FAZZ
1.8K posts

FAZZ
@Tyrant_Weapon
ชายผู้อยู่กับปัจจุบันเสมอ
เขาสวนกวาง, ประเทศไทย Katılım Eylül 2017
377 Takip Edilen8 Takipçiler

จุลพันธ์ยืนยันเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. อนุญาตผู้สมัครบางรายใช้โลโก้หาเสียง
วันนี้ (13 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครว่า พรรคเพื่อไทยชัดเจน เพราะความจริงแล้ว เราไม่ได้ส่งผู้ว่ากรุงเทพมหานครมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกันที่เราไม่ได้มีมติในการส่งผู้ว่า กทม. ในการแข่งขันครั้งนี้
ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ก็เช่นกันที่ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงในนามพรรค แต่ขอชี้แจงว่า ถึงแม้ว่า เราจะประกาศว่าจะไม่ได้ส่งผู้สมัคร หรือบุคลากรของพรรคที่ทำงานกันมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีคนรักและศรัทธา มีความเชื่อมั่นในการทำงานในนามของพรรคจำนวนมาก ซึ่งก็มีการส่งคำขอเข้ามา เพื่อขอใช้โลโก้พรรคในนามสมาชิกพรรค ซึ่งกรณีนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคก็จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆ ไป ซึ่งเมื่อมีผู้สมัครบางกลุ่มมีความประสงค์ เราก็มีความยินดี ไม่ได้มีความขัดข้อง แต่ถ้าถามว่า เป็นการส่งทุกเขตหรือไม่ ส่งในนามพรรคหรือไม่ ก็ไม่ใช่ แต่เป็นการลงสมัครของผู้สมัครเอง ที่อยากทำงานในนามของพรรคต่อไป ซึ่งถือเป็นการลงส่วนตัว เพียงแต่ขออนุญาตพรรคในการใช้โลโก้
ส่วนเหตุผลในการไม่ส่งผู้ว่ากรุงเทพมหานครลงสู้เลือกตั้งครั้งนี้ จุลพันธ์กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคไม่ได้คุยกันในลักษณะนั้น แต่เราดูเรื่องของความพร้อม และความเหมาะสม ซึ่งเพื่อไทยเป็นพรรคระดับประเทศ และแข่งขันในเวทีการเลือกตั้งใหญ่เป็นหลักมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งก็มีการส่งผู้สมัครท้องถิ่นบ้าง ในบางจังหวัด แต่ในระดับล่างกว่านั้น เช่น เทศบาล ก็ไม่เคยส่งผู้สมัครเป็นทางการ ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ลงในนามอิสระ แต่ขอใช้โลโก้พรรคขณะนี้ยังไม่มีคำขอมา
#TheStandardNews

ไทย

@selfcircled แผนขายชาติสมบูรณ์แบบเลยนี่หว่า อีกหน่อยแม่งคงมีป้ายห้ามคนไทยเข้ามาในบริเวณพื้นที่แล้วมั้ง
ไทย

มุงเรื่องนี้กันหน่อย 🥲 ครม. จะปลดล็อกกลุ่มธุรกิจ 8 อย่างให้ต่างชาติลงทุนได้ไม่ต้องขออนุญาต
โทรคมนาคม/ศูนย์บริหารเงิน/บริหารงานด้านธุรการทรัพยากรบุคคล/รับค้ำประกันหนี้ในประเทศ/เช่าพื้นที่ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ/ขุดเจาะปิโตรเลียม/ธุรกิจอื่นตามกมว่าด้วยหลักทรัพย์ ฯลฯ
ฐานเศรษฐกิจ@Thansettakij
มติครม. ล่าสุดอนุมัติแก้กฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว เปิดทาง 8 กลุ่มธุรกิจ ไม่ต้องขออนุญาตประกอบกิจการ หวังลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ thansettakij.com/economy/658882
ไทย

@MorningNewsTV3 ใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ประชาชนชั้นอีลิท หรือ ประชาชนทั่วไป
ไทย

#เรื่องเล่าเช้านี้ "อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงิน ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ ยันจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว
#ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
ch3plus.com/news/political…
ไทย

มาเฟียภูเก็ตบุกป่าสงวนพร้อมอาวุธปืน! สส.พรรคประชาชน ภูเก็ต เขต 2 "โค้ชแซม เฉลิมพงศ์ แสงดี" เปิดหลักฐานผู้อิทธิพลยึดป่าสงวนสร้างรีสอร์ทหรู-ตัดไม้ทำลายป่า
สส.พรรคประชาชน ภูเก็ต เขต 2 "เฉลิมพงศ์ แสนดี " โพสต์ล่าสุด
"เตือนภัย! ผู้มีอิทธิพลหาดฟรีด้อมบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาคเกิดอาวุธครบมือ
ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หาดฟรีด้อม ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เข้าบุกรุก ป่าสงวนเทือกเขานาคเกิด พร้อมอาวุธปืนครบมือ! การกระทำนี้ไม่ใช่เพียงการละเมิดกฎหมาย แต่เป็นการ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของชาติ เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว และ ข่มขู่พี่น้องประชาชน ที่พยายามทำมาหากินอย่างสุจริต โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเก็บค่าเข้าหาดจากนักท่องเที่ยว สร้างรีสอร์ทหรู ตัดไม้ทำลายป่า 
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดเจนว่า กลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายและไม่ได้เคารพสิทธิของประชาชน พวกเขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แม้ต้องทำลายป่าไม้ สัตว์ป่า และความสงบเรียบร้อยของชุมชน
ในฐานะตัวแทนประชาชน ผม เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ยืนหยัดปกป้องสิทธิของพี่น้องประชาชน และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น เราจะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลมากดขี่ประชาชนและทำลายทรัพยากรชาติ
พี่น้องประชาชนต้องร่วมกันจับตาและปกป้องพื้นที่ของเรา ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
.
#โค้ชแซม #พรรคประชาชน"
สมัครสมาชิกรายเดือนเฟซบุ๊กศิโรตม์ทอล์ค
กด subscribe
facebook.com/sirote.klampai…




ไทย

เชิญสมาชิกช่วยสอนจีนเทาแต่งปืน
เห็นตำรวจบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ก่อการร้ายหรืออะไรหรอกเป็นแค่คนชอบปืนเท่านั้น (แต่มี C4 มีถังน้ำมันฉ่ำพร้อมทำคาร์บอม) อีกทั้งบัตรประชาชน ทั้งอาวุธ ทั้งกระสุนนี่ ไล่ไปโดนหมดทั้งมหาดไทยและกลาโหมเลย
เอาเถอะ ก็เข้าใจอะนะ ว่าแต่เห็นคนชอบปืนหลายคนดูภาพปืนที่จีนเทามีแล้วหัวเราะว่านี่เหรอวะคนชอบปืน แต่งปืนไม่เห็นเป็น งั้นรบกวนสมาชิกทุกท่านสอนมวยเจ้าหน้าที่ไทย เอ้ย สอนเทคนิคจีนเทาคนนี้หน่อยว่า ถ้าคนชอบปืนจริง แต่งปืนเป็นจริง มันต้องแต่งยังไงครับ

ไทย

อึ้ง! ตำรวจขยายผลจากอุบัติเหตุจีนเทารถคว่ำ บุกค้นบ้านแห่งหนึ่ง เจอคลังแสงขนาดย่อม “ปีน-ระเบิด” เพียบ พบมีการค้นข้อมูลก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ เจอระเบิดซีโฟร์ถูกติดตั้งพร้อมใช้งาน ต้องอพยพชาวบ้านในละแวก
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/crime/mor…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวภูมิภาค #ชลบุรี

ไทย
FAZZ retweetledi

@skongki2000 ก็รู้อยู่หรอกว่าคนล้มอย่าซ้ำ แต่มันอดหุบยิ้มที่มุมปากไม่ได้เลยอ่ะ
ไทย

@TifFaNy_9member สรรหามาแต่ละอย่าง โง่ซ้ำ โง่ซ้อน โง่ซ่อนเงื่อน โง่ไม่บอกเพื่อน ไม่โดนประชาชนด่าซักอาทิตย์นึงพวกมึงจะขี้ไม่ออกรึไงวะ ?
ไทย

“เฉพาะภาคครัวเรือน ไม่เกี่ยวกิจการ-อุตสาหกรรมขนาดใหญ่” สรุปคือเก็บครัวเรือนที่ใช้ไปเยอะ เอามาชดเชยครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย ส่วนพวกนายทุน ห้าง อุตสาหกรรม ที่ใช้เยอะๆ ก็จ่ายเท่าเดิมนะครับทุกท่าน
เรื่องเล่าเช้านี้@MorningNewsTV3
“เอกนัฏ” ชี้ อัตราค่าไฟใหม่ ถูกลง 20% สำหรับ 20 ล้านครัวเรือน ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ทั้งระบบถูกลง 30-40% แจง ผู้ใช้ 400 หน่วยขึ้นไป ไม่ต้องเหมาจ่าย 5 บาท มีผลรอบบิลเดือนมิถุนายน ยันค่าไฟใหม่เฉพาะภาคครัวเรือน ไม่เกี่ยวกิจการ-อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือผู้ใช้ไฟที่เป็นเกษตรกร อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
ไทย

@skongki2000 ทำไมมันขยันทำแต่เรื่องโง่ว่ะ ไม่โดนประชาชนด่ามันจะนอนไม่หลับรึไง ?
ไทย

รวย รวยยยยย ไม่ไหว สำนักงานศาลยุติธรรมเข้ารับฟังการบรรยายและศึกษาดูงานแถบยุโรป 31ล้าน!!
คืนนี้จะพาไปดู งบปี69 สำนักงานศาลยุติธรรมมีโครงการเข้ารับฟังการบรรยายและศึกษาดูงานต่างประเทศ 9โครงการ ครอบคลุมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงและผู้พิพากษา ประเทศในแถบยุโรป
ใช้วิธีคัดเลือก เหตุผล มีความจำเป็นเร่งด่วน😏
งบประมาณทั้งสิ้น 31,014,500 บาท
จากข้อมูล มีการเดินทางต่างๆ ดังนี้
1.สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
2.สวิตเซอร์แลนด์
3.ราชอาณาจักรเบลเยียม
4.ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
5.สาธารณรัฐฝรั่งเศส
6.ราชรัฐโมนาโก
7.สาธารณรัฐอิตาลี
8.สาธารณรัฐออสเตรีย
9.สาธารณรัฐเช็ก
เข้ารับฟังการบรรยาย ผ่าน Zoom, Google Meet ก็ได้มั่ง

ไทย

“คำสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี” เพื่อความยุติธรรม หรือจำกัดการตรวจสอบของประชาชน?
.
.
“ศาลยุติธรรมอำนวยความยุติธรรมอย่างรวดเร็ว เข้าถึงได้ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อความเชื่อมั่นและความเท่าเทียมในสังคม” — วิสัยทัศน์ศาลยุติธรรม
.
21 เมษายน 2569 ในโอกาสวันสถาปนาศาลยุติธรรม เพื่อรำลึกถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างอารยะประเทศ ซึ่งเคารพในหลักการนิติธรรม (Rule of Law) ย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่มีภารกิจหลักในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเสมอภาค สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศาลยุติธรรมข้างต้น
.
แม้ว่าศาลจะพยายามเป็นภาพลักษณ์ของความยุติธรรมในอุดมคติมาอย่างยาวนาน แต่คำถามสำคัญที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือ “ความโปร่งใส” ของกระบวนการพิจารณาคดีในทางปฏิบัติ
.
หลักการสำคัญหนึ่งในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมคือ “การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย” (Public Trial) มิได้เป็นเพียงหลักการเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจตุลาการ และเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to Fair Trial)
.
อย่างไรก็ดี ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง เช่น คดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ และต่อเนื่องมาถึงช่วงเดือนมีนาคม 2568 เฉพาะที่ศาลอาญาได้เริ่มมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาคดี ‘ห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ภายในห้องพิจารณาคดี’ อย่างน้อย 12 คดี โดยใช้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกัน แม้จะไม่ใช่องค์คณะผู้พิพากษาเดียวกัน ซึ่งระบุถ้อยคำว่า
.
“ห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้น ศาลจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลต่อไป”
.
แม้ว่าศาลจะมีอำนาจในการออกคำสั่งดังกล่าว ในด้านหนึ่งเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี แต่ในอีกด้านอำนาจนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และต้องไม่จำกัดสิทธิของประชาชนเกินความจำเป็น
.
คำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลัก “การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย” และสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจตุลาการ ซึ่งจะนำไปสู่สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะรับรองว่าหากมีการใช้กฎหมาย หรือกระบวนการพิจารณาคดีที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม จะต้องปรากฏต่อสาธารณะ นำไปสู่การถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
.
ประเด็นที่น่ากังวล คือ ความไม่ชัดเจนของขอบเขตคำสั่ง “ห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี” ซึ่งอาจถูกตีความอย่างกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่การรายงานข้อเท็จจริง ไปจนถึงการอธิบายบรรยากาศในศาล หรือแม้แต่การอธิบายปฏิกิริยาของผู้พิพากษาหรือคู่ความในห้องพิจารณา อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรับรู้ของสาธารณชน
.
ยิ่งไปกว่านั้น การฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษจำคุก และที่สำคัญคือ เป็นคดีที่ศาลสามารถดำเนินการเองโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกล่าวหาแบบปกติ กล่าวคือ ศาลเป็นทั้ง “ผู้กล่าวหา ผู้ไต่สวน และผู้พิพากษา” ในคดีเดียวกัน
.
ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่เพียงการจำกัดการเผยแพร่ข้อมูล แต่รวมถึงการสร้าง “บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว” ในห้องพิจารณาคดี ที่ทำให้ผู้สื่อข่าว นักวิชาการ และประชาชน ไม่กล้าใช้สิทธิในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรม
.
เมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปภายใต้ข้อจำกัดในการเปิดเผย หลุดพ้นจากการตรวจสอบโดยสาธารณะ ย่อมเสี่ยงต่อการกลายเป็น “ความยุติธรรมในที่มืด” ซึ่งขัดต่อหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานในการพิจารณาคดีอาญา และพันธกรณีระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
.
ดังนั้น ในโอกาสวันศาลยุติธรรม คำถามสำคัญจึงมิใช่เพียงว่าศาลมีอำนาจเพียงใด แต่คือการใช้อำนาจนั้นสามารถรักษาสมดุลระหว่าง “ความสงบเรียบร้อยของศาล” กับ “สิทธิของประชาชนในการรับรู้และตรวจสอบ” ได้อย่างเหมาะสมเพียงใด
.
ทั้งนี้ คำสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี ถูกเริ่มใช้ในบางคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2568 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีคดีที่ศาลอาญามีคำสั่งแล้วอย่างน้อย 12 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 10 คดี, คดีละเมิดอำนาจศาล 1 คดี และคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (หมิ่นประมาท กกต.) จำนวน 1 คดี ซึ่งบางคดีศาลมีคำสั่งตั้งแต่ในช่วงสืบพยานไปจนถึงนัดฟังคำพิพากษา ส่วนบางคดีนั้นมีคำสั่งเพียงบางนัด ขณะที่ก็มีอีกหลายคดีของศาลอาญาที่ไม่ได้มีคำสั่งในลักษณะดังกล่าว
.
สำหรับกรณีดังกล่าว ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญาเพื่อเสนอความเห็นทางกฎหมายต่อการพิจารณาคดีของศาล เพื่อยืนยันว่าสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบการสั่งคดีของผู้พิพากษา เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวไม่มีฐานทางกฎหมายมารองรับและขัดต่อหลักการพิจารณาโดยเปิดเผย อีกทั้งลดทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม เพื่อไม่ให้เกิดการสั่งในคดีลักษณะดังกล่าว และให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย โดยมีการยื่นหนังสือไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการตอบกลับใด ๆ
.
.
📌อ่านบนเว็บไซต์: tlhr2014.com/archives/82905

ไทย

@TifFaNy_9member นี่มันปี 2569 แล้วนะ...แม่งควรมีการสอบวัดระดับสติปัญญา สว.ก่อนแล้วว่ะ
ไทย












