
บีเวอร์ชอบกินกวางตุ้ง
10K posts

บีเวอร์ชอบกินกวางตุ้ง
@bever564
#ForceBook🦊🍅 #JuniorMark🌞🌙#JimmySea💜🩵#WinMetawin🐰#SeaKeen🦞









ปล่อยบัตรดอย รอบวันที่ 14 ค่ะ 2 ใบ เราตัดสินใจไปวันที่ 13 วันเดียว E1-EG0x E1-ED1x 2000 บาท ไม่บวกเพิ่ม ค่าธรรมเนียมเราออกให้ค่ะ นัดรับ mrt สายสีน้ำเงิน , bts ศาลาแดง ตอนแลกบัตรแข็งได้เลยค่ะ #BBFanfest2026



ในฐานะผู้ป่วยที่รักษามา 6-7 ปีแล้วรู้สึกซาบซึ้งมาก เคยกินยาเดือนละสองหมื่น เคยเข้าวอร์ดจิตเวช ทุกวันนี้ดีขึ้นเยอะ เวลาเล่าให้ใครฟังคนมักจะคิดว่าหายแล้ว 100% มีทักษะการจัดการอารมณ์และความคิดดี แต่จริงๆมันไม่ง่ายเลยในการใช้ชีวิตให้ปกติทั่วไป พอเป็น anxiety หรือ panic แล้วหยุดความคิดตัวเองไม่ได้ ดีที่ภายนอกเป็นคนแสดงออกไม่เก่งเลยไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ว่ามีอาการ ทุกวันนี้เจอเรื่องอะไรเวลาแชร์บางทีคนรอบตัวก็สอนด้วย logic ธรรมะ บอกให้หยุดเครียด ต้องจัดการบาลานซ์ให้ได้ ฟังจนบางทีมีปัญหาไม่อยากพูดกับใครเพราะถ้าทำได้(กู)ทำไปแล้ว ลึกๆ เลยมันเลยเป็นความโดดเดี่ยวอยู่เสมอว่าไม่มีคนเข้าใจหรือรับฟังเราจริง ๆ

ในฐานะผู้ป่วยที่รักษามา 6-7 ปีแล้วรู้สึกซาบซึ้งมาก เคยกินยาเดือนละสองหมื่น เคยเข้าวอร์ดจิตเวช ทุกวันนี้ดีขึ้นเยอะ เวลาเล่าให้ใครฟังคนมักจะคิดว่าหายแล้ว 100% มีทักษะการจัดการอารมณ์และความคิดดี แต่จริงๆมันไม่ง่ายเลยในการใช้ชีวิตให้ปกติทั่วไป พอเป็น anxiety หรือ panic แล้วหยุดความคิดตัวเองไม่ได้ ดีที่ภายนอกเป็นคนแสดงออกไม่เก่งเลยไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ว่ามีอาการ ทุกวันนี้เจอเรื่องอะไรเวลาแชร์บางทีคนรอบตัวก็สอนด้วย logic ธรรมะ บอกให้หยุดเครียด ต้องจัดการบาลานซ์ให้ได้ ฟังจนบางทีมีปัญหาไม่อยากพูดกับใครเพราะถ้าทำได้(กู)ทำไปแล้ว ลึกๆ เลยมันเลยเป็นความโดดเดี่ยวอยู่เสมอว่าไม่มีคนเข้าใจหรือรับฟังเราจริง ๆ

แชร์ปสก.ที่ภรรยาเส้นเลือดในสมองแตกแล้วจึงเป็นไบโพลาร์ (ผมเคยเขียนมาครั้งนึง ขอเรียบเรียงใหม่) จะมาเล่าความเจ็บป่วยของภรรยาให้ฟังครับ ในสิ่งที่คน ๆ หนึ่งได้รับและต้องรับมือตลอดเวลา ภรรยาผมเส้นเลือดในสมองแตกต้องผ่าตัดตั้งแต่ราว ๆ ป.5 ทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง แต่!! ยังดีที่ไม่ถึงชีวิตครับเพราะแตกตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เป็นคือ กล้ามเนื้อซีกซ้ายอ่อนแรง โรคลมชัก สมองตื้อสมองคิดช้า และไบโพลาร์ โรคพวกนี้ต้องใช้ยารักษาเอฟเฟคจากยาก็ค่อนข้างมาก ผมว่าทุก ๆ คนคงนึกไม่ออกเลยกับการที่ต้องเป็นโรคพวกนี้ในวัยราว ๆ 10-11 ปี ดังนั้นการที่จะใช้ชีวิตให้เป็นปกติเหมือนทุก ๆ คนก็ค่อนข้างยากเช่นกัน ซึ่งผมก็นึกภาพตัวเองไม่ออกเลยถ้าผมเป็นขึ้นมามันคงหนักมาก ๆ สำหรับผม ลำพังแค่ไบโพลาร์ก็ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมสักเท่าไร ซึ่งผมเคยคิดว่าผู้คนยอมรับมากขึ้น ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น แต่เปล่าเลย ระยะเวลา 9 ปีที่ผมเผชิญร่วมกับภรรยามา ผมก็ยังคงคิดว่าคนส่วนมากยังไม่เข้าใจในโรคทางจิตเวชมากนัก ซึ่งต่อให้ชีวิตมันยากเท่าไร เรายังคงต้องใช้ชีวิตให้เป็นปกติเหมือนในทุก ๆ วัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนในสังคมส่วนใหญ่ ยังคิดว่าโรคพวกนี้เป็นโรคที่เรียกร้องความสนใจอยู่ ซึ่งสิ่งนี้แหละทำให้ยากต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะการทำงาน คนปกติอาจเรียนรู้งานจากการสอนเพียง 1 หรือ 2 ครั้ง แต่สำหรับภรรยาผมที่มีหลายโรคนี้ เขาสามารถเรียนรู้ รับรู้และจดจำได้เพียง 50% ของสิ่งต่าง ๆ ที่รับรู้ได้ในแต่ละวันเท่านั้น นั่นเท่ากับว่าในแต่ละวันแต่ละเรื่อง เราต้องสอน ต้องให้เขาเรียนรู้เป็นสิบ ๆ ครั้ง เขาถึงจะจำได้ อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี เขาถึงจะทำให้ดีแบบคนอื่น ๆ ที่เขาทำกันได้ครับ ต่อมาเรื่องความกดดัน เขาไม่สามารถรับความกดดันได้แบบคนปกติ เหมือนเขาเป็นแก้วเปรียบอารมณ์เป็นน้ำ เทลงมาเรื่อย ๆ ถ้าคนปกติก็สามารถเททิ้งได้ แต่สำหรับคนป่วยแบบเขาไม่สามารถทำได้ครับ เขาจะเก็บทุกอย่างเอามาคิดแล้วคิดอีก คิดซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้น คิดทุกวัน คิดทุกเวลาเท่าที่เขาจะคิดได้ พอถึงวันหนึ่งที่น้ำเต็มแก้วและไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้อีก เขาจะระเบิดอารมณ์ออกมาจนคุณอาจจะนึกภาพไม่ออกเลยครับ ผมจึงบอกคนอื่นเสมอมาว่าอยากให้ทำความเข้าใจว่านี่คือเอฟเฟคจากโรคเหล่านี้ ไม่ใช่ตัวตนของคนที่เป็น ฉะนั้นถ้าเป้นไปได้อย่าพยายามยัดเยียดอารมณ์ส่วนตัวให้กับพวกเขา อย่าเพิ่มความกดดันให้เขา ที่ผมพิมพ์มาทั้งหมด อยากให้เข้าใจพวกเขาเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ลำพังตัวพวกเขาก็ต้องดูแลความรู้สึกตัวเองมาก ๆ แล้ว ยังต้องใช้ชีวิตประจำวันเพื่อดูแลความรู้สึกคนรอบข้างอีก มันหนักมาก ๆ สำหรับพวกเขา โลกมันเล่นตลก คนรอบข้างเป็นโรคจิตเวชมากขึ้น แต่ก็ดีใจที่มีคนยอมรับ เข้าใจ พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพวกเขามากขึ้นด้วย ที่เม้นมากัน ผมอ่านแทบทุกเม้น ขอให้ทุกท่านสุขภาพจิต สุขภาพใจดีในทุก ๆ วันครับ ขอบคุณครับ ปล.ไม่มีมุกครับคิดไม่ออกซึ้งอยู่








