Thailand Investment Forum
17.6K posts

Thailand Investment Forum
@ThInvestForum
Investment & Treasury Head สถาบันการเงินไทยและข้ามชาติ ที่ผันตัวมาเปิดบริษัทหลักทรัพย์ • UHNW • CISA • รู้จักเพิ่มเติม https://t.co/A3xHuK5pZW
Bangkok, Thailand Katılım Mayıs 2010
90 Takip Edilen62.4K Takipçiler

เมื่อพูดถึง workload ของคนทำงานประจำ มันมักจะมี “ช่วงที่เหมาะสม” อยู่แถว ๆ หนึ่ง
ถ้า load เยอะเกินไปจนทำไม่ทันต่อเนื่องจริง ๆ บริษัทก็มักต้องเพิ่มคน กระจายงานใหม่ หรือปรับระบบ
แต่ถ้า load น้อยผิดปกติเป็นเวลานาน โดยไม่มีเหตุผลเชิงระบบมารองรับ คนทำงานเองก็ควรเริ่มสังเกตเหมือนกันว่า
1. ธุรกิจกำลังชะลอหรือมีปัญหาหรือเปล่า
2. งานที่เราทำยังเป็นงานที่จำเป็นอยู่ไหม
3. สิ่งที่เราทำสร้าง value ชัดพอไหม หรือเป็นงานที่ outsource / automate / ใช้ AI แทนได้ง่าย
ไม่มีอะไรที่น้อยไปหรือมากไปแล้วดีอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “ยุ่งหรือไม่ยุ่ง” แต่อยู่ที่ว่า งานที่เราทำยังมีความสำคัญ และเรายังสร้างคุณค่าได้ชัดเจนแค่ไหน โดยเฉพาะถ้าทำงานเอกชนแล้วรู้สึกว่างานเบามาพักหนึ่งแบบผิดสังเกต ควรระวังเป็นพิเศษ
ไทย

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า หุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม ตราสารหนี้ DW DR ETF เป็นการไล่เรียง "ประเภท" การลงทุน
แต่ความจริงแล้ว ตัวอย่างที่ยกมาเป็น "บรรจุภันฑ์" ที่แตกต่างกันเท่านั้น ไม่ใช่ประเภทการลงทุนที่ต่างกัน หรือจะพูดให้ชัดคือ ไม่ใช่ "asset class" ที่ต่างกัน
เช่น เมื่อพูดถึงหุ้นสามัญ ไม่ว่าจะเป็น หุ้นรายตัว หรือ DR หรือ กองทุนหุ้น เมื่อมองลงไปถึง asset class จริง ๆ มันก็คือ "หุ้นสามัญ" ไม่ต่างกัน
เมื่อพูดถึง ตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้รายตัว หรือ กองทุนสารหนี้ เมื่อมองลงไปถึง asset class จริง ๆ มันก็คือ "ตราสารหนี้" ไม่ต่างกัน
และแม้แต่พูดถึง futures หรือ DW เมื่อมองลงไปถึงลักษณะนิติกรรมจริง ๆ มันก็คือสัญญาอนุพันธ์ ไม่ต่างกัน
นักลงทุนจึงต้องแยกให้ออกว่า มิติใดคือ "ของ" (asset class) ที่ต่างกัน และมิติใดคือ "หีบห่อ" ที่ต่างกัน เพราะถ้าแยกไม่ออก เช่น เข้าใจผิดว่า กองทุนรวมหุ้น กับ หุ้นรายตัว เป็น "ของ" คนละอย่างกัน ก็จะหยิบกรอบวิเคราะห์มาใช้ผิดตัว และอาจทำให้ตัดสินใจลงทุนผิดทางไปไกล
ไทย
Thailand Investment Forum retweetledi

ช่วงที่ตลาดดิ่งลงแรง ๆ มักได้ยินคำแนะนำว่า ให้สลับไปถือหุ้น-กองทุนหุ้น defensive เช่น infrastructure เพราะลงน้อยกว่าตลาด
แต่ผู้ลงทุนน่าจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่า ลงทุนย่อมหวัง "กำไร" ไม่ใช่หวัง "ขาดทุนน้อย" (หวังขาดทุนน้อย เอาเงินกองไว้เฉย ๆ ยังดีเสียกว่า โอเค -5% ย่อมดีกว่า -20% แต่ 0 ก็ยังดีกว่า -5% ไง)
ดังนั้น หากใครตัดสินใจปรับตัวออกมาจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่นกองทุนดัชนีหุ้น ก็ควรสลับไปถือกองทุนตราสารหนี้ ที่ค่อนข้างจะปลอดภัยในสถานการณ์แบบนี้
แล้วถ้าสลับกองทุนหุ้น a (สมมติเป็นกองดัชนีหุ้นไทย) ไปกองทุนหุ้น b (สมมติเป็นกองโครงสร้างพื้นฐานโลก) และเดี๋ยวพอเหตุการณ์ปกติ ก็ต้องสลับกลับมากองทุนหุ้น a อีกที เท่ากับจะเจอค่าธรรมเนียมซื้อ 2 รอบ ไปกลับ
ขณะที่การสลับไปเข้ากองทุนตราสารหนี้ นอกจากจะได้ความชัวร์กว่ามากแล้ว ยังประหยัดค่าธรรมเนียมไปได้ 1 รอบ จากการไม่ต้องไปแตะกองหุ้นแต่แรก b เพราะกองทุนตราสารหนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อ
ไทย
Thailand Investment Forum retweetledi
Thailand Investment Forum retweetledi



