เรื่องเล่าทางการเงิน ✍️💸@wealthblossoms
ถ้าวันนี้ยังไม่มีเงินเก็บ ลองมาอ่านกระทู้นี้ดูนะครับ
.
ชีวิตทุกคน มีต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมามั่งมี บางคนเกิดมาลำบาก ‘แต่จงเชื่อเถอะว่า ตัวเราสามารถสร้างมันได้ในชั่วชีวิตเรา’
.
สวัสดีครับ ผมเห็นกระทู้ใน Pantip มีพี่สมาชิกหมาย 916001 (ขออนุญาตเรียกว่า พี่ ก นะครับ) มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการเงินจากคนที่ต้นทุนต่ำ แต่ก็สามารถสร้างความสุขในแบบที่ตัวเองต้องการได้ แอดเลยสรุปข้อมูลที่น่าสนใจมากฝากเพื่อน ๆ นะครับ ☺
.
เรื่องราวเมื่อครั้งยังเด็ก — 🧑
1. พี่ ก เริ่มต้นชีวิตวัยประถมด้วยเงินไปโรงเรียนวันละ 2 - 3 บาท และหากได้ 5 บาทถือว่าสูงมาก ๆ (แอดไม่แน่ใจนะครับในยุคนั้น 2 - 3 บาท ถือว่าเยอะไหมหากเทียบกับค่าครองชีพ พอดีไม่มีรายละเอียดบอกครับ) หลังจากนั้น ป.4 - ป.5 พ่อของพี่ ก ได้เอาโครงจักรยานเก่ามาซ่อมและให้ขี่ไปโรงเรียนครับ
2. ตอนเรียนมัธยมต้นพี่ ก ได้เรียนในโรงเรียนประจำตำบล ซึ่งห่างออกจากบ้านไปไกล 4 - 5 กิโล โดยที่ยังขี่จักรยานคันเก่าไปครับ ขณะที่เพื่อนในวัยเดียวกัน ขี่รถมอเตอร์ไซต์ไปโรงเรียน จริง ๆ พี่ ก ก็มีรถมอเตอร์ไซต์ของพ่อครับ แต่เป็นรถเก่า ๆ คันนึง อยากเดินทางสบายแต่ก็อายที่รถมันเก่าครับ เลยไม่ค่อยได้ขับไป — ส่วนเรื่องเงินจะได้ไปโรงเรียนวันละ 5 บาท และห่อกับข้าวแม่ไปกินครับ วันไหนไม่มีกับข้าวก็จะซื้อมากินขนมปังเพื่อประทังความหิว
3. ตอนเรียน ปวช. ได้กู้เงินกยศ ได้เดือนละ 1,500 บ. ค่าหอ 500 บ. หารกับเพื่อน 2 คน เท่ากับว่าจะเหลือเงินใช้ประมาณวันละ 33 บ. ครับ ในยุคนั้นกับข้าวถุงละ 10 บาท ซื้อมาต้องแบ่งกิน 2 มื้อ บางครั้งก็มาม่า 1 ห่อต้องแบ่งกิน 2 มื้อ และเงิน 33 บ. นั้นนอกจากค่าข้าวแล้วยังต้องแบ่งไว้ใช้จ่ายสำหรับค่าอื่น ๆ อีกด้วยครับ
4. ตอนเรียนมหาลัย พี่ ก. ได้ย้ายมาเรียนที่ กทม. ครับ ได้เงินจาก กยศ เดือนละ 4,000 บ. ซึ่งค่าใช้จ่ายในกรุงเทพก็แพงขึ้นเช่นกัน พี่ ก. เล่าว่าคุณภาพชีวิตไม่ได้แตกต่างไปจากตอนได้เงินกยศ. 1,500 บ. เลยครับ
.
เนื่องจากวัยเด็กพี่ ก. ลำบากพอสมควรครับ พี่ ก. ถึงเพิ่งเริ่มคิดที่อยากจะมีเงินเก็บกับเขาบ้างตอนอายุ 30 นี่เอง — แล้วพี่เขาบริหารเงินยังไงไปดูกันครับ 💸👇
5. พี่ ก. ใช้วิธีการแบ่งเงินจากเงินเดือน 10% มาออมเงินในบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือนครับ (ซึ่งการฝากเงินแบบนี้จะได้รับดอกเบี้ยอัตราที่สูงกว่าออมทรัพย์ทั่วไป และดอกเบี้ยที่ได้มาไม่ต้องเสียภาษี แต่อย่างไรก็ตามหากเราขาดฝาก หรือถอนเงินออกมาใช้ก่อน ก็จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตรงนี้ครับ)
เมื่อครบ 2 ปีพี่ ก. จะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดังนี้
• อายุ 30 ฝากเดือนละ 1,000 บ. เมื่อครบ 24 เดือนจะเป็นเงิน 24,000
• อายุ 32 ฝากเดือนละ 1,000 (จากเงิน 24,000 ที่ถอนมาแล้วหาร 24 นะครับ) + 1,500 (จากเดิมออม 1,000 + 500 จากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น) รวม 2,500 บ. เมื่อครบ 24 เดือน จะเป็นเงิน 60,000 บ.
• อายุ 34 ฝากเดือนละ 2,500 + 2,000 บ. เมื่อครบ 24 เดือน จะเป็น 108,000 บ.
โดยแต่ละรอบจะได้ดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำด้วยครับ
6. ประเด็นสำคัญคือพี่ ก. เล่าว่าถึงแม้เงินเดือนพี่เขาจะมากขึ้น แต่รายจ่ายพี่เขาไม่ได้มากขึ้นตามครับ (พี่เขาใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม — no lifestyle inflation สำคัญมากครับข้อนี้) ดังนั้นเมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นพี่เขาจึงมีเงินเก็บมากขึ้นครับ ดังนี้
• อายุ 30 เงินเดือน 20,000 ใช้จ่ายส่วนตัว 18,000 บ. แบ่งเก็บออม 2,000 บ.
• อายุ 34 เงินเดือน 30,000 ใช้จ่ายส่วนตัว 18,000 บ. แบ่งเก็บออม 2,000 บ. แต่เนื่องจากพี่เขาค่าใช้จ่ายไม่เพิ่ม และมีเงินเหลืออีก 10,000 จึงเอาไปฝากไว้ในบัญชีเงินฝากประจำที่ยกตัวอย่างขั้นต้นเป็นเดือนละ 12,500 บ. เลยครับ เมื่อครบ 2 ปีพี่เขาจึงมีเงินเก็บถึง 300,000 บ. กันเลยทีเดียว
7. หลังจากที่เงินเก็บก้อนนั้นโตขึ้นเรื่อย ๆ พี่ ก. จึงมองหาการลงทุน ที่จะให้ผลตอบแทนกว่าการเอาเงินไปฝากประจำครับ เขาเริ่มต้นด้วยการซื้อกองทุน LTF (LTF หมายถึงกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่มีความสามารถพิเศษคือสามารถลดหย่อนภาษีได้ครับ) ด้วยเงิน 20,000 บ.
ซึ่งในเรื่องของกองทุน LTF ผมขอไม่ลงรายละเอียดน้า เนื่องจากตอนนี้ไม่มีแล้ว (จะเป็น RMF กับ SSF มาแทนครับ) แต่ประเด็นหลักคือ เมื่อเรามีเงินก้อนจำนวนหนึ่งแล้ว การที่เริ่มลงทุนและมองหาผลตอบแทนที่ให้สูงกว่าเงินฝากธรรมดานั้นเป็นเรื่องที่น่าทำตามครับ เพราะเงินของเราโตขึ้นได้มากกว่าหลายเท่าตัวนั่นเอง
8. ชีวิตในปัจจุบันของพี่ ก. มีพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงดีเยี่ยมเลยครับ ตั้งแต่ กองทุน หุ้นกู้ พันธบัตร คอนโด ที่ดิน และปัจจุบันก็มีเงินปันผล (Passive Income ที่อยู่เฉย ๆ ก็ได้เงิน) ปีละ 40,000 บ. กันเลยทีเดียว โดยในตอนนี้เป้าหมายพี่ ก. คืออยากมีเงินปันผลที่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย คงอีกไม่ไกลเกินฝันแน่นอนครับ
.
พี่ ก. บอกว่า พี่เขาเพิ่งเริ่มจะมีเงินเก็บจริง ๆ จัง ๆ ตอนอายุ 30 ก่อนหน้านั้นพี่เขาลืมตาอ้าปากไม่ได้เลยครับ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ทั้งจ่ายเพื่อตัวเอง จ่ายเพื่อครอบครัว และพี่เขาอยากฝากบอกว่า
‘อย่าเสียดายที่ผ่านมาครับ เราได้ทำหน้าที่ของเราเต็มที่แล้ว’ 👍🥺
และนี่ก็คือเรื่องราวทางการเงินของพี่ ก. ครับ ผมเรียบเรียงแล้วน้ำตาซึมเลย เป็นบทสรุปและแนวทางเตือนใจให้ใครหลาย ๆ คนมากครับ ขอขอบคุณพี่สมาชิกหมาย 916001 ที่มาแชร์เรื่องราวดีดีแบบนี้นะครับ 🤍
📍 อ่านฉบับเต็มได้ที่กระทู้พันทิปนี้นะครับ :
pantip.com/topic/42540098…
#เรื่องเล่าทางการเงินจากพันทิป