/// retweetledi
///
139 posts

/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi

อาจจะช้าไปนิด ผ่านการเลือกตั้งมาหลายวัน ผมเพิ่งมีเวลามานั่งใคร่ครวญถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลของการทำงานหนักตลอด 5 ปีของพวกเรา ผมเชื่อมั่นว่าพิธาจะเป็นนายกฯที่ดี แต่เรายังต้องทำงานต่อ รณรงค์ทางความคิดอีกมาก ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร กระจายอำนาจ
ขอบคุณทุกความไว้วางใจจากประชาชนทุกคน
ขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่นักกิจกรรม เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนนักผจญภัย ชาวไทยซัมมิท ครูบาอาจารย์ที่ได้ประศาสน์ความรู้ให้ผม
ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนผมทุกอย่าง เป็นเกียรติเหลือเกินที่ได้เกิดและเติบโตในครอบครัวนี้
ขอบคุณพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคทุกคน ที่แสดงสปิริตประชาธิปไตยอย่างสง่างาม ขอให้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยทำงานร่วมกัน เป็นเสาหลักสองต้นในการฟื้นฟูประเทศและประชาธิปไตย
งานหนักยังรอเราอยู่ข้างหน้า เดินต่อไปร่วมกัน ถากทางเส้นทางใหม่องยุคสมัยร่วมกัน สร้างอนาคตใหม่ด้วยกันครับ

ไทย

[ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกลเครื่องร้อน ทำงานต่อไม่ต้องรอตั้งรัฐบาล ลงพื้นที่รวบรวมปัญหา พร้อมทำทันทีที่มีรัฐบาลของประชาชน ]
หลังการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคก้าวไกลได้รับการเลือกตั้งรวม 112 เขต บางจังหวัดได้รับการเลือกตั้งยกจังหวัด บางจังหวัดได้รับการเลือกตั้งเกินครึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดในจังหวัดนั้น ส่วนว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้จำนวน 39 คน สะท้อนความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อพรรคก้าวไกลและผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค แม้หลายคนเป็นคนใหม่ทางการเมือง ว่าจะทำงานตามแนวทางที่ได้ประกาศไว้ คือทำงานอย่างคุ้มค่า แก้ปัญหาที่ต้นตอ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต
แม้ตอนนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมายกำหนดกรอบ 60 วัน แต่ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกลหลายคน ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เริ่มขับเคลื่อนงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การพบปะรับฟังความเห็นจากประชาชนกลุ่มต่างๆ เช่น เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 แลกเปลี่ยนความเห็นกับทีมสถาบันนโยบายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ว่าที่ ส.ส.ระยอง ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล (เขต 1) กฤช ศิลปชัย (เขต 2) นครชัย ขุนณรงค์ (เขต 3) ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ (เขต 4) สว่างจิต เลาหะโรจนพันธ์ (เขต 5) เข้าพบนายกเทศมนตรีนครระยอง เพื่อแนะนำตัวเองและรับฟังปัญหาในเขตเทศบาลนครระยอง
พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 เปิด Line Openchat เป็นช่องทางประสานรับเรื่องราวร้องทุกข์ และอัปเดตข่าวสารข้อมูลแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่, เฉลิมพงศ์ แสงดี ว่าที่ ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 ลงพื้นที่ในอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกับเสาสัญญาณไฟ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ที่เกิดขึ้นเมื่อ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ด้านว่าที่ ส.ส.กรุงเทพฯ หลายเขต ลงพื้นที่สำรวจปัญหา เช่น รักชนก ศรีนอก (เขตจอมทอง บางบอน หนองแขม) สำรวจสะพานวัดหลัก 3 ข้างโรงเรียนประชาบำรุง หนองแขม พบว่าสะพานมีสภาพทรุดโทรม เสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงจะยื่นเรื่องประสานงาน ส.ก. และเขตหนองแขม เพื่อปรับปรุงโดยเร็ว, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ (เขตสายไหม) ประสานแก้ไขปัญหาสัญญาณจราจรสำหรับคนเดินข้ามถนนชำรุด เสร็จภายใน 1 วัน, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ (เขตบางบอน บางขุนเทียน) ลงพื้นที่พบประชาชนที่ประสบเหตุไฟไหม้ซอยพระราม 50 พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ
ขณะที่ เซีย จำปาทอง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปีกแรงงาน ประกาศพร้อมยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ทันทีเมื่อเปิดสภาฯ ชุดใหม่ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน เช่น ทำงาน 5 วัน หรือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ หากเกินต้องได้ OT, เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีขั้นต่ำ 10 วัน สะสมได้ , ค่าจ้างต้องเพิ่มทุกปี, ไม่เลือกปฏิบัติ เช่น ห้ามจำกัดอายุ รวมถึงโพสต์บนเฟซบุ๊กเพจ สอบถามความสนใจของประชาชนเรื่องการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน มีผู้ตอบรับหลายร้อยคอมเมนต์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางแค โพสต์บนเฟซบุ๊กเพจและทวิตเตอร์ ขอคำแนะนำจากประชาชนเกี่ยวกับเครื่องมือในการติดตามและแสดงผลความคืบหน้า 300 นโยบายของพรรคก้าวไกล มีผู้ตอบเกือบ 1,000 คอมเมนต์ แชร์โพสต์นี้มากกว่า 6,500 แชร์ในเฟซบุ๊ก และรีทวิตมากกว่า 20,000 ครั้ง
นอกจากนี้ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ก้าวไกลทั่วประเทศ ได้ลงพื้นที่พบปะขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจ รับฟังข้อเสนอแนะ พร้อมนำไปขับเคลื่อนทันทีเมื่อมีรัฐบาลของประชาชน ภายใต้การนำของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
#รัฐบาลก้าวไกล

ไทย

@25ties @winhwink_win ไม่ต้องร้องเพลงได้มุ้ยอ่า อย่างอื่นก็ด๊าย เราโอเครๆ
ไทย
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi
/// retweetledi

อมรัตน์ @AmaratJeab ปราศรัยใหญ่อำลาบทบาทผู้แทนราษฎร ลั่นขอใช้เวลาต่อจากนี้ทำหน้าที่กรรมการบริหารพรรค ตรวจสอบพิธาให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
ในการปราศรัยใหญ่ของพรรคก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคได้ขึ้นปราศรัยใหญ่ โดยถือเป็นการปราศรัยใหญ่เพื่ออำลาการทำหน้าที่ ส.ส. หลังจากที่อมรัตน์ตัดสินใจไม่ลง ส.ส. ในสมัยต่อไป
อมรัตน์เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่คือพรรคที่กล้าฝันถึงความเปลี่ยนแปลง เมื่อ 4 ปี ผ่านไป เราทำให้ความหวังและความฝันจับต้องได้ด้วยผลงาน 4 ปีในสภา
4 ปีแห่งความเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพรรคก้าวไกล ไม่ได้เกิดเพราะว่าโชคช่วย แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นที่ยอมรับของพรรคก้าวไกล เกิดจากความทุ่มเททำงานอย่างหนัก ใช้เวลาทุกนาทีในสภายืนอยู่ข้างประชาชน เสนอกฎหมายที่ก้าวหน้า และออกมายืนเคียงข้าง ประชาชนและเยาวชนบนท้องถนนที่พวกเขามาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย
“นับตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหารในปี 2549 และปี 2557 นับถึงวันนี้ 17 ปีแล้ว ไม่มีเวลาไหนใน 17 ปี ที่จะเข้าใกล้ชัยชนะเท่ากับครั้งนี้ ใน 60 ชั่วโมงข้างหน้า การต่อสู้ของนักต่อสู้รุ่นที่ผ่านมา ตกทอดมรดกการต่อสู้ทั้งหมดไม่ได้สูญหายไป แต่ทั้งหมดขบวนการต่อสู้ที่ผ่านมาคือการสะสมชัยชนะ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นเราทำให้สำเร็จในรุ่นของเรา” อมรัตน์กล่าว
อมรัตน์กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติยศที่ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล ตนในให้คำมั่นสัญญากับทุกคนในที่นี้ ว่านอกจากจะใช้เวลาทุกวันในการทำงานทางความคิด บทบาทอีกอย่างหนึ่งคือการเป็นตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล อมรัตน์สัญญาว่าจะใช้บทบาทของกรรมการบริหารพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบพิธา ชัยธวัช และพรรคก้าวไกลให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
อมรัตน์กล่าวว่า ตนในฐานะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่จะกำหนดทิศทางนโยบายของพรรคก้าวไกลได้ สัญญาว่าจะตรวจสอบ กำกับดูแลให้พรรคก้าวไกลร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ให้เขาทรยศหักหลังประชาชนที่ให้ความไว้วางใจเลือกรัฐบาลก้าวไกล จะกำกับดูแลชัให้ปฏิรูปกองทัพ ให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ให้เขาทำตามนโยบาย 300 นโยบายให้ลงนามในสัตยาบรรณ ICC ทันที และทำตามกรอบระยะเวลา คือการทำใน 100 วันแรกหลังรัฐบาลก้าวไกลมีอำนาจ
“พี่น้องคะ ดิฉันสัญญาว่าจะเปล่งเสียงแทนทุกท่าน ว่าจะเรียกร้องและตรวจสอบตัวเอง ตรวจสอบพรรคก้าวไกลด้วยกันเอง ดิฉันสัญญาว่าจะไม่ทรยศหักหลัง และจะไม่ให้พี่น้องต้องประสบเหตุแบบเดิมๆ พายเรือมาส่งพวกเราถึงหน้าทำเนียบ แล้วพอขึ้นฟังก็ถีบหัวเรือส่ง บอกว่าส่งเราถึงฝั่งแล้ว หมดหน้าที่ กากระบาดในคูหาเลือกตั้ง 4 วินาทีแล้ว พวกท่านหมดหน้าที่ ท่านส่งเราถึงฝั่งแล้ว เดี๋ยวเราจะเดินต่อไปเอง”
นอกจากนี้ อมรัตน์ยังกล่าวอีกด้วยว่าจะเตือนพวกเขา ไม่ให้ประสบกับความเจ็บปวด เสียใจ แบบที่เคยเป็นมา โดยยึดหลัก ‘แก้แค้น ไม่ใช่แก้ไข’ การแก้แค้นไม่ใช่ไปหยิบอาวุธ ก่อม๊อบทำความวุ่นวายให้บ้านเมือง เราจะแก้แค้นด้วยการออกกฎหมาย แก้กฎหมายความมั่นคงที่ป้องกันการรัฐประหารทั้งหมด
“คำสัญญาของดิฉันในวันนี้ ดิฉันขอแสดงยินดีกับทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ ทุกท่านที่อยู่้ข้างนอก รวมถึงแสดงความยินดีกับตัวเองด้วย ว่าภายในอีกไม่ถึง 60 ชั่วโมงข้างหน้านี้เราจะมีชัยชนะที่เด็ดขาดสำคัญของประชาชน คำตอบสุดท้ายของพวกเรา คือ ‘กาก้าวไกลทั้งแผ่นดิน’ ไม่ใช่เพื่อเพียงส่งพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่การชนะครั้งนี้คือการชนะครั้งสำคัญ ไม่ใช่ชัยชนะของพรรคก้าวไกล แต่คือชัยชนะของประชาชน ผู้ทรงอำนาจสูงสุดตัวจริง” อมรัตน์กล่าวทิ้งท้าย
#ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน

ไทย
















