หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า
13.6K posts

หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi

(วิเคราะห์ #สอดสร้อยมาลาEP4 หลังจากผ่านมาแค่ 4 ดิสคัสกันได้ค่ะ ชอบอ่านความเห็นหลายๆคน😂)
1. คิดว่ามาลาไม่ได้แต่งกับคุณพร้อมแน่นอน ตอนเจอกันในตอนโต มาลาดูไม่มีเยื่อใยอะไรกับคุณพร้อมเลย การวางตัวก็ยังดูห่างกันมาก คุณพร้อมดูตกใจเหมือนไม่ได้เจอกันมานาน แถมยังมาเจอในสถานการณ์นักเลงตีกันแบบนี้อีก
2. คิดว่ามาลาแต่งกับท่านชาย แต่ท่านชายตุยเย่วาตานาเบ้ไอโกะช่วงเปลี่ยนการปกครอง (ใน ending มีฉากชุลมุนเยอะมาก) ชีเลยต้องระหกระเหินเอยใด
3. ปมเหตุไม่น่าใช่แค่ว่าสร้อยชอบมาลา เลยทำให้มาลากับสร้อยถึงขั้นเกลียดกัน แต่น่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้นที่ทำให้สร้อยตัดใจเดินออกไปจากชีวิตมาลาเอง
***เดาว่าที่เขาปูมาให้มาลาใจร้าย/เด็ดขาดมากๆมาตั้งแต่ตัวละครวัยรุ่นน่าจะเพราะสาเหตุนี้ ยังไงคนแบบสร้อยถวายหัวจนถึงนาทีสุดท้ายที่ยังรักแน่ๆ เพราะฉะนั้นมาลาต้องทำอะไรสักอย่าง หรือพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้สร้อยเกลียดไปเลย เพื่อที่สร้อยจะได้ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับตัวเองอีก (ขอเดาว่าเกี่ยวกับช่วงเปลี่ยนการปกครองนี่แหละ มีหลายฉากมากๆที่สร้อยอยู่กับมาลาตลอด แต่จะมีตอนที่ตบกันในฉากโรงละครเล็กๆที่ประกาศตัดขาดกัน เดาว่าชวนไปอยู่ด้วยหรือจะช่วยอะไรสักอย่างแล้วมาลาไม่รับ)
4. ถึงจะเป็นแบบนั้นตัวสร้อยเองก็ไม่ได้เกลียดมาลา หรือตัดขาดแบบที่ลั่นวาจาไว้ จากอีพีแรก ชีรู้ด้วยซ้ำว่าขโมยขึ้นบ้านเขา
5. และมาลา งงที่สุดแล้วว่าทำไมมาลาถึงเก็บข่าวตอนที่สร้อยประสบความสำเร็จเอาไว้ใส่กรอบ (ตอนแรกที่โจรขึ้นบ้านแล้วข้าวของมันกระจุยกระจาย จะเห็นว่ามาลาตัดข่าวสร้อยเก็บไว้แทบจะทุกเรื่อง) แล้วที่สะท้อนใจคือในอีพีสี่ สร้อยบอกว่าอยากโดดเด่นจนมาลาหันมามอง แต่สร้อยไม่มีโอกาสได้รู้ด้วยซ้ำว่ามาลาก็มองอยู่ตลอดเหมือนกันอ่ะ ;—;
สรุปคือ เอาแบบกาวๆมีสองทฤษฎี เป็นสเตรทคิดแค่เพื่อน รักเพื่อนคนนี้มาก ไม่ได้อยากเสียไปแต่จะให้มองหน้าก็ทำไม่ได้แล้ว กับสองคือชอบเหมือนกันแต่ไม่รู้ตัวเองและรู้สึกไม่ได้ด้วยเพราะมันผิด เพราะตอนที่สร้อยถามว่ามันน่ารังเกียจขนากนั้นเลยเหรอชีไม่ตอบ ตอนทำเค้าเจ็บชีก็เลือกที่จะไม่อยู่ต่อ ไม่รวมตอนที่ตะคอกถามว่า “อยากเป็นแบบพี่หนูพี่แป้นรึ” ชีรักการรำมากๆ แอบเข้าใจว่าทำไมถึงเลือกทางนี้
ใดๆคือนักแสดงกับทีมงานเก่งมาก นี่อินตอนพิมพ์เป็นฉากๆ เอาเถอะ ถูกผิดให้มันเป็นเรื่องของอีก 12 อีพีนะ🫠💔




ไทย
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi

@TarotYouuuu ตอนเที่ยงยายจะมาขายเเถวหลังเกตเวย์ค่ะ เเถวนั้นมี บ.BJC กับ BigC อยู่ ฝากอุดหนุนคุณยายด้วยนะคะ เราซื้อตลอด ตอนนี้อากาศร้อนมากจริงๆค่ะ
ไทย
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi

คนชอบเตือนว่าถ้าไปอียิปต์ อย่าเที่ยวไปหยิบของที่นั่น หรืออย่าไปรับอาหารจากคนแปลกหน้ามากิน คือพอดู Lee Cronin's The Mummy แล้วต้องบอกว่าปีนี้ยกให้เป็นหนังสยอง ที่สยองจริงทำถึง แถมน่าขยะแขยงด้วย โคตรพีค ฝากอ่านรีวิวด้วยครับ facebook.com/share/p/1H41Ue…



ไทย
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi
หน้าหนาวก็ชอบ แต่ชอบหน้าเธอมากกว่า retweetledi

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ
22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน
อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว
18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง
ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่
19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้
1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด
2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้
ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ
20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย
ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ
ไทย








