Blackcatnarak
198 posts



Updates: To those who are concerned, the victim aka the girl in orange, has deleted all post on her Chinese socials. My thoughts ? Are you sure she is innocent ? If she is really innocent, she should stand firmly on her stand isn't it ? Deleting her post ? Is she afraid?







I have some evidence collecting from another fan on Thread showing the orange shirt girl was not there "We were required to stay in our assigned seats as soon as we entered shortly after 9:00, and didn't leave until past 10:00. We were asked to record verification videos and take photos. This video timestamp says 10:14 because it happened to capture that specific area; it is not the timestamp of the very first verification video. Hey girl, where were you at this time? (Of course you weren't there, because in the morning you tried to ignore the rules and cut into the line that had already been called and organized, wanting to sit directly next to your companion. But you were caught, failed to do so, and were asked to leave. That's why everyone already had a memorable impression of you that morning.)" @GMMTV #แบนgmmtv










#แบนGMMTV | สิ่งที่ทำให้คนโกรธ อาจไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในคลิป แต่คือ “วิธีที่องค์กรรับมือหลังเกิดเรื่อง” 1. เหตุการณ์อาจไม่มีฝ่ายไหนถูกทั้งหมด มีทั้งภาพผู้เข้าร่วมงานใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ และภาพเจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมตัว ผู้เข้าร่วมงานอาจฝ่าฝืนกติกาหรือใช้กำลังก่อน ขณะเดียวกันสตาฟก็อาจตอบโต้เกินกว่าเหตุได้ สองเรื่องนี้สามารถเป็นจริงพร้อมกันได้ และควรตรวจสอบจากหลักฐานทั้งหมด 2. จุดที่ทำให้กระแสลุกลาม คือ “แถลงการณ์” ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่าสตาฟใช้กำลังเกินไปหรือไม่ แต่เกิดคำถามว่า เหตุใดองค์กรจึงระบุถึงการใช้กำลังเกินควร การเป็น “บุคลากรภายนอก” และการระงับการว่าจ้าง ขณะที่บริบทก่อนเกิดเหตุยังไม่ได้ถูกอธิบายอย่างครบถ้วน สังคมจึงอยากเห็นการตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะการกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 3. Outsource ก็เป็นคนทำงานให้องค์กร หากสตาฟทำเกินกว่าเหตุ ต้องตรวจสอบและรับผิดชอบ แต่การเป็น Outsource ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่าเขาถูกว่าจ้างให้ทำงานในพื้นที่ ดูแลความเรียบร้อย และรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในงาน คำถามจึงอยู่ที่ว่า เมื่อเกิดปัญหา องค์กรจะรับผิดชอบต่อระบบและคนหน้างานอย่างไร 4. คำว่า “บุคลากรภายนอก” อาจถูกต้องทางเอกสาร แต่กระทบความรู้สึก เพราะคนทำงานอาจตั้งคำถามว่า “วันที่เราทำหน้าที่ให้องค์กร เราคือทีมงาน แต่วันที่เกิดปัญหา เราจะถูกมองว่าเป็นคนนอกหรือไม่?” ความเชื่อมั่นต่อองค์กรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ผลการสอบสวน แต่รวมถึงวิธีดูแลคนทำงานในวันที่เกิดวิกฤตด้วย 5. ศิลปินอาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ ศิลปินไม่ได้จัดระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ได้ควบคุมสถานการณ์ และไม่ได้เป็นผู้เขียนแถลงการณ์ แต่ชื่อ ผลงาน และยอดสนับสนุนของศิลปินอาจได้รับผลกระทบจากกระแสต่อต้านบริษัท จึงเกิดความรู้สึกว่า “ยังรักศิลปิน แต่ไม่อยากสนับสนุนค่าย” 6. เรื่องนี้ไม่ควรถูกทำให้เป็น “คนไทย vs คนจีน” หรือ “แฟนคลับ vs สตาฟ” ความผิดไม่ควรถูกตัดสินจากสัญชาติ และความยุติธรรมไม่ควรเลือกข้างตามเชื้อชาติ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่า เกิดอะไรขึ้นทั้งหมด ใครทำอะไรเกินขอบเขต ใครได้รับบาดเจ็บ และองค์กรจะป้องกันเหตุลักษณะนี้อย่างไร สุดท้าย การระงับการทำงานของบุคคลหนึ่งอย่างรวดเร็ว อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบ แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของความรับผิดชอบองค์กร สิ่งที่สังคมต้องการอาจไม่ใช่การหา “คนผิด” ให้เร็วที่สุด แต่คือ ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน การตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม และความรับผิดชอบต่อทั้งผู้เข้าร่วมงานและคนทำงาน แล้วคุณคิดว่า การระงับการทำงานของสตาฟครั้งนี้ คือการรับผิดชอบที่เหมาะสม หรือองค์กรปล่อยมือจากคนหน้างานเร็วเกินไป? #แบนGMMTV #GMMTV














