ว
การตัดสินใจนั้น
จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
ข้างหลัง
คือบทเรียน
ข้างหน้า
คือโอกาส
ไม่มีการตัดสินใจไหน
ที่สมบูรณ์แบบ
มีแค่การตัดสินใจ
ที่เรารับผิดชอบกับมัน
และเติบโตจากมันให้ได้

ไทย
Silver permillon retweetledi
Silver permillon retweetledi

การที่ฝ่ายรับควยอ่อนตัวลงตอนโดนสอดใส่ เป็น "เรื่องธรรมชาติที่เจอได้ปกติมากๆ" ครับ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เสียว ไม่ฟิน หรือไม่มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด ซึ่งกลไกนี้อธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:
โดนดึงความสนใจและแย่งเลือดไปเลี้ยงจุดอื่น
เวลาที่มีการสอดใส่ ร่างกายจะเจอความรู้สึกที่หนักหน่วงและเสียวซ่านมากบริเวณทวารหนักและต่อมลูกหมาก สมองของเราเลย "ย้ายจุดโฟกัส" ไปจดจ่อที่ตรงนั้นแทน เมื่อความสนใจและระบบประสาททั้งหมดไปรวมอยู่ข้างหลัง เลือดที่เคยสูบฉีดมาเลี้ยงน้องชายด้านหน้า ก็เลยถูกดึงกระจายไปเลี้ยงที่อุ้งเชิงกรานส่วนหลังแทน ควยก็เลยอ่อนตัวลงตามธรรมชาติครับ
ความเกร็งและความกังวลลึกๆ ในใจ
การที่ผู้ชายจะแข็งตัวได้ ร่างกายและจิตใจต้องชิลและผ่อนคลายสุดๆ แต่การเป็นฝ่ายรับมักจะมีความเกร็ง ความตื่นเต้น หรือมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ (เช่น กลัวเจ็บ กังวลเรื่องความสะอาด หรือกลัวตอบสนองแฟนได้ไม่ดีพอ) ความเครียดหรือความพะวงเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ จะไปสะกิดสวิตช์เตือนภัยของร่างกาย ทำให้ร่างกายสั่งลดการแข็งตัวลงทันทีโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตั้งใจ
ความฟินที่แท้จริง ไม่ต้องพึ่งความแข็งเสมอไป
ผู้ชายเราสามารถ "เสร็จสมบูรณ์และมีความสุขได้โดยที่ควยไม่ต้องแข็ง" ครับ การถูกกระตุ้นต่อมลูกหมาก (จุดเสียวด้านใน) สามารถทำให้ฟินจนถึงจุดสุดยอดและน้ำพุ่งได้เลยโดยไม่ต้องเอามือจับ นอกจากนี้ ในมุมของจิตวิทยา การได้เป็นฝ่ายรับและได้มอบความสุขให้คู่รัก ก็เป็นความฟินทางใจที่เติมเต็มสุดๆ แล้ว โดยที่สมองแทบจะไม่สนใจเลยว่าอวัยวะเพศตัวเองจะแข็งอยู่หรือไม่
มารยาทสากลและการสื่อสารบนเตียง
ดังนั้น ตามหลักสุขภาวะทางเพศที่ดี ฝ่ายรุกไม่ควรไปทักให้ฝ่ายรับเสียเซลฟ์ และไม่ควรคิดไปเองว่าฝ่ายรับเบื่อหรือไม่สนุก ส่วนฝ่ายรับเองก็ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้องแข็งตลอดเวลา แค่คอยสื่อสารกัน ถามไถ่กันว่า "รู้สึกดีไหม" หรือ "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ตราบใดที่ทั้งคู่ยังแฮปปี้และยินยอมพร้อมใจ (Consent) นั่นแหละครับคือเซ็กส์ที่มีคุณภาพที่สุดแล้ว
--------------------
แหล่งอ้างอิงแบบเข้าใจง่าย (References):
Masters & Johnson (1966): งานวิจัยคลาสสิกเรื่องการตอบสนองทางเพศ ที่อธิบายว่าทำไมความเครียด ความกังวล หรือความเกร็ง ถึงสกัดกั้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ทันที
Levin, R. J. (2018): งานวิจัยเชิงลึกเรื่องต่อมลูกหมาก ยืนยันว่าผู้ชายสามารถถึงจุดสุดยอดจากการถูกกระตุ้นจุดเสียวด้านในได้จริง โดยที่อวัยวะเพศไม่ต้องแข็งตัว
International Society for Sexual Medicine (ISSM): ข้อมูลด้านเวชศาสตร์ทางเพศ ที่อธิบายกลไกของสมองว่า ความพะวงหรือความกังวลลึกๆ ในใจ (เช่น กลัวไม่สะอาด) จะสั่งให้ร่างกายลดการแข็งตัวลงได้อย่างไร
American Psychological Association (APA): แนวทางจิตวิทยาที่ระบุว่า ความสุขทางใจจากการรับบทบาทเป็น "ผู้รับ" สามารถเติมเต็มความพึงพอใจทางเพศได้สมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องผูกติดอยู่กับการแข็งตัวของอวัยวะเพศเสมอไป

ไทย
Silver permillon retweetledi
Silver permillon retweetledi


















