มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻
21.5K posts

มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻
@SSikarr
🐻 น้องเนย 🏃♂️ บิว ภูริพล 💜 Army's BTS 🐶 ปอนด์ ppnaravit 🥰 ปอนด์ภูวินทร์ 🇧🇷 Gabi 🇰🇷 seokangjun, kanghanual 😉 Yuji Nishida 🏐 Volleyball 📚 Books
Katılım Temmuz 2010
534 Takip Edilen535 Takipçiler

วันนี้ได้รับงานอาจารย์มาหนึ่งงานคือการจัดสัมมนาพร้อมกับเพื่อนๆ ในรุ่น ในวันปฐมนิเทศนิสิตใหม่ (ประมาณเดือนมิ.ย.) อาจารย์จะเลือกประเด็นมาเเล้วให้ไปหาข้อมูลกันเอง ซึ่งทางเราได้เรื่อง อาชญากรรมสิ่งเเวดล้อม (Environment Crime เเละ การฆ่าล้างสิ่งเเวดล้อม (Ecocide)
เดาว่าอาจารย์คงประทับใจตอนเรียนหัวข้ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นเพราะได้รับผลกระทบจากสงคราม ตอนนั้นเลือกประเด็นการฆ่าล้างสิ่งเเวดล้อม (Ecocide) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รุนเเรง ถือว่าเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ สามารถฟ้องร้องศาลอาญาโลกหรือ ICC ได้เลย เเต่คดีกลับเป็น 0 ต่างจากคดีอื่นๆ เช่น คดีฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ อาชญากรสงคราม
เเต่ปัจจุบันมีเเนวโน้มว่าจะหาทางทำให้ การฆ่าล้างสิ่งเเวดล้อม เข้าไปอยู่ในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) ซึ่งตอนนี้ได้กำหนดเขตอำนาจศาลเหนืออาชญากรรมร้ายแรงที่สุด 4 ประเภท (ตามมาตรา 5) ที่สามารถนำตัวบุคคลขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ ดังนี้
1.การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (The Crime of Genocide) : การกระทำโดยมีเจตนาทำลายกลุ่มคนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ กลุ่มศาสนา หรือกลุ่มชาติพันธุ์
2. อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes Against Humanity): การกระทำที่โหดร้ายร้ายแรง เช่น การฆาตกรรม การเป็นทาส การทรมาน การข่มขืน หรือการเนรเทศ ที่ทำอย่างเป็นระบบหรือเป็นวงกว้างต่อพลเรือน
3. อาชญากรรมสงคราม (War Crimes): การละเมิดกฎหมายสงครามหรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง เช่น การโจมตีพลเรือน การฆ่าเชลยศึก การทำลายโรงพยาบาลหรือโบราณสถาน
4. อาชญากรรมแห่งการรุกราน (Crime of Aggression): การใช้กำลังทหารของรัฐหนึ่งรุกรานรัฐอื่นโดยมิชอบ ซึ่งผู้นำหรือผู้บริหารระดับสูงมีส่วนในการวางแผนหรือสั่งการ
อ้าว เล่ายาว เเล้วยังไงต่อ
อาจารย์เห็นว่ามีข้อมูลเรื่องอาชญากรรมสิ่งเเวดล้อมเเละ Green Criminology อยู่เเล้ว เลยให้รับผิดชอบประเด็นนี้ กับ เรื่องของ EEC (Eastern Economic Corridor) และ SEC (Southern Economic Corridor) คือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษของไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับอุตสาหกรรม
โดย EEC เน้นพื้นที่ 3 จังหวัดตะวันออก (ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา)
ส่วน SEC คือโครงการรูปแบบเดียวกันที่ขยายสู่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนบน (ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช)
ซึ่งประเด็นจะเกี่ยวข้องกับ โครงการเชื่อมโยงฝั่งอันดามันและอ่าวไทย (Land Bridge)
เอ้า เริ่มหาข้อมูลได้
ไว้ถ้ามีงานสัมมนาจะมาเชิญชวนนะคะ เห็นอาจารย์บอกว่าจะเปิดให้คนนอกเข้าไปฟังด้วย
ตื่นเต้น เเละเครียดมาก ฮืออ
#writerincrime #criminologystudent
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

เสน่ห์ของ #JASPER ที่อยากขายคือเรื่อง vocal ของทั้ง 4 คนนี้ โดยปกติเราอาจจะเห็นแจสเปอร์จากเพอฟอร์มการเต้น แต่ตอนไปคอน riser เราชอบเสียงประสานของ jasper มากกกก (มีคลิปให้ดูด้วย 🤩)
คำถามที่อยากถามคือ jasper มี plan ที่จะทำเพลงช้าที่เน้น vocal ไหมคับ 🥺🤍
#KatanyuTonight #AISSIAM
ไทย

@SSikarr เเอบมาบอกว่า ไปคุยกับอาจารย์ อาจารย์บอกไม่ต้องเครียดเรื่องสอบ เน้นการสอบเเบบเเสดงความคิดเห็นมุมมองดูค่ะ ขอให้สนุกกับการสอบ เจอกันตอยปฐมนิเทศนะคะ
ไทย

ประเด็น Victim Blaming น่าสนใจนะคะ เราเคยเขียนบทความเรื่องนี้ส่งอาจารย์ เดี๋ยวมาเล่าว่าทำไมเวลาเกิดอะไรขึ้น บางคนจะกล่าวโทษเหยื่อ ว่าเหยื่อผิด
คร่าวๆ ในมุมมองอาชญาจะศึกษา เหยื่อที่เกี่ยวข้องอาชญากรรมไว้ 7 อย่าง ซึ่งน่าจะโพสต์วันนี้ เเม้เหยื่อมีส่วน เเต่เราก็ไม่โทษเหยื่อ เราจะหาเหตุผล สาเหตุ เพื่อหาทางป้องกัน
ภาพรวมของอาชญาวิทยา ไม่ตัดสิน จะเน้นทำความเข้าใจ เเต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าข้างคนผิด เข้าใจ ไม่ต้องเห็นใจก็ได้ เเล้วเเต่กรณี เพื่อหาทางป้องกัน
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻@SSikarr
@writerincrime แวะมาวุ่นวายค่ะ... ที่คนในสังคมจะชอบพูดกันเวลาเกิดเหตุขึ้นมาว่าอย่าเบลมเหยื่อ ๆ ในมุมอาชญาวิทยาคิดว่าผิดถูกยังไงบ้างคะ หากบริบทไม่ได้พูดเพื่อโยนความผิดให้เหยื่อ แต่เพราะเหยื่อได้กระทำสิ่งที่เพิ่มโอกาสให้เกิดอาชญากรรม เช่น ยั่วยุ or อยู่ในที่ที่สบโอกาส แบบนี้ต้องแก้ไขที่อะไรบ้าง
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

นอกจากซื้อบริษัทยังมีอีกบทบาทนึงยังไงฝากตัวชั้นในอีกบทบาทนึงด้วยนะ ฮาร์ททึ ฮาร์ททึ🫰
#LoveSceneJASPER
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

ใครมันสรรหาให้เด็ก ๆ เล่น werewolf วะ 55555555555 พี่ออฟบอกให้หลับตา แล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าเด็ก ๆ หลับตาจริงรึยัง กุจะบ้า 🤣
#GMMTVLiveHouse
ไทย

@writerincrime เห็นภาพเลยค่ะ เรื่องโครงสร้างสังคมส่งผลต่อชุดความคิดนี้ รวมถึงเหยื่อบางกลุ่มที่ถูกเพิกเฉยจากครอบครัวที่ควรใส่ใจมากที่สุด มีอยู่มากจริง ๆ ...วิธีการเข้าไป take action เพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละกลุ่มเหยื่อในฐานะนักอาชญาวิทยา ทำยังไงได้บ้างคะ (ถ้าว่างค่อยตอบได้น้า ถือว่าชวนคุยค่ะ)
ไทย

ทำไมถึงตกเป็นเหยื่อ
สาเหตุของการตกเป็นเหยื่อคืออะไร
วันนี้มาต่อกัน
ตามแนวคิดวิชาการ ของ Stephen Schafer นักวิชาการอาชญาวิทยาได้จำแนกเหยื่อตามลักษณะที่เอื้อให้เกิดเหตุไว้ 7สาเหตุ
1. เหยื่อที่จูงใจให้เกิดเหตุ : กระทำหรือทำอะไรโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นการเปิด “โอกาส” มีพฤติกรรมบางอย่างที่เสี่ยงโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เดินในที่เปลี่ยวคนเดียว การโชว์ทรัพย์สินมีค่า
2. เหยื่อที่กระตุ้นให้เกิดเหตุ : ไปกระทำการบางอย่างให้อาชญากรโกรธแค้นก่อน มีปฏิสัมพันธ์กับผู้กระทำผิดก่อนเกิดเหตุ ยั่วยุ ท้าทาย หรือทำร้ายก่อน มักพบในคดีที่เกี่ยวกับ อารมณ์ เช่น ความโกรธ ความขัดแย้งส่วนตัว
3. เหยื่อของตนเอง : เป็นทั้งผู้กระทำและผู้ได้รับผลเอง เป็นอาชญากรรมประเภทไม่มีเหยื่อ เช่น การพนัน ติดยาเสพติด การค้าประเวณี
4. เหยื่อที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง: ตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัวและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอาชญากร ถ้าอธิบายง่ายๆ คือ เหยื่อที่โดนลูกหลง เช่น ลูกหลงจากเหตุยิงกัน การก่อการร้าย การถูกแทงแบบสุ่ม เป็นเหยื่อประเภทที่ใช้คำว่าบังเอิญได้
5. เหยื่อที่มีลักษณะเฉพาะ มีจุดอ่อนทางร่างกาย มีความสามารถในการปกป้องตัวเองน้อยกว่าคนทั่วไป เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีอาการป่วย ส่วนมากจะเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่อ่อนเเอทางร่างกาย
6. เหยื่อที่มีลักษณะทางสังคม เช่น บุคคลที่อยู่ในสถานะทางสังคมที่เสียเปรียบ ทำให้เข้าถึงสิทธิ การคุ้มครอง หรือความยุติธรรมได้ยาก จึงตกเป็นเหยื่อได้ง่าย
กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่แตกต่างจากกลุ่มเหยื่อที่มีลักษณะเฉพาะ จะเป็นบุคคลที่อ่อนแอเพราะโครงสร้างทางสังคม ไม่มีอำนาจต่อรอง ไม่รู้สิทธิตัวเอง
ตัวอย่าง
-แรงงานต่างด้าวที่ถูกเอาเปรียบค่าแรง
-ชนกลุ่มน้อยที่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมยาก
-ผู้ยากจนที่ไม่มีเงินจ้างทนาย
-ผู้หญิงหรือ LGBTQ+ ในบางบริบทที่ถูกเลือกปฏิบัติ คนไร้บ้าน
เมื่อเป็นเหยื่อแล้ว อาจไม่ได้รับความยุติธรรมเต็มที่
7. เหยื่อที่เป็นกลุ่มการเมืองหรืออุดมการณ์: บุคคลที่ตกเป็นเหยื่อเพราะความเชื่อ ความคิด หรือจุดยืนทางการเมือง/อุดมการณ์ ไม่ใช่เพราะเรื่องส่วนตัวหรือผลประโยชน์ทั่วไป
ความขัดแย้งเกิดจาก “ความคิด” เช่น การเมือง ศาสนา อุดมการณ์
เหยื่อถูกเลือกเพราะ “เขาเป็นใคร/เชื่ออะไร” มักเกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้งระดับสังคมหรือระดับชาติ
การหาสาเหตุ เพื่อจะได้ทางป้องกันอาชญากรรมากกว่า อย่างเหยื่อที่จูงใจให้เกิดเหตุ อาจเพราะเดินในที่เปลี่ยว ก็ต้องหาทางตัดโอกาสนั้น ด้วยการจัดการเรื่องพื้นที่เปลี่ยวนั้น ให้มีแสงไฟ ความสว่าง เป็นต้น
หรือถ้ากลุ่มเปาะบางกลายเป็นเหยื่อ หน่วยงานไหนจะเข้าไปช่วย หรือควรป้องกันยังไง
จะเห็นได้ว่า เหยื่ออาชญากรรมในมุมอาชญาวิทยาจะมองว่า สาเหตุ เกิดจากอะไร แต่จะไม่ตีตราว่าเพราะเหยื่อทำแบบนี้ เลยทำให้เกิดอาชญากรรม
หรือที่เรียกว่า การกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming) เพราะมันไม่ช่วยการแก้ปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังไม่เป็นการตีตราและเบี่ยงประเด็นไปว่าจริงๆ เราต้องโฟกัสไปที่ผู้กระทำผิดด้วยว่าทำไปเพราะอะไร
แต่การ การกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming)มันมีสาเหตุนะทุกคน
ใครมีความคิดเห็นเกี่ยวกับ การเบลมเหยื่อว่ายังไงบ้าง เกิดจากอะไร เพราะอะไร เผื่อจะมาคุยกันประเด็นนี้
เพราะเคยศึกษาและเขียนบทความวิชาการส่งเป็นการบ้าน แล้วยิ่งศึกษาก็พบว่ามันเป็นการฝังรากลึกมากับโครงสร้างของสังคมนี่แหละ
จริงๆ เรื่องเหยื่อ มีให้เล่าอีกเยอะ ทั้งสิทธิของเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมในไทย กลับได้สิทธิน้อยกว่าผู้กระทำผิด หรือผู้ต้องสงสัย บางครั้ง เหยื่อถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก การเข้าถึงสิทธิของเหยื่อยังต่ำกว่าผู้กระทำผิดด้วยซ้ำ
แม้ในเชิงกฎหมายจะมีสิทธิพอกัน แต่ในทางปฏิบัติเหยื่อกลับเป็นผู้เสียเปรียบ
ในเรื่องเหยื่อ มีใครอยากรู้ประเด็นไหนอีกบ้างคะ
#writerincrime #vitimology #เหยื่อวิทยา #อาชญาวิทยา
ไทย

@writerincrime แวะมาวุ่นวายค่ะ...
ที่คนในสังคมจะชอบพูดกันเวลาเกิดเหตุขึ้นมาว่าอย่าเบลมเหยื่อ ๆ ในมุมอาชญาวิทยาคิดว่าผิดถูกยังไงบ้างคะ หากบริบทไม่ได้พูดเพื่อโยนความผิดให้เหยื่อ แต่เพราะเหยื่อได้กระทำสิ่งที่เพิ่มโอกาสให้เกิดอาชญากรรม เช่น ยั่วยุ or อยู่ในที่ที่สบโอกาส แบบนี้ต้องแก้ไขที่อะไรบ้าง
ไทย

เหยื่อคือใคร?
ใครสามารถตกเป็นเหยื่อ?
เรามีสิทธิตกเป็นเหยื่อได้ไหม
อาชญาวิทยาไม่ได้ศึกษาหาสาเหตุเกี่ยวกับ อาชญากรรม อาชญากร รูปแบบอาชญากรรมเพียงอย่างเดียว
แต่เราศึกษาเรื่องเหยื่อด้วย
นั่นคือวิชา เหยื่อวิทยา (Victimology) เป็นการศึกษาว่าอะไรทำให้เขาตกเป็นเหยื่อ ทำความเข้าใจเขาไม่ใช่โทษเขา เพื่อหาว่าเราจะป้องกันไม่ให้เขาตกเป็นเหยื่อยังไง
วันนี้เลยเป็นประเด็น Victimology 101
เหยื่ออาชญากรรมคือ บุคคลที่ได้รับความเสียหายทั้งทางร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน จากการกระทำผิดกฎหมายอาญาของผู้อื่น โดยที่ตนเองไม่มีส่วนร่วมในการทำผิด ได้รับการคุ้มครองสิทธิจากรัฐในกระบวนการยุติธรรม และมีสิทธิได้รับเยียวยา
บางครั้งเราอาจจะเรียกเหยื่อในอาชญากรรมว่า ผู้เสียหายในคดีอาญา ผู้รับเคราะห์ ผู้เสียหายจากการกระทำผิด
จริงๆ แล้ว เหยื่อไม่ได้หมายถึงผู้เสียหายโดยตรงอย่างเดียว จะถูกแย่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ
-เหยื่อทางตรง (Direct/Primary Victims) คือบุคคลที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิด เช่น ผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย หรือผู้ที่ถูกชิงทรัพย์
-เหยื่อทางอ้อม (Indirect/Secondary Victims): คือบุคคลที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากเหยื่อทางตรง เช่น พ่อแม่หรือคนใกล้ชิดของผู้ที่ถูกฆาตกรรม
-เหยื่อลำดับที่สาม (Tertiary Victims) คือสังคมหรือชุมชนโดยรวมที่ได้รับความเดือดร้อนหรือความหวาดกลัวจากการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่นั้นๆ
ฉะนั้นในมุมมองอาชญาวิทยา ทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อได้ อย่างน้อยก็จะเป็นเหยื่อลำดับสาม เมื่อเกิดข่าวที่รุนแรงกระทบกระเทือนต่อสังคม ในพื้นที่การเกิดอาชญากรรม เช่น เหตุกราดยิง เหตุฆาตกรรมหมู่ จิตใจของชุมชน สังคมจะเกิดความกลัว เครียด เกิดความหวาดระแวงทำให้เปลี่ยนการดำเนินชีวิต
ซึ่งเหตุการณ์อาชญากรรมใหญ่ อาจทำให้เกิด Mass Trauma หรือ สภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากพร้อมกัน จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเดียวที่เป็นวงกว้าง ที่ชัดเจนคือเหตุกราดยิงในศูนย์การค้า เป็นต้น
ในวิชาเหยื่อวิทยาจะศึกษาว่า
-ทำไมบางคนถึงถูกหลอกซ้ำ ๆ
-ทำไมบางสถานการณ์เสี่ยงกว่าสถานการณ์อื่น
-ทำไมคนธรรมดาถึงตกเป็นเป้าหมาย
จากองค์ประกอบอาชญากรรมที่ต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ ผู้กระทำผิด เหยื่อหรือเป้าหมายที่เหมาะสม และโอกาส อาชญากรรมไม่ได้เกิดจากการสุ่ม จึงศึกษาเรื่องเหยื่อด้วยว่าทำไม ใครคนหนึ่งถึงตกเป็นเหยื่อด้วย
วันนี้มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักเรื่องเหยื่อวิทยา (Victimology) แล้ว ไว้เดี๋ยวเรามีคุยกันว่า ลักษณะบุคคลแบบไหนกันนะที่จะตกเป็นเหยื่อได้
ข้อมูลพวกนี้สามารถนำไปสร้างสถานการณ์ คาแรกเตอร์ รวมไปถึงใส่เหตุผลให้ทั้งมุมมองอาชญากร เหยื่อได้เช่นกัน
ทฤษฎีเยอะไปไหม เบื่อกันหรือยังทุกคน
ป.ล. เสาร์นี้จะสอบสถิติชั้นสูง...สูงมาก เลยหายๆ ไปบ้าง เพราะงมกับสถิตินี่เเหละ
—
#WriterInCrime #อาชญาวิทยา #เหยื่อ #Victimology
ไทย

@writerincrime อู้ว 😘 ขอบคุณสําหรับคําแนะนํามาก ๆ เลยนะคะ 🙏🙏🙏 หวังว่าอนาคตอันใกล้จะได้ร่วมสถาบันในฐานะรุ่นน้องค่ะ
ไทย

อ๊ายยยย ลุ้น วันก่อนอาจารย์เพิ่งมาคุยเเละเเจ้งว่ามีคนสนใจมากมาย เเนะนำว่า อ่านทฤษฎีอาชญาวิทยาเเละติดตามข่าวสารอาชญากรรม รวมไปถึง เรื่องกระบวนการยุติธรรมนะคะ ข้อสอบที่เคยสอบ สองข้อใหญ่ ข้อหนึ่งเกี่ยวกับอาชญากรรม อาชญาวิทยา อีกข้อเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เเต่ว่าเป็นการเเสดงความเห็น เพราะงั้นสามารถเเสดงความเห็นให้เต็มที่ เตรียมเรื่องที่สนใจในการทำวิทยานิพนธ์ เพราะตอนสัมภาษณ์อาจารย์จะถามว่าสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ เเต่ไม่ได้ซีเรียส เพราะอาจารย์ ใจดี เน้นคุยเพื่อทำความรู้จักกันมากกว่าค่ะ
ไทย

ยังไม่ได้ตอบที่มีคนมารีพลายไว้ ขอไปสอบไฟนอลก่อนนะคะ ใช้ชีวิตโหมดนักเรียนอาชญาวิทยาก่อน ไว้กลับมาเล่าเรื่องอาชญากรรมต่อ #criminologystudent
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

ไม่ไหว ดาราโคตรตลก ปอนบอก เวลาไฮทัชไฮบายกินตัวแมกนีเซียม เรียกสติลดตะคริว คือเพราะแฟนคลับชอบให้วิ้งเอยใด เลยต้องกินเดี๋ยวตะคริวกินหน้า ช่วยด้วย 555555555555 ลูกค้าเข้าถูกคนมากค่ะ
PONDPHUWIN WITH DRPONG
#DrPONGxPONDPHUWIN
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

ขอแสดงความยินดีกับ “ปอนด์ และ ภูวินทร์” พรีเซนเตอร์คู่แรกของอาหารเสริม Dr.PONG ที่จะมาเสิร์ฟให้ถึงทุกการดูแล ทั้งงานผิว สมอง และร่างกาย แบบไม่มีกั๊ก ด้วย 10 อาหารเสริม MAX DOSE ✨ ใส่โดสสูงสุดตามที่ อย. กำหนด และตามงานวิจัยเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
.
❤️ ฝากแฟนๆ ติดตามผลงานด้วยนะคะ
#DrPONGxPONDPHUWIN #DrPONGMaxDoseSeries #เสิร์ฟให้ถึงแบบแม็กซ์โดส
#PondPhuwin
#GMMTV
@ppnaravit @phuwintang @drpongofficial



ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

ชอบการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่อาหารเสริมของ Dr.Pong มาก มี story อะ การละคร โครตจะปอนด์ภูวิน
บทแรกอินละครเกิน เจอมุกรอยยอะไรอะ
รอยยิ้มที่มีให้เทอไง ไม่ หน้าอะ รอยอะไร ยิงเข้าตัว astaxanthin บทสอง พี่ปอนด์ลืมบท ขาย magtein บทสาม พี่ปอนด์จาม ขายวิตซี เริ่ดๆๆๆ🤣
#DrPONGxPONDPHUWIN
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

นึกถึงในไลฟ์ Jasper ที่มานั่งเม้าตอนกินข้าว
บอกว่า ไม่ว่าจะลงรูปอะไร แฟนคลับก็จะไปหารูปหมามาได้ …ไม่รู้ว่ากูถ่ายตามหมา หรือมันมีอยู่แล้ว 555555555555555555555544544444555555555555455666555555555555
boo. 🍒@bunnybiboo
เหมือน มาก 555555555555444455555555
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi

@writerincrime อย่างการสร้าง Motivation ให้เขาว่าเขามีแรงขับเคลื่อนภายในจากอะไร เช่น ทำไปเพราะ ความรัก โลภ โกรธ หลง หรือความกลัว ...แรงผลักเหล่านี้ เทียบได้กับเจตจำนงเสรีมั้ยคะ
ไทย

มนุษย์คนหนึ่ง เป็นอาชญากรเพราะอะไร ทำผิดเพราะอะไร หรือเป็นเพราะการถูกผลักและกดดัน?
คำถามนี้ เป็นคำถามที่นักอาชญาวิทยาต้องมาหาคำตอบ
จริงๆ คำถามก็คล้ายๆ นักเขียนว่าตัวละครตัวนี้ก่ออาชญากรรมเพราะอะไรนะ เหตุผล แรงจูงใจคืออะไร
มาดูในมุมมองอาชญาวิทยาว่าเขาใช้อะไรค้นหาว่า “พวกเขาทำไปทำไม”
ต้องบอกไว้ก่อนว่า อาชญาวิทยาก็มีทฤษฎีค้นหาสาเหตุของการกระทำมนุษย์มากมาย มีหลายมุมมอง ตามยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน เราก็จะเล่าให้มันเข้าใจง่าย ซึ่งเราจะพยายามนะ
ก่อนหน้านี้เวลาเราเรียนตัวละครที่ก่ออาชญากรรม เรามักคิดว่า
“เขาเลือกที่จะทำ”
“นิสัยแบบนี้ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ต้องเลือกทำแบบนี้แหละ”
เช่น
A เลือกที่จะขโมยของเพราะเขาอยากได้ทองของเจ้านาย พอมีโอกาสแล้ว เขาจะขโมยมันเลย
แต่กว่าจะมาถึงกระบวนการกระทำ เขาจะคิดและชั่งน้ำหนักก่อนว่าระหว่าง “ทอง” กับ “ความเสี่ยงที่โดนจับได้”
อันไหนคุ้มค่ากว่ากันเขาจะเลือกทำอันนั้น
ถ้าเสี่ยงมาก ไม่คุ้ม ------ ไม่ทำ
ถ้าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา ------ ทำ
จากที่เล่ามา ทางอาชญาวิทยาจะเรียกทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีเลือกอย่างมีเหตุผล ( Rational Choice Theory)
มันคือการชั่งน้ำหนักระหว่าง ผลที่ได้ กับ ความเสี่ยง
อันไหนดูคุ้มค่า ก็เลือกอันไหน
แต่ไม่ต้องจำทฤษฎีก็ได้ คิดแค่ว่าเวลาสร้างตัวละครขึ้นมา หรือมองคนหนึ่งจากคดีต่างๆ
เวลาที่จะทำอะไรเขาจะ “เลือก” ทำ
เพราะมนุษย์มีการเลือก หรือที่เรียกว่า เจตจำนงเสรี (Free Wiil)
เลือกว่าจะทำอะไร และ ต้องรับผลที่ตามมาว่าทำอะไรแล้วต้องได้รับผลนั้น จึงมีการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเกิดขึ้น
แต่การเลือกนั้นนอกจากความต้องการของตัวเองแล้วมันก็ถูกบีบด้วยสังคม สภานแวดล้อม สถานการณ์ ทางเลือกที่มีอยู่จริงในขณะนั้น
ตัวอย่างเช่น ชายคนหนึ่งมีหนี้ก้อนใหญ่ ไม่มีงาน แต่มีครอบครัวต้องดูแลและมีลูกที่ต้องกินข้าว
วันหนึ่ง เขาเห็นร้านสะดวกซื้อที่ ไม่มี รปภ. พนักงานมีแค่คนเดียว กล้องวงจรปิดบางจุดเสีย
ในหัวของเขาคิดว่า ลูกต้องการอาหาร เขาอยากได้เงินไปใช้หนี้ และความเสี่ยงที่จะโดนจับได้ต่ำ
จริงๆ เขามีทางเลือกอื่นคือการเดินเข้าขอดีๆ แต่ความกดดัน หรืออะไรหลายอย่างทำให้เขาเลือกขโมยของ
สำหรับตำรวจ ก็มองว่าเขาทำผิดกฎหมาย
มุมมองอาชญาวิทยารู้แหละว่าเขาทำผิด แต่ก็จะมองเหตุผลว่าเขาทำไม และหาทางแก้ไข ป้องกัน
ในมุมมองนักเขียน ก็สามารถเขียนให้ลึกลงไปในมุมมองของตัวละครไปเลยว่า เขาตัดสินใจแบบนี้ เขาได้อะไร เขาเสียอะไร เขาจะรอดไหม และนั่นคือทางออกในชีวิตและมันถูกต้องสำหรับเขา....ย้ำ ในมุมมองของตัวละครนะ
อย่างที่เราเคยบอกว่า ทุกคนสามารถเป็นอาชญากรได้ ภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่อาจเกิดในชีวิต แต่นั้นก็คืออยู่กับทางเลือกของแต่ละคน
ที่กล่าวข้างต้นคือ อาชญาวิทยาแบบดั้งเดิมเขาคิดแบบนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีแนวคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นมา อย่างสำนักปฏิฐานนิยม (Positivist School) ที่มาแย้งว่าทุกคนไม่มีสิทธิ์เลือกได้จริง ยังมีปัจจัยภายในด้านสมอง พันธุกรรม ความยากจน ฐานะ การขาดโอกาสทางการศึกษา ให้คนบางกลุ่มมีทางเลือกที่น้อยกว่า อะไรแบบนี้
เอ้า เขียนยาวอีกแล้ว
แต่มันก็ส่งผลว่าถ้าเราจะสร้างตัวละครหรืออ่านคดีอาชญากรรมก็ต้องมองสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมมาอีก
ที่เขียนมาทั้งหมด อยากรู้ว่าอ่านจบแล้วมีความเห็นยังไงบ้างคะกับทางเลือกของมนุษย์แต่ละคน เกิดจากตัวเองหรือเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นกันไหม
#WriterInCrime #อาชญาวิทยา
ไทย
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi
มัมกุ๊ก 📚 ⁷kook 🏐 🐻 retweetledi









