

Salt Publishing
742 posts

@SaltRead
Science | Philosophy | Technology | Sci-Fi - สร้างสรรค์หนังสือที่มีวิทยาศาสตร์และปรัชญาเป็นรากฐาน เพราะสองสิ่งนี้คือฐานสำคัญแห่งความรู้ของมนุษย์





TOP 10 ของซอลท์และเพื่อนๆ สนพ.ที่มาวางที่บูธเราค่ะ ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่าน เพื่อนๆ สนพ. นะคะ ที่แวะเวียนมาสนับสนุนเช่นเคย มีความสุขและอบอุ่นมากๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เราชอบตรงกันค่ะ พบกันใหม่งานหนังสือตุลาคมค่ะ ^_^

TOP 10 ของซอลท์และเพื่อนๆ สนพ.ที่มาวางที่บูธเราค่ะ ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่าน เพื่อนๆ สนพ. นะคะ ที่แวะเวียนมาสนับสนุนเช่นเคย มีความสุขและอบอุ่นมากๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เราชอบตรงกันค่ะ พบกันใหม่งานหนังสือตุลาคมค่ะ ^_^

TOP 10 ของซอลท์และเพื่อนๆ สนพ.ที่มาวางที่บูธเราค่ะ ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่าน เพื่อนๆ สนพ. นะคะ ที่แวะเวียนมาสนับสนุนเช่นเคย มีความสุขและอบอุ่นมากๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เราชอบตรงกันค่ะ พบกันใหม่งานหนังสือตุลาคมค่ะ ^_^

"Sell me by the cover." ชวน 5 สำนักพิมพ์มาป้ายยาหนังสือผ่าน 'ดีไซน์' บนปกหนังสือออกใหม่น่าสนใจในรอบนี้กัน อ่านต่อได้ที่ FB : sumupth.com/fb #งานหนังสือ69 #สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ #thaibookfair2026 #ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ #Design #Book #SUMUPTaste #SUMUPTH

เดินทางเข้าสู่ DAY 7 ของ #งานหนังสือ69 เรามาดู TOP 5 หนังสือของซอลท์กัน ว่ามีเล่มไหนบ้าง 🥳 1. เทคโนศักดินา 2. ทำเนียบนักต้มตุ๋น 3. แฟ้มลับนักสืบความจริง 4. Sci-fi Fantacy ที่กำลังจะเป็น Rare item ชุด "กาลวิบัติ" 5. หนังสือในตำนานตลอดกาล และตลอดไป "สวนสัตว์กระดาษ" 🙏🥳🫶

หนังสือเล่มที่ 7 ของปี 2026 เทคโนศักดินา Techno Feudalism ย้อนไปสักปีก่อน ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับอาจารย์ปิยบุตร ซึ่งอาจารย์ได้แนะนำว่า "ถ้าอ่านทุนนิยมสอดแนมจบแล้ว คุณต้องลองอ่านงานเล่มนี้ของยานิสนะ" และอาจารย์ก็ได้เล่าเนื้อหาคร่าวๆ ของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังก่อนที่ผมจะไปเที่ยวท่องหาเอา text ต้นฉบับของงานชิ้นนี้ในภาษาอังกฤษมาอ่านบ้างพักบ้าง แต่โดยสรุปก็คือยังอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษไม่จบ จนกระทั่งเมื่อถึงงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุด ผมเห็นทางสำนักพิมพ์ Salt ได้นำเอางานชิ้นนี้มาแปลและตีพิมพ์ในภาษาไทย ก็แน่นอนว่าไม่อาจจะพลาดด้วยประการทั้งปวง อันที่จริง งานชิ้นนี้ก็คล้ายกับงานอีกชิ้นหนึ่งคือ Casino Capitalism ของ Susan Strange ในความหมายที่เราพอจะคาดเดาเนื้อหาของมันได้ก่อนที่จะอ่านข้อเสนอภายใน - ข้อเสนอของซูซานในงานชิ้นนี้คือการวิพากษ์ระบบทุนนิยมการเงินที่เปลี่ยนทุนและตลาดการเงินระหว่างประเทศให้กลายเป็นคาสิโนสำหรับเล่นการพนันเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง - แต่แน่นอนว่าสำหรับใครที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่ได้คุ้นชินกับข้อเขียนหรืองานความคิดเชิงวิพากษ์ระบบทุนนิยมก็อาจจะไม่ได้คาดเดาเนื้อหาได้ล่วงหน้า สำหรับเทคโนศักดินา ผมได้เปรียบส่วนหนึ่งเพราะได้อาจารย์ปิยบุตรช่วยเล่าสรุปไอเดียเบื้องต้นของหนังสือให้ก่อนได้อ่าน หากจะสรุปเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อย่างรวบรัดที่สุด มันคือการเสนอว่าเรากำลังก้าวออกจากระบบทุนนิยมแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเทคโนศักดินา - ความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมกำลังลดความสำคัญลงและถูกแทนที่ด้วยความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตรูปแบบใหม่ ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมที่เน้นการผลิตสินค้ารูปธรรม ในโรงงาน มีการจ้างงานแรงงาน ผลิตสินค้าเพื่อขายและสะสมกำไร ถูกแทนที่ด้วยการผลิตสินค้าเชิงนามธรรม บนแพลตฟอร์มเสมือน สินค้าถูกผลิตและปรับแต่งโดยแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และสินค้าที่ผลิตขึ้นคืออัตลักษณ์ของพวกเราเอง ส่วนโรงงานผลิตสินค้ารูปธรรมไม่ได้หายไป แต่แทนที่ด้วยการผลิตแบบกึ่งอัตโนมัติจนเกิดการจ้างงานน้อยมาก แล้วเรากลายเป็นอะไรในระบบระเบียบใหม่ที่ว่านี้? ผมอยากจะชวนย้อนกลับไปพิจารณาต้นกำเนิดของระบบทุนนิยม, ทุนนิยมกำเนิดขึ้นเมื่อเกิดการล้อมรั้วที่ดิน ไล่บรรดาไพร่ติดที่ดินในระบบศักดินาออกจากที่ดิน เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นแรงงานอิสระซึ่งไร้ที่ทำกินและต้องขายกำลังแรงงานเพื่อแลกกับค่าจ้างสำหรับการดำรงชีพ ในทางเดียวกัน (แต่เป็นด้านกลับ) การกำเนิดของระบบเทคโนศักดินาก็เริ่มต้นจากการล้อมรั้วที่ดินเสมือน นั่นคือการล้อมรั้วอินเตอร์เน็ต ขับไล่พวกเราออกจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้ บีบให้เราต้องเลือกเข้าสังกัดและอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์แบบศักดินาใหม่ หรือกล่าวให้ง่ายขึ้นก็คือ แต่เดิมเราเป็นลูกจ้างที่ต้องทำงานในโรงงานหรือในสำนักงาน เราใช้เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ของนายทุนอุตสาหกรรมเพื่อทำงานแลกกับค่าจ้าง แต่ในระบบเทคโนศักดินา ทุกอย่างกลับหัวกลับหางกัน เรามีคอมพิวเตอร์ขจองตัวเอง แต่เราก็ต้อง "เช่าที่ดินเสมือน" เพื่อทำการผลิตจากนายทุนเทคโน ที่ดินเสมือนที่ว่านี้คือ ซอฟแวร์ แอพลิเคชัน และระบบคลาวน์ต่างๆ ไม่ต่างจากไพร่ติดที่ดินในยุคศักดินาที่เช่าที่ดินโดยแบ่งส่วนแบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งให้เจ้าที่ดินในฐานะค่าเช่า เราในฐานะไพร่คราวด์ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนเทคโนแลกกับการใช้ซอฟแวร์ต่างๆ ของพวกเขาเพื่อทำการผลิต ยิ่งภายหลังวิกฤติการเงินและหลังวิกฤติโควิด 19 เรายิ่งเห็นการขยายตัวของบรรดานายทุนเทคโน ที่ยานิสเรียกว่า "นายทุนคลาวด์" มากขึ้น เมื่อทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ปิดตัวลงหรือใช้การผลิตแบบอัตโนมัติมากขึ้น คนงานถูกเทกระจาดออกจากการจ้างงานและกลายเป็น "เจ้านายตัวเอง" ที่ลงท้ายคือไพร่ที่ต้องหาสังกัดใหม่ และสังกัดใหม่ของบรรดาไพร่คลาวด์ หรือกรรมาชีพคลาวด์ก็คือ "แพลตฟอร์ม" - อดีตกรรมาชีพโรงงานต้องผันตัวมาเป็นไรเดอร์ ในห่วงโซ่การขูดรีดใหม่ที่นายทุนคลาวด์ให้พวกเขาเช่า "แพลตฟอร์ม" เพื่อทำมาหากิน โดยต้องแบ่งส่วนหนึ่งของการผลิตมาจ่ายเป็นค่าเช่า (ส่วนแบ่งค่าวิ่งรถ) ในขณะที่อดีตกรรมาชีพคอปกขาวที่เคยทำงานประจำในบริษัทเอกชนอาจพบว่าตัวเองกลายเป็นไพร่คลาวด์อิสระ เป็นฟรีแลนซ์รับงานโดยได้ค่าจ้างเป็นรายชิ้นงาน แต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนคลาวด์ผ่านการเช่าซอฟแวร์และคลาวด์เพื่อทำการผลิต สิ่งสำคัญคือช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้ยานิสพยายามชี้ชวนให้่ฝ่ายซ้ายทั้งหลายออกจากเซฟโซนและเริ่มนำเสนอ "พิมพ์เขียว" เพื่อการก่อร่างสังคมใหม่ในระบยเปลี่ยนผ่านกันเสียที และยานิสก็ได้เริ่มนำเสนอพิมพ์เขียวของเขา หากแต่ข้อเสนออย่างละเอียดไม่ได้ปรากฏในงานชิ้นนี้ แต่จะไปปรากฎในข้อเขียนอีกชิ้นของเขาเรื่อง "Another Now: Dispatches from an alternative present" อย่างไรก็ตามข้อเสนอในหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยจุดประกายให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ อีกประการที่สำคัญคือ ผมชอบภาคผนวกในหนังสือเล่มนี้มากที่ยานิสได้พยายามสรุปรวบยอดความคิดเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบมาร์ฏซิสต์เพื่อเป็นรากฐานแก่ความเข้าใจของผู้อ่าน รวมถึงต่อยอดไปยังคำอธิบายเรื่องเทคโนศักดินาของเขาด้วย นี่จึงเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่งสำหรับทั้งบรรดาผู้นิยามตัวเองเป็นฝ่ายซ้ายและต่อบรรดาบุคคลทั่วไปที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอดในระบบการผลิตแบบใหม่นี้ หนังสือเล่มนี้แปลไว้อย่างดีเยี่ยมโดย อ.อภิชาติ สถิตนิรามัย และ อ.นภนต์ ภุมมา แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Salt @SaltRead ครับ ช่วงนี้ยังมีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอยู่ แนะนำว่าท่านใดที่สนใจลองไปอุดหนุนทางสำนักพิมพ์ได้นะครับ #กันกันอ่าน #อ่าน2026

