Sabitlenmiş Tweet

หลังจากได้อ่านเรื่อง คินสึงิ (Kintsugi) ก็ได้ค้นพบอีกหนึ่งแนวคิดของญี่ปุ่นที่น่าสนใจมาก นั่นคือ Wabi-Sabi ค่ะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่า ทั้งสองแนวคิดเหมือนกำลังคุยกันอยู่…
คินสึงิสอนให้เราเห็นคุณค่าของรอยร้าว เพราะมันคือประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องซ่อน
ส่วน Wabi-Sabi สอนให้เราเห็นความงดงามของความไม่สมบูรณ์ ความเรียบง่าย และการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติ
——
ก่อนนี้ เราเติบโตมากับความเชื่อว่า “ความสมบูรณ์แบบ” คือเป้าหมายของชีวิต
ต้องเรียนให้ดีที่สุด
ทำงานให้เก่งที่สุด
ใช้ชีวิตให้ถูกต้องที่สุด
และไม่ควรมีข้อผิดพลาด
แต่ในความเป็นจริง ชีวิตกลับไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย เราทุกคนต่างเคยผิดหวัง สูญเสีย ล้มเหลว หรือมีบางวันที่ไม่เป็นอย่างใจหวัง และหลายครั้งเราก็เอาแต่ตำหนิตัวเอง เพราะคิดว่ารอยร้าวเหล่านั้นทำให้เรามีคุณค่าน้อยลง
Wabi-sabi ปรัชญาจากญี่ปุ่น กลับมองต่างออกไป Wabi-sabi เชื่อว่า ความไม่สมบูรณ์ ความไม่เที่ยง และการเปลี่ยนแปลง คือธรรมชาติของทุกสิ่ง ไม่มีดอกไม้ดอกไหนบานตลอดไป ไม่มีฤดูกาลไหนคงอยู่เสมอ และไม่มีมนุษย์คนใดที่ไม่เคยมีบาดแผล
ดังนั้น ความงดงามจึงไม่ได้เกิดจากการไร้ตำหนิ แต่เกิดจากการยอมรับทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างอ่อนโยน
บ้านที่เก่าแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ
ถ้วยเซรามิกที่มีรอยใช้งาน
ใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
หรือแม้แต่ริ้วรอยบนใบหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลา
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ด้อยคุณค่าลงเพราะความไม่สมบูรณ์ แต่กลับมีเสน่ห์ที่เกิดจากการมีเรื่องราว เช่นเดียวกับตัวเรา วันที่เราเหนื่อย ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ วันที่เราล้มเหลว ไม่ได้แปลว่าเราไร้ความสามารถ และวันที่เรามีรอยร้าว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีคุณค่า เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งงดงามที่สุด ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ โดยยังคงเลือกที่จะอ่อนโยนต่อตัวเองและผู้อื่น
Wabi-sabi ไม่ได้ชวนให้เรายอมแพ้กับชีวิต แต่ชวนให้เลิกไล่ตามความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีอยู่จริง แล้วหันมาเห็นคุณค่าของตัวเองในทุกช่วงเวลา
เพราะชีวิตไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ…จึงจะมีความหมาย และบางที ความงดงามที่แท้จริง อาจไม่ใช่การไม่มีรอยตำหนิ แต่คือการใช้ชีวิตกับรอยเหล่านั้นอย่างสงบ และยังคงรักตัวเองได้เหมือนเดิมค่ะ

ไทย

















