TYM
341.2K posts

TYM
@TYM_17_
20🔼/ TH/EN / OC/ JJBA/ ชงโป่วโป๊ว at 🔞 @TYM_18_

ผิดไหม? ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เพราะท้องไม่พร้อม 📌 เป็นเรื่องราวที่บีบหัวใจ หลังสาวรายหนึ่งโทรเข้ามาในรายการ อย่าหาว่าน้าสอน ของน้าเน็ก ปรึกษาหลังตัดสินใจเอาเด็กออก เพราะท้องไม่พร้อม ▪️โดยผู้หญิงคนนี้เล่าว่า เธอคบกับแฟนหนุ่มได้ไม่นานก็ทะเลาะกัน ต่างคนต่างเงียบใส่กันไป แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นเธอเกิดท้องโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหลังจากที่เธอบอกแฟนหนุ่มแล้ว แฟนหนุ่มของเธอกลับบอบว่า “ยังไม่พร้อม” เธอจึงมองว่าการยุติการตั้งครรภ์อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ แม้เธอจะไม่อยากทำก็ตาม ▪️เมื่อได้ฟังเรื่องราวของสาวคนนี้ น้าเน็ก ก็ได้บอกกับเธอ ว่าเขาจะไม่ขอให้เธอตัดสินใจใหม่ แต่หวังว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ มันจะเปิดมุมมองอะไรบางอย่างได้บ้าง และนำมาซึ่งความกล้าหาญ ในการยืนหยัดอย่างสง่างาม เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของการรับผิดชอบ… “เราเลี้ยงดูใครให้เติบโหญ่มา แล้วเค้าอาจจะกลายเป็นความภูมิใจอะไรบางอย่างซึ่งเราไม่อาจรู้…แต่อย่าx่าแกงกันให้ตาx” 💥 ซึ่งหลังจากนั้น น้าเน็ก ก็ร้องไห้ และขอตัดจบสายนี้ พร้อมกับพูดออกมาด้วยความทนไม่ไหวว่า…. “เx็ดกันแล้วก็เอาออกอ่ะ กระจอกชิบหาย ไอเxี้ย มึง…มีความสุขกันจะตาย แต่อยากกระจอก ไอสัx แค่อยาก…กัน สุดท้ายเอาออก อย่าอ้างเศรษฐกิจ อย่าอ้างความยากลำบาก อย่าอ้างไม่มีเงิน ไม่มีทอง อย่าอ้างพร้อม ไอxวย มึงก็แค่กระจอก” 💥อีจันบันเทิง

สิ่งที่กุรำคาญที่สุดในคสพเลสเบี้ยนเลยนะ อันดับ 1 เคะเอาแต่ใจ มึงถูกเสมอถูกทุกอย่าง พอกุขัดใจบ้างงอนละ พอกุว่านิดว่าหน่อยมันจะใช้ประโยคเด็ดว่า “ตามใจเองตั้งแต่แรกแล้วก็มาบอกว่าเอาแต่ใจ” มึงเต็มไหมอีสัตว์







ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกราค่ะ หน้าร้านเติ๋งเติ่งเตรียมมากล่าวลานะคะ เราเปิดหน้าร้านถึงวันที่ 13 มิ.ย.69 นี้ ใครอยากมาอำลาเราแวะมาได้เลยนะคะ มีที่จอดรถ😆 ในส่วนของใบชา ค้าปลีกและส่งยังคงจำหน่ายต่อไป แอดไลน์กันไว้ได้เลยค่า 👉🏻 lin.ee/1Jk8wv3



ลูกสาวคนนึงเขียนสมุดความในใจที่ไม่อยากให้ใครรู้ แต่แม่ถ่ายลงโซเชียล พร้อมแท็กเฟซของลูก มีชื่อสกุล คนแชร์จะหมื่นคนละ เรื่องของลูกที่คือคอนเท้นของแม่เฉย😔

ตั้งแต่เทรนพอกผิวกลับมา ชวนเด็กไม่ถึง20เข้าคลินิกเป็นว่าเล่น ก็ไม่เห็นแววการรณรงค์จะกลับมาอีกเลย แถมต๊อกๆล้างสมองการคิดวิเคราะห์คนไทยมากเห็นจุดด้อยไม่ได้ไล่ไปทำนู่นทำนี่หมด ถามจริงตัวคนไล่มันทำบ้างยัง


อย่าว่างั้นงี้เลยนะคะ ขอรูปหมาแมวนกตะกรุมนกตะกรามนกกระทุงอะไรก็ได้ ขอสัตว์เปิ่นๆเยียวยาตัวเราหน่อยได้มั้ย


อย่าตกหลุมพราง ‘Sealioning’ เทคนิคยั่วโมโหคู่ดีเบต ด้วยการจี้ถามซอกแซกทั้งที่ไม่ได้อยากรู้ หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดยกให้ ‘Rage Bait’ (เรจ เบต) เป็นคำศัพท์แห่งปี โดยให้นิยามไว้ว่าหมายถึงพฤติกรรมจงใจโพสต์คอนเทนต์ยั่วยุให้ผู้อ่านโกรธหรือหงุดหงิด ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ Wisdom จะพาผู้อ่านไปรู้จักพฤติกรรมก่อกวนให้รู้สึกหงุดหงิดอีกแบบหนึ่งที่คล้ายกับ Rage Bait มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า ‘Sealioning’ บทความจากศูนย์วิจัยโลกอินเทอร์เน็ตและสังคมในสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงพฤติกรรมนี้ในฐานะกลวิธีก่อกวนแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย “การจี้ถามเรื่องพื้นฐานที่ค้นคว้าคำตอบเองได้ง่าย หรือไม่ก็เป็นประเด็นนอกเรื่อง บางกรณีอาจร้องขอที่มาหรือเอกสารอ้างอิงข้อมูลหยุมหยิม โดยขณะเดียวกันนั้นก็จะย้ำอยู่ตลอดว่า ตนแค่ต้องการดีเบตอย่างมีเหตุผลและสุภาพเท่านั้น” การใช้ภาพแทนและคำว่า Sealion ซึ่งแปลว่าสิงโตทะเลในบริบทนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ในเนื้อหาการ์ตูนช่องสั้นๆ โดยเดวิด มัลกี (David Malki) เล่าเชิงอุปมาถึงเจ้าสิงโตทะเลที่เข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมกับสารพัดคำถาม เหตุใดจึงต้องวาดเป็นภาพสิงโตทะเล ไม่มีใครรู้แน่ชัด รู้แต่ว่าเมื่อนึกภาพเจ้าสัตว์น้ำชนิดนี้มาตีหน้าซื่อร้องเสียงดังอุ๋งๆ อยู่ข้างหูก็ฟังดูเข้ากับพฤติกรรมแบบที่เรียกกันว่า Sealioning ดี เผินๆ ดูเป็นเพียงคำถามไร้พิษภัย แต่ถ้าต้องฟังต่อไปเรื่อยๆ ก็มีแต่จะก่อความรำคาญและทำให้รู้สึกเหนื่อย ใต้ฉากหน้าของความพยายามอย่างจริงใจที่จะเรียนรู้และสื่อสาร ชาวเน็ตก่อกวนสายสิงโตทะเลพวกนี้ตั้งใจถามคำถามมากมายเหล่านี้เพื่อบั่นทอนความอดทน สมาธิ และแรงใจการอธิบายของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะเริ่มทำให้อีกฝ่ายดูเป็นคนไม่มีเหตุผลและใช้อารมณ์ เอมี โกลเวอร์ (Amy Glover) นักเขียนชาวอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ Huffington Post กล่าวว่าเทคนิคนี้มักถูกนำมาใช้เล่นงานหรือป่วนบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice) ในขณะที่ศาสตราจารย์ เจ. มาร์แชล เชพเพิร์ด (J. Marshall Shepherd) นักอุตุนิยมวิทยา ผู้อำนวยการโครงการวิจัยชั้นบรรยากาศของ University of Georgia เขียนในบทความของเขาซึ่งตีพิมพ์กับนิตยสาร Forbes ว่า เคยเห็นกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกรวนใช้วิธีนี้ในการดีเบตประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่บ่อยครั้ง ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ 1. มักใช้โทนภาษาสุภาพ แต่ตั้งคำถามวนซ้ำไปมา ต่อให้ได้รับคำตอบตรงจุดก็จะแกล้งไม่เข้าใจจนกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มจับทางได้ 2. หากสามารถตอบผ่านเรื่องหนึ่งไปได้ ก็จะมีคำถามใหม่มาจี้เรื่อยๆ เป็นวงจรไม่รู้จบ 3. เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดหรือเหนื่อย ไม่อยากเสวนาด้วยแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะเริ่มหาเรื่อง Tone Policing แทน ซึ่งหมายถึงการเบี่ยงประเด็นไปที่อารมณ์ของอีกฝ่าย หรือจับผิดเรื่องภาษาที่ใช้ว่าหยาบคายนั่นเอง ตัวอย่างวงจรคำถามที่พบได้บ่อย “ขอนิยามคำว่า X ของคุณหน่อย” “งั้นแปลว่า Y ใช่ไหม” (บิดสาร) “ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น” “อธิบายกระบวนการอย่างละเอียดให้ฟังหน่อย” “มีตัวอย่างไหม” “มีหลักฐานไหม” “มั่นใจแค่ไหน” “รบกวนขอ source อ้างอิงหน่อย” “ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดเกิน 6 เดือนรึยัง” “วิจัยนี้ peer-review ยังไง” “สถาบันนี้เชื่อถือได้จริงเหรอ” “แค่ถามก็ผิดเหรอ” “ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์เลย” “ผม/ฉันก็แค่พยายามดิสคัสอย่างสุภาพชนเองนะ” แม้จะมาจากพฤติกรรมก่อกวนออนไลน์ แต่ Sealioning เป็นกลวิธีที่หลายคนใช้เวลาถกเถียงในชีวิตจริงด้วย ปัจจุบันมีนักวิชาการ นักการเมือง และคนมีชื่อเสียงในโลกการเมืองหลายรายทีเดียวที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ไม่ซื่อตรงและใช้วิธีถกเถียงแบบสิงโตทะเล วิธีรับมือกับนักเถียงสาย Sealion คริส สโตเคิล-วอล์คเกอร์ (Chris Stokel-Walker) นักเขียนสายเทคจากหนังสือพิมพ์ The Guardian ยืนยันว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดที่สุดคือการเพิกเฉย ไม่เอาตัวเองไปลงเล่นในเกมของพวกสิงโตทะเล อาจฟังดูยากเพราะหลายคนมักรู้สึกเหมือนตัวเองอาจ ‘แพ้’ หากตัดสินใจบล็อกก่อนที่จะถกเถียงให้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังคงรักษาโทนสุภาพและมีเหตุผล แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า นั่นแหละคือ Sealioning เพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่การเอาชนะเราตั้งแต่แรก แค่พยายามก่อกวนจนกว่าเราจะปรี๊ดแตกแล้วกลายเป็นฝ่าย ‘หยาบคาย’ ก่อน ส่วนนักเขียนเจ้าของนามแฝง แอลลี (Alli) จาก Everyday Feminism แนะว่า นอกจากการเพิกเฉยไปเลย เราอาจรับมือพวกเขาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ 1. ส่งแหล่งข้อมูลสำคัญๆ ไปให้ 2. ถามคำถามเช็กเจตนา เช่น “ประเด็นที่คุณกังขาเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นคว้าเองแล้วเจอได้ง่ายมาก แต่ถ้ายังสับสนจุดไหนเป็นพิเศษก็บอกได้” 3. ถ้าอีกฝ่ายยังดูมีเจตนาจะก่อกวนไม่เลิก อาจลองก่อกวนกลับด้วยเทคนิคเดียวกัน เช่น แกล้งไม่เข้าใจคำถาม หรือยิงคำถามเรื่องหยุมหยิมกลับ แต่เนื่องจากวิธีสุดท้ายจะค่อนข้างเสียเวลา หนำซ้ำสุดท้ายอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมานอกจากได้แก้เผ็ดให้สะใจเล่น แอลลีแนะนำว่าให้เก็บวิธีนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่า เรื่อง: ศิรอักษร จอมใบหยก ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี #TheMomentum #Wisdom #Sealioning #จิตวิทยา





เปิดพรีเล่ม 'เจ๊กหนอซาสี่' การ์ตูน4ช่องเล่าเรื่องราวสัพเพเหระของลูกหลานชาวไทย-เจ๊ก วันนี้ถึง 27พค. ใครมารับที่ #ComicAvenue11 พบกันที่บูธC10 Summerluckkim เราอยู่ทั้ง2วันเลยยย จิ้มลิ้งนี้ๆ 👇 forms.gle/uV3f7HyRWrxusV…






















