프라우다우 retweetledi
프라우다우
30.4K posts

프라우다우
@aoraprow
💙💜🩷❤️🖤 ปล่อยของสะสมฮับ #รีวิวaora และอัพฟิคบ้างบางครั้งคราวว SEVENTEEN x YOU : TAKE ON ME
Katılım Kasım 2015
45 Takip Edilen128 Takipçiler
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi

เราเป็นนักอ่านคนแรกของนิยายที่ตัวเองเขียนเสมอ เพราะงั้นอย่าคิดว่าไม่มีใครอ่านมัน
อลิซก็ได้ นัวร์ก็ดี@bn_wondering
นักเขียนเก่าอยากบอกอะไรนักเขียนใหม่ (เราสามารถเล่นอันนี้ได้มั้ย5555)
ไทย
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi

“เด็กกว่า 50% ถูกข่มขืนจากคนใกล้ตัว” สอนลูกอย่างไรให้รู้จักสิทธิในเรือนร่าง เพื่อป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
“ไปหอมคุณลุง ไปกอดคุณป้าหน่อยสิลูก”
ในช่วงที่ผ่านมา ข่าวเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศถูกรายงานไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิงก็สามารถถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ทั้งนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากคนใกล้ตัวไม่ใช่คนแปลกหน้า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเปิดเผยว่าการข่มขืนกว่าร้อยละ 53 เกิดจากครอบครัว ญาติ หรือคนในชุมชนที่มักคุ้นหน้าค่าตากันดีอยู่แล้ว และเมื่อมองให้ลึกลงไปอีกจะพบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิเด็กต่ำมาก
ยกตัวอย่างการที่พ่อหรือแม่ออกคำสั่งให้ลูกไปกอดหอมญาติ เพื่อน หรือคนอื่นๆ นับเป็นการไม่เคารพสิทธิเด็ก เป็นการใช้วัฒนธรรมเชิงอำนาจ เหมือนวลีที่กล่าวว่า “ลูกเป็นสมบัติของพ่อแม่” พ่อแม่คือเจ้าชีวิตลูก ดังนั้น พ่อกับแม่จะทำอะไรกับลูกก็ได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ฝังรากหยั่งลึกในสังคมไทย และการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความสับสนให้เด็กได้ เช่น การกอดหอมหรือการลูบคลำจากคนแปลกหน้าหรือคนใกล้ถือเป็นเรื่องปกติเพราะถูกกอดหอมประจำจากที่บ้าน และการสั่งให้ลูกไปกอดหอมบุคคลอื่น
ลองนึกภาพหากเราเจอประสบการณ์เหล่านี้กับตัวเองจะรู้สึกอย่างไร ใครไม่รู้เดินเข้ามากอดหอม มาจับแก้ม แน่นอนว่าเด็กๆ ก็ต้องการความเคารพในร่างกายไม่แพ้ผู้ใหญ่ แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ทราบถึงสิทธิในเนื้อตัวก็ตาม นอกจากนี้ การที่เด็กคุ้นชินกับการถูกล่วงละเมิดร่างกายในบ้านก็จะส่งผลให้พวกเขาถูกล่วงละเมิดเนื้อตัวในพื้นที่อื่นอีกด้วย เช่น การถูกตีทำร้ายร่างกายที่โรงเรียนจะกลายเป็นเรื่องปกติเพราะถูกตีจากที่บ้านเป็นประจำ การถูกตัดผม การถูกหอมจากครูที่โรงเรียน การถูกกอดในที่ลับตากับบุคคลอื่น และการถูกอนาจาร รวมไปถึงการถูกล่วงละเมิดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
สังคมไทยส่วนใหญ่มักรู้สึกเหนียมอายเมื่อต้องพูดคุยเรื่องเพศกับลูก ยิ่งเป็นเด็กตัวเล็กๆ ยิ่งไม่กล้า แต่หากเด็กไม่ได้เรียนรู้เรื่องเพศหรือรู้จักร่างกายตัวเองตั้งแต่เด็ก พวกเขาจะไม่ทราบเลยว่าการกระทำดังกล่าวคืออะไร หลายครั้งที่ข่าวหน้าหนึ่งนำเสนอการล่วงละเมิดทางเพศ ที่เด็กมาทราบภายหลังว่าสิ่งนี้คือการล่วงละเมิดทางเพศ คือการอนาจารตอนเรียนวิชาเพศศึกษาและสุขศึกษา การมารู้ภายหลังนอกจากจะสร้างบาดแผลทางจิตใจแล้ว ยังส่งผลกระทบทางกฎหมายและการเอาผิดผู้ล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย หลักฐานต่างๆ อาจเลือนหายตามกาลเวลาหรือหมดอายุความ
• กอดหอมเด็กแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดีและไม่ละเมิดสิทธิในเรือนร่าง?
หลายครอบครัวอาจเกิดคำถามว่าต้องสัมผัสเนื้อตัวลูกแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดี พ่อกอดลูกแต่แขนไปสัมผัสโดนหน้าอกแบบนี้โอเคไหม? จับช้างน้อยลูกเล่นได้หรือเปล่า? คำตอบที่ง่ายที่สุดคือการถามกับตัวเด็กเองว่าโอเคกับการกระทำของพ่อแม่หรือเปล่า ถามว่าหอมกอดได้มากแค่ไหน พ่อแม่ต้องทำให้เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พูดคุยได้ในครอบครัว และต้องทำความเข้าใจในตัวเด็กเพราะเด็กบางคนมีความรู้สึกอึดอัด หรือมีความชอบความสบายใจแตกต่างกัน
การสัมผัสเนื้อตัวระหว่างครอบครัวจึงไม่มีสูตรสำเร็จว่ากอดได้แค่ไหน หอมได้กี่ครั้ง เพียงแต่เมื่อลูกบอกความต้องการของเขาว่าชอบหรือไม่ชอบ ผู้ใหญ่ต้องเคารพและทำตามความต้องการของเด็ก
• สอนลูกให้รู้จักสิทธิในร่างกายอย่างไร?
โดยปกติแล้ว เด็กอายุแรกเกิดไปจนถึง 1 ปี เป็นช่วงที่ต้องการความรักและการสัมผัสเนื้อตัวเพื่อให้ลูกทราบว่าเขามีความสำคัญต่อเรามากแค่ไหน เมื่อเด็กเข้าสู่อายุ 2-3 ปี จะเป็นช่วงที่พวกเขาพยายามใช้ร่างกายสำรวจโลก หรือเรียกว่าขั้นออโตโนมี (Autonomy) เด็กจะเรียนรู้อวัยวะต่างๆ เริ่มรู้ความสามารถตัวเอง พยายามพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด เช่น เด็กจะเริ่มรู้ว่าตัวเขาวิ่งได้ไวมากแค่ไหน กินข้าวได้คำใหญ่แค่ไหน หากสำลักครั้งต่อไปต้องกินข้าวปริมาณไหน หรือการกินอาหารร้อนที่ต้องเป่าให้เย็นก่อน
เมื่อเด็กสามารถพึ่งพาตัวเองได้สูง เขาจะมีความมั่นใจและมีความกล้าที่จะปฏิเสธ หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกปกป้องตัวเองได้ ก็ต้องสอนให้พวกเขารู้จักการปฏิเสธเมื่อรู้สึกไม่โอเค ไม่ปลอดภัย หรือไม่อยากทำ สอนให้รู้จักอวัยวะทุกส่วนของร่างกายและควรเรียกชื่ออวัยวะให้ตรงตามความจริงเช่น ‘จู๋’ และ ‘จิ๋ม’
การเรียกชื่อตามจริงจะส่งผลดีในแง่การถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น “ขอดูจิ๋ม” หรือ “ขอดูจู๋หน่อย” หากบ้านไหนที่ใช้คำเรียกอื่น เช่น ‘มิจิ’ หรือ ‘จิ๊มิ๊’ อาจส่งผลให้เด็กมีอาการงงงวยได้ว่าอวัยวะที่ชื่อจู๋หรือจิ๋มคืออะไร และจะเป็นผลดีเวลาที่เด็กป่วยอีกด้วย เช่น ลูกสามารถบอกเราโดยตรงได้ว่าจู๋ผมแดง หรือหนูเจ็บจิ๋ม
เมื่อลูกสามารถเรียนรู้อวัยวะร่างกายได้ครบถ้วนแล้ว เราต้องสอนให้เขากล้าปฏิเสธ เช่น หนูไม่ชอบให้ใครมาหอมแก้มหรือมากอด พ่อแม่ต้องเคารพลูกและต้องสอนว่าอวัยวะส่วนไหนที่คนอื่นไม่ควรจับ แม้จะเป็นคนใกล้ตัวมากๆ อย่างคนในครอบครัวก็ตาม
• สอนให้ลูกรู้ว่าอวัยวะไหนที่คนอื่นไม่ควรจับของหนู
1. หน้าอก
2. ปาก
3. ขาหนีบ, ต้นขา
4. ก้น
5. อวัยวะเพศ
ยกตัวอย่างการสอน เช่น หน้าอกและบริเวณขาหนีบเป็นส่วนอันตราย เป็นจุดอ่อนไหวที่ไม่ควรให้ใครจับ เพราะถ้าผู้ใหญ่จับอาจทำให้พวกเขาทำอันตรายหนูได้ง่ายขึ้น ดังนั้นไม่ควรให้จับดีที่สุด หรือเมื่อลูกถูกจูบถูกหอม ถูกจับอวัยวะเพศ ถูกจับส่วนที่ห้ามจับจากคนใกล้ตัวหรือคนแปลกหน้า ต้องรีบวิ่งหนีและมาบอกพ่อแม่
นอกจากการสอนให้เด็กรู้จักสิทธิในเรือนร่างเพื่อเป็นการปกป้องตัวเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศเบื้องต้นแล้ว การสอนหรือปลูกฝังเรื่องสิทธิในเรือนร่างจะส่งผลให้เด็กๆ เคารพในสิทธิเรือนร่างของผู้อื่นอีกด้วย
#TheMomentum #Repost #Gender #เด็ก #สิทธิในเรือนร่าง #สิทธิเด็ก #การล่วงละเมิดทางเพศ #ครอบครัว #เพศ #สุขศึกษา

ไทย
프라우다우 retweetledi

【過去グッズ紹介】
UNION ARENA ブースターパック
カグラバチ
UNION ARENAのために描き下ろされた、原作者の外薗健先生の新規イラストをカード化
#カグラバチ
#kagurabachi


日本語
프라우다우 retweetledi

โปรดเกล้าฯ “ณัฐพงษ์” นั่งผู้นำฝ่ายค้านสมัย 2 ให้คำมั่นทำหน้าที่ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนฯ ประกาศทำหน้าที่สรรหาองค์กรอิสระ ให้ปราศจากการครอบงำ ทวงรัฐสภาเร่งเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง

ไทย
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi
프라우다우 retweetledi

พึ่งฟังคลิปหมอ tany มา เขาบอกในฐานะผู้ฟัง ถ้ามีคนออกมาพูดเรื่องถูกทำร้าย เรื่องถูกละเมิด วิธีรับมือที่ถูกต้องคือ ให้เชื่อไว้ก่อนว่าคือความจริง แล้วค่อยสืบหาข้อเท็จจริง ยังไม่สาย
เพราะเหยื่อที่ถูกละเมิดส่วนใหญ่ ใช้ความกล้ามากมายมหาศาลมากในการพูดออกมา แล้วน้อยเคสมากที่จะยอมออกมาพูด บางคนต้องรอให้คนกระทำตายไปแล้วถึงกล้าพูด บางคนต้องรอทั้งชีวิตถึงยอมบอก เพราะคนถูกละเมิดจะเต็มไปด้วยความกลัวมากอยู่แล้ว ทั้งตอนที่ถูกละเมิด และความกลัวของการไม่มีคนเชื่อ แล้วถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
มีสถิติรองรับว่ามีเพียง 2 จาก 10 เคสที่เหยื่อโกหกว่าถูกละเมิด หมายความว่ามีอีก 8 เคสที่พูดความจริง อย่าให้ จำนวน 2 เคสไปตัดสินหรือทำให้เราลังเลในการเชื่ออีก 8 เคส
คุณหมออธิบายว่า ในฐานะผู้ฟังควรรับมือยังไง และมองในมุมวิทยาศาสตร์ ความทรงจำของมนุษย์ก็มีโอกาสเสียหายจากเหตุการณ์เลวร้ายได้ ทำให้หลายครั้ง บางคนเล่าเหตุการณ์กันคนละแบบ หรือไม่ตรงกับความจริงเป๊ะๆได้เหมือนกัน คุณหมอพูดแบบกลางๆนะ เชิงวิทยาศาสตร์
#ทรายสก๊อต

ไทย





















