ThumbRights - ทำไรท์

2.2K posts

ThumbRights - ทำไรท์ banner
ThumbRights - ทำไรท์

ThumbRights - ทำไรท์

@ThumbRights

ThumbRights - ทำไรท์ เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง #นิรโทษกรรมประชาชน

Katılım Ocak 2024
36 Takip Edilen708 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ThumbRights - ทำไรท์
เปิดรับสมาชิก ThumbRights Club แล้ว! ⭐️ จ่ายเงินวันละ 1 บาท ก็สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกได้ !! 😍 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่อยู่เคียงข้างผู้ต้องขังทางการเมือง และสนับสนุนการทำงานเพื่อเสรีภาพในการแสดงออก ค่าสมาชิกเพียง 365 บาท/ปี (แค่วันละ 1 บาท!) สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก TR Club ✨ 🕊Special Openchat ช่องทางพูดคุยเฉพาะ สมาชิกเท่านั้น ได้อัปเดตทุกความเคลื่อนไหวแบบใกล้ชิด 🕊Special Events กิจกรรมพิเศษที่จัดเฉพาะสมาชิก 🕊Priority Booking สิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม เวิร์กช็อป หรืออีเวนต์สำคัญก่อนใคร 🕊Annual Gift ของที่ระลึก หรือของสะสมประจำปี และสิทธิประโยชน์สุดพิเศษอื่น ๆ สนใจสมัครได้ที่ airtable.com/app8GEVmjZGVPf… #thumbrights
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
10
9
592
ThumbRights - ทำไรท์
สงกรานต์ที่ไม่มีความสนุก เพราะกฎอัยการศึกทำให้ไปไหนไม่ได้: เสียงจากยุทธนา เย็นภิญโญ  ความทรงจำของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์เป็นอย่างไรกันบ้าง? หลาย ๆ คนอาจจะมีความรู้สึกว่า เป็นเทศกาลแห่งอิสระ เป็นความสุข ได้เจอคนใหม่ ๆ หรือได้กลับบ้าน เป็นเทศกาลที่เราสามารถเล่นน้ำ เจอคนอื่น ได้อย่างอิสระตามท้องถนน  . ทว่ากลับมีคน ๆ หนึ่งที่อยากฝากถึงสังคมจากผู้ต้องขังคดีการเมือง โดยวันนี้เราขอนำข้อความบางส่วนจากจดหมายของยุทธนามาถ่ายทอดดังนี้ “ สวนเรื่องสงกรานต์ ตอนนั้นไม่สนุกเลย เพราะมี ค.ส.ช. ไปไหนก็ไม่สนุก กับกฎอัยการศึก ตอนนั้นผมทำงานไม่ได้เทียวเลยคัฟ”  . แม้วันนี้กฎอัยการศึกจะไม่อยู่แล้ว แต่ยุทธนายังคงไม่ได้ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์กับครอบครัว ไม่ได้กลับบ้านไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก เทศกาลที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ น้ำเย็น ๆ และการเริ่มต้นใหม่ จึงยังคงเป็นเพียงความทรงจำที่อยู่ห่างไกลสำหรับเขา และยังคงเป็นสิ่งที่เขายังหวังว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสมันอีกครั้ง . อีกหนึ่งเทศกาลที่ผ่านไปหลังลูกกรง อีกหนึ่งความหวังที่จะได้กลับบ้านในวันปีใหม่ไทย . #SongkranBehindBars #นิรโทษกรรมประชาชน #ThumbRights #ยกเลิก112 . ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.…  🕊
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
12
2
129
ThumbRights - ทำไรท์
ถึงแม้ไม่ได้ชอบ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนทำกิจกรรมร่วมกันโดยไม่แบ่งแยก: จดหมายจากทิวากร วิถีตนในความเห็นเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ สำหรับหลายครอบครัว สงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนได้เดินทางกลับบ้าน นัดรวมญาติ และทำพิธีสรงน้ำเถ้ากระดูกบรรพบุรุษ ช่วงเวลาแห่งความพร้อมหน้าที่มีความหมายลึกซึ้ง แต่สำหรับทิวากร วิถีตน ผู้ต้องขังคดีการเมือง เทศกาลนี้กลายเป็นสิ่งที่เขา “ไม่ได้แตะต้อง” มานานกว่าทศวรรษ เขาเล่าถึงอดีตอย่างชัดเจนว่า “การที่เทศกาลสงกรานต์มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันทำให้สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางมาเจอกันได้ เป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งทุกปีครอบครัวผมจะนัดหมายรวมญาติเพื่อไปสรงน้ำเถ้ากระดูกปู่-ย่า-ตา-ยาย-ญาติคนอื่นที่ล่วงลับ แต่นับตั้งแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ผมก็ไม่ได้ร่วมในกิจกรรมนี้เลย” ไม่ใช่เพราะเขาถูกพรากอิสรภาพแต่เพราะเขาเป็นคนที่ทบทวนความสัมพันธ์กับประเพณีและวัฒนธรรมอย่างตรงไปตรงมา “ผมไม่เคยรู้สึกว่าเทศกาลสงกรานต์คือวันปีใหม่ไทย ผมไม่ได้เข้าร่วมประเพณีรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ด้วย…เหตุผลมาจากราว ๆ ปี 54–55 ผมไม่อินวัฒนธรรมไทยในเรื่องที่คนอายุน้อยกว่าต้องเป็นฝ่ายแสดงความเคารพต่อคนอาวุโสกว่า/อายุมากกว่าอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป” เขายังบอกอย่างซื่อตรงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต “ประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปในวันสงกรานต์ผมก็ไม่ได้เข้าร่วม เพราะราว ๆ ปี 48–49 ผมเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาใด ๆ จากเดิมที่นับถือศาสนาพุทธ” แต่ท่ามกลางสิ่งที่เขาไม่เลือกเข้าร่วม ก็ยังมีสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับสงกรานต์ที่เขาชื่นชมที่สุด และยังคิดถึงที่สุด “ผมยังคงชื่นชมเทศกาลสงกรานต์ในแง่ที่คนทุกชาติ ทุกภาษา ทุกสีผิว ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้าร่วมสาดน้ำสงกรานต์กันได้โดยไม่มีการแบ่งแยก ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีปรองดองและสร้างสันติสุขให้กับโลกเราและมวลมนุษยชาติได้เป็นอย่างดี” ทิวากร วิถีตน หนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังระหว่างฎีกาในคดี ม.112 กรณีโพสต์รูปสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” รวมถึงโพสต์เรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 และปล่อย 4 แกนนำราษฎร โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำคุก 6 ปี 14 ส.ค. 2567 ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น อีกหนึ่งเทศกาลที่ผ่านไปหลังลูกกรง อีกหนึ่งความหวังที่จะได้กลับบ้านในวันปีใหม่ไทย #SongkranBehindBars #นิรโทษกรรมประชาชน #ThumbRights #ยกเลิก112 ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.… 🕊
ไทย
0
1
1
64
ThumbRights - ทำไรท์
“ผมคิดถึงอิสรภาพในวันสงกรานต์”: ความคิดถึงของ “ประวิตร” หนึ่งในผู้ต้องขังคดีการเมือง อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ไทยที่หลายคนรอคอย ช่วงเวลาของการกลับบ้าน การได้รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การเล่นน้ำกับครอบครัวและเพื่อน ๆ และการเริ่มต้นปีใหม่ไปพร้อมกับคนที่รัก แต่สำหรับ ประวิตร (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้ต้องขังคดีการเมือง เทศกาลแห่งความสุขนี้กลับเป็นเพียงช่วงเวลาที่ต้องคิดถึงจากภายในเรือนจำ ประวิตรถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 จากเหตุการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา และถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเหตุเผาป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดง ก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหารวม 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเขาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ความทรงจำเกี่ยวกับเทศกาลที่ควรจะได้ใช้เวลากับครอบครัวยังคงอยู่ในใจของเขา เขาได้เขียนไว้ในจดหมายที่พูดคุยกับ ThumbRights ว่า “อยากบอกว่าผมอยู่ที่นี่ เห้อ ๆ แต่ใครจะสน ผมคิดถึงอิสรภาพในวันสงกรานต์ที่ผมสามารถได้อยู่กับครอบครัว เล่นน้ำกันตามประเพณี ได้ไปเที่ยวกัน มันสนุกมากผมจำได้ แต่อาจจะลืม หากอยู่เรือนจำนานไป” “สงกรานต์สำหรับหลายคนคือการเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับผม มันคือช่วงเวลาที่ทำให้คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว และคิดถึงอิสรภาพมากกว่าทุกช่วงเวลา” “ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับออกไปเล่นน้ำในวันสงกรานต์ ได้กลับไปใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไปอีกครั้ง” ในวันที่เขาควรได้ออกมาเล่นน้ำ มีความสุขกับครอบครัวและเพื่อน ๆ เขากลับถูกพรากอิสรภาพ และกลับถูกจองจำเพียงเพราะการแสดงออกทางความคิดที่เห็นต่าง ไม่เห็นพ้องกับอำนาจรัฐ ทว่ารัฐกลับพรากอิสรภาพพื้นฐานไป ประวิตรเป็นเพียงพลเมืองเยาวชนที่มีแค่ความคิด และมีความเห็นแตกต่างออกไปจากกระแสหลักของการเมืองไทย แต่หลังถูกจองจำสิ่งเดียวที่เขามีกลับกลายเป็นความหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง อีกหนึ่งเทศกาลที่ผ่านไปหลังลูกกรง อีกหนึ่งความหวังที่จะได้กลับบ้านในวันปีใหม่ไทย #SongkranBehindBars #นิรโทษกรรมประชาชน #ThumbRights #ยกเลิก112 ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.… 🕊
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
42
23
2.3K
ThumbRights - ทำไรท์
ชวนสังเกตการณ์การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีมาตรา 116 ของ “ป่าน” กตัญญู หมื่นคำเรือง จากกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ #ทะลฟ้า โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาชุมนุม วันที่ 9 เมษายน ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีของ กตัญญู หมื่นคำเรือง หรือ “ป่าน” ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากกรณีเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์เชิญชวนประชาชนให้ร่วมการชุมนุมในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 รวม 2 โพสต์ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ป่านมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง รวมโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา คดีนี้มี แน่งน้อย อัศวกิตติกร จาก “ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์” (ศชอ.) เป็นผู้กล่าวหา โดยเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวหาว่า ป่านเป็นแอดมินเพจแ “ทะลุฟ้า” และเป็นผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนให้ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 10 และ 12 สิงหาคม 2564 ได้แก่ #มอบ11สิงหา “ไล่ทรราช” และ #มอบ13สิงหา “ศุกร์13ไล่ล่าทรราช” ซึ่งจัดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อมาในวันที่ 12 มกราคม 2565 ป่านพร้อมทนายความเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน หลังทราบว่ามีหมายจับที่ออกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ทั้งที่เธอไม่เคยได้รับหมายเรียกก่อน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา 2 กระทง ได้แก่ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ได้มีการอ่านคำพิพากษาในศาลชั้นต้น ซึ่งมีใจความสรุปได้ว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันว่าป่านเข้าร่วมชุมนุมและเป็นผู้ไลฟ์สดในวันเกิดเหตุ จึงย่อมรู้เห็นการโพสต์ชักชวน แม้จำเลยจะปฏิเสธ แต่ศาลเห็นว่าข้อโต้แย้งไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างโจทก์ การรู้เห็นเกี่ยวกับการโพสต์ถือเป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนในลักษณะที่จูงใจให้เกิดการชุมนุมเพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี แม้รัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุม แต่สามารถจำกัดได้เพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี ศาลชี้ว่าการกระทำเกิดขึ้นในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากโควิด-19 ซึ่งรัฐต้องจำกัดการรวมกลุ่มของประชาชน ศาลจึงเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการชักจูงให้เกิดการรวมตัวจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และเล็งเห็นผลว่าจะทำให้โรคแพร่กระจาย จึงเป็นความผิดตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันที่ 9 เมษายน นี้จึงมีความสำคัญในแง่ที่ว่า การใช้ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” กับการโพสต์ชวนชุมนุมทางการเมืองอีกทั้งยังมีการอ้างถึงว่าแม้รัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุม แต่สามารถจำกัดได้เพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี ซึ่งส่งผลต่อเส้นเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนตามหลักการของประชาธิปไตยที่อาจถูกจำกัดผ่านการตีความของศาล ซึ่งจะกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมของประชาชนในอนาคต Reference tlhr2014.com/archives/61755 ilaw.or.th/articles/10447 ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.… 🕊 #ThumbRights #ยกเลิก112 #นิรโทษกรรมประชาชน
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
9
6
191
ThumbRights - ทำไรท์
ชวนจับตา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีของ “ศักดิ์ดา” (สงวนนามสกุล) และ “กรรภิรมย์” (สงวนนามสกุล) วันที่ 8 เมษายน 2569 ศาลอาญา เวลา 09.00 น. นัดฟังคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ในคดีอาญามาตรา 217 ฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, มาตรา 215 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืนข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของศักดิ์ดา และกรรภิรมย์ ซึ่งในขณะเกิดเหตุ ทั้งสองยังคงเป็นนักศึกษาวัย 19 และ 20 ปี คดีนี้ศักดิ์ดาและกรรภิรมย์ถูกกล่าวหาว่า วางเพลิงเผารถบรรทุกพ่วงลากจูงรถยกจราจร ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณแยกใต้ทางด่วนดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังการสลายการชุมนุม “ไล่ล่าทรราช” ของกลุ่มทะลุฟ้า เพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ และทำให้ทะลุฟ้าต้องประกาศสลายการชุมนุมตั้งแต่ในช่วงบ่าย แต่ยังมีผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งที่ได้เคลื่อนขบวนผ่านถนนราชวิถี ถนนดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาการชุมนุม โดยศักดิ์ดาและกรรภิรมย์ได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน โดยได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง ส่วนในชั้นศาลทั้งสองรับสารภาพในทุกข้อหา แต่ปฏิเสธว่าในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์นั้น การกระทำความผิดยังไม่สำเร็จ โดยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกทั้ง 2 คน คนละ 4 ปี แต่เนื่องจากทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ จึงให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุกคนละ 2 ปี โดยสามารถร่วมสังเกตการณ์คดีและให้กำลังใจศักดิ์ดาและกรรภิรมย์ได้ในวันที่ 8 เมษายนนี้ ที่ศาลอาญา #นิรโทษกรรมประชาชน #ยกเลิก112 #ThumbRights ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.… 🕊
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
8
3
241
ThumbRights - ทำไรท์
ฟ้า พรหมศร กับคดีใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ยังอยู่ในห้องขัง สามารถอ่านบทความเต็มได้ที่ facebook.com/share/p/14a2SE…
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
1
0
60
ThumbRights - ทำไรท์
ทางออกเร่งด่วนคดีการเมืองของรัฐบาลใหม่: แก้คดีการเมืองด้วยมาตรการบริหาร ความร่วมมือองค์กรยุติธรรม และนิรโทษกรรมครอบคลุม ภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  การจัดตั้งรัฐบาล ที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เราคาดหวังให้รัฐบาลต้องดำเนินการคือการแก้ไขปัญหาคดีการเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ และสะท้อนถึงระบอบยุติธรรมของประเทศนี้ และในวันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นวันที่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีแล้ว ครบทั้ง 35 คน ซึ่งถอว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ วันนี้เราจึงขอนำข้อเสนอที่เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ มาปัดฝุ่นเพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่ได้ดำเนินการต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ มาตรการเชิงนโยบายที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที 1. นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตำรวจชะลอหรือหยุดการฟ้องคดีใหม่ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถกำหนดนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชะลอหรือหยุดการดำเนินคดีที่มีมูลเหตุทางการเมืองซึ่งยังอยู่ในชั้นสอบสวนได้ทันที เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของจำนวนคดีและป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกดำเนินคดีเพิ่มโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ สามารถกำชับให้พนักงานสอบสวนใช้อำนาจดุลพินิจอย่าง “เคร่งครัด” โดยหากคดีใดไม่มีความเสียหายที่เป็นรูปธรรม หรือยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็ให้ชะลอการมีความเห็นสั่งฟ้องไว้ก่อน มาตรการนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และไม่ทำให้คดีที่เกิดขึ้นสิ้นสุดลง เพียงเป็นการกำหนดนโยบายเพื่อลดความตึงเครียด เปิดพื้นที่ทางการเมืองสำหรับการเจรจา และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการออกกฎหมายหรือมาตรการระยะยาว เช่น กฎหมายนิรโทษกรรม 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสั่งการย้ายที่คุมขังนักโทษการเมืองออกนอกเรือนจำ ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 สามารถพิจารณาให้ผู้ต้องขังไปคุมขังในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำได้ เช่น การกักตัวที่บ้าน หรือสถานที่ควบคุมเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงสามารถสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ใช้กลไกตามระเบียบนี้เพื่อปรับเปลี่ยนสถานที่คุมขังสำหรับนักโทษคดีการเมือง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และตอบสนองต่อหลักสิทธิมนุษยชน 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสั่งการให้พิจารณาพักโทษนักโทษคดีเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52(7) ผู้ต้องขังคดีเด็ดขาดที่มีความประพฤติดีและรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของโทษ มีสิทธิได้รับการพักโทษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสามารถสั่งการให้เรือนจำและคณะกรรมการพิจารณาพักโทษ ใช้กระบวนการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 เพื่อพิจารณาพักโทษให้กับนักโทษการเมืองที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยยังคงยึดหลักความโปร่งใสและเหตุผลตามระเบียบราชทัณฑ์ มาตรการที่ต้องดำเนินการร่วมกับองค์กรอื่นในกระบวนการยุติธรรม 1. ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อชะลอการสั่งฟ้องคดีใหม่ รัฐบาลสามารถเจรจากับอัยการสูงสุดเพื่อขอความร่วมมือต่อการชะลอการสั่งฟ้องคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม อัยการสามารถใช้ดุลพินิจอย่าง “เคร่งครัด” เช่นเดียวกับตำรวจ โดยคดีที่ไม่มีความเสียหายชัดเจน หรือมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ให้ยุติการสั่งฟ้องไว้ก่อน สำหรับคดีที่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หากเหตุผลคำพิพากษามีน้ำหนักสมควร ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์ต่อ เว้นแต่ในกรณีที่เห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนอย่างชัดแจ้งทางข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย 2. ประสานกับศาลเพื่อชะลอกระบวนการพิจารณาคดีและการอ่านคำพิพากษา รัฐบาลสามารถเจรจากับประธานศาลฎีกาเพื่อขอความร่วมมือในการชะลอการพิจารณาคดีการเมืองในชั้นศาลไว้ก่อน ระหว่างที่จะมีมาตรการในการนิรโทษกรรม หากมีคดีใดใกล้ถึงกำหนดอ่านคำพิพากษา ก็สามารถขอให้เลื่อนออกไป นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถประสานเพื่อให้ศาลให้หลักประกันการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นหลักในทุกคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ต้องมีข้อเท็จจริงพิเศษเป็นข้อยกเว้นที่ชัดเจนตามกฎหมาย มาตรการทางกฎหมายผ่านรัฐสภา 1. ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมที่ครอบคลุมคดีมาตรา 112 และ 110 แม้ว่าปัจจุบันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับที่อยู่ในชั้นวุฒิสภาจะไม่ครอบคลุมคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 110 แต่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลยังสามารถร่วมกันเสนอร่างใหม่ที่ครอบคลุมคดีการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทั้งหมด การผลักดันกฎหมายฉบับใหม่ที่ครอบคลุมทุกมาตราที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิและเสรีภาพ จะช่วยคืนความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ฟื้นฟูหลักสิทธิมนุษยชน และลดความขัดแย้งทางการเมืองในระยะยาว ท่ามกลางการเริ่มต้นทำงานของรัฐบาลใหม่ที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล การแก้ไขปัญหาคดีการเมืองคือบททดสอบสำคัญของความจริงใจในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน มาตรการทั้งหมดที่เรานำเสนอ ทั้งสิ่งที่ฝ่ายบริหารทำได้ทันที สิ่งที่ต้องประสานกับองค์กรอิสระในกระบวนการยุติธรรม และสิ่งที่ต้องผลักดันผ่านรัฐสภา คือเครื่องมือที่รัฐบาลสามารถหยิบใช้ได้ทันที หากมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน การเริ่มต้นด้วยการลดความตึงเครียด ยับยั้งการเกิดคดีใหม่ ช่วยให้ผู้ต้องขังการเมืองได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม และวางรากฐานสู่กฎหมายนิรโทษกรรมที่ครอบคลุม คือทางเดินที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้พิสูจน์ได้ว่าเข้าใจปัญหา เชื่อในหลักสิทธิมนุษยชน และพร้อมคืนพื้นที่เสรีภาพให้แก่ประชาชน การแก้ปัญหาคดีการเมืองจึงไม่ใช่เพียงนโยบายหนึ่งในหลายประเด็นของรัฐบาลใหม่ แต่คือก้าวแรกสู่การเยียวยาความขัดแย้งและสร้างสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้นในระยะยาว Reference: ilaw.or.th/articles/17972 ถ้าคุณสนใจเรื่องนิรโทษกรรม คดีการเมือง และสิทธิทางการเมือง ชวนมาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club ปีละ 365 บาท (วันละ 1 บาท) เพื่อสนับสนุนเสรีภาพและยืนเคียงข้างผู้ต้องขังการเมืองไปด้วยกัน สมัครได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.…  🕊 # นิรโทษกรรมประชาชน
ThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
0
3
94
ThumbRights - ทำไรท์
วาดหวัง วันหนังสือเด็กสากล . วันที่ 2 เมษายน ของทุก ๆ ปีรวมถึงปีนี้ เป็นวันหนังสือเด็กสากล ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้เกิดขึ้นในเด็ก ส่งเสริมให้เยาวชนอ่านหนังสือและเน้นความสำคัญของการอ่าน วันนี้เราจึงชวนพูดคุยกับ “พี่หมอน” นามปากกา “สองขา”ผู้เขียนเนื้อหานิทานชุด “วาดหวัง” ผู้คาดหวังให้หนังสือเด็กมีความหลากหลายมากกว่าที่เป็น . อะไรเป็นจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ . จุดเริ่มต้นจาก “ความอยากทำได้มากกว่าแค่เงินบริจาค” พี่หมอนเล่าว่าในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ที่มีการเรียกร้องทางการเมืองอย่างเข้มข้น เธอรู้สึกว่าการเป็นเพียง “ท่อน้ำเลี้ยง” หรือการโอนเงินช่วยเหลือนั้นยังไม่พอ เธอจึงเลือกใช้ทักษะที่ถนัดที่สุดคือ การทำหนังสือเด็ก มาสร้างประโยชน์โดยเริ่มจากการชวนเพื่อนใน Facebook ที่มีความคิดคล้ายกันมาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน . ทำไมต้องเป็นหนังสือเด็ก . จากประสบการณ์การเป็นครูทั้งในไทย อเมริกา และอิสราเอล พี่หมอนพบว่าในอเมริกา หนังสือเด็กคือเครื่องมือสำคัญที่ปลูกฝังให้เด็กเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เด็ก ๆ ที่นั่นเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์คนดำและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่สามถึงสี่ขวบ ผ่านหนังสือที่มีเป็นร้อย ๆ เล่ม ขณะที่ในประเทศไทยยังขาดหนังสือที่สื่อสารเรื่องราวเหล่านี้อย่างจริงจัง . “วาดหวัง” กับภารกิจบันทึกประวัติศาสตร์และการเรียนรู้สังคม . หนังสือชุดนี้ไม่ได้คาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องการเป็น “พื้นที่สื่อกลาง” ให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวได้ชวนเด็กคุยในเรื่องต่าง ๆ อย่าง เรื่องความเท่าเทียม จากนิทานเรื่อง “ตัวไหนไม่มีหัว” ซึ่งเป็นเรื่องราวของพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัว ซึ่งมีเพียง ก.ไก่ และ ธ.ธง ที่ไม่มีหัว จึงถูกล้อเลียนจากเพื่อนตัวอักษรตัวอื่น และนำพาไปสู่เรื่องราวการเคารพความแตกต่างของผู้คนในสังคมว่าทุกตัวอักษรมีศักดิ์ศรีและคุณค่าเท่ากัน . หรืออีกเรื่องอย่าง “เต่าสองสองสี?” ที่เล่าเรื่องความหลากหลายทางเพศ ผ่านการเล่าเรื่องของเต่าทอง ที่ไม่ได้มีเพียงแค่สีอย่างที่เรานึกถึง แต่ในธรรมชาติก็ยังมีสีอื่นอยู่ แม้สีอื่น ๆ ดังกล่าวจะมีไม่เยอะในธรรมชาติ แต่มันก็มีอยู่อย่างสวยงาม . และยังมีมีอีกหลายเรื่องราว การบันทึกประวัติศาสตร์ เช่น เล่ม "10 ราษฎร" ที่บันทึกเรื่องราวของนักกิจกรรม เพื่อไม่ให้เรื่องราวเหล่านี้เลือนหายไป การหยิบเอา "เป็ดน้อย" ที่ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นอาบน้ำ หรือ "เสียงนก" มาเล่าในมุมที่เด็กเข้าถึงได้ความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องสัตว์ที่ร้องต่างกันในแต่ละภาษา วันสำคัญที่กว้างกว่าเดิม “มังกรไฟ” ที่เล่าเรื่องไฟป่า เพื่อให้เด็กเห็นโลกที่กว้างขึ้น . เสียงสะท้อนถึงระบบการศึกษาไทยและความหวังในอนาคต . พี่หมอนตั้งคำถามถึงการบังคับให้เด็กเล็กท่อง “ค่านิยม 12 ประการ” (พี่หมอนเล่าว่า ในอดีตเป็นแบบนั้น แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจ) หรือสอนเรื่อง “ความกตัญญู” ที่เป็นนามธรรมเกินไปสำหรับเด็กที่ยังใส่ผ้าอ้อม เธอเชื่อว่าเรื่องใกล้ตัวอย่างเรื่องพยัญชนะไทย ไฟป่า หรือความฝันของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่จับต้องได้และสำคัญต่อการเติบโตมากกว่า . "อยากให้หนังสือเด็กไทยมีความหลากหลาย" ปัจจุบันหนังสือชุดวาดหวังออกมาแล้วถึง 4 ชุด รวม 28 เล่ม แม้จะยอมรับว่า "ขายไม่เก่ง" แต่พี่หมอนยังคงมุ่งมั่นทำต่อ เพราะอยากเห็นพื้นที่ในหนังสือเด็กไทยเปิดรับเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เด็กไทยเติบโตขึ้นมาพร้อมกับมุมมองที่รอบด้านเหมือนในต่างประเทศ โดยกล่าวต่อว่า หากต้องการจะสนับสนุน สามารถติดต่อได้ที่เพจ “วาดหวังหนังสือ” หรือมูลนิธิกระจกเงาได้ด้วยเช่นกัน . ฟังแบบนี้แล้ว ผู้เขียนอดนึกไม่ได้ว่าจะได้เห็นชุดถัด ๆ ไปเล่าเรื่องของผู้ลี้ภัยและผู้ต้องขังทางการเมืองที่มีมากขึ้นและมากขึ้นหรือไม่น้าาา . #วันหนังสือเด็กสากล
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
0
1
99
ThumbRights - ทำไรท์
1 เมษายน ปีนี้ ได้แต่หวังว่าสักวัน “ความยุติธรรม” จะไม่ใช่แค่คำโกหก 🕊️🤍 #AprilFoolsDay #นิรโทษกรรมรวม112 #ปล่อยเพื่อนเรา
ThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
1
105
93
2.8K
ThumbRights - ทำไรท์
ส่งเสียงถึงผู้ต้องขังการเมืองได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบสมาชิก ThumbRights Club! บางครั้ง “จดหมายหนึ่งฉบับ” อาจเป็นสิ่งเล็ก ๆ สำหรับเราแต่สำหรับคนที่อยู่หลังกำแพงเรือนจำ มันคือกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เดินทางข้ามความเงียบไปถึงพวกเขาได้จริง ThumbRights Club เปิดพื้นที่ให้คุณส่งเสียงถึงผู้ต้องขังคดีการเมืองผ่านจดหมาย ไม่ว่าคุณจะอยากบอกว่า “ยังมีคนคิดถึง” หรือเพียงอยากบอกว่า “คุณไม่ได้อยู่คนเดียว” อยากจะบอกคนข้างในเรื่องการต่อสู้ด้านนอก ทุกตัวอักษรคือกำลังใจ ร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club เพื่อรับบริการส่งจดหมายหาผู้ต้องขังในเรือนจำ หรืออาจรับจดหมายจากผู้ต้องขังที่ได้ตอบกลับจดหมายที่คุณส่งไป เพียงวันละ 1 บาท คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความหวังผ่านจดหมายได้ 💌 มาร่วมเป็นสมาชิก ThumbRights Club เพียงวันละ 1 บาท ก็ร่วมสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก และยืนเคียงข้างผู้ต้องขังทางการเมืองได้ สมาชิกปีละ 365 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้ง พื้นที่พูดคุยเฉพาะสมาชิก กิจกรรมพิเศษ และของที่ระลึกประจำปี สิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิกอื่น ๆ สมัครสมาชิกได้ที่: airtable.com/app8GEVmjZGVP.… #thumbrights *****เนื่องด้วยระเบียบของกรมราชทัณฑ์อาจทำให้เราไม่สามารถรับ หรือส่งจดหมายให้บางคนได้*****
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
2
0
103
ThumbRights - ทำไรท์
การที่มีผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่ในเรือนจำ ฟังดูแล้วเหมือนพวกเราจะห่างไกลกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงแค่กำแพงกั้น หากเราแหงนมองท้องฟ้า อย่างไรนั่นก็คือท้องฟ้าผืนเดียวกันที่เรากำลังมอง ท้องฟ้า - PAPER youtube.com/watch?v=5OtqLb… #นิรโทษกรรมประชาชน
YouTube video
YouTube
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
8
2
195
ThumbRights - ทำไรท์
(2) สุดใจ ขวัญทอง: คนที่ยืน เพราะไม่อยากให้ใครต้องยืนคนเดียว “ชื่อสุดใจ” ชายวัย 54 ปี ผู้ประกอบอาชีรับจ้างทั่วไป ยกของ ขนของ ใส่รถ งานมีบ้างไม่มีบ้าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำ “ทุกวัน” คือการเดินทางจากย่านจักรวรรดิ มายืนหยุดขังหน้าศาลอาญา ออกจากบ้านตั้งแต่บ่ายสอง เพื่อให้มายืนให้ทันสี่โมงเย็น นี่คือกิจวัตรที่เขาทำซ้ำทุกวัน เมื่อถามว่าเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาตอบอย่างไม่ลังเล “ก็นานแล้ว ก็เพิ่งไปติดคุกรอบหนึ่ง” สุดใจเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกกล่าวหาจากคดีครอบครองระเบิดปิงปอง ในช่วงวันที่มีการชุมนุม #ม็อบ6ตุลา64 บริเวณคอนโดแห่งหนึ่งย่านดินแดง ก่อนหน้านั้น เขาเข้าม็อบเสื้อแดงตั้งแต่ยุคแรก “ตอนนั้นก็เข้ามาเสื้อแดงก็เห็นมันไม่เป็นธรรมก็เลยเข้ามา คราวนี้ยิ่งไม่เป็นธรรมหนักเลย” เขาเล่าว่าเข้าร่วมกิจกรรมมาตั้งแต่ยุคที่ขุนแผนยังอยู่ “มาตั้งแต่สมัยขุนแผนอยู่ มาค้างคืนกับขุนแผน ยาวมาจนถึงตอนนี้เลย” ตอนนั้น พวกเขายืนเรียกร้องให้ปล่อยหลายคน “ก็ปล่อยทนายอานนท์ ปล่อยรุ้ง ปล่อยเพนกวิน ก็ทำสำเร็จ ได้ปล่อยทนายอานนท์สองรอบ รุ้งก็ได้ปล่อยสองรอบ คราวนี้กลับเข้าไปใหม่คราวนี้หนักกว่าเก่าอีก” เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่าอะไรทำให้เขามาตรงนี้ทุกเย็น เขาตอบง่ายที่สุด แต่ตรงที่สุด “ก็เห็นเค้ามามันไม่เป็นธรรมก็เลยมา” จะยืนไปจนเมื่อไหร่? เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนตอบ “ยืนจนกว่ามันจะยุติธรรมเกิดขึ้น” (3) ป๋ากานต์: ชายวัย 70 ผู้ยืนหยุดขังเพราะไม่อยากให้ความอยุติธรรมชนะ เมื่อเราเดินเข้าไปทัก เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “ชื่อกานต์ ป๋ากานต์” “70 แล้ว ย่างเข้า 70” นี่คือชายวัย 70 ปีที่ขับมอเตอร์ไซค์จากคลองเตย ฝ่ารถติด ฝ่าแดด และฝ่าความเหนื่อยล้า เพื่อมายืนหยุดขังหน้า ศาลอาญา รัชดา แทบทุกวัน จากเด็กอายุ 10 กว่า ถือธงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ สู่ชายวัย 70 ที่ยังยืนด้วยความเชื่อเดิม เมื่อถามถึงจุดเริ่มต้น เขาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่คนอายุเท่าเขาไม่มีวันลืม “หลายปีแล้ว เริ่มตั้งแต่เสื้อแดง แต่จริงๆ ผมเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น อายุ 10 กว่าขวบผมก็โบกธงอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ช่วง 6 ตุลาฯ ที่มียิงกันฆ่ากัน ฆ่านักศึกษา ตอนนั้นผมก็เดินแล้ว คิดมากแล้วตอนนั้นวัยรุ่น 10 กว่าขวบเอง นั่งรถรางสลึงเดียวไปท้องสนามหลวง” ยืนหยุดขัง เพราะใจมันพาให้ยืน เขาบอกว่าไม่ได้มีใครบังคับให้มา “ใจผมชอบ พื้นฐานใจผมเป็นแบบนี้ตลอด ยิ่งสมัยก่อน อานนท์ เพนกวิน ออกมา ผมไปอยู่กับพวกเค้า ไปม็อบตลอดไม่เคยขาด ผมแนวนี้โดยตรง แนวประชาธิปไตย” เขามาแทบทุกวัน “นอกจากมีธุระถึงไม่มา แต่ส่วนมากจะมา มาบ่อยมาก เกือบตลอด มาเพื่อให้กำลังใจเด็กๆ” เมื่อถามเรื่องความเหนื่อย “มีบ้างแต่ไม่ท้อ ไปเรื่อยๆ อยากให้มาบนถนนเยอะๆ ไปนู่นไปนี่ ไปบ้าน กกต. ไปเอาเรื่องพวกมัน” เขาพูดมาตลอดการสัมภาษณ์ว่าอยากเห็น “คนออกมาเยอะๆ” เมื่อถามว่าเมื่อไหร่จะหยุดยืน เขาตอบทันที “นอกจากภารกิจสำเร็จ หรือตายกันไปข้างหนึ่ง ภารกิจคือปล่อยเพื่อนเรา” “ผมชีวิตเดียว เด็กๆ อีก คดีพวกมันยึดสนามบิน ยึดบ้านยึดเมือง ไม่ติดคุก ไม่เป็นไร แต่เด็กแค่พูดในเฟซบุ๊กติดคุก ผมไม่ชอบตรงนี้” สามชีวิต สามเส้นทาง แต่มีเหตุผลเดียวกันที่พวกเขามายืนหน้าศาลอาญา รัชดาภิเษกในทุกเย็น เพราะไม่อยากให้มีใครต้องติดคุกเพราะคดีการเมือง ยืนหยุดขังอาจเป็นเพียงกิจกรรมไม่กี่นาทีในสายตาของคนที่ขับรถผ่าน แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นทุกวัน มันคือพื้นที่เล็ก ๆ ที่พวกเขาใช้ประกาศว่า ความไม่เป็นธรรมไม่ควรกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมนี้ และตราบใดที่ยังมีคนถูกคุมขังเพราะความเห็นทางการเมือง พวกเขาก็จะยังยืนต่อไป จนกว่าความยุติธรรมจะยืนขึ้นมาจริง ๆ
ThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
7
1
313
ThumbRights - ทำไรท์
ยืนหยัด ยืนหยุดขัง: เสียงหน้าศาลอาญา ที่ไม่เคยหายไป ทุกเย็นบนถนนรัชดาภิเษก ตรงหน้าศาลอาญา มีภาพหนึ่งที่หลายคนคุ้นตา กลุ่มคนถือป้าย “ปล่อยเพื่อนเรา” “ปล่อยนักโทษการเมือง” หรือยืนชูรูปใบหน้าของผู้ถูกคุมขังด้วยคดีการเมือง หลายคนเรียกกิจกรรมนี้ว่า “ยืนหยุดขัง” บางคนขับรถผ่านไปอย่างไม่ได้สนใจอะไร บางคนกดแตรทัก บางคนก็มายืนร่วมด้วย แต่สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขายืนอยู่ตรงนี้ทุกวัน วันนี้ ThumbRights ชวนคุณมารู้จัก “เสียงเล็ก ๆ” เบื้องหลังกิจกรรมนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ของประชาชน 3 คนที่ยืนหยุดขังแทบทุกวันไม่ขาด (1) ป้ามน มณฑา แสงเปล่ง: จนกว่าทุกคนจะได้ออกมา เราจะยืนอยู่อย่างนี้ หญิงวัยกว่า 60 ปี ยืนอยู่หน้าศาลอาญาเกือบทุกวัน ไม่ใช่ในฐานะนักกิจกรรมชื่อดัง ไม่ใช่ตัวแทนองค์กร แต่เป็น “คนธรรมดา ๆ” ที่ตัดสินใจสู้ต่อเพราะความอยุติธรรมที่เห็นมาหลายสิบปีเดิมป้ามลเป็น สาวโรงงาน ก่อนออกจากงานเพราะป่วยตั้งแต่อายุ 52 ปี ป้ามนเล่าให้ฟังว่าการเมืองอยู่ในชีวิตตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น แต่ป้ามนเริ่ม “ออกมาสู่ถนน” จริง ๆ ในปี 2549 “ทักษิณโดนรัฐประหาร เราอยู่ไม่ได้เพราะเราเลือกทักษิณมา เรารักมาก… ตอนนั้นยังไม่มีเสื้อแดง ออกมาปี 49 ยังเป็นเสื้อธรรมดาอยู่ แล้วอยู่ไปอยู่มาเสื้อแดงโผล่มา เราก็เป็นเสื้อแดงมาตลอด แต่ทุกวันนี้ป้าก็เป็นเสื้อส้ม” ป้ามนเล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างจริงจัง จุดเริ่มต้นของ “ยืนหยุดขัง” ของป้ามนไม่ได้เริ่มที่หน้าศาลอาญา แต่เริ่มที่หน้าเรือนจำ ป้ามนเล่าว่า เริ่มยืนตั้งแต่ยุคแรกกับ“อาเล็ก” โชคดี ร่มพฤกษ์ และขุนแผน หนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมือง เมื่อเพื่อนร่วมต่อสู้หลายคนถูกจับ ป้ามนจึงย้ายมาหน้าศาล “จนขุนแผนเข้าคุก จนมานีเข้าคุก ไปกันหมดแล้ว เหลือป้ามน ไลฟ์ก็ไม่เป็น… เดี๋ยวนี้ไลฟ์เองเลย เพราะมันไม่เหลือใครแล้ว เราต้องสืบทอดตรงนี้” เดินทางวันละเกือบ 4 ชั่วโมง เพื่อมายืน “ป้าเป็นคนสมุทรปราการ มาจากสมุทรปราการทุกวัน… ถ้านั่งรถไฟฟ้ามาก็เกือบ 2 ชั่วโมง” ถามว่าเหนื่อยไหม? “คำว่าเหนื่อยสำหรับป้าไม่มี… เราทำเพื่อพวกเค้า คนที่อยู่ในคุกมันลำบาก ป้าไม่อยากให้ใครเข้าคุก” ทำไมถึงต้องยืนทุกวัน? “เด็กๆ พูดความจริงทุกอย่างแต่ตัวเองรับไม่ได้แล้วมาลงที่เด็ก… ไม่ว่าจะเป็นทนายอานนท์ ทำให้เราตาสว่าง” “จะรอจนกว่าขุนแผนจะออกมา และรอจนกว่าทุกคนจะได้ออกมา เราจะยืนอยู่อย่างนี้”
ThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
2
41
35
2.7K
ThumbRights - ทำไรท์
การต่อสู้กว่า 7 ปี ของ #คดีUN62 การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถูกกล่าวหาโดย คสช. ในข้อหา ม.116 ศาลพิพากษาผิดฐานไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ปรับ 200 บาท ยกฟ้อง ม.116 และข้อหาอื่นทั้งหมด และยกคำร้องส่วนแพ่ง 📍เช้าวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 910 ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษา #คดีUN62 จากกรณีการชุมนุมในวันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร คสช. ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.ออกจากตำแหน่ง และให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว บริเวณหน้าสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 โดยคดีนี้ถูกกล่าวหาโดย คสช. จำเลยทั้งหมด 18 คน ทั้งหมด 12 ข้อหา ได้แก่ - ประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ฐานะยุยงปลุกปั่น, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ม.215 - 216, ร่วมกันลักกระแสไฟฟ้า ม.335, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ม.138 - พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ - พ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ - พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ, เวลา 09.00 น. ประชาชน ญาติ และจำเลย มารออยู่จำนวนมากในห้องพิจารณา ระหว่างรอจำเลยมาครบ ศาลทำการอ่านคำพิพากษาคดีอื่น ๆ อยู่ หลังจากนั้นมีการเบิกตัวอานนท์ นำภา และ เอกชัย หงส์กังวาน มาจากเรือนจำ โดยเอกชัยอยู่ในชุดของโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ 📍เมื่อเวลา 11.00 น. พบว่ามีจำเลย 2 คนที่ขณะนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ แต่เนื่องจากคดีที่ดำเนินมาเนินนาน 7 ปี ศาลจึงมีความประสงค์อยากให้มีการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแก่ทุกฝ่าย อานนท์ นำภา ทำการโทรศัพท์พูดคุยกับญาติจำเลยผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน และตกลงกันว่าต้องนำตัวมาที่ห้องเวรชี้และศาลจะทำการอ่านคำพิพากษาผ่านทางจอภาพ เมื่อตกลงกันนัดหมายกันเสร็จ พยาบาลแหวนเป็นผู้ไปรับผู้ป่วยติดเตียงโดยรถ Ambulance และศาลเลื่อนนัดไป 14.00 น. 📍เวลา 14.00 น. จอภาพ ณ ห้องพิจารณาที่ 910 ปรากฏให้เห็นภาพผู้ป่วยติดเตียง 2 เตียงอยู่ที่ห้องเวรชี้พร้อมกับทนาย ผู้ป่วยทั้งสองคนมีความยากลำบากในการสื่อสาร เมื่อขานชื่อทำได้เพียงแค่ยกมือเท่านั้น ⚖️ ศาลอาญาพิพากษาคดีชุมนุม #คดีUN62 ของ อานนท์ นำภา กับพวก 18 คน ศาลเห็นว่า ผู้ชุมนุมมีการจดแจ้งการชุมนุมสาธารณะ กับเจ้าหน้าหน้าตำรวจ สน. ชนะสงคราม แล้ว จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว การชุมนุมไม่มีลักษณะเป็นการกีดขวาง การทำงานของเจ้าหน้าที่และปรากฏว่าผู้ชุมนุมได้มีการขอใช้ช่องทางการจราจรหนึ่งช่องแล้ว สาเหตุที่การจราจรติดขัดนั้นเป็นเพราะตำรวจเป็นผู้เอาแผงเหล็กมากั้นมิใช่ผู้ชุมนุมความไม่สะดวกนั้นไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม อีกทั้งถ้อยคำที่ใช้ในการปราศรัย ผู้ชุมนุมปราศรัย เรียกร้องให้มีการการเลือกตั้ง วัตถุประสงค์ของผู้ชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การยุยงปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมใช้กำลังปะทุษร้ายตาม ม.116 , ม.318, ม.215 ในข้อหาร่วมกันลักกระแสไฟฟ้า จากตู้จ่ายไฟของการไฟฟ้านครหลวงนั้น ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลย 18 คนเป็นผู้ต่อไฟจากตู้ของการไฟฟ้านครหลวงจริง หลักฐานยังไม่สามารถพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยได้ จึงยกประโยชน์ให้จำเลย ไม่มีความผิดฐานร่วมกันลักกระแสไฟฟ้า ส่วนจำเลยต้องชดใช้ค่าไฟต่อการไฟฟ้านครหลวงหรือไม่ในคำร้องส่วนแพ่งนั้น เมื่อจำเลยไม่ได้มีความผิดในส่วนอาญา จำเลยไม่มีความผิดฐานลักกระแสไฟฟ้า จำเลยจึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อการไฟฟ้านครหลวงเช่นกัน จึงยกคำร้องส่วนแพ่งที่ให้จำเลยต้องใช้เงินคืนค่าไฟฟ้าต่อการไฟฟ้านครหลวง ส่วนความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงนั้น แม้ในหนังสือแจ้งการชุมนุมจะแจ้งว่ามีการใช้เครื่องขยายเสียงแต่ไม่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมได้ร้องขอต่อ ผู้อำนวยการเขตท้องที่ ทำให้จำเลยมีความผิดฐานไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ตามพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ปรับคนละ 200 บาท ⭕️ สรุป จำเลยทั้ง 18 คนมีความผิดฐานไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงมีโทษปรับ 200 บาท ยกฟ้อง ม.116 และข้อหาอื่นๆ และยกฟ้องคำขอส่วนแพ่ง
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
0
23
18
400
ThumbRights - ทำไรท์
ศาลพิพากษาคดีชุมนุม #คดีUN62 การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จำเลย 18 คน ผิดฐานไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ปรับคนละ 200 บาท ยกฟ้อง ม.116 และข้อหาอื่นทั้งหมด และยกคำร้องส่วนแพ่ง
ไทย
0
4
3
170
ThumbRights - ทำไรท์
🔴 เลื่อนเวลาอ่านคำพิพากษา ! #คดีUN62 กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นเวลา 14.00 ห้องพิจารณาคดีที่ 909 ศาลอาญา
ไทย
0
1
1
92
ThumbRights - ทำไรท์
ชวนไปฟังคำพิพากษา #คดีUN62 หรือ ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จากกรณีการชุมนุมในวันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร คสช. เรียกร้องให้คสช.ออกจากตำแหน่ง และให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว บริเวณหน้าสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 คดีนี้ต่อสู้มานานกว่า 7 ปี วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี รัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และพยายามเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องหลัก คือ การให้รัฐบาล คสช. ออกจากตำแหน่ง และให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่ก็มีการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดการชุมนุม และจบลงด้วยการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่และจับกุมแกนนำกว่า 10 คน โดยคดีนี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้รับมอบอำนาจ จาก คสช. แจ้งความดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต่อเนื่องถึงองค์การสหประชาชาติ ทั้งหมด 62 คน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อคดี UN62 โดยแบ่งเป็นแกนนำผู้ถูกกล่าวหาฐานยุยงปลุกปั่น 21 คน และร่วมชุมนุมทางการเมือง 41 คน คดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องแกนนำ 2 ชุด รวม 18 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 หนึ่งในจำเลยคดีนี้ คือ อานนท์ นำภา และ เอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ พรุ่งนี้ วันพฤหัส ที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญา มีนัดฟังคำพิพากษา #คดีUN62 อานนท์ นำภา กับพวกรวม 18 คน ในวันนั้นมี อานนท์ นำภา และ เอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาที่ศาล สามารถไปเยี่ยมทั้งสองคนในวันพรุ่งนี้ได้อย่างใกล้ชิด จึงขอเชิญชวนได้ร่วมให้กำลังใจการต่อสู้ที่ยาวนานกว่า 7 ปี และสังเกตการณ์การอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ร่วมกัน #นิรโทษกรรมรวมคดี116 #ปล่อยเพื่อนเรา
ThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
1
86
52
1.5K
ThumbRights - ทำไรท์
Recap: Rights to miss Night of share เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ร้าน Arai Arai, home cafe ได้มีการจัดงาน Rights to miss Night of share เพื่อเล่าถึงเรื่องราวของผู้ต้องขังทางการเมืองผ่านจดหมายที่ส่งออกมาจากในเรือนจำ พร้อมกับชวนทุกคนในงานร่วมกันเขียนจดหมาย หนึ่งในวงพูดคุยภายในงาน คือการชวนกันคุยถึงความสำคัญของจดหมายต่อผู้ต้องขังทางการเมือง ทำไมจดหมายถึงสำคัญ โดยมีแขกรับเชิญสองคนที่มาร่วมสนทนากันคือ บุ๊ค eleven finger อดีตผู้ต้องขังทางการเมืองและ บรี จาก Amesty international สามารถอ่านบทความเต็มได้บนเจเฟซบุ๊ก หรือ facebook.com/share/p/1AYsBR…
ThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet mediaThumbRights - ทำไรท์ tweet media
ไทย
1
0
0
100