Sirada K

12.7K posts

Sirada K banner
Sirada K

Sirada K

@SrdKh

Lecturer, Faculty of Political Science and Public Administration, Chiang Mai University | Research Chair on Forced Displacement in Southeast Asia, RCSD.

Chiangmai, Thailand Katılım Aralık 2009
295 Takip Edilen947 Takipçiler
Sirada K
Sirada K@SrdKh·
After launching it last week, let me share our report on 'Student Migration from Myanmar to Thailand after the 2021 Coup'. รายงานเรื่องการย้ายถิ่นฐานของนักศึกษามหาวิทยาลัยจากเมียนมาสู่ประเทศไทยภายหลังปี 2564 มีภาษาไทยแปลประกบกับภาษาอังกฤษด้วยนะคะ view.publitas.com/hanns-seidel-f…
0
0
2
127
Sirada K
Sirada K@SrdKh·
A must-read analysis on People’s Party by @akanit153 “As PP shifts towards elite accommodation and electoral pragmatism, it faces a growing crisis of identity and legitimacy, alongside a dilution of its party’s brand.” fulcrum.sg/the-roots-of-t…
English
0
0
0
90
Sirada K retweetledi
Amitav Acharya
Amitav Acharya@AmitavAcharya·
My op-ed "The Davos Man, and the end of an illusion", @timesofindia Apologies to PM Carney, whom I personally admire and who is brave enough to acknowledge the illusion and hopefully will carry on with the new direction. Hopefully those Western leaders applauding his speech will do likewise.
Amitav Acharya tweet media
English
4
47
148
15.4K
Sirada K retweetledi
Prachatai English
Prachatai English@prachatai_en·
On 28 December, Myanmar will be holding its first general election since the February 2021 military coup. The election has been called a sham and a tool for the junta to maintain control, and many Myanmar migrants in Thailand are refusing to participate in it. Nevertheless, some have expressed concerns over their own safety if they do not vote. Link in reply.
Prachatai English tweet media
English
1
7
4
1.2K
Sirada K retweetledi
prachatai
prachatai@prachatai·
ชำแหละ “เลือกตั้งพม่า” รัฐทหารคุมเกม สันติภาพห่างไกล ไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์ชายแดน . เสวนาที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวข้อ “การเลือกตั้งภายใต้ระบอบทหารเมียนมา: สถานการณ์และผลกระทบต่อไทย” ชี้ว่าการเลือกตั้งของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาหรือพม่า เฟสแรก 28 ธ.ค. นี้ ไม่ได้หมายถึงการเดินหน้าสู่สันติภาพ แต่สะท้อนความเปราะบางของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง อ.ดร.ศิรดา เขมานิฏฐาไท เตือนว่าในรอบ 3 เดือนมานี้ ยังคงมีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลังฝ่ายต่อต้าน และมี 56 เขตเลือกตั้งที่จะจัดเลือกตั้งไม่ได้ ทั้งยังไม่มีการเจรจาทางการเมืองรองรับ ทำให้ต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า การเลือกตั้งที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหารจะนำพม่ากลับไปสู่ความสงบได้จริงหรือไม่ . อ่านต่อที่ prachatai.com/journal/2025/1… . ผศ.ดร.ณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์ เสนอมุมมองการเลือกตั้งจาก “มุมกองทัพพม่า” ซึ่งไม่ได้มุ่งใช้การเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบ แต่ต้องการจัดการแรงกดดันภายในกองทัพและเตรียม “การเปลี่ยนผ่านอำนาจ” ให้มินอ่องหล่ายอย่างราบรื่น ผ่านการโยกย้ายผู้นำทหาร ตั้งคนใกล้ชิดในตำแหน่งสำคัญ และวางระบบเลือกตั้งที่หวังผลล่วงหน้า โดยปลายทางคือรัฐบาลพลเรือนภายใต้การควบคุมของกองทัพ ทำให้แรงกดดันจากประชาคมโลกและภายในประเทศพุ่งไปที่รัฐบาลพลเรือนแทน และช่วยทำให้กองทัพมีพื้นที่ฟื้นตัวและรักษาเสถียรภาพภายใน . อ่านต่อที่ prachatai.com/journal/2025/1… . ขณะที่ อ.ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ชี้ว่าการเลือกตั้ง “ไม่มีความชอบธรรมแน่นอน” เพราะรัฐบาลทหารควบคุมทุกมิติและกวาดจับผู้เห็นต่าง พร้อมเตือนว่าความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะกระทบไทยโดยตรงผ่านผู้อพยพและสถานการณ์ชายแดน เขาเสนอให้ไทย “พลิกมุมมองต่อพม่า” ไม่พึ่งพาการทูตแบบรัฐต่อรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการรักษาผลประโยชน์ของไทย โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ไทยกลายเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารโดยไม่ตั้งใจ . อ่านต่อที่ prachatai.com/journal/2025/1… . #เลือกตั้งพม่า #ประชาไท
prachatai tweet media
ไทย
0
4
3
1.2K
Sirada K retweetledi
prachatai
prachatai@prachatai·
การเลือกตั้งพม่าเฟสแรกจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 ธ.ค. 2568 แต่อาจไม่ได้นำไปสู่สันติภาพอย่างที่หวัง โดยในวงเสวนา “การเลือกตั้งภายใต้ระบอบทหารเมียนมา: สถานการณ์และผลกระทบต่อไทย” ที่ มช. ‘ศิรดา เขมานิฏฐาไท’ นักวิชาการสำนักวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. ชี้ว่าการเลือกตั้งพม่ายังคงถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหาร ขณะที่มีการสู้รบกว่า 346 ครั้งในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา และจะมี 56 เขตที่ไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้เลย และด้วยเงื่อนไขที่มีความซับซ้อน มีการสู้รบต่อเนื่อง และขาดกระบวนการเจรจาทางการเมืองก่อนจัดเลือกตั้ง ทำให้ต้องตั้งคำถามว่าการเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลทหารพม่าว่าจะสามารถนำประเทศไปสู่ความสงบ สันติ หรือการแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้จริงหรือไม่ . อ่านเพิ่มเติมที่ prachatai.com/journal/2025/1…
prachatai tweet media
ไทย
1
5
1
1.4K
Sirada K retweetledi
prachatai
prachatai@prachatai·
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม พูดคุยกับ อ.ดร.ศิรดา เขมานิฏฐาไท จากสาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย–พม่า ได้สิทธิทำงานอย่างถูกกฎหมายเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รายการชวนสำรวจบริบทเบื้องหลังนโยบายนี้ ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดงบความช่วยเหลือ ไปจนถึงสถานการณ์แรงงานที่ขาดแคลนกะทันหันจากความตึงเครียดไทย–กัมพูชา รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายที่เตรียมการมาเป็นเวลายาวนานเพื่อผลักดันให้ผู้ลี้ภัยในค่ายผู้อพยพสามารถทำงานและบูรณาการเข้ากับสังคมไทยได้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้รัฐไทยต้องขยับจากแนวทางเดิมที่เน้นการส่งผู้ลี้ภัยไปประเทศที่สาม มาสู่การส่งเสริมการผนวกรวมกับสังคม (local integration) เพื่อให้ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้มีบทบาทร่วมพัฒนาสังคมไทยในระยะยาว พร้อมชวนวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว หรือเป็นก้าวแรกของการมองผู้ลี้ภัยในฐานะเพื่อนร่วมสังคมจริงๆ
ไทย
1
10
7
3.3K
Sirada K retweetledi
@FDChairsNet
@FDChairsNet@fdchairsnet·
Want to know how the @IDRC_CRDI Research Chairs on Forced Migration have been spending their time? Here's our Year 3 update video: youtu.be/jnvs9oyBtQc
YouTube video
YouTube
English
0
2
2
330
Sirada K retweetledi
Lanner
Lanner@Lanner2022·
23 กันยายน 2568 มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน (Friends Without Borders Foundation) เผยข้อห่วงใยและความคิดเห็นต่อการเตรียมเปิดให้ผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชายแดนออกไปทำงานอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป . สืบเนื่องจากเมื่อ 26 สิงหาคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว เปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมามากกว่า 77,000 คน ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว 9 แห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย . นโยบายนี้ถูกผลักดันขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่งบประมาณช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากต่างประเทศถูกตัดลด โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การระงับเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในค่ายผู้ลี้ภัย ทำให้ระบบบริการสุขภาพและกิจกรรมสำคัญหลายอย่างต้องหยุดชะงัก สะท้อนถึงความเปราะบางของการพึ่งพางบประมาณต่างชาติ และทำให้เสียงเรียกร้องต่อการหาทางออกที่ยั่งยืนดังขึ้นอีกครั้ง หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกพูดถึงมาตลอดคือการปลดล็อก ให้ผู้ลี้ภัยสามารถออกมาทำงานได้ เพื่อลดภาระของรัฐในระยะยาวและเพิ่มโอกาสให้ผู้ลี้ภัยพึ่งพาตนเอง . มาตรการดังกล่าว กำหนดเงื่อนไขชัดเจน ได้แก่ 1. คนต่างด้าวกลุ่มเป้าหมายต้องยื่นขออนุญาตออกนอกพื้นที่ควบคุม โดยมีนายอำเภอหรือปลัดอำเภอเป็นผู้พิจารณา 2. ต้องตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน หรือทำประกันสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3. ยื่นคำขออนุญาตทำงานทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทะเบียนผู้หนีภัย ใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานประกันสุขภาพ โดยชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท แต่ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานครั้งแรก 4. นายทะเบียนออกใบอนุญาตทำงานได้ไม่เกิน 1 ปี ให้สิทธิทำงานกับนายจ้างได้ทุกประเภทที่กฎหมายไม่ได้ห้าม . ต่อมา วันที่ 22 กันยายน 2568 กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า การดำเนินการจะเริ่มจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยมีขั้นตอนสำคัญ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ผู้ประสงค์จะจ้าง ไปคัดเลือกผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงฯ 2. แจ้งรายชื่อผู้ลี้ภัย พร้อมทั้งสถานที่ทำงานให้ สจจ.ต้นทางทราบ 3. ขออนุญาตออกนอกพื้นที่ (โดยกรมการปกครอง) 4. คนงานรายงานตัว ณ กรมการปกครอง 5. ตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพ (โดยกระทรวงสาธารณสุข) 6. ขออนุญาตทำงาน ณ สจจ. ที่สถานที่ทำงานตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ (ไม่เกิน 1 ปี) . มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดนและเครือข่าย ระบุว่าได้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ทั้งจากประกาศของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงาน คำให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้อง ความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดน รวมถึงเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคม ผู้ลี้ภัย และชุมชนท้องถิ่น ก่อนที่นโยบายจะถูกกำหนดเป็นแนวปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรและมีผลในทางปฏิบัติ . โดยมูลนิธิฯ ได้ระบุข้อกังวลสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ ​ 1. อิสระในการหางาน ผู้ลี้ภัยควรมีสิทธิขออนุญาตออกนอกพื้นที่พักพิงฯ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย (8 กันยายน 2568) เพื่อไปหานายจ้างที่มีการจ้างงานอยู่แล้ว หรือหางานด้วยตนเอง มากกว่าที่จะให้นายจ้างเข้ามาคัดเลือกแรงงานในค่ายโดยตรง ซึ่งจะทำให้พื้นที่พักพิงทางมนุษยธรรมกลายเป็นค่ายแรงงาน และอาจนำไปสู่ปัญหาสิทธิมนุษยชนและปัญหาสังคมในระยะยาว . 2. กลไกการบริหารจัดการร่วม รัฐควรผลักดันกลไกการจัดการที่มีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และชุมชนผู้ลี้ภัย เพราะหากให้นายจ้างติดต่อแรงงานในค่ายโดยตรง ไม่ว่าจะกับชาวบ้านหรือกรรมการค่ายฯ ก็อาจกลายเป็นการใช้บริการนายหน้าคนกลาง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแสวงประโยชน์หากไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุม . 3. สนับสนุนการทำงานรอบค่าย ชุมชนเกษตรท้องถิ่นจำนวนมากพึ่งพาแรงงานผู้ลี้ภัย ขณะที่ผู้ลี้ภัยเองก็ต้องการทำงานใกล้บ้าน การจ้างงานในพื้นที่รอบค่ายอย่างถูกกฎหมายควรได้รับความสำคัญ โดยควรขยาย “พื้นที่ควบคุม” ให้ครอบคลุมอย่างน้อยในเขตตำบลที่ตั้งและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมผ่อนผันให้การจ้างงานในพื้นที่ดังกล่าวไม่ต้องผ่านขั้นตอนอนุญาตทำงาน เพื่อลดความยุ่งยากและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น . 4. การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ลี้ภัยถือเป็นบุคคลที่อยู่ในความคุ้มครองของรัฐบาลไทยและสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จึงควรได้รับการเคารพในเสรีภาพการเลือกงานและเลือกนายจ้าง เท่าเทียมกับสิทธิของนายจ้างที่สามารถเลือกแรงงานได้ . 5. สถานะทางกฎหมายของแรงงานผู้ลี้ภัย ผู้ลี้ภัยที่ออกไปทำงานควรถูกระบุสถานะว่าเป็น “แรงงานจากพื้นที่พักพิงผู้หนีภัยฯ” แทนที่จะถูกนับรวมเป็น “แรงงานต่างด้าว” ในกรอบเดียวกับแรงงานข้ามชาติ (migrant worker) เพราะแม้จะยังไม่ได้ถือสัญชาติไทย แต่ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ก็มีข้อมูลทะเบียนและถิ่นที่อยู่ในไทยอย่างชัดเจนภายใต้ฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย . มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดนย้ำว่า ภาคประชาสังคมชายแดนและเครือข่ายมิตรสหายพร้อมให้ความร่วมมือทั้งในด้านข้อมูลและการปฏิบัติ เพื่อให้การจัดการนโยบายการจ้างงานผู้ลี้ภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ในระยะยาว ​ อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่ lannernews.com/24092568-01/ ​ #ผู้ลี้ภัย #สิทธิมนุษยชน #Lanner #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน
Lanner tweet media
ไทย
0
5
1
367
Sirada K retweetledi
The Human Rights Foundation of Monland
Local people in Mon State report that so-called dalan (informers/collaborators), often operating with the junta-backed and armed Pyu Saw Htee militias, are becoming more abusive and exploitative of civilians. Acting as the Junta’s shadow police, these groups collaborate closely with soldiers and police, spying on neighbours, reporting “suspicious persons,” and using intimidation to control communities. Residents say the problem has worsened since the Junta’s election commission instructed informers to immediately report any unfamiliar people in villages and wards ahead of the planned sham election. This order has emboldened them to act with greater impunity. According to locals, informers are extorting large sums of money from traders, shopkeepers, and small businesses. Imported goods are seized under the pretext of being “illegal,” while restaurant and accommodation owners are pressured to pay bribes. Even ordinary villagers are targeted with arbitrary accusations of being suspicious to justify arrests. A resident from Mudon described how the extortion now extends even to migrant workers: “These informers have started demanding money from people preparing to go to Thailand for work. They ride around on motorbikes asking for payments. If goods come from the Thai side, people can’t cross at Sanpya Bridge anymore. They have to use rafts, and then when the cars pick up the goods, the informers demand money again. Now they are even extorting ordinary workers heading to Thailand.” Reports from Mawlamyine tell a similar story: “In plain words, they are secret police or thugs. They have become more arrogant and are always looking for ways to cause trouble. The worst is when administrators or ward offices no longer resolve disputes in villages, but by these informers. Whoever can pay a bribe wins. Justice is gone. It is happening in many villages across Mon State. The junta is rewarding these groups with power because they want to ensure their sham election goes ahead.” Residents also described how informers, sometimes accompanied by Pyu Saw Htee militias, stop motorbikes at junctions, check licenses, seize vehicles, and demand money. If anyone resists or even looks at them in the wrong way, they are beaten. Young people in particular are being targeted as “suspicious” and handed over to security forces. Small business owners, including bars, restaurants, and karaoke shops, are being forced to make payments under various pretexts. Complaints about extortion go unanswered, and instead of taking action, local authorities side with the informers. “Not only are they ignoring the abuses, but we also have to put up with their intimidation,” one villager said. This system is not new. In Mon State, as well as in Karen and Tanintharyi Regions, the Junta has long relied on groups of informers, militia, and loyalists who function like a shadow police force. They are not official soldiers, but they act as the eyes and ears of the military. Villagers describe them as the Junta’s “secret police” because of the way they operate in the shadows, instilling fear and mistrust in communities. By using these collaborators, the Junta extends its reach into every ward and village, creating a climate of constant surveillance and intimidation. For ordinary people, the presence of these informers is a symbol of repression. They represent the brutal, hidden machinery of dictatorship — a system designed not to protect communities, but to control them, silence dissent, and enforce loyalty to an illegitimate regime. In previous years, many informers were forced into hiding after local resistance groups carried out “dalan clearance” operations. But recently, residents say, they have resurfaced with renewed boldness. During the Junta’s rule in Mon State, more than a hundred informers have been eliminated, mostly in areas where resistance forces are active. Still, the fear of these collaborators remains strong, and their abuses continue unchecked, leaving ordinary civilians trapped in fear and exploitation.
The Human Rights Foundation of Monland tweet media
English
0
25
27
1.1K
Sirada K
Sirada K@SrdKh·
กองทัพพม่าและว้า สมการอันสมประโยชน์ในดินแดนรัฐฉานตะวันออก | ประชาไท prachatai.com/journal/2025/0…
ไทย
0
0
0
67
Sirada K
Sirada K@SrdKh·
thaipbs.or.th/locals/content…วิกฤตชายแดนกับโอกาสของอำนาจ-ผู้นำ-รัฐ-และระบบโลก-ในกรณีไทย-กัมพูชา-
ZXX
0
0
0
57
Sirada K retweetledi
Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส
ท่ามกลางความขัดแย้ง #ไทยกัมพูชา สำนึกชาตินิยมของคนทั้งสองประเทศถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่จะเป็นไปได้ไหมหากเราปกป้องผลประโยชน์ของประเทศโดยไม่ต้องรังเกียจใคร หรือไม่ผลักคนอื่นเป็นตัวร้ายจนออกใบอนุญาตให้ใช้ความรุนแรง อ่านต่อได้ที่ plus.thairath.co.th/topic/politics…
Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส tweet media
ไทย
1
12
5
954