กมอ, 🐈⬛
211.9K posts

กมอ, 🐈⬛
@_myrapunzel
multifandom, โกมุนอัด มายราพันเซล &นางฟ้าปีแสง (original fiction — @lightyearangel)

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเองค่ะ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีรายละเอียดบางส่วนเป็นความเข้าใจในมุมของผู้เล่าเพียงฝ่ายเดียวค่ะ มีนักวาดคนหนึ่งได้พัฒนาการ์ตูนเรื่องหนึ่งขึ้นมา และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง มีการพูดถึงและส่งต่อกันในสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีผู้เขียนบทคนหนึ่งแสดงความสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ว่าภายหลังจากการเจรจารอบแรกสิ้นสุด ผู้ติดต่อได้นัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดนั้น มีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด จากนั้นจึงได้มีการเสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้ นักวาดได้ตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เล่าเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน เรื่องราวที่ออกมาเล่านี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้เรายังคงสนับสนุนและอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วด้วยความทุ่มเทของทุก ๆ ฝ่ายที่ไม่ทราบเรื่องราวใด ๆ ก่อนหน้าเช่นเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเองค่ะ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีรายละเอียดบางส่วนเป็นความเข้าใจในมุมของผู้เล่าเพียงฝ่ายเดียวค่ะ มีนักวาดคนหนึ่งได้พัฒนาการ์ตูนเรื่องหนึ่งขึ้นมา และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง มีการพูดถึงและส่งต่อกันในสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีผู้เขียนบทคนหนึ่งแสดงความสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ว่าภายหลังจากการเจรจารอบแรกสิ้นสุด ผู้ติดต่อได้นัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดนั้น มีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด จากนั้นจึงได้มีการเสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้ นักวาดได้ตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เล่าเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน เรื่องราวที่ออกมาเล่านี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้เรายังคงสนับสนุนและอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วด้วยความทุ่มเทของทุก ๆ ฝ่ายที่ไม่ทราบเรื่องราวใด ๆ ก่อนหน้าเช่นเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ

คือนี่ตามการ์ตูนไม่ได้ดูละคร (แต่เห็นผ่าน ทล.มาบ้างเพราะมันแมสอะนะ) มันก็มีเอ๊ะแหละ แต่เอ๊ะแล้วไง ก็คนเดียวแถมไม่ดูซีรี่เป็นตอนๆ ก็แต่ถ้ามันมีคนดูซีรี่ด้วยละเอ๊ะด้วยหลายๆคน มันก็ต้องมาดูอะ ว่ามันมีจุดไหนให้คนมันเอ๊ะเพิ่มขนาดนั้น ก็เอามาคุยกันดีๆ จะได้เลิกมาตั้งข้อสงสัยกันจบๆ




‘โคเชลลา ไว้เจอกันใหม่ที่นี่ตอนฉันมาเป็นเฮดไลเนอร์นะ’ — sabrina carpenter, 2024 💌 and here we are ผ่านมาสองปี พรุ่งนี้ซาบริน่ากำลังขึ้นแสดง coachella ในฐานะเฮดไลน์เนอร์ ภูมิใจในตัวชีมาก ตอนนั้นชีบอกจะปล่อย espresso เป็น little song ก่อนแสดง สรุปดังระเบิด



ทุกคนคะถ้าใครเห็นทวิตนี้ผ่านทลแวะมาเล่นด้วยกันหน่อย เราอยากเติมพี่ม้าคหล่อๆๆ 😭😎 อยากชมความหล่อของคุณเค้าให้หายคิดถึง

ขอนอกเรื่อง สมัยนั้นตอนดูฉากเบลล่าท้องนี่สยอง สะพรึงมาก เขาแต่งหน้าเอฟเฟกต์ดีมากอะ แล้วชีโทรมจนเราขนลุกขนพองกับน้องเรเนสเมในท้องชีไปด้วยเลยจริง ๆ เปลี่ยน genre เรื่องเป็น body horror ได้เลย ไม่ติด 🥶

ละดูมังยอเเจชวากับมังจีนองมองเจ้าหญิงนัตซีนแมดอ คือเยาะเย้ยอุอาจมาก คือ 2 พี่น้องนี้มันได้พ่อเต็ม ๆ เลยเว้ย หมั่นไส้อะ5555555555555 #หงสาวดีEp8

สีนนี้โคตรตลก ม๊าฮโยชมพี่เบว่าเทียบรูปตอนเดกับตอนนี้หน้าไม่เปลี่ยนไปเลย(ฟีลหน้าเด็ก) พี่เบบอกไม่หรอกค้า แต่เอาจริงๆนะพวกออนนี่นั่นแหละค่ะที่ไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่เด ทั้งยุนอาออนนี่ แทยอนออนนี่ ละพี่เบไม่ยอมพุดชื่อม๊า ม๊าก็มองพี่เบ จนต้องบอก อ๋อ ฮโยยอนออนนี่ด้วยค่ะ ละอึกอักๆเว่อ😭



มีคนบอกให้ไปดูสารคดี Lost Boy ที่เป็นพาทย์ของม้าคแล้วจะยิ่งเข้าใจทุกอย่าง🥹 (ประเด็นคือภาษาอังกฤษชั้นง่อยมาก)5555555555

Andrew Garfield talking about Emma Stone - behind the scenes

เคยสงสัยว่า คนที่ตื่นไปวิ่งตอนเช้าแล้วไปทำงานต่อ เขาไม่ง่วงระหว่างวันหรอ สรุปเมื่อเช้าลองตื่นตีห้าไปวิ่ง ตอนนี้สัปหงกละคับ













