ลูซ้งมัลฟอย 🧙🏻♂️🪄
57.1K posts



ให้เลย เล่นทวิตมา 2 ปี นี่คือ dm ที่ประทับใจที่สุด 5555

you mean this?

@babylemonny เราที่รู้ว่าแบรนด์อะไรส่วนตัวคิดว่าคนในทวิตอคติกับแบรนด์นี้ไปหน่อย ออกอะไรมาโดนแซะตลอด อยากให้ลองฟังคลิปล่าสุดของแบรนด์ก่อนตัดสิน

พี่มู่มาตอบแร้วววววววว

เรื่องราวของความขัดแย้ง ที่อาจนำมาสู่ #สงครามโลกครั้งที่3 #สหรัฐ #อิหร่าน #อิสราเอล ทำให้เราสังเกตเห็นความจริงข้อหนึ่ง ผู้นำประเทศทั้งหลาย มักเต็มไปด้วย "ชายแก่ บ้าอำนาจ ที่ไม่ยอมวางมือ" พวกเขาไม่รู้จักปล่อยวาง และยึดติดอยู่กับยุคสมัยของตัวเอง หาประโยชน์เข้าตัวเอง ไม่ได้คิดถึงลูกหลาน หรือคนรุ่นหลังจริงๆ ว่าพวกเขาต้องการอะไร ยังคงใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัว เกาะอยู่ในอำนาจไว้ และเสวยสุขท่ามกลางความลำบากของประชาชน ======= Update ข่าวเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2026 : สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ลูกสาว ลูกเขย หลาน และลูกสะใภ้ของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารแล้วทั้งหมด จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล เรามาย้อนดูต้นตอของความวุ่นวายทั้งหมดจากสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน... "สหรัฐฯ-อิสราเอล" ใช้กำลังทางการทหารกับ "อิหร่าน" (น่าจะรุนแรงกว่าเคสสหรัฐฯยึดเวเนซุเอลา) ทำไม Trump ต้องเลือกช่วงเวลานี้ โจมตีทำลายอิหร่าน? : ในปลาย 2025 - อิหร่านเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำขั้นสุด และเงินเฟ้อพุ่งสูง - เกิดความโกรธแค้นของประชาชน และประท้วงใหญ่ลุกลามทั่วประเทศ - เป้าหมายของประชาชน คือ การต่อต้านการทุจริตและการกดขี่ของรัฐบาล มกราคม 2026 - รัฐบาลอิหร่านตัดสินใจใช้กำลังทหารและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) เข้าปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ - ระหว่าง 8-10 มกราคม 2026 มีประชาชนเสียชีวิตจากการปราบปรามประเมินว่าสูงถึง 7,000 คน - การเผยแพร่ภาพการสังหารหมู่ประชาชน ทำให้รัฐบาลอิหร่านค่อยๆสูญเสียความชอบธรรมในสายตาชาวโลก "สหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างจากเหตุความไม่สงบในอิหร่าน เพิ่มแรงกดดันและเคลื่อนกำลังพลเข้ามาในตะวันออกกลาง อ้างว่าเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการต่อสู้ของชาวอิหร่าน ทำให้ชาวอิหร่านส่วนใหญ่โน้มน้าวไปในทางเห็นด้วย" จังหวะนี้ คือช่วงเวลายุทธศาสตร์ ที่ทั้ง สหรัฐฯ + อิสราเอล ประเมินว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังอ่อนแอที่สุดจากความแตกแยกภายในประเทศของตัวเอง ===== สหรัฐฯ มีเป้าหมายอะไร? และกลยุทธ์ที่ใช้กับอิหร่าน? : - การโจมตีทางทหารจากภายนอกเข้าไปทำลายโครงสร้างของกองทัพและ IRGC จะผลักดันให้ประชาชนที่โกรธแค้นสามารถโค่นล้มระบอบการปกครองอิสลาม (Islamic leadership) ตั้งแต่ปี 1979 ได้ทำสำเร็จ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ Trump จะได้รับการ support จากประชาชนในอิหร่าน - เป้าหมายแท้จริงของสหรัฐฯ คือ "การเปลี่ยนระบอบ (Regime Change)" แบบถาวร เพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามในตะวันออกกลาง และต่อชาติพันธมิตร ซึ่งก็คือ ประเทศอิสราเอล - การโจมตีของทั้งสหรัฐ + อิสราเอล ใช้สรรพกำลังมหาศาล พุ่งเป้าที่การทำลายศูนย์กลางอำนาจของอิหร่านโดยตรง ด้วยการโจมตีใกล้ทำเนียบผู้นำสูงสุดอิหร่าน "อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี" - สหรัฐฯ ใช้ชื่อว่า Operation Epic Fury - อิสราเอล ใช้ชื่อว่า Roaring Lion ทั้งสองประเทศ บุกอิหร่าน พร้อมๆกัน เป็นการนัดกันมา คุยกันมาแล้ว ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด - กลยุทธ์ที่ใช้กับชาวอิหร่าน คือ ทรัมป์ (USA) และ เนทันยาฮู (Isarael) พยายามออกแถลงการณ์ เพื่อส่งสารกระตุ้นให้ "ประชาชนชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นยึดอำนาจรัฐบาลตัวเอง" ในจังหวะที่กองทัพอิหร่านกำลังโดนโจมตีอย่างหนัก เป็นการหว่านล้อมทางจิตวิทยาให้ประชาชนเลือกฝั่งผู้รุกราน ไม่ใช่ยืนข้างผู้นำตัวเอง >>> ร้ายไหมล่ะ? - สรุป : 2 ผู้นำ หวังผล 2 ส่วนคือ 1. ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านให้หมดอำนาจไป 2. ใช้แรงต้านจากประชาชน ที่มีประท้วงภายในประเทศ ไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน >> เปลี่ยนผู้นำ / เปลี่ยนระบอบการปกครอง หรือยึดอำนาจมาเป็นของตน ========== ผู้นำไม่ได้คุยกันจริงๆ พวกเขารอจังหวะใช้ "สงคราม" - สหรัฐฯ และ อิหร่าน เคยเจรจากัน เพื่อให้อิหร่านยอมประนีประนอมเรื่องนิวเคลียร์ แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ไม่ไว้ใจผู้นำอิหร่าน เนื่องจากขีปนาวุธพิสัยไกล เป็นเป้าหมายหลักของอิหร่านที่ต้องการพัฒนาต่อ แต่สหรัฐฯ พยายามเจรจาเพิ่มเติมเรื่องขีปนาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ต้องการคุย - ต่อมา อิสราเอลก็เปิดฉากถล่มอิหร่าน ในระหว่างการเจรจาของสหรัฐฯ-อิหร่าน การเจรจาไม่เป็นผลแล้ว และสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามข้างอิสราเอล และระดมฝูงบินรบและกองเรือรบจำนวนมหาศาลเข้ามาในตะวันออกกลาง การเจรจาสร้างขึ้นเพื่อถ่วงเวลาให้กองทัพบุกเท่านั้น ========== ผลประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับ คือ "ทรัพยากรของอิหร่าน" ใช่หรือไม่? : - ตอนสหรัฐบุกเวเนซุเอลา เป็นเพราะ "กำลังการผลิตน้ำมัน" แม้สหรัฐฯ จะจับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโร เพื่อหวังทรัพยากรน้ำมัน แต่น้ำมันดิบของเวเน ก็ผลิตได้เพียง 800,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น - แต่อิหร่าน คือ "จุดยุทธศาสตร์ของทรัพยากรน้ำมัน" ที่สหรัฐต้องการ เพราะอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดที่มีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็น 31% ของการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก) สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ สหรัฐวางเป้าหมายเรื่อง "ทรัยากรน้ำมัน" ไว้ด้วย ใช่หรือไม่? ไม่ใช่แค่เรื่องของขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์ และมากไปกว่าการเปลี่ยนระบอบการปกครอง แต่มองหาผลประโยชน์จากการเข้ายึดอำนาจในอิหร่านด้วย That's true... "ชายแก่ บ้าอำนาจ" พวกนี้ควรวางมือได้แล้ว โลกวุ่นวายเพราะพวกเขามากเหลือเกิน #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo?fbid=149… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ x.com/tootsyreview @tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/ @tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview @tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
Qatar is next. Middle East will burn. 🔥










