Sirijit

3.5K posts

Sirijit banner
Sirijit

Sirijit

@Sirijit

Nothing comes from nothing.

Katılım Haziran 2009
33 Takip Edilen2.3K Takipçiler
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ภาวนาตอนป่วยหนัก “ป่วยหนักแล้วรู้สึกว่า ภาวนายากเสียแล้ว เจ็บไปหมดเลย โรคบางโรคเป็นแล้ว มันเจ็บอย่างรุนแรง เจ็บมาก แทบสติแตกเลย ถ้าสติไม่แตก หมอก็ให้มอร์ฟีนไว้บรรเทาความเจ็บ เราก็เบลอๆ ไปอีก อ้าว ภาวนาไม่ไหวอีกแล้ว เบลอๆ ถ้าเราเจ็บหนักจริงๆ เราใกล้จะตายจริงๆ สมมติเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย รักษาไม่ได้แล้ว อย่าไปห่วงร่างกายมัน ร่างกายนี้เรารักแค่ไหน เราก็ต้องทิ้ง ถึงอย่างไรก็ต้องทิ้ง เพราะฉะนั้นอย่าไปเสียดายมันไป เรายังมีกิเลส เดี๋ยวเราก็มีร่างกายใหม่ ไม่ต้องหวง อาศัยนาทีสุดท้าย ช่วงสุดท้ายของชีวิตเจริญสติไว้ หัดแยกขันธ์ไปเรื่อยๆ ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง ความเจ็บปวดอยู่ส่วนหนึ่ง ดูไป ความเจ็บป่วยกับร่างกายมันคนละอันกัน ความเจ็บปวดกับจิตก็เป็นคนละอันกัน จิตเป็นคนรู้ว่าเจ็บปวด จิตไม่เคยเจ็บปวดหรอก จิตมันมีแต่กิเลสรุมเร้าเอา มันคนละส่วน กิเลสก็ไม่ใช่ความเจ็บปวด เราค่อยๆ แยกๆ ไป แยกขันธ์ไปเรื่อยๆ แล้วเราจะเหลือแต่ความเจ็บปวดจริงๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับร่างกาย ร่างกายไม่ได้เจ็บ เพียงแต่ความเจ็บมันมาอาศัยอยู่ในร่างกาย แล้วจิตใจก็ไม่ได้เจ็บไปด้วย จิตใจเป็นคนรู้คนดู ถ้าเราสามารถรักษาจิตใจให้เป็นคนรู้คนดูได้ จิตของเราดีแล้ว ถ้าตายไปอย่างไรก็ไปสุคติ เพราะเรามีสติรักษาจิตเอาไว้ได้อย่างดีแล้ว เป็นกุศลอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเลย กุศลจากการเจริญสติ กุศลจากการเจริญปัญญา แยกขันธ์ได้เรียกว่ามีปัญญาแล้ว สามารถเห็นขันธ์แต่ละขันธ์มันทำงาน มันไม่ใช่ตัวเรา นี่ยิ่งเป็นปัญญาชั้นเลิศใหญ่ การภาวนาของเรานี้ล่ะ เราสร้างกุศลใหญ่ ท่ามกลางความเจ็บปวด แยกขันธ์มันไป ร่างกายส่วนร่างกาย มันใกล้จะแตกสลายก็เรื่องของมัน มันอยู่ได้แค่นี้เพราะวิบากมันตัดรอน มันทำมาแค่นี้ มันก็ต้องตายแล้ว ความเจ็บปวดเป็นอีกสิ่งหนึ่ง อาศัยร่างกายอยู่ จิตเป็นคนรู้คนดู ความกลุ้มใจเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ความเจ็บปวด มันเป็นสิ่งที่แทรกเข้ามาในจิตใจเรา ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาในร่างกาย ความกังวล ความเศร้า ความเสียดาย อันนี้มันแทรกเข้ามาในจิตใจ ความกังวล ความเศร้าใจอะไรอย่างนี้ ไม่ไปแทรกในร่างกายหรอก สิ่งที่แทรกอยู่ในร่างกายก็ตัวเวทนาเท่านั้น ตัวสังขารแทรกเข้ามาในจิตใจได้ เวทนาก็แทรกเข้าในใจได้ เวทนาทางใจมี เราพยายามแยก แยกขันธ์ไปเป็นส่วนๆๆ แล้วเวลาจะตายจริงๆ ดูร่างกายมันตาย จิตเป็นผู้รู้ผู้ดูไว้ ถ้าเราทำได้บางคนได้ธรรมะตอนนี้เลย สมัยพุทธกาล บางท่านบรรลุพระอรหันต์ตอนนี้เลย มีอยู่หลายท่าน บรรลุพระอรหันต์แบบชีวิตสมสีสี บรรลุพระอรหันต์ในขณะที่ตาย มายุคเราอาจจะได้โสดาบันในขณะที่ตายอะไรอย่างนี้ อินทรีย์เรายังไม่แก่กล้าขนาดบรรลุพระอรหันต์ก็ได้ ได้แค่โสดาบันก็บุญแล้ว ได้หลักประกันแล้ว ยิ่งกว่าบริษัทประกันชีวิตอีก นี่ล่ะหลักประกันตัวจริงแล้ว คือการได้ธรรมะ แยกขันธ์ไปเรื่อยๆ พยายามแยกขันธ์ทุกวันๆ แล้วถ้าจิตใจฟุ้งซ่านขึ้นมา กลับมาไหว้พระสวดมนต์ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธไป พอจิตสงบแล้วก็แยกขันธ์ต่อไปอีก กายส่วนกาย เวทนาส่วนเวทนา จิตส่วนจิต กิเลสส่วนกิเลส ค่อยๆ แยกๆๆๆ ไป ต่อไปพอกิเลสมันจะแทรกเข้ามาในจิต ร่างกายนี้มีเวทนาเกิดขึ้น จิตไปรู้เข้า จิตไม่ชอบ ตรงที่ไม่ชอบ โทสะเกิดแล้ว โทสะแทรกเข้ามาที่จิต เรามีสติรู้ทัน โทสะดับ จิตเราเป็นมหากุศลจิตทันทีเลย แล้วเกิดเราตายตอนนี้ปุ๊บ สุคติภูมิแน่นอน ได้สุคติภูมิแน่นอนเลย แต่ถ้าเราถูกกิเลสครอบงำ เราก็ไปทุคติ เช่น ร่างกายมันเจ็บปวด เราก็กังวลใจ เสียใจ คร่ำครวญ โอย ยังห่วงโน้นห่วงนี้ พอตายไป จะตายไปด้วยโทสะ จิตเศร้าหมองก็ไปไม่ดี ฉะนั้นเราต้องฝึก สิ่งนี้ต้องช่วยตัวเอง ไม่มีเทวดาหน้าไหนมาช่วยเราได้หรอก ครูบาอาจารย์ก็ช่วยเราไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็ช่วยเราไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านสอนทางให้เราเท่านั้นเอง เราก็ต้องทำของเราเอง หัดแยกขันธ์ไปเรื่อยๆ ร่างกายส่วนร่างกาย เวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ส่วนเวทนา จิตส่วนจิต สังขารคือพวกกุศล พวกอกุศลทั้งหลาย ก็เป็นส่วนของสังขาร แยกมันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ อย่าให้สังขารเข้ามาครอบงำจิต อย่าให้มันมาครอบงำจิตได้ แล้วจิตก็จะอิสระขึ้นมา ถ้าบุญบารมีเราพอ เราจะเห็นเลย กระทั่งจิตก็ไม่ใช่ตัวเราหรอก ก็เป็นธรรมชาติอันหนึ่ง ทำหน้าที่รู้อารมณ์ เป็นผู้รู้ นี่ก็คือตัวจิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราได้โสดาบันเลย บางคนอาจจะได้โสดาบันตอนตายก็ได้ กำลังจะตายแล้วดูๆๆ เป็นช็อตๆๆ จิตดวงสุดท้ายดับลง ได้ธรรมะก่อน จิตมันดับลงพร้อมๆ กันเลย” หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กันยายน 2564 ฟังเพิ่มเติมได้ที่ youtube.com/watch?v=EiH0e1…
YouTube video
YouTube
Sirijit tweet media
ไทย
0
1
5
282
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
มี app หลวงปู่ปราโมทย์ สามารถโหลดได้แล้วนะคะ 🙏🏻
Sirijit tweet mediaSirijit tweet mediaSirijit tweet mediaSirijit tweet media
ไทย
0
2
4
122
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
พรปีใหม่ 2569 “ปีใหม่แล้ว มีความสุข มีความเจริญ เจริญในโลก ธรรมดา เจริญในธรรม สำคัญ อยู่กับโลกสุขบ้างทุกข์บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ฝึกปฏิบัติไป ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้นๆ ยิ่งเราปฏิบัติ เราเข้าใจธรรมะ ใจเราเต็ม มันเต็มมันอิ่ม ใจของคนในโลกที่ไม่มีธรรมะ มันหิว มีความหิว มีตัณหา มีความต้องการไม่รู้จักจบจักสิ้น ฉะนั้นในโลก ท่านบอกมันพร่อง มันบกพร่อง มันพร่อง มันไม่เต็ม คนในโลกไม่เคยฝึกจิตใจ เต็มไปด้วยความอยาก ความหิว ก็ดิ้นรนแก่งแย่ง ทำร้ายกัน เบียดเบียนกัน โลกเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร พวกเราไม่เข็ด เราก็เลยเวียนว่ายอยู่กับโลกไม่เลิก ตั้งอกตั้งใจภาวนา เป็นสมบัติที่ติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ” หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มกราคม 2569 facebook.com/share/p/1AGp8K…
Sirijit tweet media
ไทย
0
1
1
125
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ทางสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหารมีการปรับเปลี่ยนห้องแสดงธรรมเป็น อาคาร 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ซึ่งรับลงทะเบียนผู้เข้าฟังธรรม เพิ่มเติมจากที่ลงทะเบียนไว้แล้ว 300 คนได้อีก 250 คน ตามรายละเอียดดังนี้ 📣ประกาศเปิดรับลงทะเบียน รอบที่ 2 จำนวน 250 ที่นั่ง สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ปรับสถานที่เพื่อรองรับการต้อนรับองค์หลวงปู่ และสาธุชนที่มาร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้ . จึงขอประชาสัมพันธ์เรื่องการลงทะเบียน เข้าฟังการบรรยายธรรมอันเป็นมงคล ในหัวข้อเรื่อง . “ธรรมะกับการตัดกิเลส” . โดย หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี . วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ณ อาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวรฯ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมฟังในห้องบรรยาย สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่: docs.google.com/forms/d/e/1FAI… จำกัดเพียง 250 ที่นั่งสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook Live เพจวัดบวรนิเวศวิหาร หมายเหตุ : 1. ท่านที่ลงทะเบียนแล้ว ให้มาแสดงสิทธิ์ตามวัน เวลาที่กำหนด ไม่งั้นจะขาดสิทธิ์ จะมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและติดสติ๊กเกอร์สีให้อยู่หน้างาน 2. ท่านที่สมัครไม่ทัน จะมีที่รับรองด้านนอกห้องหน้าตึกสภาการศึกษาฯ อีกด้วย 3. ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด
Sirijit@Sirijit

สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ปรับสถานที่เพื่อรองรับการต้อนรับองค์หลวงปู่ และสาธุชนที่มาร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้ . จึงขอประชาสัมพันธ์เรื่องการลงทะเบียน เข้าฟังการบรรยายธรรมอันเป็นมงคล ในหัวข้อเรื่อง . “ธรรมะกับการตัดกิเลส” . โดย หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี . วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ณ ตึกสภาการศึกษามหามกุฏรราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมฟังในห้องบรรยาย สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่: docs.google.com/forms/d/e/1FAI… จำกัดเพียง 300 ที่นั่งสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook Live เพจวัดบวรนิเวศวิหาร หมายเหตุ : 1. ท่านที่ลงทะเบียนแล้ว ให้มาแสดงสิทธิ์ตามวัน เวลาที่กำหนด ไม่งั้นจะขาดสิทธิ์ จะมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและติดสติ๊กเกอร์สีให้อยู่หน้างาน 2. ท่านที่สมัครไม่ทัน จะมีที่รับรองด้านนอกห้องหน้าตึกสภาการศึกษาฯ อีกด้วย 3. ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด

ไทย
0
4
6
408
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ปรับสถานที่เพื่อรองรับการต้อนรับองค์หลวงปู่ และสาธุชนที่มาร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้ . จึงขอประชาสัมพันธ์เรื่องการลงทะเบียน เข้าฟังการบรรยายธรรมอันเป็นมงคล ในหัวข้อเรื่อง . “ธรรมะกับการตัดกิเลส” . โดย หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี . วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ณ ตึกสภาการศึกษามหามกุฏรราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมฟังในห้องบรรยาย สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่: docs.google.com/forms/d/e/1FAI… จำกัดเพียง 300 ที่นั่งสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook Live เพจวัดบวรนิเวศวิหาร หมายเหตุ : 1. ท่านที่ลงทะเบียนแล้ว ให้มาแสดงสิทธิ์ตามวัน เวลาที่กำหนด ไม่งั้นจะขาดสิทธิ์ จะมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและติดสติ๊กเกอร์สีให้อยู่หน้างาน 2. ท่านที่สมัครไม่ทัน จะมีที่รับรองด้านนอกห้องหน้าตึกสภาการศึกษาฯ อีกด้วย 3. ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด
Sirijit@Sirijit

สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ร่วมกับนวกภิกษุ พรรษากาล ๒๕๖๘ . ขอเจริญพรเรียนเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง . “ธรรมะกับการตัดกิเลส” . โดย หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี . วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ณ ห้องอบรมกรรมฐาน ตึก สว ธรรมนิเวศ ชั้น ๒ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร . สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดที่เพจวัดบวรนิเวศวิหาร หรือเข้าฟังที่ห้องบรรยายได้ .

ไทย
0
3
4
761
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ร่วมกับนวกภิกษุ พรรษากาล ๒๕๖๘ . ขอเจริญพรเรียนเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง . “ธรรมะกับการตัดกิเลส” . โดย หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี . วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ณ ห้องอบรมกรรมฐาน ตึก สว ธรรมนิเวศ ชั้น ๒ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร . สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดที่เพจวัดบวรนิเวศวิหาร หรือเข้าฟังที่ห้องบรรยายได้ .
Sirijit tweet media
ไทย
0
6
7
831
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ตามที่มีผู้สอบถามเรื่องการทำบุญมาเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถโอนปัจจัยเข้าบัญชีต่างๆ ตามวัตถุประสงค์การทำบุญได้ดังต่อไปนี้ 1. บำรุงวัด ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56042-4” (บัญชีนี้รวมการถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ในแต่ละวันด้วย) 2. สร้างอุโบสถ ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรม เพื่อสร้างอุโบสถ” ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56046-7” 3. ผลิตสื่อธรรมต่างๆ เพื่อเผยแผ่ธรรมะของ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ชื่อบัญชี “มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนจันทน์ เลขที่ 715-2-68288-8” 4. ปัจจัยบำรุงสงฆ์ ชื่อบัญชี “บำรุงสงฆ์ วัดสวนสันติธรรม โดย น.ส. ชยาทร เตชะไพบูลย์ และ น.ส. สุวิมล เครือญาติดี ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนอัสสัมชัญ ศรีราชา เลขที่ 140-3-74771-4” กรณีผู้ถวายมีเจตนาจะถวายโดยเจาะจงต่อพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อโอนปัจจัยเข้าบัญชีแล้ว ขอให้แจ้งเวลาโอน ยอดโอน และชื่อพระภิกษุรูปนั้นให้ไวยาวัจกรทราบ ทาง Inbox message ของ Facebook page: มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช หรือ Line id: mediafoundation บัญชีที่สามารถนำยอดบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้คือ บัญชีที่ 1. และ 2. โดยผู้โอนสามารถใช้ QR Code 2 ภาพแรกนี้สแกนโอนปัจจัยเข้าระบบบริจาคอิเล็คทรอนิกส์ (e-Donation) ของสรรพากรโดยตรง โดยไม่ต้องขอใบอนุโมทนาจากทางวัดเพื่อไปแสดงต่อกรมสรรพากรอีก จากเพจ มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
Sirijit tweet mediaSirijit tweet mediaSirijit tweet mediaSirijit tweet media
ไทย
0
3
4
516
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ขอให้เกิดในที่ที่มีศาสนาพุทธ "พวกเรามีโอกาสเรียนธรรมะที่แท้จริงก็เรียน ธรรมะเรียนไปเพื่อความพ้นทุกข์ เราจะพ้นทุกข์ได้เมื่อเราหมดความยึดถือ ปล่อยวางได้ จิตใจก็เป็นอิสระ สบาย ไม่มีอะไรเข้าไปปรุงแต่ง เรียกว่าจิตว่าง ว่างจากอะไร ว่างจากความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง ว่างจากกิเลส อย่าว่าแต่กิเลสเลย กระทั่งกุศลก็เข้าไปปรุงแต่งไม่ได้ ถ้าจิตยังถูกกุศลปรุงแต่งอยู่ก็ยังทุกข์แบบคนดี ถ้าเราไปถึงจุดที่พ้นความปรุงแต่งได้ก็ดีที่สุดเลย ถ้าไม่ได้ก็สร้างคุณงามความดีสะสมไป อธิษฐานไว้ อธิษฐานว่าถ้าศาสนาพุทธอยู่ที่ไหน ขอให้เราได้ไปเกิดที่นั่น หลวงพ่ออธิษฐานอย่างนี้มาตลอด ไม่ได้อธิษฐานว่าขอให้ได้เกิดเป็นคนไทยตลอด ไม่ได้ขออย่างนั้น วันหนึ่งศาสนาพุทธอาจจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยก็ได้ เหมือนที่เคยอยู่ในอินเดียแล้วก็ไม่ได้อยู่ เคยอยู่ใน ปากีสถาน บังกลาเทศ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้อยู่ มันเสื่อม ค่อยๆ สลาย วันหนึ่งก็อาจจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ถ้าเราอยากเป็นชาวพุทธ แล้วเราไปอธิษฐานขอเกิดเป็นคนไทยทุกชาติ อาจจะไม่เจอศาสนาพุทธในอนาคต ก็ตั้งใจอธิษฐานใหม่ว่า ถ้าเรายังไม่ถึงที่สุดแห่งทุกข์ในชีวิตนี้ ถ้าไปเกิดอีก ศาสนาพุทธอยู่ที่ไหน ขอให้เราไปเกิดที่นั้น ตั้งใจไว้อย่างนี้ แล้วอธิษฐานไว้ อย่าให้เราประมาท เกิดเมื่อไรก็อย่าประมาท มีโอกาสปฏิบัติธรรมได้ให้รีบปฏิบัติ ตั้งใจไว้เรื่อยๆ เวลาทำความดี ทำบุญอะไร ตั้งใจอย่างนี้ พ้นทุกข์ได้ขอให้พ้นเลย ไม่ต้องรออนาคตกาลนานไกล ถ้าไม่ได้แล้วก็ขอให้เรา ไม่หลุดออกไปจากพระพุทธศาสนา ตั้งใจไว้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 กรกฎาคม 2568
Sirijit tweet media
ไทย
0
10
18
403
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ต้องตั้งใจรักษาศีล "การที่เรามีศีลเด็ดเดี่ยวมั่นคง เวลาเราเจอครูบาอาจารย์ เราจะไม่สะทกสะท้าน ไม่อับอายขายหน้า เจอเพื่อนๆ นักปฏิบัติด้วยกันก็ไม่ขายหน้าเขา คล้ายๆ เรามีสมบัติติดเนื้อติดตัวมา มีอริยทรัพย์อย่างหนึ่ง ไม่ต้องอายใคร แล้วเวลาที่เราลงมือภาวนา บางคนบอกว่าภาวนาไม่เป็น ทำอย่างไรจิตก็ไม่เคยสงบเลย ถ้าเราถือศีลมาดี ตั้งใจรักษาศีลต่อเนื่องมาได้สักช่วงหนึ่ง จิตใจจะมีความภาคภูมิใจ อิ่มอกอิ่มใจ พอเรานึกถึงว่าหลายเดือนที่ผ่านมา เรารักษาศีลของเราไว้ได้ดี ไม่ด่างพร้อย ไม่ทะลุขาดแหว่ง จิตใจมันจะมีความสุข มันจะปลื้มใจ มีความยินดีพอใจ เรียกว่ามีปราโมทย์ ชื่อปราโมทย์ แปลว่ายินดี แต่ไม่ได้ยินดีในการทำชั่ว ยินดีในการทำดี อย่างเราถือศีลมาแล้วเรานึกถึง เราเกิดปราโมทย์เกิดความยินดี เมื่อมีปราโมทย์เกิดขึ้น มันจะเกิดปีติ เกิดความสุข เกิดความสงบ สมาธิจะเกิดอย่างง่ายดายเลย แค่เรานึกถึงว่าที่ผ่านมาเรารักษาศีลมาอย่างดี จิตใจมีความยินดีพอใจที่ได้รักษาศีล จิตใจมีปีติ มีความสุข มีความเบิกบานเป็นหนึ่งขึ้นมา สมาธิไม่ใช่ของยากอีกต่อไป เพราะฉะนั้นแค่เรารักษาศีลให้ดี การทำสมาธิจะไม่ใช่ของยาก เพราะจิตมันพร้อมที่จะเกิดสมาธิอยู่แล้ว มันเกิดยินดีพอใจในความดีที่ได้ทำมา เรียกมีปราโมทย์ขึ้นมา ก็จะมีปีติ นึกถึง มีปีติซาบซ่าน มีความสุข มีความสงบ ฉะนั้นพวกเราต้องตั้งใจรักษาศีล" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 มิถุนายน 2568
Sirijit tweet media
ไทย
0
5
9
411
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม "ตอนเราเกิดเราได้ธาตุดินของแม่ ธาตุน้ำของพ่อ แล้วก็เกิดปฏิสนธิ เกิดพลังงานคือธาตุไฟขึ้น ตอนโตขึ้นมาแล้ว คลอดแล้วก็มีลม จริงๆ อยู่ในท้องมันก็มีลม แต่ลมมันผ่านไปกับน้ำ ผ่านไปกับเลือด ผ่านไปอะไรอย่างนี้ของแม่ เพราะฉะนั้นเวลาเกิด เราเกิดมาจากธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เวลาเราตายมันกลับข้าง ธาตุแรกที่ดับคือธาตุลม ลมมันระงับไปก่อน ถัดจากนั้นธาตุไฟมันจะดับ ตัวมันจะค่อยเย็นๆ มันเย็นจากปลายเท้า ปลายมือปลายเท้าค่อยๆ ขึ้นๆ มา นี้ธาตุไฟมันค่อยดับ เสร็จแล้วธาตุน้ำมันก็แตกออกไป เป็นน้ำเลือด น้ำหนองอะไรไหลออกไป สุดท้ายก็เหลือแต่ธาตุดิน“ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 กุมภาพันธ์ 2568 Credit: fb อ่านธรรมคำสอน
Sirijit tweet media
ไทย
0
3
11
1.9K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
อย่าเป็นปลาหน้าโง่ "ต้องเข้มแข็ง ทำให้ได้ตลอดเวลาเท่าที่ทำได้ ยกเว้นเวลาที่จำเป็นต้องทำงานที่ต้องคิด อันนั้นสติ สมาธิ ปัญญาไปอยู่ที่งาน ส่วนเวลาที่เหลืออย่ามัวแต่เพลิน มันเพลินมาหนักหนาสาหัสกี่ภพกี่ชาติแล้ว รู้จักพอเสียที เป็นเวลาที่จวนตัวแล้ว ศาสนาพุทธจะยั่งยืนสักแค่ไหนเราไม่รู้เลย มันเสื่อมถอยลงไปเยอะแล้ว ทั้งพระทั้งโยม สัทธรรมปฏิรูปเต็มไปหมดเลย มีโอกาสฟังธรรมแล้ว ลงมือปฏิบัติให้ได้ ทุ่มให้เต็มที่เลย โอกาสที่จะเจอศาสนาพุทธมีไม่มาก เวลาของเราในชีวิตนี้ก็มีไม่มาก มีน้องคนหนึ่งเรียนธรรมะมาพร้อมหลวงพ่อ เขาคอยผัด เดี๋ยวเมื่อนั้นเมื่อนี้จะออกไปภาวนา จะไปอยู่วัดป่าวัดอะไร ผัดมาเรื่อยๆ จนอายุจะ 70 แล้วก็ยังอ้าง เดี๋ยวอีกเท่านั้นปีเท่านี้ปีจะออกปฏิบัติ เราก็นึกในใจว่าถ้าอายุยืนไปถึงเมื่อนั้น แล้วได้ปฏิบัติจริงมันก็ดีหรอก แต่รู้ได้อย่างไรว่าจะมีอายุเท่าไร เกิดตายก่อน ไม่ได้ปฏิบัติ เสียชาติเกิด พวกเราเข้มแข็งไว้ อย่ามาป้อแป้ๆ โอดครวญร่ำไรรำพันอะไร ไร้สาระที่สุดเลย เรียนกับหลวงพ่อ อย่ามาอ้อน อย่ามาหนูอย่างโน้นหนูอย่างนี้ ทำไมหนูไม่ดีสักที ทำไมคนอื่นดี ทำไมหนูไม่ดี อย่ามาอ้อนอย่างนี้ ไม่ชอบ มันต้องสู้ ก็นิสัยอ่อนแออย่างนี้สิมันถึงไม่ดี สู้เข้าไปสิ อดทน อย่าตามใจกิเลส อย่ามัวแต่หลงโลก โลกไม่มีอะไร โลกมันเหมือนเหยื่อตกปลา แล้วเราก็เป็นปลาหน้าโง่กินเหยื่อไปเรื่อยๆ ไม่ไหวเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 9 กุมภาพันธ์ 2568
Sirijit tweet media
ไทย
0
5
13
1.9K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
หาคู่ที่ศีลธรรมเสมอกัน “ถ้าเราคบคนชนิดไหน เราก็มีแนวโน้มจะเป็นคนชนิดนั้น เราคบคนไม่ดีก็พาเราไม่ดีไปด้วย ก็ต้องรู้จักสังเกตให้ดี อย่างจะชอบใครสักคนหนึ่ง ดูให้ดีๆ เวลาจีบกันใหม่ๆ ก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นอย่างไร ต้องสังเกตนานๆ ถึงจะรู้ จะหาแฟนก็หาที่มีศีลมีธรรมเสมอกับเรา สนใจรักษาศีลเหมือนๆ กัน สนใจเรียนรู้ปฏิบัติธรรมเหมือนๆ กันอะไร อย่างนี้ ชีวิตครอบครัวมันก็จะมีความสุข” หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ 3 กรกฎาคม 2565
ไทย
0
1
5
1.4K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
อารัมมณูปนิชฌาน ลักขณูปนิชฌาน “การที่เราจะเจริญปัญญานั้นเป็นงานหลัก งานทำความสงบของจิตเป็นงานสนับสนุน งานหลักของเราคือการเจริญปัญญา ผลที่ได้จากการเจริญปัญญาคือวิมุตติ ความหลุดพ้น เพราะฉะนั้นงานหลักก็คืองานเจริญปัญญา การเจริญปัญญานั้นจะทำได้ ถ้าเรามีสมาธิคือความตั้งมั่นของจิต ที่สามารถเห็นความเป็นไตรลักษณ์ได้ ที่เรียกลักขณูปนิชฌาน คือเห็นลักษณะ คือเห็นไตรลักษณ์ ไม่ใช่เห็นตัวอารมณ์ อันแรกทำเพื่อความสงบ จะเห็นตัวอารมณ์ มุ่งไปที่ตัวอารมณ์ แต่ลักขณูปนิชฌาน ไม่ได้มุ่งไปเพ่งตัวอารมณ์ ไม่ได้จ้องตัวอารมณ์ แต่มุ่งไปที่การเห็นไตรลักษณ์ วิธีที่เราจะฝึกให้ได้ลักขณูปนิชฌาน ไม่ยากหรอก เราปรับนิดหนึ่ง ใช้กรรมฐาน อันเดิมที่เราทำเพื่อความสงบนั่นล่ะ ไม่ต้องไปหากรรมฐานใหม่หรอก แต่เราเปลี่ยนตัวเอก ตัวเอกตอนทำอารัมมณูปนิชฌาน คือเราใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง สนใจไปที่อารมณ์กรรมฐาน แต่ถ้าเราจะทำลักขณูปนิชฌาน เราปรับมาสนใจที่จิตใจตัวเอง ที่เป็นคนรู้อารมณ์กรรมฐาน ธรรมชาติของจิตกับอารมณ์เป็นของคู่กันเสมอ เมื่อไรมีจิต เมื่อนั้นต้องมีอารมณ์ กระทั่งโลกุตตรจิตก็มีอารมณ์คือนิพพาน ฉะนั้นมีจิตต้องมีอารมณ์ มีอารมณ์ต้องมีจิต เวลาเราจะทำอารัมมณูปนิชฌาน เราน้อมจิตไปอยู่ในอารมณ์อันเดียว ที่มีความสุขอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราจะทำลักขณูปนิชฌาน เราคอยรู้ทันจิตไว้ เราก็ทำกรรมฐานอย่างเดิม แต่แทนที่จะเพ่งเล็งความสนใจไปที่อารมณ์ ให้เราคอยรู้เท่าทันจิตตัวเองไว้ อย่างหลวงพ่อถ้าจะทำลักขณูปนิชฌาน สมัยก่อนเวลาจะทำลักขณูปนิชฌาน หลวงพ่อก็มาหายใจ หายใจนั้นเคยใช้ทำอารัมมณูปนิชฌาน เพ่งอารมณ์มาแต่เด็ก เราก็ปรับนิดเดียวเอง เราเห็นร่างกายหายใจไป ใจเราเป็นคนรู้สึกอยู่ แล้วพอเราหายใจไป หายใจไป ใจเราหนีไปคิดเรื่องอื่น เรารู้ว่าจิตใจเรา หนีไปคิดเรื่องอื่นแล้ว ตัวหลักที่เราจะรู้คือจิต ไม่ใช่อารมณ์ ถ้าสนใจในตัวอารมณ์ เราจะได้สมาธิชนิดที่หนึ่ง อารัมมณูปนิชฌาน แต่ถ้าเราสนใจที่จิตของเราเอง เราจะได้สมาธิชนิดที่สองคือลักขณูปนิชฌาน” หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 พฤษภาคม 2566 facebook.com/share/p/1B5yPx…
Sirijit tweet media
ไทย
0
3
8
1.7K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
มีผู้รู้สลับไปเรื่อยๆ "ในโลก คนที่จิตเข้าไปแช่นิ่งอยู่ในอารมณ์อันเดียว นี่มีเยอะอยู่ แต่คนที่หลงโลก จับอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วุ่นวาย อันนี้มีเยอะกว่า พอมาลงมือปฏิบัติ น้อมจิตไปจับอยู่ที่อารมณ์ แล้วก็ไม่ปล่อย จับอยู่อย่างนั้น อันนี้ก็มีไม่มาก แต่คนที่สามารถรู้ว่าขณะนี้จิตถลำลงไปเพ่งอารมณ์ ยิ่งน้อยหนักเข้าไปอีก ถ้ารู้ตัวนี้จิตจะเป็นผู้รู้ขึ้นมาทันทีเลย เรียกว่าเราได้เอโกทิภาวะ ภาวะแห่งความเป็นหนึ่ง ภาวะนี้เป็นหนึ่ง แต่อารมณ์ที่ผ่านมาให้จิตรู้นี่เป็นหมื่นเป็นแสน แต่จิตนี้เป็นหนึ่ง คือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานอยู่ มันไม่ใช่ดวงเดียว มันเกิดดับๆๆ ถี่ยิบเลย แต่ว่ามันเกิดดับเกิดใหม่มันเหมือนตัวเดิม คือเป็นผู้รู้เหมือนกัน ผู้รู้ ผู้รู้ ผู้รู้ ผู้รู้ เกิดอย่างนี้ ค่อยดูๆ เราจะเห็นสติระลึกรู้กาย ร่างกายไม่ใช่เรา สติระลึกรู้เวทนาความรู้สึกสุขทุกข์ก็ไม่ใช่เรา สติระลึกรู้สังขารความปรุงดีปรุงชั่ว สังขารทั้งหลายก็ไม่ใช่เรา แล้วต่อไปสติระลึกรู้จิต เราจะเห็นจิตเกิดดับ จิตผู้รู้เกิดแล้วก็ดับกลายเป็นจิตผู้คิด ไปหลงคิดแล้ว พอไปหลงคิดแล้วเราเกิดรู้ทันว่าจิตหลงคิด จิตหลงคิดดับเกิดเป็นจิตผู้รู้ แล้วประเดี๋ยวหนึ่งจิตก็หลงไปดู จิตผู้รู้ดับเกิดจิตผู้หลงไปดู พอเรามีสติรู้ทันว่าจิตหลงไปดู จิตที่หลงดูดับเกิดจิตผู้รู้อีก เห็นไหมมันจะมีจิตผู้รู้สลับไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราไม่มีจิตผู้รู้ เราภาวนาไม่ได้จริง มันมีแต่ผู้หลง เดี๋ยวก็หลงคิด เดี๋ยวก็หลงดู เดี๋ยวก็หลงฟัง หลงไปเรื่อยๆ มันไม่สามารถตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นช่วงๆ ได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มกราคม 2568
Sirijit tweet media
ไทย
0
4
6
1.2K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
พรปีใหม่ "ใครอยากได้พรปีใหม่ ไปทำเอาเอง ให้กันไม่ได้หรอก ไม่ใช่เด็ก จะต้องหลอกกันไปเรื่อยๆ… …ใครๆ ก็อยากได้ความสุข สร้างคุณงามความดี บุญเป็นชื่อของความสุข ฉะนั้นอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศลก็ทำไป อะไรที่เป็นบาปอกุศลก็ละเสีย ทุกวันก็ฝึกจิตฝึกใจของเรา มันจะผ่องแผ้วขึ้นเรื่อยๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มกราคม 2568
Sirijit tweet media
ไทย
0
6
16
1.1K
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
วัตถุมงคล "สิ่งที่จะคุ้มครองเราได้ ไม่ใช่เหรียญ ไม่ใช่วัตถุมงคล วัตถุมงคลไม่อยู่ในมงคล 38 ประการ ไม่มีหรอก สิ่งที่จะรักษาคุ้มครองเราคือธรรมะ ฉะนั้นรักษาศีลไว้ ปฏิบัติธรรมไว้ สิ่งนี้จะคุ้มครองเรา คุ้มครองจากอะไร จากความชั่วร้ายทั้งหลาย คุ้มครองจากความตกต่ำของจิตวิญญาณ แล้วจะพาเราไปสู่สันติสุข สันติก็คือพระนิพพาน พระนิพพานนั้น ถ้าเราเข้าถึง ก็มีแต่ความสุข เป็นบรมสุขที่แท้จริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 ธันวาคม 2567
Sirijit tweet media
ไทย
0
6
10
887
Sirijit
Sirijit@Sirijit·
อยากได้ดีต้องกล้าหาญและเข็มแข็ง "สังเกตดูคนที่เคยผ่านความยากลำบาก ใจมันต่อสู้มากกว่าคนที่เกิดมาก็สบาย… พวกเราอยากได้ดี จิตใจต้องกล้าหาญต้องเข็มแข็งต้องต่อสู้ เหยาะแหยะไม่ได้เรื่องหรอก หาข้ออ้างเพื่อปกป้องกิเลส ฉลาดในการหาข้ออ้าง แต่ไม่ฉลาดในจิตของตนเอง ต้องเข็มแข็งจริงๆ เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก เส้นทางแห่งความพ้นทุกข์นี่ต้องสู้จริงๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 ธันวาคม 2567 facebook.com/share/p/1Ap8SQ…
Sirijit tweet media
ไทย
0
2
6
624
Sirijit retweetledi
DJ Kam Bennett
DJ Kam Bennett@KameronBennett·
Dude forget the deodorant stick right now it’s not important 😂😭😭😭
English
915
818
34.3K
21.6M